ตอนที่ 27 พลังของข้าวผัด
แม้ข้าวเหล่านี้จะตกพื้นไปหมดแล้ว แต่รสชาติของมันก็ยังจัดว่าอร่อย จนทำให้ชายคนดังกล่าวแทบจะคลั่งไปเลยทีเดียว มันเข้าใจแล้วว่าอาหารที่ร็อคได้กินเข้าไป ไม่ได้มียาเสน่ห์เหมือนที่มันคิด
เพียงแต่รสชาติที่อร่อยเช่นนี้ต่างหาก ที่ทำให้ใครเมื่อได้กินเข้าไปก็ไม่สามารถหยุดที่จะกินได้!
คนในกลุ่ม สับสน งุนงงไปหมดแล้ว...แม้แต่อาหารที่ตกพื้นไปแล้วก็ยังกล้าที่จะกินต่อ ไม่ต่างจากสุนัข
คำถามคือ ข้าวผัดแห้งๆ แบบนี้มันอร่อยจริงๆ เหรอ?! พวกเขาเริ่มอยากที่จะลองกินมันบ้าง แต่ทว่าข้าวผัดที่เหลืออยู่ มันหมดไปแล้ว!
จานหนึ่งถูกโดย ร็อค แน่นอนไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปแย่ง
จานที่สองและสาม ก็ถูกหญิงสาวสว่าปามจนเกลี้ยงเกลา เหลือก็แต่เพียงอาหารจานสุดท้ายที่ตกอยู่ที่พื้น
‘ลองกินมันดูสักหน่อยดีไหม?!’
‘แต่อาหารพวกนี้มันตกพื้นไปแล้วนะ?!’ สองความคิดได้ตีกันในหัว
แต่ดูเหมือนว่าการกินที่สุดแสนจะอร่อยของร็อคและเพื่อนของมันที่แสดงออกมา มันดูมีพลังอันยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน
ทันใดนั้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ชายฉกรรจ์มากกว่า 5 คน ฟุบลงไปนั่งกับพื้น ก่อนจะใช้มือดุ้นๆ ตักช้อนข้าวที่ตกพื้นขึ้นมากินอย่างไม่ลังเล
“. . .”
มาร์คัสที่เป็คนยกข้าวผัดของไลท์มาเสริฟ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้แต่ยืนมองดูเหล่าเพื่อนๆ ของมัน ด้วยความตื่นตะลึง
เพื่อนจากหมู่บ้านดาราฉายที่มีพื้นเพและครอบครัวที่ร่ำรวย ตอนนี้กลับยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อที่จะกินข้าวผัดที่ตกพื้น
มาร์คัสไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นและทำใจได้ยากในการยอมรับว่า อาหารของไลท์ นั้นเหนือกว่าตนเองถึงเพียงนี้ มันพยายามเข้าไปดึงรั้งเพื่อนของมันที่กำลังกินกันอย่างบ้าคลั่ง มันทั้งโดนผลักถีบกลับมาด้วยสายตาราวกับหมาบ้าที่กำลังคลุ้มคลั่ง
“ไปเอามาอีก ไปทำข้าวผัดนี้มาเร็วๆ!” ผ่านไปเพียงพริบตาเดียว ร็อคก็กินข้าวผัดในจานของมันหมดแล้ว ชายร่างั์ร้องโหยหาถึงข้าวผัด
ก่อนจะหันมามองจ้องที่มาร์คัส โดยมันนั้นคิดเอาเองว่า อาหารที่ได้กินไปเป็ฝีมือของมาร์คัส
ทั้งที่จริงๆ แล้ว ข้าวผัดทั้งหมดเป็ฝีมือของไลท์ ที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ในครัว ด้วยรอยยิ้มกว้างๆ
‘ติ้ง!’
[ภารกิจหลัก: ทำอาหารในฐานะพ่อครัวร้านอาหารสามเวลาครั้งแรก สำเร็จ]
[รายละเอียด: ทำอาหารเมนูอะไรก็ได้ ขอเพียงลูกค้ารู้สึกประทับใจ 15/5!]
[รางวัล: สิทธิ์หมุนวงล้อนำโชค 1 ครั้ง , แต้มร้านค้าจากระบบ 100 แต้ม]
‘ติ้ง!’
[ระบบตรวจพบถึงค่าความประทับใจที่เกินกว่ากำหนดของภารกิจ...ทางระบบขอมอบแต้มร้านค้าจากระบบอีก ‘100 แต้ม’ ให้กับความมุมานะของเ้าของร่าง!!]
ในตอนแรก ภารกิจของเขาได้สำเร็จไปเพียง ‘2/5’ ซึ่งมาจากสองนักผจญภัย โทมัสและจิมเพียงแค่นั้น แต่ทว่าหลังจากที่มาร์คัสแอบยกข้าวผัดของเขาไปเสริฟ์ให้กับเพื่อนพ้องของมันโดยที่ไม่บอกกล่าวและไม่ได้รับการอนุญาต
อย่างไรก็ตามทางด้านของระบบก็ดูเหมือนจะรับรู้ว่านี้คือ อาหารที่ปรุงโดยไลท์ ดังนั้นค่าความประทับใจในภารกิจ จึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามผู้ที่ได้กิน ซึ่งรวมทั้งหมดแล้ว มันเกินกว่าที่ระบบกำหนดเอาไว้ในตอนแรกเสียอีก
‘15/5!!’
ค่าความประทับใจได้พุ่งทะยานขึ้นจนเกินกำหนด ซึ่งเท่ากับว่าเหล่าเพื่อนๆ ของมาร์คัสที่เดินทางมาจากหมู่บ้านดาราฉาย ต่างก็หลงใหลในข้าวผัดจานนี้ของไลท์กันแทบทั้งสิ้น
ดังนั้นค่าความประทับใจที่เกินขึ้นมานี้ ทางระบบจึงได้มอบมันให้เป็รางวัลเสริมเพื่อเป็รางวัลให้แก่ไลท์นั่นเอง
ชายหนุ่มยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข ซึ่งใน่เวลาเดียวกันนี่เอง ทางด้านของมาร์คัสก็ได้ถูกเพื่อนๆ ของมัน รุมล้อมเอาไว้ พลางะโสั่งข้าวผัดกันจนชุลมุนวุ่นวาย
‘มาร์คัส ช่วยทำข้าวผัดให้พวกเราอีกสักจาน ไม่สิ...ขอเป็ 10 จาน จะได้ไหม?!’
‘ใช่ๆ อาหารของนายอร่อยมากเลยเพื่อน ขอฉันกินมันอีกสักหน่อยเถอะ เมื่อกี้ยังไม่อิ่มท้องเลย!!’
‘พี่มาร์คัสค่า ช่วยทำข้าวผัดให้กับพวกหนูอีกได้ไหมคะ!’
ร็อคและกลุ่มเพื่อน รวมไปถึงหญิงสาว ต่างก็เข้ามาขอร้องมาร์คัสกันอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
มันแม้จะยินดีที่ตัวเอง ได้กลายเป็จุดศูนย์กลางของเพื่อนในกลุ่ม แต่ไฉนเลยที่จะกล้าตอบรับว่าจะทำอาหารให้กับคนอื่นๆ สุ่มสี่สุ่มห้า เพราะข้าวผัดที่ทุกคนได้กินไป แท้ที่จริงแล้วไม่ได้เป็อาหารที่มันทำ
อีกทั้งยังทำไม่เป็อีกด้วย!!
“ช้าก่อนๆ ข้าวผัดที่พวกนายได้กินไป มันมีวิธีทำที่ยุ่งยากมาก กว่าฉันจะทำออกมาได้รสชาติแบบนี้ ก็ใช้กำลังกายไปมาก...ฉะนั้นขอเป็วันหลังจะได้ไหม!!” มาร์คัสต้องยอมพูดโกหก เพื่อที่จะปกปิดความจริง
มันในตอนนี้นั้นรู้สึกดีมากๆ ที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนและร็อค แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากที่จะสูญเสียความสำคัญนี้ไปด้วย ฉะนั้นมันจึงต้องยอมโกหกเพื่อที่จะรักษาทุกอย่างเอาไว้
แน่นอนถึงมาร์คัสจะไม่รู้ว่าข้าวผัดของไลท์นั้นมีวิธีทำยังไง แต่ที่มันรู้แน่ๆ เลยก็คือ ข้าวผัดที่ทำไปอย่างน้อยๆ ก็ต้องแช่ข้าวทิ้งเอาไว้ถึงหนึ่งคืน กว่าข้าวจะออกมาแห้งได้แบบนั้น!!
ซึ่งในเมื่อมันรู้เช่นนี้ มันก็มีข้ออ้างมากพอที่จะบอกเพื่อนของมันได้แล้วว่าข้าวผัดที่ทุกคนได้กินเข้าไปไม่ใช่อาหารที่จะทำกันได้ง่ายๆ นั่นเอง
‘แก้ผ้าเอาหน้ารอด!!’
มาร์คัสยอมที่จะโกหกเพื่อเอาตัวรอดไปได้อีกวัน โดยหวังว่าเพื่อนๆ ของมันคงจะลืมเื่นี้ไปหากปล่อยไปนานๆ โดยที่มันนั้นไม่รู้เลยว่า รสชาติอาหารของไลท์ ไม่ใช่รสชาติที่ใครจะลืมเลือนกันได้ง่ายๆ
เพราะแม้แต่โทมัสและจิม ที่กินอาหารชั้นดีมาั้แ่เด็ก ก็ยังต้องกลับมากินอาหารฝีมือไลท์ซ้ำเป็ครั้งที่สอง
“ในเมื่อมาร์คัสให้สัญญาว่าจะทำให้พวกเรากินอีกครั้ง ทุกคนก็ช่วยรอกันหน่อยก็แล้วกัน!!” ร็อคเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อมาร์คัสไปแล้ว
มันไม่กล้าที่จะข่มเหงอีกฝ่ายตามอำเภอใจได้อีกแล้ว เพราะกลัวว่ามาร์คัสจะไม่ทำข้าวผัดให้กับมันอีก ดังนั้นมันจึงเอาใจอีกฝ่ายด้วยการปกป้องมาร์คัสจากคนในกลุ่ม
ก็แหงล่ะ!! ร็อคเป็เพียงคนเดียวที่ได้กินข้าวผัดเต็มๆ จาน รสชาติและความอร่อยแบบนี้ หากมันไม่ผูกมิตรเอาไว้ ก็โง่เต็มทน!
เหล่าเพื่อนพ้องต่างพากันยืนคอตก เมื่อรู้ว่าข้าวผัดนั้นหมดไปแล้วด้วยความผิดหวัง ซึ่งพวกมันก็ปลอบใจตัวเอง ด้วยการบอกตัวเองว่า อาหารอร่อยๆ ที่ได้กินไป ไม่ได้มีกินกันได้ง่ายๆ ฉะนั้น สู้อดใจรอมาร์คัสอีกสักหน่อยก็คงจะไม่เป็ไร
โดยที่ไม่รู้เลยว่าข้าวผัดที่พวกมันได้กินไป หากไลท์เป็คนลงมือทำจริงๆ พวกมันก็แค่รอไม่กี่นาทีก็ได้กินกันแล้ว!!
หลังจากข้าวผัดในร้านอาหารสามเวลาได้ปิดฉากลง ทางด้านมาร์คัส ร็อคและเพื่อนจากหมู่บ้าน ก็พลันพากันเตรียมตัวที่จะออกเดินทางไปเที่ยวเล่นในป่าดาราฉายที่อยู่ข้างๆ
ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ ก็ไม่ใช่การเดินทางที่กินเวลามากนัก ด้วยความชำนิชำนาญในพื้นที่ของมาร์คัสและร็อค ที่ทุกคนต่างก็เติบโตกันมาในเขตดาราฉาย
เพียงไม่กี่นาที พวกมันเกือบทั้งหมดก็ได้เข้ามาในป่าดาราฉายเพื่อออกผจญภัยและตามล่าหาเหล่าอสูรที่หลบซ่อนอยู่ในป่าแห่งนี้
“ไหนพวกแกบอกว่า ในป่าดาราฉายจะมีอสูรหมาป่าสีชาดไง นี้เราเดินกันมาหลายชั่วโมงแล้วนะ ยังไม่เห็นแม้แต่ร่องรอยของมันเลย!” ร็อคเริ่มหงุดหงิดที่ต้องเดินวนไปมาอยู่ในป่าอย่างไร้จุดหมาย
กลุ่มของมาร์คัสและร็อค ที่พากันเข้ามาในป่าดาราฉายวันนี้ ก็เพราะว่ามีหนึ่งคนในกลุ่มของพวกมัน ได้เผอิญไปได้ยินถึงเื่ของอสูรหมาป่าสีชาดที่หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าดาราฉาย จากผู้คนในหมู่บ้านเมื่อหลายวันก่อน
ซึ่งร็อคและมาร์คัส ที่หวังอยากจะหาเงินจากการล่าสัตว์อสูร โดยนำแกนิญญาของอสูรที่ตายแล้ว ไปแลกเปลี่ยนเป็เงินตรากับทางศาสนจักรแห่งแสง จึงได้นัดแนะเหล่าเพื่อนของพวกมันกันในวันนี้
ชายฉกรรจ์และหญิงสาว นับ 10 คน ต่างเดินถืออาวุธที่พวกมันเชี่ยวชาญ เดินเรียงหน้ากระดานเข้าไปในป่า เพื่อสำรวจถึงร่องลอยของสัตว์อสูรตามคำบอกเล่า
พวกมันค้นหากันอยู่นาน แต่ก็พบเพียงร่องรอยของผู้คน ที่เดินผ่านเข้าออกป่าดาราฉายเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ ร็อค กำลังพร่ำบ่นถึงการเดินสำรวจที่ไร้จุดหมายปลายทาง หนึ่งในกลุ่มเพื่อนของพวกมันคนหนึ่ง ก็พลันเห็นบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวอยู่ทางด้านหน้าของพวกมัน
“ร็อค ด้านหน้ามีการเคลื่อนไหว...หรือว่าจะเป็อสูรหมาป่าที่พวกเรากำลังออกตามหา!!”
“เท็ดดี้ แกมีความเร็วที่สุดในกลุ่ม รีบออกไปดูทางเร็วเข้า อย่าให้พวกมันหนีไปได้!!”
สิ้นเสียงของร็อค ชายคนหนึ่งที่มีรูปร่างผอมเพรียวและดูจะมีอายุน้อยที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด ก็พุ่งทะยานออกไปเบื้องหน้าด้วยความรวดเร็ว
‘บาทาวายุ!!’ ขีดความสามารถของชายที่ชื่อว่า เท็ดดี้ นั้นมีพลังในด้านการวิ่งและเสริมสร้างความเร็วเสมือนสายลม เพียงแค่มันเปิดใช้งานทักษะที่ชื่อว่า บาทาวายุของมัน
เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของมันก็โจนทะยานออกไปราวกับลูกะุปืน
‘เท็ดดี้เร็วขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า??!!’
‘ฉันว่าเร็วขึ้นนะ เมื่อก่อนหมอนั้นยังไม่เร็วถึงขั้นนี้เลยไม่ใช่เหรอ??!!’
ภายในกลุ่มต่างก็แปลกใจ เมื่อเห็นร่างของเท็ดดี้ พุ่งตัวหายไปจากสายตาของพวกมัน ด้วยความรวดเร็วที่ดูจะมากกว่าแต่ก่อน
ซึ่งเดิมที แม้เท็ดดี้จะมีการวิ่งที่เร็วกว่าคนในกลุ่มอยู่ในระดับหนึ่ง แต่นั่นก็อยู่ในความเร็วที่คนอื่นสามารถที่จะไล่ตามทันใด แต่ทว่า...ในวันนี้ การวิ่งของเท็ดดี้ ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันจะไล่ตามได้เลย
เพียงครู่เดียว เท็ดดี้ก็ได้วิ่งทิ้งห่างเพื่อนในกลุ่มไปไกลกว่าหลายสิบเมตรแล้ว!!
‘ฉันเร็วขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน!!’
แม้แต่เ้าตัวเอง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจกับความรวดเร็วของตัวเอง
ร่างของมัน ช่างเบาบางเหมือนกันปีกของนก ร่างกายที่เคยอ่อนเพลียก็ดูจะฟื้นคืนกลับมาแข็งแรง
ทั้งหมดนี้พวกมันไม่รู้เลยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกมัน ล้วนแล้วแต่เป็ผลพ่วงมาจากการกินข้าวผัดฝีมือของไลท์นั่นเอง!!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ตารางการลงนิยายทุกวันเวลา 18.00
(ในอนาคตอาจมีการปรับตารางลงใหม่เพื่อให้ตัวผู้แต่งมีเวลาพัก ขอบคุณครับ)