ตอน ข่าวฉาว
เสียงล้อเหล็กบดไปบนรางรถไฟดังไม่ขาดระยะผสมปนเปกับเสียงพูดคุยดังแว่วมาจากเพื่อนร่วมทาง ปรางทิพย์ใจลอยเหม่อมองออกไปยังหน้าต่างนอกโบกี้จับเสียงพูดคุยไม่ได้ศัพท์ เธอ ดิว และริชซี่เพื่อนชายหัวใจสาวมาพบกันที่สถานีรถไฟต้นทางตามเวลานัดหมาย
หลังจากถ่ายคลิปวิดีโอเก็บภาพเป็ที่เรียบร้อยต่างก็พากันขึ้นไปจับจองที่นั่งบนขบวนรถไฟตามลำดับหมายเลขตามที่ระบุไว้ในตั๋ว แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามทำตัวให้เป็ปรกติเพื่อกลบเกลื่อนเื่ราวที่เกิดขึ้นระหว่างพีชกับเธอในค่ำคืนที่ผ่านมา ทว่าก็ไม่สามารถตบตาเพื่อนสนิทอย่างดิวกับริชซี่ได้
“เฮ้ยปราง ถ้าแกมีเื่ไม่สบายใจอะไรก็เล่าให้พวกฉันสองคนฟังได้นะโว้ย”
ดิวเปิดประเด็นขึ้นมาเป็คนแรก
“นั่นสิ นี่ใจคอหล่อนจะไม่บอกให้ฉันสองคนรู้บ้างเหรอไงว่าแกเป็อะไรห๊ะ นั่งหน้าเศร้าหมาหงอยเชียว” ริชซี่มองค้อนปรางทิพย์พลางเบ้ปากด้วยจริตของชายหัวใจสาว
“หืม อะไรพวกแก ฉันไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย”
ปรางทิพย์ฝืนยิ้มมองหน้าเพื่อนรักทั้งสอง
“หยุดๆๆ นังปรางนี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าแกโกหกได้บัดซบมากขนาดไหน ถ้าแกไม่เห็นว่าพวกฉันเป็เพื่อนล่ะก็ไม่ต้องบอกก็ได้นะ”
ริชซี่ตวัดสายตามองเพื่อนสาวน้ำเสียงสะบัด
“ทะเลาะกับพีชมาใช่ไหม คราวนี้เื่อะไรล่ะ”
คำถามตรงๆ เป็ขวานผ่าซากของดิวทำให้ปรางทิพย์เม้มปากนิ่งงันไป นั่นเท่ากับว่าเป็การยอมสารภาพกลายๆ
“ฉันว่าแล้วเชียวปรกติไอ้พีชมันจะต้องมาส่งนังปรางแล้วยิ่งห่างกันตั้งหลายวันแบบนี้ แต่นี่อะไรโทร.มาหาสักสายยังไม่มีเลย”
ริชซี่หันไปพูดกับดิวทำราวกับปรางทิพย์ไม่อยู่ตรงนั้นด้วย
“สรุปว่าทะเลาะกับพีช”
ดิวถามขึ้นอีกครั้ง
“ไอ้พีชมันแอบนอกใจแกไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นใช่ไหมแสดงว่าข่าวลือที่พวกฉันได้ยินมาเป็เื่จริงสิ” ริชซี่โยนหินถามทาง
“เปล่า”
“ก็แล้วมันเื่อะไรล่ะอ้ำอึ้งอยู่นั้นแหละ” ริชซี่เริ่มทำเสียงดุ
“ก็… เื่… เอ่อ”
ปรางทิพย์อึกอักทำสีหน้าลำบากใจ
“อิดอก! นี่แกอย่าบอกนะว่าไอ้พีชมันขอเอาแกแล้วแกไม่ให้มันแซบ สุดท้ายก็เลยทะเลาะกันอีกแล้วใช่ไหม เลว”
ริชซี่พูดออกมาเสียงดังจนปรางทิพย์กับดิวทำตาลุกวาว
“อีริชซี่ มึงจะแหกปากทำไมอยู่ใกล้กันแค่เนี่ย คนเขามองกันทั้งขบวนแล้วมึง”
ดิวทำตาดุใส่เพื่อนพร้อมกับบุ้ยใบ้ไปรอบๆ ตัว
“อุ๊ย” ริชซี่ยกมือทาบอก
“กูขอโทษพวกมึง กูลืมตัวไปหน่อย มันน่าโมโหนี่หว่า กูว่านะนังปรางมึงเลิกกับมันไปเหอะผู้ชายอย่างไอ้พีชอ่ะ เผลอๆ นะพอมึงให้มันฟันเสร็จมันจะทิ้งมึงไปหาผู้หญิงคนใหม่ชัวร์”
“พูดมากไปแล้วมึงอีริชซี่เดี๋ยวแม่ตบ”
ดิวปรามเพื่อนพลางยกยกมือขึ้นขู่จนริชซี่หน้าเจื่อน ก่อนจะหันมาหาปรางทิพย์
“แกอย่าคิดมากนะปราง อีริชซี่แมร่งก็เป็กระเทยปากหมาแบบนี้แหละ”
ปรางทิพย์ก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก ร่องรอยเขียวช้ำยังปรากฏอยู่บนต้นแขนของเธอ และเพื่อนทั้งสองก็เห็นร่องรอยบอบช้ำของหญิงสาว ดิวที่นั่งอยู่ฝั่งเดียวกับปรางทิพย์วาดวงแขนโอบกอดเพื่อนเอาไว้