คำกระซิบของวาฟเฟิล "พี่จะอ่อนโยนเอง" ยังคงอ้อยอิ่งอยู่ข้างใบหูของเบ็ตตี้ มันคือคำสัญญาที่ทั้งอ่อนหวานและทรงพลังอย่างประหลาด
เบ็ตตี้ที่เพิ่งผ่านพายุอารมณ์มาอย่างหนักหน่วง
คุกเข่าอยู่บนโซฟาในท่าที่เปิดเผยและเปราะบางที่สุด ร่างกายของเธอยังสั่นสะท้านเล็กน้อยจากแรงสะอื้น
ในใจกลับเริ่มรู้สึกถึงความปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
วาฟเฟิลที่อยู่ด้านหลัง ไม่ได้รุกเข้ามาในทันทีอย่างที่เบ็ตตี้คาดไว้
ตรงกันข้ามเธอกลับเริ่มต้นคลาสด้วยความอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ
ฝ่ามืออุ่นๆ ของวาฟเฟิลลูบไล้ลงบนแผ่นหลังของเบ็ตตี้อย่างแ่เบา
ไล่ั้แ่ต้นคอ ลงมาตามแนวสันหลัง จนถึงสะโพกกลมกลึง เป็ััที่ปลอบประโลมและให้กำลังใจ
ราวกับจะบอกว่าไม่เป็ไรนะ ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว"
"ไม่ต้องเกร็งนะคนเก่งของพี่" วาฟเฟิลกระซิบเสียงนุ่ม "หายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยมันออกมาพร้อมกับความกลัวทั้งหมด คลาสของพี่ไม่เหมือนของเธอนะ คลาสของพี่ไม่มีน้ำตา มีแต่รอยยิ้มและความรู้สึกดีๆ"
เบ็ตตี้ทำตามอย่างว่าง่าย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นวาฟเฟิลส์ ชาร์มที่ติดอยู่บนโซฟาและบนร่างกายของเ้านายสาวช่วยทำให้เธอผ่อนคลายลงได้อย่างน่าอัศจรรย์
"เธอรู้ไหมเบ็ตตี้" วาฟเฟิลพูดต่อ ขณะที่มือของเธอยังคงลูบไล้ปลอบประโลมไม่หยุด "ความสัมพันธ์ก็เหมือนการปรุงน้ำหอมนะ"
คำเปรียบเทียบนั้นทำให้เบ็ตตี้สนใจ "ยังไงเหรอคะ"
"มันต้องมีทั้งท็อปโน๊ตที่หวือหวา น่าตื่นเต้นเหมือนจูบแรกของเรา มีมิดเดิลโน้ตที่ลึกซึ้งและซับซ้อน เหมือนความรู้สึกที่เธอระบายออกมาเมื่อกี้"
วาฟเฟิลเว้นจังหวะ โน้มตัวลงไปจูบที่แผ่นหลังของเบ็ตตี้เบาๆ "และสุดท้ายมันต้องมีเบสโน๊ตที่อบอุ่น มั่นคง และเป็รากฐานให้กับทุกอย่าง"
เธอใช้แก่นกายร้อนผ่าวที่ยังคงตื่นตัวเต็มที่ของเธอ ถูไถไปกับร่องก้นของเบ็ตตี้อย่างเชื่องช้า
เป็การหยอกเย้าที่แสนหวาน
"และตอนนี้ก็ถึงเวลาของเบสโน๊ตแล้วนะ รากฐานที่จะเชื่อมเราสองคนเข้าไว้ด้วยกัน"
พูดจบวาฟเฟิลก็ค่อยๆ สอดใส่ตัวตนของเธอเข้าไปในร่างกายของเบ็ตตี้อย่างช้าๆ นุ่มนวลและอ่อนโยนที่สุด
"อ๊ะ" เบ็ตตี้ครางออกมาเบาๆ แต่มันไม่ใช่เสียงของความเ็ปหรือใเหมือนครั้งก่อน
มันคือเสียงครางของความรู้สึกที่ถูกเติมเต็มอย่างอบอุ่นและปลอดภัย
วาฟเฟิลหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
รอให้ร่างกายของเบ็ตตี้ได้ปรับตัวและคุ้นชินกับเธอโดยสมบูรณ์ ก่อนจะเริ่มขยับสะโพก
จังหวะของเธอเชื่องช้า ลึกและมั่นคง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความทะนุถนอมและความใส่ใจ
ไม่ใช่การกระแทกกระทั้นเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ แต่เป็การโยกไหวเพื่อสร้างความเชื่อมโยงและมอบความสุขให้อีกฝ่ายอย่างแท้จริง
"ทำไม...อื้อ!" เบ็ตตี้ถามขึ้นมาลอยๆ เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่แตกต่างจากเดิม "...ทำไมพี่ถึงดีกับฉันขนาดนี้คะ ทั้งๆ ที่ฉันทำตัวงี่เง่า ทำตัวร้ายกาจกับพี่"
วาฟเฟิลหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นสั่นะเืไปทั่วทั้งร่างกายของเธอและส่งต่อไปยังเบ็ตตี้ "ที่เธอทำไม่ใช่งี่เง่าหรอกนะ เขาเรียกว่าซื่อสัตย์ต่างหาก"
เธอเริ่มขยับเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงความนุ่มนวลไว้ "พี่เห็นเพชรในตัวเธอมาั้แ่วันแรกแล้วนะเบ็ตตี้ เธอไม่ใช่แค่เด็กฝึกงานที่ฉลาดและทำงานเก่ง แต่เธอเป็คนที่จริงจังและใส่ใจในทุกรายละเอียด และที่สำคัญที่สุด เธอเป็คนที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง กล้าหาญที่จะแสดงมันออกมา ถึงแม้จะกลัวจนตัวสั่น นั่นคือสิ่งที่สวยงามที่สุดสำหรับพี่"
ทุกคำพูดของวาฟเฟิลเหมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมลงบนาแในใจของเบ็ตตี้ที่สะสมมานานหลายปี
"ต่อจากนี้ไป เธอไม่ต้องสู้คนเดียวแล้วนะ" วาฟเฟิลกระซิบชิดใบหูของเธอ มือข้างหนึ่งเลื่อนมาด้านหน้า โอบรอบเอวของเบ็ตตี้ไว้ ส่วนอีกข้างก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน
"ไม่ต้องเก็บอะไรไว้อีก ไม่ว่าจะเป็ความสุข ความทุกข์หรือความ้าลึกๆ แบบนี้ ระบายมันออกมาให้พี่ ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือด้วยร่างกาย พี่จะรับฟังและรับมันไว้ทั้งหมดเอง"
ปลายนิ้วเรียวของวาฟเฟิลค่อยๆ ลากไล้ลงมาจากหน้าท้องแบนราบ ผ่านพุ่มไหมบางเบา
จนกระทั่งไปพบกับปุ่มกระสันที่ซ่อนเร้นอยู่
"อ๊ะ!" เบ็ตตี้สะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกััในจุดที่อ่อนไหวที่สุด
วาฟเฟิลยิ้ม
เริ่มบรรเลงบทเพลงรักบทใหม่
ใช้ปลายนิ้วคลึงวนที่ปุ่มกระสันนั้นอย่างแ่เบาและมีชั้นเชิง ประสานเข้ากับจังหวะสะโพกที่ยังคง
เคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอจากด้านหลัง
คือการโจมตีสองทิศทางที่เบ็ตตี้ไม่ทันได้ตั้งตัว
"พี่วาฟเฟิล...อ๊า...ส..เสียวค่ะ...อื้อ!" เบ็ตตี้ครางประท้วงเสียงสั่น
ร่างกายกลับทรยศ เผลอแอ่นสะโพกรับััทั้งสองทางนั้นอย่างเต็มใจ
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ" วาฟเฟิลกระซิบหยอกเย้า "นี่คือคลาสเติมพลังบวกนะ พลังบวกก็ต้องมาพร้อมกันจากทุกทิศทางสิ ถึงจะเรียกว่าสมบูรณ์"
จังหวะของวาฟเฟิลเริ่มหนักหน่วงและลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ รู้แล้วว่าร่างกายของเบ็ตตี้พร้อมที่จะรับมัน
ความอ่อนโยนใน่แรกได้แปรเปลี่ยนเป็ความร้อนแรงที่เปี่ยมไปด้วยความรัก
เบ็ตตี้หลับตาพริ้ม
ปล่อยให้ร่างกายและหัวใจล่องลอยไปกับความสุขสมที่เ้านายสาวกำลังมอบให้
แตกต่างจากครั้งแรกโดยสิ้นเชิง
ครั้งนั้นมันคือการปลดปล่อยความเ็ป
ครั้งนี้คือการต้อนรับความสุขเข้ามาในชีวิต
"ดีมาก เด็กดี ผ่อนคลายนะ" วาฟเฟิลเอ่ยชมเมื่อเห็นว่าเบ็ตตี้ไม่ได้เกร็งอีกต่อไป "รู้สึกเสียวมากเลยใช่ไหม ความรู้สึกดีๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้น ไม่ต้องกลัวมันนะ ปล่อยให้มันพาเธอไป ไปให้ถึงจุดสูงสุดเทือกเขาเอเวอร์เรส"
"เอเวอเรสต์เหรอคะ? อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า..."
"ใช่ สวยงามที่สุด เหมือนกับตัวเธอนั่นแหละเบ็ตตี้"
คำพูดนั้นเหมือนเป็ฟางเส้นสุดท้าย
ความรู้สึกทั้งหมดในตัวของเบ็ตตี้พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ไม่ใช่การะเิที่รุนแรงเหมือนครั้งก่อน แต่มันคือคลื่นความสุขอุ่นๆ ที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง
ั้แ่ปลายเท้าจรดศีรษะ เป็ความรู้สึกที่สว่างไสวและบริสุทธิ์
"พี่วาฟเฟิล!" เธอร้องเรียกชื่อของวาฟเฟิลออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง
ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกเบาๆ คลื่นความอุ่นร้อนแล่นวาบไปทั่วช่องท้อง
และในจังหวะที่ช่องทางรักของเบ็ตตี้บีบรัดตัวตนของเธออย่างแรงนั้นเอง มันก็ได้ส่งผ่านความสุขสมนั้นกลับมายังวาฟเฟิล
ผลักดันให้เธอเดินทางไปถึงจุดหมายตามไปติดๆ
"อา... เบ็ตตี้..." วาฟเฟิลคำรามออกมาเบาๆ ก่อนจะปลดปล่อยพลังบวกทั้งหมดของเธอเข้าไปในร่างกายของเบ็ตตี้จนหมดสิ้น
เป็การปิดคลาสที่สมบูรณ์แบบที่สุด
เธอทิ้งตัวลงนอนทับบนแผ่นหลังของเบ็ตตี้ กอดร่างบางไว้แน่น ซบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มที่ชื้นเหงื่อ
ทั้งสองนอนนิ่งอยู่ในท่านั้น ปล่อยให้เสียงหอบหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็บทเพลงกล่อมให้ค่ำคืนที่ยาวนานได้พักผ่อนลงเสียที
วาฟเฟิลค่อยๆ ดึงผ้าห่มผืนบางที่พาดอยู่บนพนักโซฟามาคลุมร่างกายที่เปลือยเปล่าของทั้งสองไว้
การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่เต็มไปด้วยความใส่ใจนั้น ทำให้หัวใจของเบ็ตตี้อิ่มฟูอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
หลังจากนอนกอดกันอยู่นาน จนพระอาทิตย์เริ่มทอแสงสีทองรำไรผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา
"ขอบคุณนะคะพี่วาฟเฟิล" เบ็ตตี้เป็ฝ่ายพูดขึ้นก่อน เสียงของเธอใสนุ่มและไม่มีความเศร้าเจือปนอีกต่อไป "ขอบคุณ... สำหรับทุกอย่างจริงๆ"
วาฟเฟิลจูบที่หัวไหล่ของเธอเบาๆ "ไม่ต้องขอบคุณ ต่อไปนี้มันคือเื่ของเราแล้วนะ"
เบ็ตตี้อมยิ้ม พลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับวาฟเฟิลอย่างเขินๆ "แล้ว...สรุปว่าการทดสอบถือว่าผ่านไหมคะบอส"
วาฟเฟิลแกล้งทำหน้าครุ่นคิด
"อืมมม...เื่นั้น..."
"..." เบ็ตตี้ทำหน้าลุ้น
"ผ่านยิ่งกว่าผ่านอีก" วาฟเฟิลหัวเราะร่า "ได้ตำแหน่งพนักงานดีเด่นถาวรไปเลย แต่มีข้อแม้นะ"
"ข้อแม้อะไรเหรอคะ"
วาฟเฟิลยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จมูกของทั้งสองชนกัน "ข้อแม้คือต้องมาให้บอสประเมินแบบตัวต่อตัวทุกสัปดาห์ หรือจะเรียกว่าเดทก็ได้ ตกลงไหม"
เบ็ตตี้หัวเราะคิกคักออกมาอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต เธอกดริมฝีปากลงบนปากของวาฟเฟิลเป็คำตอบ
จูบในยามเช้านั้นอ่อนหวานและอบอุ่น มันคือรสชาติของวันพรุ่งนี้ คือกลิ่นอายของความสัมพันธ์บทใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
กลิ่นของความเก็บกดได้จางหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
บัดนี้เหลือเพียงกลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์ที่เกิดจากการผสมผสานอย่างลงตัวของคนสองคน
กลิ่นของเช้าวันจันทร์ แดดอ่อนๆ ของเช้าวันจันทร์สาดส่องผ่านกระจกใสบานใหญ่ของออฟฟิศ
วาฟเฟิลเดินถือแก้วกาแฟตรงมาที่โต๊ะของเบ็ตตี้
"น้องเบ็ตตี้ พนักงานใหม่ของเรา" วาฟเฟิลแกล้งทักด้วยน้ำเสียงที่เป็ทางการ แต่แววตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยความขี้เล่น "กาแฟดำ ไม่หวานเหมือนเดิมใช่ไหม"
"ขอบคุณค่ะบอส" เบ็ตตี้รับแก้วกาแฟมาถือไว้ มือของทั้งสองัักันแวบหนึ่ง เพียงแค่เสี้ยววินาที แต่ก็ส่งผ่านกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ให้แก่กันได้
"ตั้งใจทำงานล่ะ มีอะไรไม่เข้าใจ ถามพี่ๆ เขาได้เลยนะ หรือถ้าแก้ไม่ได้จริงๆ" วาฟเฟิลโน้มตัวลงมาใกล้ ทำทีเป็กระซิบ แต่ก็ดังพอให้คนข้างๆ ได้ยิน "...ก็เข้ามาถามบอสในห้องได้เลย ตัวต่อตัว"
คำว่าตัวต่อตัวถูกเน้นเสียงเป็พิเศษ จนเพื่อนร่วมทีมที่นั่งอยู่ใกล้ๆ อดที่จะแซวไม่ได้
"โหยคุณวาฟเฟิล น้องเบ็ตตี้ได้สิทธิพิเศษขนาดนี้เลยเหรอคะเนี่ย อิจฉาจัง"
วาฟเฟิลยืดตัวขึ้นแล้วหัวเราะร่า "แน่นอนสิ ก็เบ็ตตี้เป็เพชรเม็ดงามที่ฉันขุดเจอเองกับมือนี่นา ก็ต้องดูแลเป็พิเศษหน่อย จริงไหม"
เธอพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินฮัมเพลงเข้าห้องทำงานส่วนตัวไป ทิ้งให้เบ็ตตี้นั่งหน้าแดงก่ำอยู่กับโต๊ะ
ท่ามกลางสายตาอิจฉาปนเอ็นดูของเพื่อนร่วมงาน
ตลอด่เช้า
การสื่อสารความรักของวาฟเฟิลยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องและแเี
ตอนประชุมทีมฝ่ายวิจัยและพัฒนา
ขณะที่เบ็ตตี้กำลังนำเสนอไอเดียเกี่ยวกับเบสโน้ตตัวใหม่สำหรับน้ำหอมผู้ชาย
วาฟเฟิลที่นั่งเป็ประธานในที่ประชุม ก็จ้องมองเธอไม่วางตา
สายตาของเธอไม่ได้มองในฐานะเ้านายที่กำลังประเมินงาน แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังมองคนรักของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ
และเมื่อมีหัวหน้าทีมคนหนึ่งแย้งไอเดียของเบ็ตตี้ว่ามันอาจจะแปลกเกินไปสำหรับตลาด
วาฟเฟิลก็เป็คนแรกที่ออกมาปกป้อง
"ผมว่ากลิ่นของหญ้าแฝกที่ผสมกับหนังมันอาจจะหนักและดิบไปหน่อยนะครับสำหรับลูกค้ากลุ่มแมส"
"เหรอคะ" วาฟเฟิลยกยิ้มมุมปาก "แต่ฉันกลับคิดว่าความแตกต่างนี่แหละคือลายเซ็นของแบรนด์เรานะ เหมือนกับที่ครั้งหนึ่งเคยมีคนบอกว่าแซนดัลวูดกับซีซอลต์ มันเข้ากันไม่ได้ แต่สุดท้ายมันก็กลายเป็สินค้าขายดีที่สุดของเรา"
เธอพูดพลางจ้องไปที่เบ็ตตี้ "ฉันเชื่อในสัญชาตญาณของคนที่มีพร์ และฉันเชื่อในไอเดียของเบ็ตตี้ โปรเจกต์นี้ อนุมัติค่ะ"
คำประกาศิตนั้นทำให้ทุกคนในห้องประชุมเงียบกริบ และทำให้เบ็ตตี้รู้สึกเหมือนตัวเองมีปีกงอกออกมา
การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากคนที่เธอรัก คือพลังบวกที่ดีที่สุดในโลก
พักกลางวัน
ขณะที่เบ็ตตี้กำลังจะไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ในทีม
เสียงอินเตอร์คอมบนโต๊ะของเธอก็ดังขึ้น
"น้องเบ็ตตี้ เข้ามาพบพี่ที่ห้องทำงานหน่อยค่ะ ด่วน"
เสียงนั้นคือเสียงของวาฟเฟิล
เบ็ตตี้ใจเต้นเล็กน้อย เธอขอตัวจากเพื่อนๆ แล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานของซีอีโอที่ตอนนี้เปรียบเสมือนรังรักของพวกเธอไปแล้ว
ก๊อก... ก๊อก...
"เข้ามาเลยจ้ะ ไม่ได้ล็อก"
เบ็ตตี้เปิดประตูเข้าไปก็พบว่าในห้องไม่มีใครอยู่ บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลับมีกล่องอาหารกลางวันสไตล์ญี่ปุ่นชุดใหญ่จัดวางไว้อย่างสวยงาม พร้อมกับโน้ตเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา
'เติมพลังบวกสำหรับ่บ่ายนะ คนเก่งของพี่ :)'
เบ็ตตี้ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะไลน์ไปขอบคุณ
แต่แล้วจู่ๆ ก็มีอ้อมแขนอุ่นๆ เข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลัง!
"พี่วาฟเฟิล!" เบ็ตตี้ร้องออกมาด้วยความใ
"เซอร์ไพรส์!" วาฟเฟิลกระซิบที่ข้างหูของเธอ "ชอบไหม อาหารกลางวันมื้อพิเศษของเรา"
"พี่วาฟเฟิล ใหมดเลย นึกว่าใคร" เบ็ตตี้หันกลับไปตีที่แขนของเ้านายสาวเบาๆ
"ก็ฉันไงจะเป็ใครได้ล่ะ" วาฟเฟิลหัวเราะ
ก่อนจะหมุนตัวเบ็ตตี้ให้หันกลับมาเผชิญหน้า แล้วประทับจูบลงไปบนริมฝีปากของเธออย่างรวดเร็วและนุ่มนวล "คิดถึง ไม่ได้เจอหน้าแบบใกล้ๆ มาตั้งหลายชั่วโมง"
"เวอร์ไปแล้วค่ะ ก็เพิ่งประชุมกันเมื่อกี้เอง" เบ็ตตี้พูดพลางยิ้มเขิน
"สำหรับพี่ แค่นาทีเดียวก็เหมือนเป็ปีแล้ว" วาฟเฟิลพูดประโยคหวานเลี่ยน แต่สายตาของเธอกลับจริงจัง "รีบกินข้าวนะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด พี่แค่อยากเห็นหน้าเราเฉยๆ เดี๋ยวต้องออกไปพบลูกค้าข้างนอกแล้ว"
"แล้วพี่วาฟเฟิลไม่กินด้วยกันเหรอคะ"
"กินสิ" วาฟเฟิลยิ้มเ้าเล่ห์ "...กินเธอนี่แหละเป็ของหวาน"
เธอพูดจบก็ก้มลงไปหอมแก้มของเบ็ตตี้ฟอดใหญ่ ก่อนจะผละออกไปอย่างรวดเร็ว "ไปก่อนนะ เย็นนี้เจอกันที่คอนโด พี่จะทำบทเรียน บทใหม่ให้เธอเอง"
วาฟเฟิลขยิบตาให้หนึ่งที ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เบ็ตตี้นั่งกินอาหารกลางวันมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิตไปคนเดียว
หัวใจกลับไม่ได้รู้สึกเดียวดายเลยแม้แต่น้อย
เช้าวันจันทร์ที่เคยน่าเบื่อ
บัดนี้ได้กลายเป็วันที่เต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น
การแสดงความรักของวาฟเฟิลอาจจะไม่ได้หวือหวาหรือประกาศให้ใครรู้
ทว่าคือการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่สม่ำเสมอ
การสนับสนุนในที่ประชุม อาหารกลางวันมื้อพิเศษและอ้อมกอดที่อบอุ่น
ก่อตัวขึ้นเป็รากฐานของความสัมพันธ์ และเบ็ตตี้ก็รู้ดีว่า กลิ่นของความรักครั้งนี้จะเป็กลิ่นที่หอมหวานและติดทนนานไปตลอดกาล