“นี่คุณ ถ้าคิดว่าจะซักประวัติฉันอีกนานละก็ ช่วยให้ฉันขึ้นไปบนรถก่อนได้ไหม อยู่อย่างนี้มันหนาวน่ะ”
หญิงสาวกล่าวอย่างเหลืออด ก็ใช่สิ อย่างเขาจะมาเดือดร้อนอะไร เพราะนั่งอยู่ในรถไม่โดนฝนเลยซักเม็ด แต่เธอนี่หนาวจนจะเป็ตะคริวไปทั้งตัวอยู่แล้ว
“คงไม่ได้ เพราะคนเราสมัยนี้ไว้ใจกันไม่ได้ง่ายๆ”
“นี่คุณ คุณเป็ผู้ชายแท้ๆน่ะ แต่ฉันเป็ผู้หญิง คุณดูรูปร่างหน้าตาของฉันสิ อย่างนี้หรือที่คุณคิดว่าฉันจะเป็ผู้ร้าย”
จากคำพูดของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มเผลอกวาดสายตาสำรวจไปที่เรือนร่างของเธออีกครั้งอย่างตั้งใจ แล้วก็เห็นว่าร่างที่เปียกปอนจนเสื้อผ้าลู่แนบลำตัวไปทั่วทุกตารางนิ้วนั้นเป็อย่างไร ไล่ไปั้แ่ไหล่กลมกลึง เนินอกอวบอิ่มที่ดูจะโดดเด่นออกมาเกินตัวเกินรูปร่างที่ดูบอบบางไปสักหน่อยนั้น และยังจะเอวคอดกิ่วนารัก สะโพกผายพองามกับ่ขายาวที่เพรียวตรงผู้หญิงคนนี้หุ่นดีไม่ใช่เล่น แถมยังมีเสน่ห์บางอย่างก่อกวนอารมณ์ของผู้ชายได้ง่ายๆเพียงแค่มองเห็นเสียด้วยสิ
“มองอะไรไม่ทราบ”
เสียงของหญิงสาวแหวลั่นเมื่อรู้สึกว่าเขาชักจะมองสำรวจเธอนานเกินไปหน่อยแล้ว
“เอ่อ คือ ก็นั้นแหละ คนเราดูกันแค่ภายนอกไม่รู้หรอกว่าข้างในนั้นเป็อย่างไร”
ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งกับเสียงดังของเธอ ก่อนจะกล่าวออกไปหลังปรับความรู้สึกให้เป็ปกติได้อย่างรวดเร็ว
“คุณกลัวผู้หญิงอย่างฉันงั้นเหรอ”
หญิงสาวทำเสียงหยันอย่างไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ
“จะอะไรก็ช่างเถอะน่า แต่ถ้าหากเธอบริสุทธิ์ใจจริงก็น่าจะบอกฉันมาได้”
ฟังเขาว่าแล้วณิชาภัทรก็แสนจะโมโห แต่เธอมีทางเลือกเสียที่ไหนล่ะ
“ฉันจะไปหาคนชื่อฐาปกรณ์ เขาเป็เ้าของรีสอร์ทไร่ไผ่เขียว”
“แล้วเธอเป็ใคร”
“เอ๊ะ นี่คุณ มันจะมากไปแล้วน่ะ”
“จะให้ช่วย หรือไม่ให้ช่วย”
ข้อแม้ของเขาทำให้หญิงสาวกัดฟันกรอดแต่ก็นั้นแหละ บอกแล้วว่าเธอไม่มีทางเลือก
“ฉันชื่อณิชาภัทร เป็ลูกสาวคนเดียวของนายแพทย์วิษณุที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายเสือกไสไล่ส่งให้มาอยู่กับน้องชายของเขาที่บ้านป่า ชัดเจนพอมั้ย”
หญิงสาวตอบอย่างประชดประชันออกไป
“ขึ้นรถ”
คนบนรถกล่าวสั้นๆด้วยน้ำเสียงเข้มห้วนจนเกือบเป็ตวาดและคำกล่าวสั้นๆของเขานั้นก็ทำเอาณิชาภัทรต้องอ้าปากค้างอย่างนึกไม่ถึงแต่หญิงสาวก็รีบหิ้วกระเป๋าวิ่งอ้อมไปเปิดประตูอีกด้านหนึ่งแล้วขึ้นไปนั่งคู่กับเขาอยู่ดีเพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ
แล้วเขาก็เลี้ยวรถย้อนกลับไปทางที่ตนพึ่งจะขับรถออกมานั้นทันที
“คุณไม่ได้กำลังจะเข้าไปในเมืองหรอกหรือคะ”
หญิงสาวต้องหันไปถามเขาอย่างอดไม่ได้
“ไม่ เพราะฉันตั้งใจออกมาเพื่อรับเด็กใจแตกไปอบรมบ่มนิสัยต่างหาก”
เขาตอบเสียงเข้ม สีหน้าบ่งบอกว่าไม่ค่อยพอใจ
“คุณหมายความว่าไง”
“ฉันชื่อฐาปกรณ์ เป็เ้าของรีสอร์ทไร่ไผ่เขียว และถ้าจะให้ถูกเธอจะต้องเรียกฉันว่าน้าด้วย”
“นี่ นาย”
ณิชาภัทรร้องออกมาอย่างไม่พอใจเมื่อตัวเองได้จุดไต้แต่ก็กลับตำตอเข้าจังเบ้อเร่อ แถมเป็ตอที่เธอรู้สึกไม่ชอบหน้าั้แ่รู้ว่าเขาเป็น้องชายของแม่เลี้ยงนั้นแล้วด้วย
“น้าฐา”
ชายหนุ่มย้ำสรรพนามที่เธอควรจะเรียกเขาให้ฟังอีกชัดๆ