วาดจันทร์และอินทร์กราบนมัสการลงตรงหน้าพระมหาเถรคันฉ่องด้วยความเคารพ พระมหาเถรเพียงยิ้ม แม้นปากจะยังคงเคี้ยวหมากอยู่ก็ตามที
“ว่าอย่างไร?” พระมหาเถรถามขึ้น
“พระอาจาร์ยขอรับ ข้าพึ่งตระหนักถึงเื่บางประการได้ และข้าว่ามันค่อนข้างสำคัญมากสำหับการที่เ้าจันทร์จะอยู่ที่นี้”
สีหน้าของพระมหาเถรนั้นดูเข้มครึมขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปโบกมือเป็เชิงไล่ให้เหล่าลูกศิษย์นั้นออกไปก่อน เมื่อเหล่าลูกศิษย์ของพระมหาเถรออกไปแล้วท่านจึงหันหน้ามามองอินทร์
“ว่าอย่างไรไอ้อินทร์ เอ็งลากเ้าจันทร์มาพบข้าคงมิใช่เื่เล็กๆ ใช่รึไม่?”
“ขอรับ ข้าตระหนักถึงเื่ของเ้าจันทร์ แต่เดิมทีนางเป็ผู้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้านัก เป็แก่นสำคัญในการรบทั้งด้านมนตราและเชิงรบ แต่เมื่อเช้าข้าลองใช้มนต์สะกดนางกลับถูกสะกดให้หลับอย่างง่ายดาย..นั้นทำให้ข้าหนักใจ..ไหนจะเชิงการาอีกข้าไม่คิดว่านางจะแตกฉ่านดั่งก่อน..”
สะกด!!?
ไอ้ที่เธอหลับไปอีกรอบเพราะถูกสะกด!?
แต่ที่แย่ยิ่งกว่าคือดูถูกเธอเนี้ยสิ!!
น่าโมโห!!!
“พี่ อินทร์…”
เสียงเย็นเยือกนั้นถูกส่งมาจากด้านข้าง แน่นอนว่ามันทำเอาคนที่พึ่งไปดูถูกเมียถึงกับสะดุ้งโหยง
“เอออออ..เอาละๆ อย่าพึ่งมาฆ่ากันเองตอนนี้ ไอ้อินทร์เอ็งมันก็ห่วงเกินไป แม้นเ้าจันทร์จะลืมการใช้อาคมแต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะทำไม่ได้ กำลังจิตและกำลังบุญของนางถูกสะสมั้แ่สมัยนี้จนถึงอนาคต หากถูกกระตุ้นอีกหน่อยนางก็จะทำได้ดั่งเดิม”
“ขอรับ” อินทร์ขานรับเสียงอ่อนลง
“เ้าจันทร์อยู่ทางนั้นเ้าฝึกสิ่งเหล่านี้ครบหรือไม่?”
“ฝึกอะไรเ้าคะ?”
“ญาณเอ็งมีในตัวอยู่แล้วข้าไม่ห่วง แต่ได้ฝึก วิชชา3 วิชชา8 ฌาณสมาบัติ 8 อภิญญา 6 ปฏิสัมภิทาญาณ 4 เพิ่มด้วยหรือไม่”
“ท่านอาจารย์ข้าว่านาง…”
“เอ็งนะเงียบไอ้อินทร์” พระมหาเถรเอ็ดอินทร์เข้าให้
“ขอรับ”
“วิชชาสาม วิชชาแปด อภิญญาหก ฌาณสมาบัติแปด ได้เ้าคะ”
“อืมดี แต่ไม่ค่อยได้ใช้ถูกหรือไม่”
“..เ้าคะ ก็เวลาโมโหทีไร ลืมทุกที่ว่าต้องครองอารมณ์เ้าคะ”
“นั้นละอันตรายของเ้า เ้าจันทร์เอ็งลองนึกให้ดีเมื่อยามเองขาดสติ ใครคือคนที่รับเคราะห์”
“คนที่ทำอิฉันเ้าคะ..”
วาดจันทร์ทำสีหน้าสลดลง จนอินทร์ต้องหันมาถามไถ
“หมายความว่าอย่างไร”
“เมื่อเ้าจันทร์เข้าสู่ห้วงแห่งความอาฆาต ความโกรธแม้นแต่เพียงเสี้ยวหนึ่งของนาง หากแม้นมีจิตมุ่งร้ายผู้ใด คนผู้นั้นมักปประสบพบเจออันตรายตามที่จิตนางมุ่งไว้เสมอเหมือนดังเช่นยามที่นางเคยช่วยเรารบด้วยอาคมนั้นแหละไอ้อินทร์ วิชาของนางไม่ได้สูญ เพียงแค่นางยังไม่รู้จักการควบคุมให้ถูกต้อง และที่นางต้องมนต์นั้น เพราะนางไม่รู้จักการควบคุมและป้องกันตนจากสิ่งเหล่าก็เท่านั้น”
“แล้วจะทำอย่างไรขอรับท่านอาจารย์ไม่ดีแน่ ข้าเกรงว่ามันอาจจะอันตรายสำหรับนางที่ต้องมาอยู่ที่นี้ที่มีแต่ผู้มีอาคมแก่กล้า”
“เอ็งไม่ต้องเป็ห่วงมันมากนักไอ้อินทร์ เอ้าเ้าจันทร์ตอบข้ามาอีกข้อ ครั้นที่เอ็งอยู่ฝั่งกระโน่นเอ็งมีััพิเศษดั่งเช่นแต่ก่อนใช่หรือไม่”
“ััพิเศษ..”
“หูทิพย์ตาทิพย์”
“อ๋อ! ได้เ้าคะ อิฉันเห็นภูติผีเทพเทวดา ทั้งยังมีกุมารทองในการดูแลราว20องค์”
“อืมม..แล้วเมื่อเจอติผีร้ายๆ เอ็งทำอย่างไร”
“ปกติทุกคืนอิฉันสวดมนต์เ้าคะ แต่เมื่อเวลามีภัยหรือต้องช่วยคนก็จะใช้คาถาที่ใช้สำหรับขับไล่ภูติผีเ้าคะ ปกติก็กระเจิงไปหมดเลยไม่เคยมีปัญหาเื่การขับไล่หรือถอนของเ้าคะ”
“ก็เอ็งมันดุกว่าผี แรงบุญบวกกับแรงจิตที่แข็งแกร่งผสมกับความมุ่งมั่นที่จะขับไล่ ใครมันก็รู้ว่าเอ็งเอาจริงถ้าไม่ไปมันก็คงได้ตายรอบสองกันทั้งนั้น”
พระมหาเถรเอ่ยพรางหัวเราะชอบใจ
อินทร์มองวาดจันร์อย่างสนใจ เเม้นเธอจะเกิดใหม่ แต่วิชาอาคมก็ยังติดตัวเธอไปด้วยอยู่ดีแต่มันก็ยังเป็ดาบสองคมสำหรับเธอเพราะดูเหมือนว่าเธอยังไม่รู้จักควบคุมสติ
แค่สติขาดคนรอบข้างก็อาจจะอันตรายได้เพียงเพราะเเรงโทสะและเเรงแค้นและคำสาปแช่ง
“ข้ารู้ไอ้อินทร์ว่าเอ็งกำลังกังวลอะไร งั้นเอาอย่างนี้ ในทุกเช้าาหลังจากที่ข้าบินทบาตรฉันเสร็จ ให้เอ็งพาเ้าจันทร์มาที่นี้ แล้วข้าจะให้เ้าจันทร์ฝึกการควบคุมจิตการครองอารมณ์ พอหลังเพล เอ็งก็มาเป็คู่ซ้อมให้เ้าจันทร์ฝึกอาวุธต่อที่นี้ ข้าจะช่วยดูให้”
“ขอรับท่านอาจารย์” อินทร์ดูมีสีหน้าที่เบาใจลง
“พรุ่งนี้เตรียมตัวมาให้พร้อม ไม่ต้องนุ่งซิ่นมาละเ้าจันทร์”
“ข้าไม่นุ่งแน่นอนเ้าคะ ข้ากลัวโป๊”
คำของวาดจันทร์ดูเหมือนมีแต่เพียงพระมหาเถรเท่านั้นที่จะเข้าใจเพราะพระมหาเถรคันฉ่องดูจะขบขันกับความแกกระโหลกกระลาของวาดจันทร์เสียเหลือเกิน
“ถ้าคนที่ทำให้เ้าโกรธมากๆ อย่างร้ายแรงที่สุดจะเป็อย่างไรฮึ” อินทร์ที่นั่งพิงกำแพงห้องอยู่เยื่องๆ ด้านหลังของววาดจันทร์ถามขึ้น
“ลูกพี่ลูกน้องของข้าคนหนึ่ง..ข้าสาปแช่งด้วยแรงอาฆาต ไม่ถึงเดือนก็ถูกทำร้ายเจ็บปางตาย..เป็ไปตามที่ข้าสาปแช่ง..และมีอีกหลายคนที่ชีวิตมีปัญหาทำอะไรไม่ขึ้นก็เพราะข้า หนักสุดก็อดีตคนรักของข้าในภพนั้น..เกือบตายโหงเพราะสาปแช่งของข้าที่เกิดด้วยโทสะ ข้าไม่ได้อยากทำร้ายใครแต่ข้าก็ไม่สามารถควบคุมมันได้..”
วาดจันทร์ที่นั่งหันหลังให้อินทร์อยู่ไม่ห่างเธอพูดแค่นั้นเเล้วก็เงียบไป อินทร์เห็นเพียงสีหน้าที่เรียบเฉย สีหน้าที่เหมือนคนรู้สึกผิดบาป เธอดูอมทุกข์มากกว่าที่เขาคิดไว้
“ในยุคสมัยนั้นมีคนที่เป็แบบเ้าเยอะหรือไม่”
“มี แต่น้อย แต่รอบตัวข้า..ไม่มีสักคน และไม่มีใครเข้าใจข้า เขาหาว่าข้าเป็ปีศาจด้วยซ้ำ..พี่อาจไม่รู้ว่าข้าผ่านอะไรมา แต่มันไม่น่าพิศมัยนั้นหรอก” วาดจันทร์ยิ้มอ่อนๆ ออกมากลบเกลื่อนความเ็ป
“แต่ตอนนี้เ้ามีพี่เ้าจันทร์”
อินทร์โอบกอดวาดจันทร์จากด้านหลัง ทำเอาเธอสะดุ้งโหย่ง ลำแขนหนานั้นกอดรัดร่างเล็กนั้นแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย ไออุ่นจากคนตัวโตทำเอาความทุกข์ระทมนั้นจางหายไป
อ้อมกอดที่เธอโหยหาย
จากคนที่เข้าใจ
วาดจันทร์ใช้สองมือเล็กจับเเขนใหญ่ของอินทร์ก่อนจะฟุบหน้าลงไปอย่างกับเป็ที่รั้งความทรมานใจ ก่อนที่ร่างบางจะค่อยๆ สั่นเทาและตามมาด้วยหยดน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้
อินทร์จับคนตัวเล็กหันกลับมา บัดนี้หน้างามนั้นเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ใบหน้าที่เคยแสดงความเก่งกล้าแข็งแกร่ง บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว มีเพียงแค่สตรีที่ใจบอบช้ำคนหนึ่งซึ่งเจ็บช้ำกับสิ่งที่เธอเป็ และสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว อินทร์ไม่รู้ว่าวาดจันทร์ต้องผ่านอะไรมาบางจากภพชาติที่แล้ว ไม่รู้ว่าเธอต้องเติบโตมาแบบไหน ผู้คนมองเธออย่างไร แต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่เื่ดีแน่นอน
“ร่ำไห้ทำไมกันฮึ เ้ามีพี่อยู่นี้ไง”
อินทร์ใช้นิ้วปาดน้ำตาที่ใบหน้าของวาดจันทร์แต่ดูเหมือนมันจะไม่ยอมหยุดไหล
“กลายเป็เด็กขี่แงเสียตัวแต่เมื่อไหร่กัน”
อินทร์มองวาดจันทร์ด้วยสีหน้าที่อ่อนโยนพร้อมดึงเธอเข้ามากอดพรางลูบหัวเป็การปลอบประโลม
“ตอนนี้เ้ามีพี่เเล้ว ไม่มีใครจะมาทำร้ายเ้าได้อีก ไม่มีทางและไม่มีวัน หยุดร่ำไห้เถิดคนดีของพี่”
อินทร์ไม่รู้ว่าเขาปลอบวาดจันทร์นานเท่าไหร่ เเต่เขารู้แต่ร่างบางนั้นค่อยๆ สงบลงทีละน้อย และเมื่อทุกอย่าก็ดูเหมือนเธอจะได้ผล่อยหลับไปเสียเเล้วทั้งๆ ที่อยุ่ในอ้อมแขนเขา อินทร์โน้มคอลงไปจูบที่ข้างดวงตาที่กำลังหลับพริ้มอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะค่อยๆ ขยับพาตัวเองมาพิงหลังลงที่กำแพงอย่างเบาที่สุดเพราะกลัวว่าวาดจันทร์ที่นอนซบอยู่ที่อกเขาจะตื่นขึ้นมา ก่อนที่ร่างสูงจะหลับตาลงเข้าสู่ห้วงนินทราเช่นกัน