ตอนที่ 7 วันนี้อาบด้วยกันได้นะ (2)
จำต้องบอกว่า ใบหน้าหล่อเหลาของหลิงเย่ว์ กล้ามหน้าท้องแปดแพ็กที่แข็งแรงนั้นเป็ต้นทุนที่น่าดึงดูดใจมากจริงๆ
“ต่างก็โตกันแล้ว ถ้า้า ก็ทำสิ่งที่ต่างฝ่ายต่าง้าได้”
เทียบกับความอึดอัดของกู้อันซิน หลิงเย่ว์กลับสงบอย่างเห็นได้ชัด
บรรยากาศแสนคลุมเครือ ถูกประโยคที่เรียลสุดๆ ของหลิงเย่ว์ทำลายจนหมดสิ้น
สีหน้าของกู้อันซินกลับไปเป็ปกติอย่างรวดเร็ว ที่แท้ เมื่อครู่สารคลุมเครือซึ่งลอยกระจายไปทั่ว เป็เพียงเพราะอยากจัดการความ้าทางสรีระของผู้ใหญ่ก็เท่านั้น
ความคิดของผู้ชายอันที่จริงเข้าใจง่ายมาก หลิงเย่ว์นั้นยิ่งเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็ทางสรีระหรือว่าทางหัวใจ หากเขา้าก็จะเอ่ยออกมาโดยตรง
ไม่ได้ใส่ใจเื่ความรู้สึก
ทว่ากู้อันซินเป็นักวาดการ์ตูน ย่อมมีแิโรแมนติกอยู่ไม่มากก็น้อย เธอไม่มีทางมีอะไรกับผู้ชายบางคนเพียงเพราะความ้าทางสรีระหรอก
“อาบเองเถอะ” กู้อันซินพูดเสียงแข็ง หลังจากนั้นก็รีบกลับห้อง
หลิงเย่ว์เห็นว่าอารมณ์ของเธอเปลี่ยนไปในพริบตา เลยพิจารณาคำพูดที่ตัวเองพูดเมื่อครู่
เขารู้สึกเสียใจอย่างประหลาด
อันที่จริงแม้แต่หลิงเย่ว์เองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดความปรารถนาต่อกู้อันซิน เมื่อครู่ตอนที่กู้อันซินซบอยู่กลางอก เขาเกิดความ้าฉับพลันที่จะกลืนกินเธอทั้งตัว เมื่อนึกเหตุผลไม่ออก จึงได้แต่มองว่าความ้าแบบนี้เป็แค่ความ้าทางสรีระ
เพียงแต่ กู้อันซินแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบการพูดจาแบบนี้ นี่ทำให้เธอใแล้ว
อีกอย่าง ตอนที่เธอวิ่งกลับห้อง สีหน้าดูไม่ดีเลย
การง้อผู้หญิงเป็เื่ที่ทั้งซับซ้อนและยุ่งยาก หลิงเย่ว์เลยไม่เคยลองทำ อีกทั้งเื่นี้ก็ไม่เหมาะให้เขาทำด้วย
แต่มองประตูที่ปิดแน่นของกู้อันซิน หลิงเย่ว์เงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ไปเคาะประตูอยู่ดี
“มีอะไร” กู้อันซินตอบเขาจากข้างในห้อง น้ำเสียงไม่ค่อยเป็มิตร
“ออกมาดูแลฉัน” เดิมทีในใจหลิงเย่ว์อยากพูดดีๆ กับเธอ แต่กลายเป็พูดแบบนี้เพราะความเคยชิน
แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ค่อยอยากเชื่อ ทำไมต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ ถึงได้วางมาดขนาดนี้
“ไสหัวไป” กู้อันซินที่อยู่ในห้องหลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูดก็โกรธจริงๆ แล้ว คำว่า ‘ไสหัวไป’ ถูกตะเบ็งออกมา ฟังก็รู้ว่าใส่อารมณ์มาก
ผู้ชายคนนี้หน้าไม่อายเกินไปแล้ว!
อยู่ๆ ก็พูดจาโจ่งแจ้งแบบนั้น หลังพูดจบยังจะให้เธอรับใช้เขาอีกเหรอ คิดว่าเธอเป็ตัวอะไร
หลิงเย่ว์ขมวดคิ้ว คนที่กล้าพูดคำว่า ‘ไสหัวไป’ กับเขา กู้อันซินเป็คนแรก
เดิมทีเขาควรโมโหมาก ทว่าตอนนี้กลับโมโหไม่ลงสักนิดอย่างน่าประหลาด หลิงเย่ว์เอาแต่จ้องประตูนิ่ง ราวกับว่าจะจ้องให้ทะลุประตูบานนี้ เพื่อดูว่ากู้อันซินที่อยู่ข้างในทำอะไรอยู่กันแน่
หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง กู้อันซินเปิดประตูออกมาจะอาบน้ำ เธอเดาว่าเวลานี้หลิงเย่ว์น่าจะนอนแล้ว
ทว่าพอเปิดประตูก็ต้องสะดุ้งใ นึกไม่ถึงว่าเขาจะถือโน้ตบุ๊กนั่งอยู่หน้าประตูห้องของเธอ
เห็นเธอเปิดประตูออกมา สายตาหลิงเย่ว์เลื่อนไปจ้องกู้อันซินทันที
“ใหมดเลย นายมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย” หลังจากกู้อันซินโมโหตัวเองอยู่ในห้องตั้งนาน อารมณ์ก็ดีขึ้นบ้างแล้ว
อันที่จริงหลิงเย่ว์ก็พูดถูก เขาเป็ผู้ชาย อยู่ต่อหน้าผู้หญิงตามลำพังแล้วเกิดความ้าทางสรีระจัดเป็เื่ปกติมาก เขาแค่พูดออกมาตามตรงก็เท่านั้น กู้อันซินเห็นแก่มโนธรรม เธอไม่ควรรังแกคนพิการ แม้ว่าคนพิการคนนี้จะหน้าไม่อายมากก็ตาม
เพียงแต่ เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ใจง่ายขนาดนั้น ดังนั้นแม้กู้อันซินหายโมโหหลิงเย่ว์แล้ว แต่ท่าทางที่มีต่อเขายังไม่ดีเท่าก่อนหน้านี้
หลิงเย่ว์ปิดโน้ตบุ๊ก นวดหว่างคิ้วเล็กน้อย ทำงานไปด้วยทั้งยังจ้องกู้อันซินไปด้วย เขาจึงค่อนข้างเหนื่อย พูดเสียงแหบแห้ง “ในที่สุดเธอก็ออกมาแล้ว ช่วยฉันอาบน้ำที”