วังหลวง
"ฝ่าา กระหม่อมได้ข่าวมาจากเมืองไหวว่าพบสตรีลอยคออยู่ในแม่น้ำสุ่ยซีอีกหนึ่งคน ทางวังหลวงก็สงบดีแล้วกระหม่อมคิดจะเดินทางกลับไปที่เมืองไหวเสียเลยทีเดียว พระองค์มีพระประสงค์สิ่งใดให้กระหม่อมรับใช้เพิ่มเติมก่อนหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"
"ท่านมหาอุปราชใหญ่รู้จักกล่าวคำมีมารยาทถึงเพียงนี้ั้แ่เมื่อใดกัน เ้าอย่ามาทำเป็ล้อเลียนเราหน่อยเลย พบสตรีอีกหนึ่งเราคิดว่าเ้าก็แค่มีแรงงานเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งก็เท่านั้น ไหนเลยยมทูตกวานจะให้ความสนใจกับความเป็ความตายของผู้อื่น" ิซังเจี๋ยกล่าวล้อเลียนปลายเสียงแฝงความประชดประชันเอาไว้เล็กน้อย
"เสด็จพี่ องครักษ์ส่วนตัวของข้าแจ้งมาว่าสตรีคนสุดท้ายที่ชาวบ้านและทหารช่วยกันพาตัวกลับมาไว้ในค่ายมีดวงตาสีฟ้า ท่านหมอในค่ายเมืองไหวก็ได้พิสูจน์แล้วว่าดวงตาของนางเป็สีฟ้าจริง เพียงแต่นางยังไม่ฟื้นคืนสติขึ้นมาจึงยังไม่รู้ที่มาแน่ชัด เวลานี้ภาพวาดของนางก็ถูกส่งต่อไปเพื่อค้นหาญาติพี่น้องแล้วล่ะ ข้าก็แค่อยากจะเห็นตัวประหลาดก็เท่านั้นเอง" ิกวานยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจกับการประชดประชันของจักรพรรดิผู้เป็เหมือนดังพระเชษฐา (พี่ชาย) แท้ๆ พระองค์หนึ่ง
"เ้าก็ให้มันน้อยๆ หน่อยเถิดกวานเอ๋อร์ แค่นี้ชื่อเสียงเ้ายังเสื่อมเสียไม่พออีกหรือ หากนางเป็ตัวจริงเล่า? บนแผ่นดินนี้มีบุคคลที่มีดวงตาสีฟ้าเสียเมื่อใดกัน ครั้งนี้เราสั่งเ้าห้ามลงโทษนางรุนแรงและห้ามกระทำเกินกว่าเหตุทุกประการเข้าใจหรือไม่" ิซังเจี๋ยน้ำเสียงเปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นมาทันที ในใจก็ลังเลอยู่ว่าจะส่งคนเดินทางไปที่เมืองไหวพร้อมกับญาติผู้น้องดีหรือไม่ หากสตรีผู้นี้เป็บุตรีแห่งสุ่ยซีตัวจริง ด้วยความคิดที่แปลกประหลาดของญาติผู้น้องอาจทำให้แคว้นต้องสูญเสียตัวตนที่สำคัญที่สุดไปก็เป็ได้
"ข้ารู้น่า..เสด็จพี่เห็นข้าเป็เด็กชายวัย 5 ขวบที่ไม่รู้เื่รู้ราวอย่างแต่ก่อนหรือไร และไม่ต้องส่งผู้ใดไปกับข้าด้วย ข้าไม่ชอบความวุ่นวาย ข้ามีองครักษ์ส่วนตัวของข้าอยู่แล้ว" ิกวานกล่าวอย่างรู้ทันเมื่อเห็นใบหน้าที่แฝงความกังวลของจักรพรรดิหนุ่ม
"เอาเถิด จะตัดสินใจเช่นไรเราย่อมวางใจเ้า แต่บอกไว้ก่อนเลยนะ หากเรารู้ว่าเ้าทำให้นางต้องเดือดร้อนก่อนที่จะสืบรู้ความจริง เราจะไม่อภัยให้เ้าเป็แน่ รีบไปเถิดกว่าเ้าจะถึงเมืองไหวเวลานั้นนางก็คงจะฟื้นขึ้นมาหลายวันแล้วกระมัง จะจัดการอย่างไรก็ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนด้วยเล่า"
จักรพรรดิิซังเจี๋ยมองตามร่างสูงในชุดสีดำปักลายเมฆาสีทองอร่ามไปจนลับตาด้วยแววตาอบอุ่นอ่อนโยน เดิมทีิกวานคือโอรสลำดับที่สิบเอ็ดของจักรพรรดิิเทียน แต่เมื่อไต้ซือไหวเติ้งถวายแท่งไม้ไผ่พยากรณ์ 16 แท่งเข้ามาในวังหลวง องค์จักรพรรดิิเทียนก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งอย่างหนัก
จักรพรรดิิเทียนเริ่มลงมือสังหารโอรสของตนโดยทางตรงและทางอ้อมทีละคน ไม่เว้นแม้แต่โอรสที่เกิดจากนางในไร้ชาติตระกูลไม่มีโอกาสได้บัลลังก์ แต่หากคนผู้นั้นมีผลงานที่โดดเด่นก็ถูกลอบสังหารอย่างไม่เป็ธรรมไปด้วย ขุนนางในวงในหลายคนรู้ เชื้อพระวงศ์รู้แต่ไม่มีผู้ใดกล้าปริปากออกมาให้การพาดพิงองค์จักรพรรดิ ทำให้เื่ร้ายที่เกิดขึ้นระหว่างิเทียนและพระโอรสกลายเป็ปัญหาภายในที่เรื้อรังสร้างผลกระทบหลายเื่มานานนับ 10 ปี
ิกวานองค์ชายสิบเอ็ด ในวัย 5 ขวบถูกองค์ชายสามพามาฝากไว้กับิซุนซีบิดาของิซังเจี๋ยผู้เป็พระอนุชา (น้องชาย) ของจักรพรรดิิเทียน ด้วยหวังให้เสด็จอาช่วยชุบเลี้ยงปกป้องชีวิตเด็กชายตัวน้อยจากผู้เป็บิดา ิซังเจี๋ยบุตรชายคนโตของิซุนซีเวลานั้นอายุ 20 ปีแล้วจึงรับิกวานมาดูแลใกล้ชิดด้วยตนเองโดยมีผู้เป็บิดาคอยระแวดระวังภัยให้เด็กน้อยมีโอกาสเติบโตขึ้นมาอย่างปลอดภัย
16 ปีผ่านไป หลังจากที่จักรพรรดิิเทียนสังหารโอรสของตนไปแล้ว 10 พระองค์ เหลือเพียงองค์ชาย 11 ิกวานวัย 21 ปี ผู้อยู่ในความคุ้มครองของพระอนุชาิซุนซีเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ิกวานที่ต้องฝึกฝนการต่อสู้เพื่อรักษาตัวรอดมาั้แ่เล็ก เลี้ยงดูและซุกซ่อนขุมกำลังจัดตั้งองครักษ์ส่วนพระองค์ขึ้นมาอย่างลับๆ โดยไม่เคยมีผู้ใดรับรู้มาก่อนแม้กระทั่งิซังเจี๋ยผู้ที่ดูแลเอาใจใส่เขาไม่ต่างจากบิดาคนที่ 2
คืนวันที่ฝนตกกระหน่ำพายุพัดรุนแรง มีสายฟ้าฟาดลงมายังตำหนักของสนมนางหนึ่งจนเกิดเพลิงไหม้ลุกลามไปทั่ว สตรีในวังหลังกรีดร้องส่งเสียงแตกตื่นด้วยความใกลัว ทำให้ทหารในวังหลวงพากันพุ่งความสนใจไปกับการดับไฟและคุ้มกันวังหลังไม่ให้วุ่นวาย
เช้าวันรุ่งขึ้น นอกตำหนักหลงหม่าที่ประทับของจักรพรรดิิเทียน มีร่างทหารองครักษ์ในวังหลวงล้มตายด้วยคมดาบนอนจมกองเืกลาดเกลื่อน โลหิตที่ปะปนไปกับสายน้ำฝนยามค่ำคืนไหลนองไปทั่วพื้นรอบตำหนัก
องค์ชาย 11 ที่ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยเืสีแดงฉาน ถือดาบเดินออกจากห้องบรรทมขององค์จักรพรรดิผู้เป็บิดา ประกาศการสิ้นพระชนม์ของิเทียนด้วยพระองค์เอง และเรียกตัวขุนนางในราชสำนักให้มารวมตัวกันที่ท้องพระโรงพร้อมกับเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์
องค์ชาย 11 ิกวานขึ้นนั่งบนบัลลังก์ั ออกคำสั่งถอดยศสตรีในวังหลังไม่เว้นแม้แต่ฮองเฮาผู้เป็มารดาของตน สนมนางในที่ทรงพระครรภ์ให้กับจักรพรรดิิเทียนหากคนใดไม่ยอมเอาเด็กออกก็ถูกสั่งปะาและมอบเงินให้คนที่เหลือออกไปใช้ชีวิตกันเองในฐานะสามัญชน
พระภคินีร่วมสายเืบางพระองค์ (พี่,น้องสตรี) ที่มีสวามีเป็ขุนนางใหญ่มองเห็นว่าตนอาจเสียประโยชน์จากการกระทำอุกอาจของิกวาน หากิกวานต้องโทษฏสังหารจักรพรรดิ เชื้อพระวงศ์สายตรงก็จะสิ้นองค์ชายในสายเืเหลือเพียงพวกนางที่เป็สตรีอาจจะใช้อำนาจของสวามียกตัวขึ้นเป็ใหญ่ขึ้นว่าราชการแทนอยู่หลังม่านัก็สามารถทำได้ จึงทำการยุยงให้ขุนนางออกมาต่อต้านการกระทำอันเหี้ยมโหดขององค์ชาย 11
แต่ิกวานได้สั่งให้องครักษ์ส่วนตัวของตนปิดล้อมท้องพระโรงเอาไว้ล่วงหน้า บรรดาองค์หญิงที่ต่อต้านถูกสังหารต่อหน้าต่อตาขุนนางและราชวงศ์ที่เหลือในวันเดียวกันจนหมดสิ้น คนที่ยินยอมต่างก็ได้รับบรรดาศักดิ์เป็ท่านหญิงสืบต่อไป ขุนนางน้อยใหญ่พากันสั่นสะท้านไม่กล้าเอ่ยปากสอดแทรกขึ้นมาอีกสักประโยคไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถออกจากท้องพระโรงไปในสภาพที่ยังมีศีรษะอยู่บนบ่าอีกเป็แน่
ิกวานใช้เวลาสามวันในการกำราบขุนนางในเมืองหลวงที่ต่อต้าน และเมื่อทุกคนพากันคิดว่าองค์ชาย 11 กำลังจะสถาปนายกตนขึ้นเป็จักรพรรดิองค์ที่สิบห้า เขากลับหักแท่งไม้ไผ่พยากรณ์สองแท่งที่ไม่เคยมีผู้ใดเคยได้เห็นคำพยากรณ์สองคำสุดท้ายมาก่อน ขว้างลงมาจากบัลลังก์ในท้องพระโรง แล้วสถาปนาิซังเจี๋ยพระเชษฐาที่เลี้ยงดูตนจนเติบใหญ่ขึ้นเป็จักรพรรดิแทนโดยไม่มีขุนนางคนใดกล้าต่อต้านองค์ชายผู้เหี้ยมโหดพระองค์นี้แม้แต่คนเดียว
เวลานั้นเหล่าข้าราชบริพารในพระราชสำนักได้เก็บแท่งไม้ไผ่มาต่อกัน คำพยากรณ์ลำดับที่ 15 และ 16 บนแท่งไม้ไผ่ที่ถูกเก็บไว้ในห้องบรรทมของิเทียนไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นมาตลอดจึงถูกเปิดเผยออกมาและแพร่กระจายออกไปจนได้รับรู้กันทั่วทั้งแคว้น
คำพยากรณ์ที่ 15 มีความว่า บุตรชายจะสังหารบิดา ยกตนขึ้นเป็จักรพรรดิ
ยามนั้นทุกคนเพิ่งจะเข้าใจการกระทำอันแสนประหลาดและโหดร้ายของอดีตจักรพรรดิิเทียน องค์ชาย 11 ิกวานกลายเป็บุตรชายในคำพยากรณ์ที่สังหารบิดา แต่เขาล้มล้างคำทำนายที่ว่าตนเองจะยกตัวขึ้นเป็จักรพรรดิ โดยการสละราชสมบัติให้กับิซังเจี๋ย ทำให้คำพยากรณ์สำเร็จไปเพียงกึ่งหนึ่งเท่านั้น
จักรพรรดิิซังเจี๋ยวัย 36 ปี ออกว่าราชการท่ามกลางเสียงก่นด่าสาปแช่งิกวานทุกวัน เขารู้ดีว่าน้องชายที่ตนเลี้ยงดูมาั้แ่เล็กลงมือสังหารผู้คนนับไม่ถ้วนอย่างอุกอาจ หนักที่สุดคือร้ายแรงถึงขั้นปิตุฆาต (การฆ่าพ่อ) แต่ในขณะเดียวกันิกวานก็ขจัดปัญหาเรื้อรังภายในราชวงศ์ที่ไม่มีผู้ใดอาจเอื้อมเข้ามาก้าวก่ายได้จนหมดสิ้น สร้างความดีความชอบไปพร้อมๆ กัน
เขากัดฟันใช้อำนาจที่ได้รับมาคิดจะแต่งตั้งให้ิกวานขึ้นเป็ขุนนางใหญ่โดยไม่สนใจคำครหา แต่เป็อีกครั้งที่ิกวานปฏิเสธไม่ยอมเข้ารับราชการขุนนาง สุดท้ายจึงทำได้เพียงแต่งตั้งเขาให้เป็มหาอุปราชไม่มีอำนาจในฝ่ายการปกครอง แต่สูงส่งเหนือผู้ใดในใต้หล้ายอมให้กับตนผู้เป็จักรพรรดิพระองค์เดียวเพียงเท่านั้น
ิซังเจี๋ยเลือกสร้างจวนมหาอุปราชขึ้นที่เมืองไหว ห่างไกลจากเมืองหลวงพามารดาที่ถอดยศเป็สามัญชนไปอยู่ด้วย เพื่อไปควบคุมการสร้างเขื่อนต่อจากที่เริ่มสร้างมาั้แ่ยุคสมัยของจักรพรรดิิเทียน
ชายหนุ่มทำทีเหมือนไม่แยแสต่อสิ่งใด แต่ตลอดสองปีที่ผ่านมาก็เป็น้องชายผู้ที่เข้านอกออกในวังหลวงได้อย่างอิสระ จัดการปัญหาแอบแฝงที่พุ่งเป้าหมายมายังจักรพรรดิองค์ใหม่ได้หมดจดราบคาบ ทำให้ตนนั่งอยู่บนบัลลังก์ัได้อย่างมั่นคงจนถึงทุกวันนี้ โดยที่มหาอุปราชใหญ่ยอมรับฉายายมทูตกวาน เป็ที่เกลียดชังและหวาดกลัวของพสกนิกรทั่วทั้งแผ่นดินไว้แต่เพียงผู้เดียว
ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าสิ่งใดที่ิกวานคิดและกระทำ จักรพรรดิิซังเจี๋ยผู้เข้าใจถึงเบื้องลึกภายในจิตใจของน้องชายที่ตนเลี้ยงดูมาั้แ่ 5 ขวบ จึงยินยอมและไว้วางใจในความคิดของยมทูตกวานทุกประการได้อย่างสนิทใจ