ระบบแก้ไขไร้ขีดจำกัด : เทพจักรพรรดิไร้พ่าย

    บทที่ 31 ข้ายังไม่ได้ลงมือ พวกเจ้าตายกันเองได้อย่างไร?

    บทที่ 31 ข้ายังไม่ได้ลงมือ พวกเจ้าตายกันเองได้อย่างไร?

    ​

    ​“ท่านอารุ่ย ท่านอย่าเพิ่งลงมือ ปล่อยให้พวกเราสามพี่น้องไปจัดการกับเจียงหลิงเทียนเอง”

    ​

    ​ที่จินเสวียนหู่ส่งสายตาให้จินรุ่ย จริง ๆ แล้วเขาก็แค่อยากให้จินรุ่ยห้ามเขาไว้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว จินเสวียนหู่ไม่ได้โง่ การที่เขาจะไต่เต้าเข้าไปอยู่ในร้อยอันดับแรกยังยากเย็นแสนเข็ญ แต่เจียงหลิงเทียนคนนั้นกลับสามารถยึด ‘แท่นเทพโบราณ’ ไปได้

    ​

    ​ใครจะไปบ้าสู้กับเจียงหลิงเทียนกัน อย่าว่าแต่สามคนรวมกันเลย ต่อให้หนึ่งร้อยคนก็คงไม่ไหว! แต่ต่อหน้าคนอื่นจะเผยความขลาดกลัวออกมาไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะเสียหน้าเอาได้

    ​

    ​อีกอย่างคือวันนี้มีท่านอาที่เป็นถึง ‘เทพ’ มาด้วย จินเสวียนหู่และน้องชายทั้งสองจึงไม่ค่อยกลัวนัก

    ​

    ​ทว่าจินเสวียนหู่ไม่รู้เลยว่า จินรุ่ยเองในตอนนี้ก็ใจสั่นรัว ไม่สามารถประเมินระดับพลังที่แท้จริงของเจียงหลิงเทียนได้เลย เมื่อได้ยินเช่นนั้น จินรุ่ยจึงลูบเคราแล้วกล่าวทันทีว่า

    ​

    ​“อืม... เสวียนหู่ เจ้าพูดถูก ในฐานะอัจฉริยะ ‘จิตใจไร้พ่าย’ นั้นสำคัญที่สุด จะมัวหวาดกลัวไม่ได้ ไม่เช่นนั้น หากสภาวะจิตใจพังทลายลง แล้วจะไปแย่งชิง ‘โชคชะตาจักรพรรดิ’ มาได้อย่างไร? …ไปเถอะ ข้าจะคอยคุ้มกันให้”

    ​

    ​หืม???

    ​

    ​เมื่อได้ยินเช่นนั้นจินเสวียนหู่ถึงกับยืนตะลึงค้าง

    ​

    ​สถานการณ์มันเป็นยังไงกันเนี่ย? ทำไมมันไม่เหมือนกับที่ข้าคิดไว้!

    ​

    ​ส่วนจินเสวียนเป้าและจินเสวียนฉายนั้น ไม่เคยเห็นความร้ายกาจของเจียงหลิงเทียนด้วยตาตัวเอง พวกเขาที่ผ่านการฆ่าฟันในสมรภูมินอกเขตแดนมานับปี เมื่อได้ยินคำพูดของจินรุ่ย ดวงตาก็ระเบิดประกายคมกล้าออกมา

    ​

    ​มีเทพคอยคุ้มกัน จะต้องกลัวอะไรอีก?

    ​

    ​ท่านอาพูดถูก หากปรารถนาจะบรรลุเป็นจักรพรรดิ จะสูญเสียจิตใจไร้พ่ายไปไม่ได้! หากยังไม่ทันรบก็กลัวเสียแล้ว วันหน้าจะไปสู้กับเจียงหลิงเทียนได้อย่างไร

    ​

    ​“พี่ใหญ่! เราลุยกันเลย!”

    ​

    ​“เจียงหลิงเทียนอยู่ในขอบเขตกำเนิดโกลาหล พวกเราก็เช่นกัน!”

    ​

    ​“ผู้บรรลุขีดจำกัด หนึ่งในล้านคนจะมีสักคน เขาเป็นอัจฉริยะ พวกเราก็ไม่ธรรมดา!”

    ​

    ​ทั้งสองคนลากจินเสวียนหู่พุ่งออกจากกลุ่ม ในเวลานี้ จินเสวียนหู่ได้รู้ซึ้งถึงคำว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้เข้าไปเต็ม ๆ เขาจึงทำได้แค่กัดฟันสู้ตาย

    ​

    ​“เจียงหลิงเทียน อย่าได้คิดว่าพวกข้าคนสกุลจินจะกลัวเจ้า!”

    ​

    ​“พวกเรายอมรับว่าเจ้าแข็งแกร่ง แต่พวกข้าทั้งสามก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ้า” จินเสวียนหู่ตะโกนใส่เจียงหลิงเทียน

    ​

    ​เจียงหลิงเทียนหาได้สะทกสะท้านไม่ เขาเพียงยืนรอทั้งสามคนอย่างใจเย็น

    ​

    ​เหล่าอัจฉริยะในเมืองต่างจ้องเขม็งด้วยความคาดหวังกับการปะทะกันของยอดอัจฉริยะในครั้งนี้

    ​

    ​สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด!

    ​

    ​ในมือของจินเสวียนเป้าปรากฏทวนสีเงินขึ้นฉับพลัน เขาพุ่งตัวออกไปอย่างดุดันจนเกิดกระแสลมหมุนวน

    ​

    ​“เคล็ดวิชาเกราะแปลงปราณวิญญาณ!”

    ​

    ​เขาไม่ได้ประมาทเจียงหลิงเทียนแม้แต่น้อย ทันทีที่ลงมือก็ใช้อานุภาพของขอบเขตกำเนิดโกลาหล!

    ​

    ​ชุดเกราะทองคำที่เปล่งประกายเจิดจ้าดั่งของจริงเข้าปกคลุมทั่วร่างของเขา และลามไปจนถึงทวนที่เป็นศาสตราเทพอมตะที่ถืออยู่ในมือ!

    ​

    ​จินเสวียนฉายเองก็ลงมือเช่นกัน! ชุดเกราะทองคำปกคลุมร่าง เปลวเพลิงที่ไหลเวียนห่อหุ้มทวนเทพในมือเอาไว้ ทั้งสองพี่น้องต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้ทวนอย่างแท้จริง

    ​

    ​ในขณะเดียวกัน เจียงหลิงเทียนก็ขยับกาย เขาตั้งใจจะลองดูว่าเคล็ดวิชาเกราะแปลงปราณวิญญาณในระดับขอบเขตกำเนิดโกลาหลของเขานั้นจะมีอานุภาพเพียงใด เพียงคิดในใจ ปราณโกลาหลรอบกายเจียงหลิงเทียนก็ระเบิดออก

    ​

    ​ปราณโกลาหลม้วนตัวพันรอบร่างเขาอย่างหนาแน่น และก่อตัวเป็นชุดเกราะที่ทรงอานุภาพ!

    ​

    ​เขาก้าวเดินท่ามกลางปราณโกลาหลนั้น ราวกับเทพจุติ!

    ​

    ​“ใช้ปราณโกลาหลเป็นเกราะ นี่... นี่มันบันทึกในประวัติศาสตร์ที่ระบุว่าเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิชิงยุคโบราณไม่ใช่หรือ!”

    ​

    ​“อย่าลืมสิว่าบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนได้ปลูกเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีระดับจักรพรรดิเอาไว้ นั่นคือบงกชโกลาหลเลยนะ...”

    ​

    ​ทุกคนที่มองดูต่างตื่นตะลึงจนแทบหยุดหายใจ

    ​

    ​ขณะเดียวกัน จินเสวียนเป้าและจินเสวียนฉายก็ถือทวนพุ่งเข้ามาถึงตัวเจียงหลิงเทียนแล้ว พวกเขาฟาดทวนเป็นรูปครึ่งวงกลมและฟาดฟันลงมาอย่างหนักหน่วง!

    ​

    ​ฟึ่บ!

    ​

    ​เสียงอากาศฉีกขาด ท้องฟ้าเบื้องบนราวกับถูกตัดแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ก้อนเมฆบนฟ้าสลายตัวออกไปทั้งสองข้างในทันที!

    ​

    ​คมทวนพุ่งเข้าปะทะกับชุดเกราะโกลาหลของเจียงหลิงเทียนอย่างจัง

    ​

    ​ทว่า... เจียงหลิงเทียนไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย

    ​

    ​ชุดเกราะโกลาหลที่อยู่ภายนอกร่างของเขาสั่นไหวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    ​

    ​เพล้ง!

    ​

    ​ทวนในมือของจินเสวียนเป้าและจินเสวียนฉายระเบิดแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ภายใต้สายตาที่จ้องมองมาของฝูงชนนั้นคือภาพที่ทวนแตกสลาย ตามมาด้วยแขนของพวกเขา

    ​

    ​และหลังจากนั้น... ก็คือร่างกายทั้งร่าง!

    ​

    ​ทั้งสองคนแตกกระจายกลายเป็นผงละเอียดภายใต้สายตาของผู้คนนับหมื่นราวกับเศษน้ำแข็งที่แตกร้าว...

    ​

    ​เอ๊ะ???

    ​

    ​ทุกคนมึนงงไปหมด ในเมืองซวีหยวนเงียบกริบจนไร้เสียงใด ๆ

    ​

    ​ระเบิด?!

    ​

    ​ฝ่ายที่บุกโจมตีระเบิดตัวเองตายไปซะงั้น!!

    ​

    ​“ข้ายังไม่ได้ลงมือ พวกเจ้าก็ตายกันเองแล้วรึ?” เจียงหลิงเทียนเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาประโยคหนึ่ง

    ​

    ​คราวนี้ทุกคนถึงกับตัวชาไปทั้งร่าง ไอ้หยา... บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ เขาแค่ยืนอยู่เฉย ๆ เท่านั้น!

    ​

    ​หนังตาของจินเสวียนหู่กระตุกรัว เขารู้แล้วว่าการหาเรื่องเจียงหลิงเทียนนั้นไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย

    ​

    ​จินเสวียนหู่รีบหันไปหาจินรุ่ยที่อยู่ไม่ไกลนัก ในเวลานี้ไม่ต้องพูดถึงจิตใจไร้พ่ายอะไรนั่นแล้ว การยอมจำนนและมีชีวิตรอดสำคัญที่สุด

    ​

    ​“ท่านอารุ่ย รีบลงมือฆ่าเจียงหลิงเทียนเร็วเข้า! หากไม่กำจัดเด็กคนนี้ ในอนาคตจะต้องเป็นภัยร้ายแรงต่อสกุลเราแน่!”

    ​

    ​จินรุ่ยเองตอนแรกตั้งใจจะแอบหนีไปเงียบ ๆ อยู่แล้ว เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็แอบด่าในใจ ‘เจ้าจะมองข้าทำไม? ข้าเป็นคนแก่ตัวคนเดียว แค่มาเดินเล่นไม่ได้หรือไง? ข้ากับเจ้าสนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอ?’

    ​

    ​จินรุ่ยดูออกแล้วว่าเจียงหลิงเทียนไม่ธรรมดา เขาจะกล้าลงมือได้อย่างไร เขาไม่ใช่ตัวร้ายสมองกลวงในนิยายน้ำเน่าเสียหน่อย

    ​

    ​วินาทีต่อมา จินรุ่ยก็กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “จินเสวียนหู่ ข้าก็แค่ว่างงานเลยออกมาเดินเล่นเท่านั้น อย่าลืมสิว่าสภาผู้อาวุโสแห่งพันธมิตรอวิ๋นฮวงมีกฎอยู่ว่า ระหว่างตระกูลอมตะ ผู้อาวุโสห้ามยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ของรุ่นเยาว์! เจ้าอยากจะแหกกฎงั้นรึ?”

    ​

    ​เมื่อได้ยินคำพูดของจินรุ่ย จินเสวียนหู่ก็ยืนตะลึง

    ​

    ​นี่มันเรื่องอะไรกัน?!

    ​

    ​จินเสวียนหู่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เจียงหลิงเทียนก็เดินผ่านเขาไปแล้ว

    ​

    ​ใช่แล้ว... เดินผ่านไปเฉย ๆ ราวกับว่าไม่มีจินเสวียนหู่ตัวตนอยู่ตรงนั้น

    ​

    ​เจียงหลิงเทียนที่ปราณโกลาหลเต้นเร่ารอบกายเดินก้าวผ่านจินเสวียนหู่ไปหนึ่งก้าว

    ​

    ​กร๊อบ!  เพล้ง!

    ​

    ​เสียงเศษน้ำแข็งแตกดังขึ้นในอากาศ ในจังหวะที่ปะทะกับร่างของเจียงหลิงเทียน จินเสวียนหู่ก็แตกกระจายกลายเป็นเถ้าถ่านละเอียดไปทั่วพื้น!

    ​

    ​เมื่อเห็นภาพนั้น บรรยากาศโดยรอบก็เงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มตก...

    ​

    ​จากนั้นในหัวของเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ต่างก็เกิดความคิดประหลาดขึ้นมาว่า...เดินชนคนตายเนี่ย... ผิดกฎหมายหรือเปล่านะ?’

    ​

    ​“สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ มีคุณสมบัติแห่งจักรพรรดิ ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว บุตรจักรพรรดิผู้เกรียงไกร หากมีวาสนา ไว้พบกันใหม่นะ”

    ​

    ​จินรุ่ยเอ่ยขึ้นทันใด ไม่สนใจลูกหลานสกุลจินที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ด้านหลัง เขาเตรียมจะใช้อิทธิฤทธิ์หนีไปทันที

    ​

    ​ทว่าวินาทีต่อมา เจียงหลิงเทียนก็ไปปรากฏตัวอยู่ข้างกายจินรุ่ยในทันที เท้าที่จินรุ่ยยกขึ้นเตรียมจะหนีก็หดกลับมาทันควัน

    ​

    ​“การจะเข้าออกสมรภูมิที่เจ็ด จำเป็นต้องผ่านเมืองซวีหยวน แต่ท่าน... ไม่ได้มาจากทางเมืองซวีหยวนนี่ คงจะยืมเส้นทางจากสมรภูมิที่อื่นมาล่ะสิ? ก็นะ... ในฐานะขอบเขตขุนพลเทพ ความเร็วของท่านนั้นไม่ธรรมดา มีเพียงเทพเท่านั้นที่จะเดินทางมาได้รวดเร็วขนาดนี้ ท่านมาที่เมืองซวีหยวนด้วยเจตนาใด คิดว่าข้าไม่รู้จริงหรือ?”

    ​

    ​สิ้นเสียงของเจียงหลิงเทียน หัวใจของจินรุ่ยก็เต้นผิดจังหวะไปหลายจังหวะ

    ​

    ​“บะ...บุตรจักรพรรดิต้องการสิ่งใด?”

    ​

    ​จินรุ่ยไม่ได้แก้ตัว เขารู้ดีว่าปิดบังเจียงหลิงเทียนไม่ได้ เขาย่อมไม่อยากตาย หลังจากบรรลุเป็นเทพแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าความตายอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม

    ​

    ​จินรุ่ยไม่สงสัยอีกต่อไปแล้ว เขาถึงขั้นคิดว่าเจียงหลิงเทียนคือขอบเขตราชาศักดิ์สิทธิ์ตัวจริง!

    ​

    ​“ไม่มีอะไรหรอก ในเมื่อสกุลจินมีจิตสังหารต่อข้ามากถึงเพียงนี้ ประจวบเหมาะพอดีที่ข้ายังไม่เคยไปดินแดนบรรพชนสกุลจินเลย เอาเป็นว่าท่านก็ช่วยนำทางให้ข้าหน่อยสิ ข้าอยากจะไปเยี่ยมเยียนดินแดนบรรพชนสกุลจินสักครั้ง”

    ​

    ​อะไรนะ?!

    ​

    ​สิ้นคำพูดนี้ ลิ่นเฟยฝานที่คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวจากบนบัลลังก์ในเมืองก็รีบลุกขึ้นยืนทันที

    ​

    ​เจียงหลิงเทียน... จะไปดินแดนบรรพชนสกุลจิน!!

    คล้ายกับเรื่องระบบแก้ไขไร้ขีดจำกัด : เทพจักรพรรดิไร้พ่าย ที่คุณอ่าน