บทที่29 ฐานทัพปีศาจ
“ใต้หุบเหวลึกคงเป็นฐานทัพพวกปีศาจ แน่นอนว่ามีปีศาจจำนวนมาก” หมิงหลงกำลังคิดถึงความเป็นไปได้ของกลยุทธ์แม้วิชาผนึกไอวิญญาณจะดูไร้ที่ติ แต่ไม่อาจปกปิดการมองเห็นได้ทางสายตา โอกาศที่จะลอบเข้าไปในฐานทัพของศัตรูโดยไม่ให้ศัตรูเห็นนั้น ความเป็นไปได้คือศูนย์ในสมองของเด็กหนุ่มกำลังประมวลผลอยู่อย่างช้าๆต้องหาตัวช่วยอย่างอื่นนอกเหนือจากนี้“ต้องปกปิดกาย อืม…นึกออกแล้ว!!” ความคิดหนึ่งได้ผุดขึ้น“ปลอมตัวเป็นปีศาจ!! ในเมื่อมีวิชาปกปิดกลิ่นอายมนุษย์ในร่างกาย เพียงแค่เปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกก็เกินพอ” เขามีวิชาทางวิญญาณอันยอดเยี้ยมอย่าง ผนึกไอวิญญาณ เพียงเท่านี้ตัวตนของเขานั้นจะถูกลบหายไป สัมผัสทั้งห้าก็มิอาจสามารถ เว้นเสียแต่ตัวตนระดับสูง และ คนที่มีพลังวิญญาณมากกว่าเขา เด็กหนุ่มนำซากอสูรออกมากระทั่งได้กวาดสายตามองพร้อมครุ่นคิด จะแต่งเป็นอันใดดี “อืม…พูดง่ายแต่ทำนั้นยาก” สายตาได้จ้องมองเศษซากสัตว์อสูร ทำให้เด็กหนุ่มปวดใจมิใช่น้อยที่ต้องสวมใส่มัน ทำได้เพียงจำยอมเพราะความหยากรู้หยากเห็นและอยากเป็นวีระบุรุษ ด้วยละมั้ง?หลายชั่วยามผ่านไปรูปลักษณ์ที่เห็น มีหนังเกล็ดงูปกคลุมไปทั่วกาย ลากยาวจนถึงเท้าและยาวจรดมือ บนหลังมือมีกงเล็บอันแหลมคม บนใบหน้ามีผ้าเก่าๆขาดจนยับเยินพันมิดชิด จนปรากฏเห็นเพียงแค่ดวงตา สีนัยน์ตาแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงลึกลับ“คงจะพอใช้ได้หละน่ะ” หมิงหลงพลันพ่นลมหายใจ อย่างเหนื่อยอ่อนในยามนี้หมิงหลงและอสูรหุ่นเชิดทั้งหก ได้อยู่ห่างจากหุบเหวลึกไม่ไกลนัก จิตสัมผัสแผ่ขยายออกไป หาแหล่งสถานที่มีไอวิญญาณ สัมผัสรับรู้ถึงกลุ่มก้อนพลังวิญญาณจำนวนมากอยู่ใต้ชั้นพื้นดิน “เจอแล้ว!! คนดีๆเขาจะอยู่ใต้ดินทำไมกัน” ข้อความในหนังสัตว์มีเค้าลาง เป็นความจริงเต็มร้อยส่วนแล้ว เป้าหมายของเขาถูกยืนยันทันที ที่สำผัสวิญญาณของเขา ตรวจเจอเป็นกลุ่มก้อนพลังวิญญาณขนาดใหญ่ คาดว่ามีราวๆ หนึ่งพันตนกลิ่นอายพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากพวกนั้น สำผัสถึงกลิ่นอายอันดำมืดและชั่วร้ายอย่างรุนแรง ซึ่งสามารถแบ่งแยกได้ทันที ว่ามีปีศาจเท่าใดและมีมนุษย์ที่ถูกจับขังเท่าใด“มนุษย์มีประมาณ900คน และปีศาจบริวารจักรพรรดิ์แห่งความตาย มีแค่100ตน” หมิงหลงตื่นตนกเล็กน้อยกับจำนวนมนุษย์ที่ถูกจับขังต้องมีตัวตนระดับขอบเขตปราณเท่ากันถึงสามคน ถึงจะโอกาศต่อกรกับปีศาจได้บ้างบรรดาอสูรเชิดทั้งหมด การลงไปใต้หุบเหวลึกนั้น ตะขาบพิษยักษ์เป็นตัวเลือกเดียวที่ดีที่สุดสำหรับการปีนไต่หน้าผา ด้วยความคล่องแคล่วและขานับพันของมัน ส่วนอสูรเชิดทั้งห้าต่างคอยแอบซ่อนตัวอยู่บริเวณไม่ไกลนักหมิงหลงกระโดดขึ้นขี่บนหลังตะขาบยักษ์พร้อมไต่ลงตามโขดหิน ดิ่งลงสู่หุบเหวอันมืดมิดในทันใด ขาอันแหลมคมนับพันขาต่างจิกโขดหินเป็นที่เกาะยึดและเคลื่อนที่ไปข้างหน้าสลับคดเคี้ยวอย่างคล่องแคล่วว่องไว600 เมตรใต้หุบเหว หมิงหลงได้ปรากฏตัวหน้าประตูทางเข้าสู่ฐานทัพปีศาจ เบื้องหน้าประตูมีปีศาจซอมบี้สองตน อยู่ในระดับขอบเขตก่อกำเนิดปราณขั้นสูง(7-9) ‘สมแล้วที่ได้รับฉายานามจักพรรดิแห่งความตาย บริวารมีแต่ตัวตนภูติผี พวกตายซาก และตายยากอีกต่างหาก’‘มิแปลกใจเหตุกลุ่มผู้ฝึกตนนับร้อยต่างพ่ายแพ้ และถูกจับกุมทุกคน’ ซอมบี้ยามเฝ้าประตู ดูแข็งแกร่งกว่าปีศาจกูลที่เขาพบเจอมา ร่างกายเต็มเปลี่ยมไปด้วยพลังงานอันมหาศาล ตรงกันข้ามปีศาจกูลที่มีความคล่องแคล่วว่องไวประตูสูงใหญ่ราวสองเมตร อยู่เบื้องหน้าเด็กหนุ่ม“หยุด!! ตราแสดงตัว” เด็กหนุ่มจึงหยุดชงักลง และครุ่นคิด ‘ตราแสดงตัว?’‘งานเข้าแล้วไง ตราแสดงตัว คืออันใด?’ อยู่ดีๆชุดที่สวมใส่พลันเริ่มร้อนระอุเป็นไฟ พร้อมเม็ดเหงื่อที่ไหลรินชโลมไปทั่วกายหมิงหลงไม่อาจมีความมั่นใจเต็มส่วนว่า ทักษะสะกดหุ่นเชิดจะใช้ได้ผลกับสิ่งมีชีวิตระดับสติปัญญาขั้นสูงรึไม่ และสมควรอยู่ในขอบเขตใดจึงจะได้ผล?หากเป็นพวกสัตว์อสูรระดับขอบเขตปราณปฐพีขั้นต่ำ ไม่อาจรอดพ้นภายใต้พลังสะกดของเขาอย่างแน่นอน ปีศาจซอมบี้มีสติปัญญาระดับสูงเทียบเท่ามนุษย์ และอยู่ในขอบเขตปราณปฐพีขั้นต่ำ โอกาสสำเร็จมีเพียงห้าสิบเปอร์เซ็นเท่านั้นหมิงหลงไม่มีเวลาครุ่นคิดมากมายนัก ขณะนัยน์ตาสีม่วงกำลังทอแสงวาบขึ้นอยู่นั้น เขาเตรียมพร้อมใช้ทักษะสะกดหุ่นเชิดในเสี้ยววิ สายตาพลันมองเห็นบางสิ่ง อาจดูคุ้นๆคับคล้ายกับเคยเห็นผ่านตามาก่อนข้างเอวของซอมบี้ปีศาจทั้งสอง มีตรารูปหัวกะโหลกดำทมิฬ ทรงขอบสี่เหลี่ยมถูกแขวนอยู่‘เอ๊ะ นั้นมันแบบเดียวกับของปีศาจกูลที่มีอยู่ในแหวนมิติของมัน’ ด้วยโชคดีที่หมิงหลงไม่ได้ตัดสินใจทิ้งมันไป เขารู้ว่าเป็นตราสำหรับบางสิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิแห่งความตาย เขาจึงเลือกที่จะไม่ขายหรือทิ้งมัน ซึ่งมันอาจจะมีประโยชน์ในอนาคต เป็นสิ่งที่คิดในตอนนั้นซึ่งมันก็เป็นจริงตามลางสังหรณ์ใจ“รอสักครู่!!” หมิงหลงได้หันตัวกลับหลัง พร้อมเปิดมิติวิญญาณและดึงตราแสดงตัวออกมาจากแหวนมิติ“นี้ตราแสดงตัวของข้า” หมิงหลงเกิดความกังวล ว่าจะได้ผ่านเข้าไปหรือไม่ หากไม่คงไม่อาจหลีกเลี่ยงการใช้ทักษะสะกดหุ่นเชิดพวกมันได้มองมาที่เขาเล็กน้อย พร้อมเอ่ยขึ้น “เจ้าเข้าไปได้” ในใจพลันโล่งอกไปเปราะนึง ส่วนอีกเปราะนึงนั้น คือพวกมันไม่เอะใจถึงรูปลักษณ์ของเขาแม้แต่น้อย“เดี๋ยว!! ” เจ้ายามซอมบี้ได้พูดขึ้น!!!!?