ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 62 การขมขู่ เหยากุ่ยแก้แค้น

            มือผอมของใต้เท้าเหยากุ่ยนั้นเดิมทีผอมแห้งจนเห็นกระดูกได้อย่างชัดเจนเป็นพิเศษอยู่แล้วบวกกับสีดำที่ทำให้ผู้คนต่างขนลุกกันถ้วนหน้า อย่างไรก็ตามมือแบบนี้กลับมีท่าทางการจับพู่กันอย่างคล่องแคล่วคำที่เขียนออกมานั้นมีพลังและงดงามด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย

            ในไม่ช้าใต้เท้าเหยากุ่ยก็บรรจงเขียนสมุนไพรเต็มทั้งหน้ากระดาษมากกว่า 20 ชนิด

            เมื่อเห็นสิ่งนี้ดวงตาของหลงเฟยเยี่ยก็ฉายแววซับซ้อน และพูดอย่างไม่พอใจว่า“ยาเซิงเสวี่ยตานต้องใช้ช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วนเจ้าจะให้พวกนางหาไปถึงปีมะโว้เลยหรือไร?”

            “ใต้เท้าเหยากุ่ยการช่วยชีวิตผู้คนไม่สามารถรอช้าได้หรอก” ตวนมู่ไป๋เย่ก็เอ่ยปากพูดเช่นกัน

            “อะแฮ่ม!”

            ใต้เท้าเหยากุ่ยกระแอมสองสามครั้งรู้สึกไม่มีความสุข ยาสมุนไพรก็ไม่ได้มากมาย แค่ตามหาสักพักมันก็น่าสนุกจะตายไม่ใช่หรือไร? อย่างน้อยก็สิบวันไม่ก็ครึ่งเดือนเองเช่นนี้เขาก็จะได้มองสาวสวยตามหายาสมุนไพรได้ทุกวัน แล้วก็คงไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

            ส่วนจะช่วยชีวิตหรือไม่นั้นมันสำคัญกับเขาอย่างไรกัน? อย่างไรก็มีคนมากมายรอการช่วยเหลืออยู่นอกหุบเขา

            “ถ้ามันมากเกินไปอย่างนั้นก็ไม่ต้องเล่นสิ” ใต้เท้าเหยากุ่ยพูดอย่างเย้ยหยัน

            ขณะที่ตวนมู่ไป๋เย่และตวนมู่เหยากำลังรีบร้อนและกำลังจะตอบรับแต่หลงเฟยเยี่ยกลับพูดว่า “ตกลง”

            พูดจบก็หันหลังกลับและกำลังจะเดินออกไป ใต้เท้าเหยากุ่ยหรี่ตาลงอย่างกะทันหันมองไปที่แผ่นหลังของหลงเฟยเยี่ยอย่างเย็นชาพร้อมกับปล่อยรัศมีที่เป็นอันตรายออกมาจากร่างกายของเขา

            หลงเฟยเยี่ยสามารถสัมผัสได้ถึงรัศมีอันทรงพลังจากด้านหลังเพียงแต่สีหน้าของเขายังคงเย็นชาและหยิ่งผยอง ย่างก้าวยังคงมั่นคงทั้งยังพูดเร่งรัดหานอวิ๋นซีว่า “ยังไม่ไปอีกหรือ?”

            การตามหายาเป็นจุดแข็งของหานอวิ๋นซีหลงเฟยเยี่ยไม่ได้คิดที่จะปฏิเสธ แต่ถ้ายาสมุนไพรมันมากขนาดนี้ ในด้านพละกำลังหานอวิ๋นซีก็ไม่สามารถเอาชนะตวนมู่เหยาได้ สุดท้ายแล้วหานอวิ๋นซีก็คงแพ้อยู่ดี

            เรื่องนี้หลงเฟยเยี่ยจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

            แน่นอนว่าหานอวิ๋นซีตระหนักดีถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเองในใจก็แอบชื่นชมหลงเฟยเยี่ยสำหรับความกล้าหาญของเขา! นางจึงเดินตามไปโดยไม่พูดอะไร

            เมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังจะออกไปจริงๆความโกรธในดวงตาของใต้เท้าเหยากุ่ยก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆตวนมู่เหยาซึ่งอยู่ใกล้เขาที่สุดก็หวาดกลัวขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผลตอนนี้หลงเฟยเยี่ยกับหานอวิ๋นซีเดินออกไปแล้ว และกำลังจะก้าวออกไปนอกประตู

            ทันใดนั้นลูกดอกผีเสื้อก็บินออกมาจากมือของใต้เท้าเหยากุ่ย เร็วจนมองไม่เห็นวิถีการบินเพียงแต่มันเข้าใกล้หลงเฟยเยี่ยในเพียงพริบตา อย่างไรก็ตามหลงเฟยเยี่ยไม่แม้แต่หันกลับมาและใช้พลังที่มองไม่เห็นสะท้อนลูกดอกผีเสื้อให้บินกลับไปยังใต้เท้าเหยากุ่ย

            เมื่อเห็นสิ่งนี้ตวนมู่เหยาและตวนมู่ไป๋เย่ก็ตกใจอย่างมากพวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าวิทยายุทธ์ของหลงเฟยเยี่ยจะพัฒนาขึ้นมากขนาดนี้หลังจากที่ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่เดือน

            ใต้เท้าเหยากุ่ยหมกมุ่นอยู่กับจินตานงูเหลือมยักษ์พิษมานานหลายปีจะปล่อยหลงเฟยเยี่ยไปจริงๆ ได้อย่างไรกัน

            นอกจากนี้ยาเซิงเสวี่ยตานไม่ได้มีแค่ในหุบเขายาผี ที่อื่นๆ เองก็คงจะมีเหมือนกันด้วยความสามารถของหลงเฟยเยี่ยแล้ว ทำไมจะหาไม่ได้ล่ะ

            เมื่อเห็นหลงเฟยเยี่ยก้าวออกจากธรณีประตูโดยไม่หันกลับมามองสุดท้ายใต้เท้าเหยากุ่ยก็พูดอย่างเย็นชาว่า “หลงเฟยเยี่ย ข้ารับปากเจ้า!”

            คราวนี้หลงเฟยเยี่ยและหานอวิ๋นซีจึงจะหันกลับมาอีกครั้งไม่ต้องพูดเลยว่าสองคนนี้ดูเหมือนสามีภรรยากันจริงๆ ต่างดูสบายๆและสงบนิ่งกันทั้งคู่

            ใต้เท้าเหยากุ่ยมองไปที่พวกเขาอย่างเย็นชาพร้อมกับความเกลียดชังที่ฉายชัด หลงเฟยเยี่ย ครั้งนี้เจ้าช่างโหดร้ายเหลือเกินดีที่สุดเจ้าอย่าได้มาขอยาที่หุบเขายาผีของข้าอีกเลย! ยิ่งกว่านั้นข้าจะแก้แค้นเจ้าให้เจ้าดูเดี๋ยวนี้!

            เหยากุ่ยฉีกใบสั่งยาใบแรกทิ้งและหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง

            ยิ่งหลงเฟยเยี่ยรีบร้อนมากเท่าไรเขาก็ยิ่งต้องถ่วงเวลามากเท่านั้น ถ้าเขียนยาสมุนไพรมากมายไม่ได้เช่นนั้นก็เขียนไม่กี่อย่างก็แล้วกันเขาสามารถทำให้หานอวิ๋นซีและตวนมู่เหยาหามันไม่เจอ อาจจะหนึ่งปีหรือมากกว่านั้น

            เมื่อถึงเวลานั้นเขาอยากจะเห็นเหลือเกินว่าจะเป็นหลงเฟยเยี่ยที่รีบร้อนก่อนหรือจะเป็นตวนมู่ไป๋เย่ที่รีบร้อนก่อน

            พู่กันของใต้เท้าเหยากุ่ยเขียนลงบนกระดาษสีขาวครั้งนี้เขาไม่ได้เขียนลงไปในทันที แต่เริ่มคิดอย่างจริงจัง

            มียาหายากหลายชนิดบางชนิดคล้ายยาสามัญ แต่กลับหาได้ยากอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าอยู่ตรงหน้าแต่ก็กลับหาไม่เจอบางชนิดเติบโตในสภาพที่อันตราย ไม่สามารถพบได้ทุกที่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยาสมุนไพรเลย มันมีวงจรการเติบโตที่ยาวนานทั้งยังมีเพียงไม่กี่แห่ง มากสุดหนึ่งหรือสองแห่งในหุบเขาเท่านั้น...

            ใต้เท้าเหยากุ่ยที่กำลังจะเขียนตัวยาลงไป

            ทุกคนต่างกำลังรอคอยตวนมู่เหยามองไปที่หานอวิ๋นซีอยู่หลายครั้งด้วยสายตาที่เย็นชาและเหยียดหยาม

            หานอวิ๋นซีไม่ต้องการที่จะสบตากับนางในครั้งนี้ดังนั้นจึงขยับเข้าไปใกล้หลงเฟยเยี่ยอย่างตั้งใจ ด้วยเช่นนี้ตวนมู่เหยาจึงอารมณ์เสียขึ้นมาจนหันหน้าหนีไปทันทีและไม่ต้องการมองอีกต่อไป!

            หลงเฟยเยี่ยก้มลงมองหานอวิ๋นซีจากนั้นก็ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อปฏิเสธ หานอวิ๋นซีรู้สึกอายเล็กน้อยแต่อย่างไรตวนมู่เหยาก็ไม่เห็นฉากนี้

            หานอวิ๋นซีระมัดระวังตัวเล็กน้อยนางคิดว่าหากหลงเฟยเยี่ยไม่ต้องการยาเซิงเสวี่ยตานในวันนี้ แต่เป็นนางที่ต้องการบางทีเขาอาจจะเป็นคนที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็ได้

            อันที่จริงไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายหนุ่มผู้นี้กับตวนมู่เหยาจะเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันเพราะชายผู้นี้เย็นชาและโหดเหี้ยมกับทุกคน และในใจของเขาก็ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ

            ในที่สุดท่ามกลางการรอคอยอันยาวนาน ใต้เท้าเหยากุ่ยก็คิดได้แล้วเขาหยิบพู่กันขึ้นมาและเขียนยาสามชนิดลงบนกระดาษขาวจากนั้นก็ส่งให้กับหานอวิ๋นซีและตวนมู่เหยา

            หานอวิ๋นซีไม่แม้แต่จะมองมันตวนมู่เหยาจึงอ่านออกมาทีละตัว “เจ็ดมารโกฐสอเทศ ตานไป๋อีมี่ กุ่ยตาเฉียง”

            เอ่อ...หานอวิ๋นซีตกตะลึงทันทีเมื่อได้ยินชื่อเหล่านี้

            ทันใดนั้นนางก็มองใบสั่งยาในมืออ่านทีละคำและตรวจดูให้แน่ใจว่าถูกต้อง

            พระเจ้ามันคือสมุนไพรทั้งสาม!

            ใบหน้าหานอวิ๋นซีเต็มไปด้วยความตื่นเต้นตื่นเต้นจนอยากจะร้องไห้ สำหรับคนนอกที่มองมานั้น ตอนนี้นางดูเหมือนกำลังจะร้องไห้จริงๆ

            หลงเฟยเยี่ยที่เห็นท่าทางเช่นนี้ของนางแววตาก็เต็มไปด้วยความซับซ้อน ไม่เข้าใจสตรีผู้นี้เลย

            แต่ตวนมู่เหยากลับยิ้มขึ้นมา“ฉินหวังเฟยมาจากครอบครัวหมอ เจ้าเคยเห็นยาสามตัวนี้หรือไม่?”

            หานอวิ๋นซีสูดจมูกด้วยความตื่นเต้นและส่ายหัว“ไม่เคยเห็นมาก่อน”

            ตวนมู่เหยาเต็มไปด้วยความมั่นใจในทันทีดีมาก ถึงเวลาแล้วที่นางจะต้องออกแรง และในไม่ช้าใต้เท้าเหยากุ่ยก็ส่งแผนที่ยาสมุนไพรให้สองใบ

            “เช่นนั้น…พวกเรามาเริ่มกันเลยหรือไม่?” ใต้เท้าเหยากุ่ยถามอย่างกระวนกระวายใจ

            “ไม่มีปัญหา”ตวนมู่เหยาที่เตรียมพร้อมมานานแล้ว ตราบใดที่มีแผนที่ แค่ยาสมุนไพรทั้งสามด้วยความเร็วและความแข็งแกร่งทางกายภาพของนางแล้วต่อให้ขุดหุบเขายาผีให้ลึกลงไปสามฉื่อก็ไม่ใช่ปัญหา

            หานอวิ๋นซีกำแผนที่สมุนไพรไว้แน่น“อืม!”

            “เอาล่ะเริ่มเลย! ข้าจะรออยู่ที่นี่...”

            ใต้เท้าเหยากุ่ยที่ยังไม่ทันจะพูดจบตวนมู่เหยาก็รีบออกไปจากประตูพร้อมกับแผนที่สมุนไพรในกระเป๋า

            “เร็วจริงๆ...ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!ข้าจะตั้งหน้าตั้งตารอเลยล่ะ”

            ใต้เท้าเหยากุ่ยหัวเราะเสียงดังแน่นอนว่าเวลานี้เขาสนใจหานอวิ๋นซีมากกว่า ใครสั่งให้หลงเฟยเยี่ยมายั่วโมโหเขาล่ะ?

            เมื่อเห็นว่าตวนมู่เหยารวดเร็วขนาดนั้นหานอวิ๋นซีก็ผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็สงบสติอารมณ์และวิ่งออกไปพร้อมกับแผนที่สมุนไพรในมือแต่ความเร็วในการวิ่งของนาง ทำให้ใต้เท้าหเยากุ่ยตามนางมาทัน

            ใต้เท้าเหยากุ่ยลุกขึ้นและเดินตามหานอวิ๋นซีดูเหมือนจะเดินช้า แต่ความเร็วของเขาเร็วกว่าหานอวิ๋นซีอยู่ดี “หานอวิ๋นซีช้าแบบนี้คงไม่ได้การ ข้าบอกเจ้าไว้เลยนะว่าทั้งหุบเขามีกุ่ยตาเฉียงแค่เพียงหนึ่งเดียว ถ้าไปช้าจะแพ้เอาเสียล่ะ!”

            หานอวิ๋นซีหันกลับมามองแล้วแสร้งทำเป็นตกใจ “จริงหรือ?”

            ใต้เท้าเหยากุ่ยยิ้มจนดวงตาที่มีเสน่ห์ของเขาหรี่เป็นเส้นตรง“ข้าไม่เคยโกหกสตรีอยู่แล้ว”

            “เช่นนั้นก็ขอบคุณมาก”

            หานอวิ๋นซียิ้มอย่างอ่อนหวานเร่งความเร็วขึ้นและในที่สุดก็วิ่งไปถึงที่ลาน แต่ในเวลานี้ ตวนมู่เหยาหายตัวไปนานแล้ว

            หลงเฟยเยี่ยและตวนมู่ไป๋เย่ที่รออยู่ข้างนอกก่อนแล้วเมื่อเห็นว่าหานอวิ๋นซีเพิ่งมาถึงตวนมู่ไป๋เย่ก็กระตุกยิ้มอย่างเยาะเย้ยและพูดติดตลกว่า“ฉินหวังเฟยเชื่องช้าขนาดนี้ คงมีความมั่นใจมากใช่หรือไม่?”

            หานอวิ๋นซีหันไปมองอย่างรวดเร็วท่าทางการตื่นเต้นตอนที่เห็นใบสั่งยาเมื่อครู่ก็กลับมาอีกครั้งพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า เห็นด้วยกับคำพูดของตวนมู่ไป๋เย่อย่างมาก

            มองอย่างไรครั้งนี้ก็เหมือนไม่ได้อยากจะร้องไห้แต่ดูตื่นเต้นจริงๆ

            เอ่อ…

            ตวนมู่ไป๋เย่ตกตะลึงเกิดอะไรขึ้นกับสตรีผู้นี้ สีหน้าเช่นนี้ของนางหมายความว่าอย่างไร?

            ต้องยอมรับว่าหลงเฟยเยี่ยเองก็สับสนกับหานอวิ๋นซีเช่นกันปฏิกิริยาของนางคืออะไรกันแน่? นางรู้จักสมุนไพรทั้งสามนี้หรือว่าไม่รู้จักกันแน่?

            หานอวิ๋นซีไม่ได้สนใจพวกเขาทันทีที่เห็นม้านั่งหินข้างๆ นางก็นั่งลงและลูบหน้าอกเบาๆ เพื่อสงบสติอารมณ์

            เมื่อเห็นสิ่งนี้แม้แต่ใต้เท้าเหยากุ่ยที่น่าเกรงกลัวก็เงียบลงสตรีผู้นี้...คงไม่ได้คิดที่จะยอมแพ้เลยใช่หรือไม่?

            ถ้าเป็นเช่นนี้เขาควรเตรียมตัวที่จะหัวเราะเยาะหลงเฟยเยี่ยเลยหรือไม่นะ

            หานอวิ๋นซีไม่ได้แสร้งทำนางตื่นเต้นจริงๆ! ตื่นเต้นจนไม่สามารถแสดงออกมาเป็นคำพูดได้!

            เมื่อมองไปที่ใต้เท้าเหยากุ่ยนางอยากจะพุ่งเข้าไปกดไลก์ให้เขาสัก 32 ครั้งใต้เท้าเหยากุ่ยมีใจที่เป็นอัจฉริยะจริงๆ! ไม่ ไม่ ไม่ เขาเป็นอัจฉริยะเลยต่างหาก!สมุนไพรทั้งสามที่เขาเขียนคือยาพิษทั้งหมด!

            ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสมุนไพรทั้งสามนี้มีอยู่ในลานนี้ทั้งหมด!

            ต้องรู้ว่าสถานที่นี้ถูกมองข้ามไปได้ง่ายที่สุดเจ้าโง่ตวนมู่เหยานั่นเลยรีบออกไป

            ยาสมุนไพรมีพิษมี2 ชนิด ชนิดแรกต้องต้มเพื่อดึงพิษออกมา จัดเป็นสมุนไพรที่มีพิษซ่อนเร้นส่วนอีกชนิดหนึ่งจัดเป็นสมุนไพรที่มีพิษเด่นซึ่งจะแสดงพิษออกมาแม้ว่าจะแตกหน่อก็ตามแต่น่าเสียดายที่สมุนไพรทั้งสามที่ใต้เท้าเหยากุ่ยเขียนไว้อยู่ในประเภทหลังทั้งหมด

            ทันทีที่หานอวิ๋นซีเข้ามาในหุบเขายาผีระบบล้างพิษก็เตือนหลายครั้งว่ามีพิษจำนวนมากในหุบเขานี้ และเมื่อเข้ามาในลานนี้ระบบล้างพิษก็เตือนนางอีกครั้ง

            พืชมีพิษเป็นชนิดที่นางคุ้นเคยมากที่สุดสำหรับพืชที่มีพิษเด่นประเภทนี้ ไม่จำเป็นต้องทดสอบนางก็สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไรได้ด้วยการมองอย่างรวดเร็ว

            ตวนมู่เหยาเจ้าไปหาดีๆ ล่ะ “เจ็ดมารโกศสอเทศและตานไป๋อีหมี่” ยาสมุนไพรพิษสองชนิดนี้ไม่ใช่สมุนไพรธรรมดา แต่เป็นพืชพิษที่หายากมากแม้ว่าจะมีพืชชนิดที่สองและสามในหุบเขานี้แต่แม้แต่ใต้เท้าเหยากุ่ยเองก็ไม่อาจค้นพบมันได้ในเวลาอันสั้น!

            และกุ่ยตาเฉียงที่มีเพียงหนึ่งเดียวก็คงจะถูกใต้เท้าเหยากุ่ยดูแลเป็นพิเศษ ไม่มีทางพบมันข้างนอกอย่างแน่นอน

            นางปล่อยให้หลงเฟยเยี่ยตวนมู่ไป๋เย่ และใต้เท้าเหยากุ่ยมองด้วยความประหลาดใจในขณะที่หานอวิ๋นซีกำลังลูบหน้าอก เหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นเช่นนี้ต้องให้เวลานางสงบสติอารมณ์สักหน่อย

            ในที่สุดตวนมู่ไป่เย๋ก็ทนไม่ได้อีกต่อไป และถามอย่างไม่พอใจว่า “ฉินหวังเฟยทำไมเจ้าไม่ไปหามันล่ะ? เจ้าจะยอมรับความพ่ายแพ้งั้นหรือ?”

            จะตายอยู่แล้วก็ยังมาอวดดีอีกเดี๋ยวได้ร้องไห้ออกมาแน่ๆ

            หานอวิ๋นซียืนขึ้นและพูดด้วยรอยยิ้มว่า“องค์ชายเย่ องค์หญิงฉางเล่อรีบร้อนไปแล้ว ท่านจะรีบร้อนไปทำไมอีก?”

            ในขณะที่นางพูดมือก็ส่งแผนที่สมุนไพรที่นางยังไม่เปิดอ่านมันแม้แต่น้อยส่งไปให้หลงเฟยเยี่ย“ท่านอ๋อง ช่วยข้าถือมันไว้หน่อย”

            แววตาที่ขี้เล่นฉายผ่านดวงตาของหลงเฟยเยี่ยทว่าเขาก็รับแผนที่สมุนไพรมาอย่างเงียบๆ

            ตวนมู่ไป๋เย่ถึงกับพูดไม่ออกในใจก็ไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อยๆเป็นไปได้หรือไม่ว่าสตรีผู้นี้มีความมั่นใจว่าจะทำได้จริงๆ? เพียงแต่ในไม่ช้าความคิดนี้ก็ถูกเขาปฏิเสธอีกครั้ง เป็นไปไม่ได้แม้ว่านางจะรู้จักยาสมุนไพรเหล่านั้น แต่นางก็ไม่สามารถหามันเจอได้ในทันที

            นางไปเอาความมั่นใจมาจากไหน? นางคงไม่ได้ทำเป็นล้อเล่นหรอกใช่หรือไม่

            เมื่อคิดเช่นนี้ตวนมู่ไป๋เย่ก็กอดอกด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย็นชา เขาเพียงรอดูและไม่เชื่อในสิ่งที่หานอวิ๋นซีกำลังจะทำ

            อย่างไรก็ตามในใจใต้เท้าเหยากุ่ยกลับรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาสตรีผู้นี้นั่งอยู่ในลานและไม่ออกไปไหนเลยนางคงไม่ได้พบอะไรบางอย่างแล้วใช่หรือไม่?

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน