ระหว่างทางที่รถกำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน เฉินอันหลานได้รับโทรศัพท์จากกรมตำรวจ ปลายสายแจ้งเพียงว่ามีภารกิจเข้ามาและให้เขารีบไปยังฐานปฏิบัติการลับแห่งหนึ่งโดยด่วน เมื่อได้ยินดังนั้นเฉินอันหลานจึงรีบออกคำสั่งให้โทบี้เปลี่ยนเส้นทางของรถโดยทันที ส่วนตัวเขาเองก็เอนกายลงบนเบาะนุ่มเพื่อฟื้นฟูพละกำลังให้กลับมาโดยเร็ว
รถของเฉินอันหลานขับเคลื่อนมาจนถึงที่หมาย เ้าของรถลืมตาขึ้นทันทีที่รถจอดสนิท เขาตรวจเช็กความเรียบร้อยของตนเองอีกครั้ง ก่อนที่จะลงจากรถด้วยสูทเต็มยศ จากนั้นก็สาวเท้าตรงไปยังประตูโรงแรมทันที
“สวัสดีค่ะคุณเฉิน ไม่ทราบว่า...”
เฉินอันหลานไม่ได้ตอบรับคำทักทายของพนักงานต้อนรับของโรงแรม เขาเลือกที่จะเมินเฉยและตรงรี่เข้าไปยังลิฟต์ด้านข้างที่ไม่มีคนโดยทันที หลังจากที่กดหมายเลขชั้นที่้าแล้วประตูลิฟต์ก็ปิดลงโดยอัตโนมัติ ไม่นานลิฟต์ก็มาถึงชั้นเป้าหมาย เฉินอันหลานก้าวออกจากลิฟต์และเลือกที่จะเลี้ยวซ้ายตรงไปจนสุดทางเดิน ไม่นานก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องห้องหนึ่ง
‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก—— ‘
“ใคร?”
“แมวของผมหาย เลยอยากจะมาหาหน่อยครับ”
จบประโยคนั้น ประตูห้องก็เปิดออก
ทันทีที่เฉินอันหลานก้าวเข้ามาในห้อง ชายวัยกลางคนที่นุ่งผ้าขนหนูแค่ผืนเดียวก็ปิดประตูลง เขาวิ่งเข้าไปในห้องน้ำด้วยความกระวนกระวายใจ และกระโจนลงไปยังอ่างที่เต็มไปด้วยฟองสบู่ทันที
เฉินอันหลานเดินไปยังบานหน้าต่างที่สูงจรดเพดานของโรงแรม จากนั้นก็ชะโงกมองลงไปด้านล่าง เมื่อสำรวจจนทั่วแล้วไม่พบสิ่งใดที่ผิดสังเกต เขาก็ปิดหน้าต่างบานนั้นลง
หลังจากที่ชายวัยกลางคนพุ่งตัวไปทำความสะอาดร่างกายจนแล้วเสร็จ เขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำ จากนั้นก็หยิบขวดไวน์ของโรงแรมออกมาเปิด ก่อนจะรินใส่แก้วสองใบแล้วเดินไปหาเฉินอันหลานที่ยืนอยู่ใกล้กับหน้าต่างที่สูงจรดเพดานบานนั้นและยื่นแก้วไวน์ให้กับเขา
“มาเร็วดีนี่ อยู่แถวนี้เหรอ”
เฉินอันหลานปฏิเสธที่จะรับแก้วไวน์นั้น เขาทำเพียงปรายตามองไปทางชายวัยกลางคนด้วยสายตานิ่งเฉย
“หัวหน้าเจียง ไวน์ขวดนี้พอ ๆ กับเงินเดือนครึ่งหนึ่งของคุณเลยนะครับ ผมขอเตือนให้คุณคิดให้ดี ๆ ก่อนจะเปิดมัน”
เจียงหยางยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะกระดกแก้วไวน์ที่ถูกปฏิเสธจากชายหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่าแก้วนั้นรวดเดียวจนหมดเกลี้ยงโดยไม่พูดอะไร จากนั้นก็ส่งเสียงเรอยาว ๆ ออกมา พร้อมกับมองไปทางเฉินอันหลานด้วยรอยยิ้ม
“ภารกิจสุดท้ายของวันนี้ หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจแล้วฉันจะให้นายพัก”
เฉินอันหลานชิงแก้วไวน์อีกแก้วในมือของเจียงหยางมาแล้วเดินไปนั่งบนโซฟา
“ภารกิจอะไรครับ?”
“ภารกิจที่ทางกรมมอบหมายมา เป็ความลับระดับ A” เจียงหยางวางแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าลงบนโต๊ะกระจก จากนั้นก็นั่งลงบนโซฟาที่อยู่ตรงข้ามกับเฉินอันหลาน
“ระดับ A?”
“ไม่เคยเจอใช่ไหมล่ะ ฉันเป็ตำรวจมานานขนาดนี้ก็ยังไม่เคยเจอกับงานแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน อีกอย่างเบื้องบนออกคำสั่งลงมาแล้ว และภารกิจนี้ต้องสำเร็จ”
แววตาของเฉินอันหลานหรี่ลง เขานั่งอยู่บนโซฟาโดยไม่พูดอะไร
เจียงหยางเหลือบมองไปทางตำรวจสายลับที่ยอดเยี่ยมที่สุดใต้บังคับบัญชาของตน ความเ็า ความสุขุม และความแข็งแกร่ง จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่มีภารกิจไหนที่เขาทำไม่สำเร็จ บางครั้งเจียงหยางก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่มีฝีมือยอดเยี่ยมขนาดนี้ถึงยอมเป็แค่นายตำรวจตัวเล็ก ๆ อยู่แบบนี้ อีกทั้งยังเลือกที่จะเป็สายลับ อาชีพที่เสี่ยงอันตรายที่สุดในสายงานของตำรวจอีกด้วย
และที่สำคัญ ดูเหมือนว่าไอ้หนุ่มนี่จะไม่ได้ขัดสนเื่เงินเสียด้วยสิ
น่าแปลกจริงๆ
เมื่อสังเกตได้ว่าหัวหน้าของตนเงียบไปสักพัก และไม่ได้พูดสิ่งใดต่ออีก เฉินอันหลานจึงเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่เฉยชาเช่นเดิม
เจียงหยางที่เห็นท่าทางเช่นนั้นก็พลันอึ้งงันไป เขาเริ่มรู้สึกเหมือนคนมีชนักติดหลังทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ผู้เป็หัวหน้าตัดสินใจกระแอมไอแห้ง ๆ ออกมาหนึ่งครั้งเพื่ออำพลางความคิดภายในใจของตนเอง ก่อนจะวาดรอยยิ้มออกมาและสนทนากับเฉินอันหลานต่อ
“จากข้อมูลที่ได้รับมาจากเบื้องบน ดูเหมือนว่าพรุ่งนี้จะมีเรือโดยสารหรูลำหนึ่งเข้ามาเทียบท่าเรือมารีย่า ซึ่งในนั้นบรรจุยาเสพติดชนิดใหม่ที่หนักเกือบ 3 ตันเอาไว้ เบื้องบนกลัวว่ายาเสพติดชนิดนี้จะเข้าสู่ตัวเมืองแล้วสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง ดังนั้นจึงออกคำสั่งลงมาให้ไปสกัดจับยึดของกลางที่ท่าเรือ ป้องกันยาเสพติดเข้าสู่ตัวเมือง”
“ข่าวนี้เชื่อถือได้แค่ไหน?”
“ใครจะไปรู้ล่ะ เพราะงั้นถึงได้ตัดสินใจส่งสายลับยอดฝีมือไปลองหยั่งเชิงก่อนไง และสายลับที่ว่านั่น ฉันคิดถึงนายเป็คนแรกเลยนะ”
“แต่ผมยื่นใบลาพักร้อนไปแล้ว”
“ฉันรู้ แต่ภารกิจนี้ไม่มีนายไม่ได้ไง นี่อันหลาน นายลองคิดดู ยาเสพติดตั้งสามตันเชียวนะ ไม่ใช่สามกิโล นี่มันสามตัน! ถ้ายานรกนั่นหลุดเข้าไปในเมืองได้เมื่อไหร่ จะมีคนอีกกี่คนที่ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะมัน!”
เฉินอันหลานนิ่งเงียบ เขากำลังจมอยู่ในห้วงความคิดของตน
และดูเหมือนจะเป็โชคดีของเจียงหยาง เพราะทุกครั้งที่เกิดความเงียบขึ้นเช่นนี้ นั่นหมายถึงการโน้มน้าวของเขากำลังจะสำเร็จ
เมื่อเห็นดังนั้นเจียงหยางจึงไม่รอช้าที่จะสุมไฟเข้าไปอีก
“อันหลาน นายเป็ความภาคภูมิใจของเาาวตำรวจนะ ภารกิจนี้จำเป็ต้องมีนาย จริงสิ นายยังจำฟิลิปได้ไหม คนที่ฝึกฝนในโรงเรียนตำรวจมาพร้อมกับนายคนนั้น คนที่เครื่องวัดระดับบอกว่าเขาเป็อัลฟ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในชั้นเรียนน่ะ แล้วจากนั้นเป็ไง ลูกน้องของนายก็พ่ายแพ้ให้กับเขา นายจะยอมพ่ายแพ้ให้กับอัลฟ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในกรมตำรวจคนนั้นอีก....”
“หลังจากภารกิจเสร็จสิ้น ผมต้องได้พักผ่อน”
“ไม่มีปัญหา!”
เมื่อรับภารกิจแล้ว เฉินอันหลานก็วางแก้วไวน์ลง จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปยังประตูห้องทันที
“เดินทางปลอดภัย”
เจียงหยางส่งเสียงดังไล่หลังตามมา จากนั้นก็โน้มตัวไปหยิบแก้วไวน์ที่เฉินอันหลานวางไว้บนโต๊ะขึ้นมาไว้ในมือ
“คุณรู้ไหมว่านี่คือโรงแรมของใคร?”
“อ่า...? ไม่รู้สิ ฉันเห็นว่าโรงแรมนี้มันหรูหราดี ก็เลยเดินเข้ามาดูสักหน่อย”
“งั้นเหรอ”
“แน่นอน อันหลาน นายมีเื่อะไรก็ไปทำก่อนเถอะ ฉันจะพักอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย”
“อย่าลืมจ่ายค่าห้องและไวน์โรงแรมด้วยละ”
จบประโยคนั้นเฉินอันหลานก็เปิดประตูออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
เจียงหยางที่กำลังยกแก้วไวน์ขึ้นจรดริมฝีปากพลันต้องชะงักไปเมื่อได้ฟังประโยคนั้น หลังจากนิ่งค้างไปได้ไม่กี่วินาที เขาก็กุลีกุจอตามเฉินอันหลานออกไปอย่างรีบร้อน
“ปัง——”
ประตูห้องพักถูกปิดอย่างแรง
เจียงหยางรู้สึกคล้ายตัวเบาขึ้นมาในทันที ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดลงไปกับพื้นข้างประตูราคาแพงระยับนั่น