2
ความสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยา
เซียวเจิ้นฟางยังคงอยู่ข้างกายของหนานฟาง ชีวิตของอีกฝ่ายช่างเรียบง่าย พ่อและแม่ของสามีแวะมาเยี่ยมเยียนเธอเป็บางครั้ง พ่อของเธอเองก็เช่นกัน
วันหนึ่งในขณะที่เธอกำลังเลี้ยงลูกชายวัยหนึ่งขวบ สามีของเธอเข้ามาหาเธอพร้อมกับข่าวร้าย นั่นคือข่าวการจากไปของพ่อของเธอ
เขาไม่อนุญาตในเธอเดินทางไปที่ปักกิ่ง ทำเอาหนานฟางทะเลาะกับผู้เป็สามีครั้งแรก แต่ดูเหมือนฉีตงเยี่ยก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ เขาออกคำสั่งในฐานะที่เป็สามีและผู้นำครอบครัว ห้ามเธอออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว
หนานฟางโกรธเคืองสามีเป็อย่างมาก เธอได้แต่แอบร้องไห้อยู่ภายในห้องนอนเงียบๆ แม้แต่งานศพของคนเป็พ่อเขาก็ไม่อนุญาตให้ไป ช่างใจร้ายเสียจริง เขาช่างเป็คนไม่มีหัวใจ
เธออยู่ในฐานะภรรยา พยายามทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เพียงคำร้องเพียงอย่างเดียวอีกฝ่ายไม่ยอมตอบรับ ทำไมเธอจะไม่ได้ยินสิ่งที่แม่บ้านชอบเอามานินทาลับหลังอีกฝ่าย และดูเหมือนคนรับใช้บางคนก็อยากให้เธอได้ยินเื่ราวของผู้เป็สามี
แต่เธอไม่เคยคิดจะสนใจ ชีวิตของเธอมีเพียงลูกชายตัวน้อยที่เธอเฝ้าฟูมฟัก เลี้ยงดูอีกฝ่ายด้วยรักทั้งหมดของเธอ แม้สามีจะไม่สนใจ มีข่าวกับหญิงสาวมากมายหลายคนเธอไม่เคยคิดจะเอ่ยถาม
เธอขอเพียงแค่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับลูกชายอย่างสงบ ได้เจอพ่อบ้างเวลาพ่อแวะมาเยี่ยมนานๆ ครั้ง เขารู้ดีว่าพ่อสำคัญกับเธอมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ยอมให้เธอเดินทางไปปักกิ่งเพื่อเจอพ่อเป็ครั้งสุดท้าย
“หนานฟาง ยังโกรธพี่เขาอีกหรือลูก” คนเป็แม่สามีเอ่ยปลอบใจลูกสะใภ้ เธอนึกสงสารอีกฝ่ายจับใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกชายถึงตัดสินใจแบบนั้น แต่เชื่อว่าอีกฝ่ายคงมีเหตุผลมากพอ
“คุณแม่” หนานฟางเอ่ยเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสะอื้น คนเป็แม่สามีนึกสงสารอีกฝ่ายจับใจ เธอโอบกอดปลอบใจลูกสะใภ้ของตนเอง
ลูกชายของเธอไม่ใช่สามีที่ดีนัก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คนเป็แม่ก็ยังหนักใจ ลูกชายคนนี้ใช่จะฟังเธอเสียเมื่อไหร่ แม้แต่คนเป็พ่ออีกฝ่ายยังไม่ยอมฟัง นับประสาอะไรกับคนเป็แม่อย่างเธอ
นับว่ายังดีที่ลูกสะใภ้มีหลานชายมาให้ชื่นใจ เธอเองก็เอ็นดูอีกฝ่ายเป็อย่างมาก หญิงสาวที่สามีเลือกมาเป็สะใภ้คนเล็กช่างเป็หญิงสาวเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง คงมีแต่ลูกชายที่แสนเ็า ไร้หัวใจที่มองไม่เห็น คิดแล้วคนเป็แม่อย่างเธอก็นึกหนักใจเป็อย่างมาก
ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่าข้างนอกมีข่าวลือแบบไหน และความประพฤติของลูกชายที่เธอเองก็ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะทำมันได้ เพียงเพื่อความก้าวหน้าของตนเอง ช่างเป็ลูกชายที่มีความทะเยอทะยานจนน่ากลัว
“หนูแค่อยากจะไปร่วมงานศพของคุณพ่อ ทำไมเขาถึงใจร้ายขนาดนี้” นับั้แ่เป็สามีภรรยากัน เธอไม่เคยขอร้อง ไม่เคยเอ่ยปากให้เขามาสนใจหรือใส่ใจแม้แต่น้อย แม้กระทั่งกับลูกชายเธอก็ไม่เคยร้องขอ
แต่คำขอร้องที่เธอเอ่ยบอกกับเขา เขากลับปฏิเสธอย่างไม่ไยดี
“แม่คิดว่าตงเยี่ยย่อมมีเหตุผลของตนเอง แม่จะมาอยู่เป็เพื่อนหนานฟางเองนะ อีกอย่างตงเยี่ยฝากแม่ให้นำจดหมายฉบับนี้มาให้” หนานฟางไม่ยอมรับจดหมายจากแม่สามี เพียงแค่คิดว่ามันคือจดหมายของสามีใจร้ายของตนเอง
“ไม่ใช่จดหมายของตงเยี่ยหรอก เป็จดหมายของพ่อฟางฟาง”
“จดหมายพ่อเหรอคะ?” หนานฟางรับจดหมายอีกฝ่ายมาอย่างรวดเร็วที่ได้ฟัง จดหมายของพ่อ หนานฟางแกะจดหมายออกอ่านอย่างรวดเร็ว คนเป็แม่สามีเห็นก็เดินออกจากห้อง ปล่อยให้ลูกสะใภ้อ่านจดหมายของคนเป็พ่อเพียงลำพัง
เซียวเจิ้นฟางรับรู้เนื้อความในจดหมาย หนานฟางร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ จิตใจของอีกฝ่ายจมดิ่งอยู่กับความทุกข์ ผ่านมาเป็เดือนกว่าเธอจะเริ่มทำใจได้
นับจากนั้นความสัมพันธ์ของสามีภรรยาคู่นี้ก็แย่ลงกว่าเดิม หนานฟางไม่ยอมมองหน้าหรือพูดคุยกับสามี เธอให้ความสนใจเพียงลูกชายของเธอเท่านั้น
ส่วนคนเป็สามีอย่างฉีตงเยี่ยก็ไม่คิดจะสนใจ เขาทำแต่งานของตัวเอง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นับวันยิ่งห่างเหินกันมากขึ้นทุกที
“อาเหอ” นำเสียงอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรัก เอ่ยเรียกลูกชายวัยสามปี นามว่า ฉีตงเหอ ลูกชายเพียงคนเดียวของหนานฟางและฉีตงเยี่ย
“คุณแม่ อาเหอกำลังดูดอกไม้ครับ” น้ำเสียงสดใสร่าเริงของลูกชายบอกกับคนเป็แม่ เชียวเจิ้นฟางเองก็เอ็นดูฉีตงเหอเป็อย่างมาก เธออยู่กับหนานฟางมาสี่ปีกว่าๆ ความผูกพันที่มีต่อเด็กชายน้อยราวกับว่าเธอเป็แม่ทูนหัวหรือแม่บุญธรรมของอีกฝ่ายไปแล้ว
สวนดอกเหมยที่หนานฟางชื่นชอบกำลังบานสะพรั่ง ดอกเหมยส่งกลิ่นหอมทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เซียวเจิ้นฟางคิดถึงชาที่ตนเองชื่นชอบ หากได้นั่งจิบชาชื่นชมสวนดอกไม้คงดีไม่น้อย น่าเสียดายที่เธอเป็เพียงดวงิญญาไม่สามารถทำได้ ถึงแม้จะมองเห็นสิ่งต่างๆ แต่ประสาทััก็มิอาจรับรู้ถึงสิ่งใดรอบๆ ตัวได้เลย ตอนนี้ก็คุ้นชินกับมันไปเสียแล้ว
“เพราะมีอาเหอคอยช่วยใส่ปุ๋ยพวกมันถึงได้พร้อมใจกันออกดอก” หนานฟางบอกกับลูกชายตัวน้อย
“ถ้าอย่างนั้นอาเหอจะช่วยคุณแม่ใส่ปุ๋ยและรดน้ำพวกมันทุกวันเลยครับ” น้ำเสียงเล็กๆ บอกกับคนเป็แม่ด้วยรอยยิ้ม
“นายหญิง คุณชายน้อย นายท่านกลับมาแล้วครับ” ประโยคของพ่อบ้านเล่นเอาอารมณ์ที่กำลังเบิกบานของหนานฟางจางหายไป
“รู้แล้ว” หนานฟางเอ่ยตอบพ่อบ้านด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เพียงแค่รับรู้เท่านั้น เธอหันมาสนใจลูกชายและเล่นกับลูกชายที่สวน
รอยยิ้มของลูกคือความสุขอย่างเดียวของเธอ นับจากคนเป็พ่อจากไป ส่วนความสัมพันธ์กับพี่น้องคนอื่นๆ ก็ห่างเหินกันเป็อย่างมาก ั้แ่แต่งงานก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
เมื่อก่อนหนานเฟิงสนิทกับพี่สาว แต่ความสัมพันธ์ก็มาห่างเหินเมื่อพี่สาวถูกส่งไปเป็ยุวชนที่ชนบท ในตอนนั้นหนานฟางยังอายุไม่ถึงเกณฑ์ พี่ชายทั้งสองคนก็ทำงานในกองทัพทำให้มีเพียงพี่สาวคนเดียว อีกฝ่ายจึงถูกส่งไปเป็ยุวชนใน่ปฏิวัติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อการปฏิวัติจบลง มีการเปลี่ยนผู้นำหลังจากผู้นำคนเก่าเสียชีวิตลง ก็มีการอนุญาตให้ยุวชนที่ถูกส่งไปอยู่ที่ชนบทกลับบ้าน พี่สาวของเธอก็ได้แต่งงานและมีครอบครัวไปแล้ว และตัดสินใจอาศัยอยู่ที่ลั่วหยางแทนที่จะกลับมาอยู่ที่ปักกิ่งพร้อมกับการตัดขาดกับครอบครัว
ส่วนพี่ชายคนโตก็ทำงานในกองทัพ รับตำแหน่งเป็นายทหารระดับสูงและปักหลักสร้างครอบครัวอยู่ทางตอนใต้ที่มณฑลยูหนานของประเทศ พี่ชายคนรองก็ไปลงหลักปักฐานที่เสฉวนที่บ้านเดิมของผู้เป็แม่ ความสัมพันธ์พี่น้องของทั้งสี่คนก็เลยห่างเหินเป็อย่างมาก
“อาเหอ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกลูกชาย ทำให้หนานฟางหยุดความคิดเรื่อยเปื่อยของตนเอง เธอหันไปมองคนเป็สามีที่ไม่ได้เจอกันนานถึงสามเดือน
“คุณพ่อกลับมาแล้วหรือครับ” ถึงแม้ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาจะห่างเหิน แต่หนานฟางก็ไม่เคยสอนให้ลูกชายเกลียดพ่อของตัวเอง
ฉีตงเยี่ยไม่ได้เอ่ยตอบลูกชาย แต่ย่อตัวนั่งลงให้ลูกชายได้วิ่งเข้ามาในอ้อมกอด สายตาเ็าจ้องมองใบหน้าที่เรียบเฉยของภรรยา ทั้งคู่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา ไม่นานหนานฟางก็ละสายตาจากสามี หันไปจัดดอกไม้ใส่แจกันตามเดิม
“คุณพ่อ มากินของว่างกับอาเหอเหรอครับ วันนี้แม่ทำขนมที่อาเหอชอบด้วย” คนเป็ลูกไม่ได้รู้ถึงความห่างเหินกันของพ่อแม่ เอ่ยชวนผู้เป็พ่อด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“อืม” คนเป็พ่อก็ไม่ปฏิเสธ เขาอุ้มลูกชายเดินไปนั่งที่ศาลา นั่งลงตรงข้ามภรรยาของตนเอง หนานฟางเหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อย จากนั้นก็รินชาให้อีกฝ่ายตามหน้าที่ของตนเอง
ปล่อยให้พ่อลูกได้คุยกัน ส่วนหนานฟางก็หันมาสนใจดอกไม้ของตนเอง
“ฉันพาน้องสาวของเพื่อนกลับมาด้วย พี่ชายเขาฝากให้ดูแลหนึ่งสัปดาห์” ฉีตงเยี่ยบอกกับภรรยาของตนเอง ถึงเขาจะทำตัวเป็สามีที่ดีของเธอไม่ได้ แต่ใช่ว่าจะไม่ให้เกียรติเธอในฐานะภรรยาของตนเอง
หนานฟางเพียงพยักหน้ารับรู้ ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่มาวุ่นวายกับเธอและลูก หนานฟางเองก็ไม่ได้เดือดร้อน เธอเองก็ทำหน้าภรรยาอย่างสมบรูณ์ของเขาไม่ได้ เว้นแต่วันที่เข้าห้องหอ อาจจะเป็เพราะสุราที่ดื่มเข้าไปทำให้เธอและเขามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันจนให้กำเนิดลูกชายที่น่ารักอย่างฉีตงเหอ
หนานฟางก็ไม่เคยทำหน้าที่ภรรยาของอีกฝ่ายอีกเลย และผู้เป็สามีเองก็ไม่คิดจะแตะต้องเธอนับเป็เื่ที่ดีสำหรับหนานฟาง อย่างน้อยก็ไม่ต้องฝืนใจทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
“นายท่านครับ คุณม่านฮวาอยากจะมาพบนายท่านครับ” ลูกน้องคนสนิทของสามีเดินเข้ามาบอกกับผู้เป็นายของตนเอง
“ฉันไม่ว่าง บอกเธอไปว่าไว้เจอกันตอนมื้ออาหารเย็น” ยังไงอีกฝ่ายก็เป็แขกถึงแม้เขาจะไม่ค่อยเต็มใจ แต่เพื่อผลประโยชน์ของธุรกิจเขาจำต้องทำให้สิ่งที่ฝืนใจอยู่บ่อยครั้ง
ตอนนี้เขาอยากใช้เวลาอยู่กับลูกชายของตนเองเท่านั้น ไม่อยากให้ใครมารบกวน ถึงแม้เขาจะไม่มีใจให้ภรรยา ใช่ว่าเขาจะไม่รักลูกชายของตัวเอง
ภาพครอบครัวที่นั่งอยู่ด้วยกันที่ศาลาในสวนหลังบ้านทำเอาคนสนิทและคนรับใช้ยิ้มออกมาได้ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่เห็นภาพแบบนี้
หนานฟางและลูกชายจำต้องร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับสามีด้วยความจำเป็ เพราะที่บ้านมีแขกและหนานฟางก็ตระหนักรู้ดีถึงหน้าที่ของตนเอง
เซียวเจิ้นฟางที่ติดตามข้างกายของหนานฟางถึงกับสบมองแขกของฉีตงเยี่ยด้วยความไม่พอใจ
“เหอะ ช่างเป็หญิงสาวที่ไร้ยางอายยิ่งนัก” ดูแววตาที่ส่งมาให้ฉีตงเยี่ยนั้นสิ มันแสดงออกจนเกินงามไปมาก หญิงสาวผู้นี้คงมิมีใครสั่งสอนเื่มารยาท ทำตัวราวกับผู้หญิงโคมเขียว
“พี่ตงเยี่ย ทานเยอะๆ นะคะ พรุ่งนี้ม่านฮวาจะเข้าครัวทำอาหารให้พี่ตงเยี่ยได้ทาน” หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างเอาอกเอาใจ
“ที่บ้านมีคนครัว คงไม่รบกวนแขก” ฉีตงเยี่ยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นึกรำคาญท่าทีของอีกฝ่ายพอสมควร ผู้หญิงคนนี้มีใบหน้าที่สวยงาม แต่จ้องไปนานๆ กลับไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ แสดงออกถึงความในใจได้เพียงแค่สบตา
จากประสบการณ์ของเขา เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้เข้าหาเข้าเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น แต่ก็นั่นแหละตราบใดที่มีผลประโยชน์ตอบแทนเขาก็จะทนรำคาญอีกฝ่ายไปอีกสักหน่อย หมดประโยชน์จะกำจัดทิ้งก็ไม่สาย
“เพิ่มคนคุ้มกันนายหญิง” เสียงเข้มเอ่ยสั่งลูกน้องคนสนิท ได้ยินจากพ่อบ้านว่าหนานฟางจะออกไปข้างนอก สถานการณ์่นี้ไม่ค่อยน่าไว้ใจ
“ครับนายท่าน” ลูกน้องคนสนิทรับคำ
“แล้วเื่ของเรือสินค้าที่จะเข้ามาเรียบร้อยดีหรือเปล่า” ฉีตงเยี่ยเอ่ยถามคนสนิทอีกคน ที่เปรียบเสมือนมือขวาของเขา
“เรียบร้อยดีครับ ผมตรวจเช็กสินค้าที่ส่งมาแล้วไม่มีปัญหาครับ” คนเป็ลูกน้องเอ่ยรายงานความคืบหน้างานที่ตนเองได้รับมอบหมาย
“แล้วอาวุธที่สั่งไปจะมาส่งตอนไหน?”
“คาดว่าอีกหนึ่งสัปดาห์ครับ” ฉีจางผู้เป็ดั่งมือขวาของเ้านายรายงาน เ้านายของเขาไม่ชอบให้มีความผิดพลาดแม้แต่น้อย ตอนนี้อิทธิพลของเ้านายเริ่มมีมากขึ้นมีหลายคนอยากจะเข้ามาผูกมิตรและแย่งชิงผลประโยชน์และอำนาจในเขตปกครองของเ้านาย
“เตรียมคนของเราให้พร้อม ฉันจะออกไปตรวจท่าเรือ” เขาสั่งคนของตนเอง ก่อนจะโบกมือเป็สัญลักษณ์ให้ลูกน้องของเขาออกจากห้องทำงานไป
ที่ทำงานของฉีตงเยี่ยอยู่ห่างจากบ้านตระกูลฉีพอสมควร ที่นี่ตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือไม่ไกล อำนวยความสะดวกในการทำงานของเขา นอกจากนี้ยังมีบ้านพักในเมืองเซียงไฮ้เอาไว้ใช้นอนพักเวลาทำงานดึกๆ อีกด้วย ด้วยเส้นทางที่เขาเลือกเดินทำให้ไม่อยากให้ตนเองมีจุดอ่อน
นับั้แ่การปฏิวัติจบลง เขาก็ลาออกจากกองทัพมาสร้างเส้นทางของตนเอง ด้วยความฉลาดและความสามารถที่มีทำให้เพียงไม่ถึง 7 ปี เขาก็เป็ผู้มีอิทธิพลในเซียงไฮ้ จนตอนนี้เข้าสู่ปี 1985 ทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก
ด้วยเส้นสายและอิทธิพลที่เขามี รัฐบาลยังต้องเกรงใจและขอความร่วมมือจากเขา นับว่าเขาประสบความสำเร็จในทางเดินสายนี้ เงินทอง อำนาจและอิทธิพลเป็สิ่งที่ผลักดันให้เขามายืนอยู่จุดนี้ ไร้ซึ่งหัวใจและความรักเพราะเขาเชื่อว่ามันคือจุดอ่อนที่คนอย่างเขาไม่ควรมี สิ่งที่เฝ้าแสวงหามีเพียงอำนาจก็เท่านั้น