ตอนที่7 จงหลับให้สบาย
เส้นทางข้างหน้าไม่ได้ลำบากแต่อย่างใดแต่เธอต้องระวังแมลงและสัตว์เลื้อยคลานตามพื้นแต่เธอก็ไม่เคยเห็นสัตว์ในป่านี้เลยนอกจากนกเมื่อเดินไปตามขอบตึกเธอก็มาถึงข้างหลังแต่มันก็มีเพียงกระจกบานใหญ่เท่านั้นเธอมองอย่างสงสัยว่าตรงไหนมันคือทางเข้ากันเธอเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งเห็นความผิดปกติที่กระจกบานหนึ่งมันมีการสะท้อนของกระจกที่แปลกเธอเดินอีกทางแต่ภาพในกระจกไม่มีการเอียงไปตามทิศของเธอหรือก็คือไม่มีการขยับอะไรเหมือนเป็ภาพนิ่ง
“หรือว่า?”
มิรารีหาบางอย่างบนผนังกระจกตรงหน้าก่อนจะเห็นบางอย่างแปลก ๆด้านล่างขอบกระจก มันเหมือนเป็สัญลักษณ์บางอย่างที่มองได้ยากมิรารีดึงหญ้าแถวนั้นออกจนเห็นเหล็กบางอย่างโผล่ออกมาจากพื้นดินมิรารีลองจับแล้วดึงมันเริ่มขยับกระจกตรงหน้าก็เริ่มขยับมันกำลังงัดขึ้นมามิรารีถอยหนีออกผนังกระจกกลายเป็ประตูที่เปิดทางให้เธอ
“ว้าว...ไม่คิดเลย...ว่าที่แห่งนี้จะมีกลไกปริศนาเยอะแบบนี้...”
มิรารีอยากเห็นคนสร้างตึกนี้จริง ๆ ที่คิดหาทางเข้าที่แปลกแบบนี้เธอกำลังจะก้าวขาเข้าไปข้างในปริศนาก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
‘ช่วย...’
“อ๊ายยยย!!”
มิรารีร้องออกมาอย่างใหัวใจที่ผวาอยู่แล้วว่ากลัวจะมีอะไรออกมายิ่งเพิ่มความกลัวให้เสียงหัวใจเต้นตึกตักกว่าเดิมเป็สองเท่า เธอมองซ้ายขวาหาต้นเสียงนั้น
“นี่! อย่าส่งเสียงทันทีสิ!! มันในะ!!”
มิรารีะโด้วยอารมณ์ไม่พอใจที่ต้นเสียงเอ่ยพูดออกมาแต่ต้นเสียงไม่โผล่ออกมาทำให้เธอสงสัยว่าอีกฝ่ายอยู่ไหนก่อนที่เสียงนั้นจะดังอีก
‘ช่วย...’
“ช่วย?”
มิรารีทวนคำพูดของเสียงปริศนาเธอสงสัยว่าอีกฝ่ายนั้น้าอะไรจากเธอจนรู้สึกว่าเสียงนั้นเริ่มเข้ามาใกล้มากขึ้น
‘ช่วยหน่อย...’
เสียงที่ขอความช่วยเหลือเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆจนเธอมองหาตนเสียงแต่ไม่เห็นอะไรเลยจนรู้สึกถึงบางอย่างที่มาเกาะขาของเธอเธอขนลุกขึ้นมาหน่อย ๆ ก่อนจะก้มมองก็เห็นสิ่งที่ไม่คาดคิดสิ่งแรกที่เห็นคือใบไม้หนึ่งใหม่กับมือเล็ก ๆ ที่คล้าย ๆ เปลือกไม้เธอจ้องมองสิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่มีส่วนสูงประมาณข้อเท้าของเธอตอนแรกเธอจะสะบัดเพราะความใ แต่ตอนนี้เธอรู้สึกไม่ควรทำแบบนั้น ก่อนจะย่อตัวลงช้าๆ เธอใช้มือจับเ้าตัวเล็กเบา ๆ เธอยกเ้าตัวเล็กขึ้นมาสีหน้ามันดูเศร้ามาก ๆเหมือนคนกำลังร้องไห้ เธอประคองเ้าตัวเล็กไว้บนฝ่ามือ
“เธอ...เป็ตัวอะไรกัน...?”
มิรารีเอ่ยถามเธอจ้องมองเ้าตัวเล็กอย่างตั้งใจร่างกายของเ้าตัวเล็กชายๆ คนแต่มีร่างกายคล้ายเปลือกไม้ บนหัวมีใบไม้สองใบดูน่ารักมาก ๆ ดวงตาสีเขียวมือเท้าเล็กน่ารักมาก ๆ จนเธอแอบเอ็นดูไม่ได้ก่อนที่เ้าตัวเล็กจะส่งเสียงอีกครั้ง
‘ช่วย...ช่วยด้วย...’
มิรารีได้ยินเสียงนั้นอีกครั้งจนเธอมองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นเ้าของเสียงก่อนที่เธอจะเอาตัวเล็กเข้ามาใกล้ ๆ
‘ช่วยด้วย…’
เสียงนั้นดังมาจากเ้าตัวเล็กตรงหน้าของเธอทำให้เธอรู้แล้วว่าเ้าของเสียงนั้นคือเ้าตัวเล็กที่ทำเสียงสะอึกสะอื้นอยู่ตรงนี้
“เสียงนี้คือเสียงเธอเหรอ?”
เ้าตัวเล็กพยักหน้าเบา ๆ พร้อมน้ำตาที่กำลังไหลออกมามิรารีเห็นก็รู้สึกสงสารว่าเ้าตัวเล็กเป็อะไรจนเธอต้องเอ่ยถามออกมา
“แล้วอยากให้ฉันช่วยอะไรเธอล่ะ?”
เ้าตัวเล็กทำท่าทางจะขอลงจากมือของเธอ มิรารีค่อย ๆย่อมือของเธอตนเองใกล้ ๆ พื้น เ้าตัวเล็กก็ลงแล้วเดินไปตามทางเส้นทางที่จะไปเขาหยุดลงแล้วหันมาหาเธอเหมือนอยากให้ตามไป
“จะให้ตามไปเหรอ?”
มิรารีเอ่ยถามเ้าตัวเล็กก็วิ่งไปข้างหน้าทันที
“อ๊ะ!! เดียวรอด้วยสิ!!”
เ้าตัวเล็กวิ่งนำหน้ามิรารีไปอย่างรวดเร็วเธอก็ตามไปทุกก้าวเ้าตัวเล็กมีขนาดเล็กแต่ก็เดินเร็วมาก ๆ จนเธอตามแทบไม่ทันแต่เธอสงสัยอย่างสิ่งมีชีวิตแบบนี้มีบนโลกด้วยเหรอจนเธอรู้สึกว่าตัวเองโดยอะไรหลอกหลอนแน่ๆ แต่ก็ยังตามไปจนตอนนี้งงว่าเ้าตัวเล็กไปไหน เธอเดินจนมาอยู่กลางห้องโถงเธอเงยหน้าขึ้นก็เห็นแถว ๆ ขั้นบันไดที่สองก็เห็นเ้าตัวเล็กกำลังบีบราวจับขึ้นไปยังชั้นต่อไปมิรารีรีบขึ้นบันไดตามไปจนมาถึงชั้นที่สี่ที่เ้าตัวเล็กหยุดรอเธอ
“แฮ่กๆ”
‘ช่วย...’ เ้าตัวเล็กส่งเสียงออกมาในใจก่อนจะเดินนำทางไปต่อ
“รอก่อน...รอด้วย...”
มิรารีเห็นเ้าตัวเล็กเดินนำไปก่อน เธอหอบหายใจก่อนจะพยายามลุกตามเ้าตัวเล็กไปต่อเธอเดินจนตามเ้าตัวเล็กมาถึงห้องหนึ่งที่กำลังเดินเข้าไป
“กู้ดดดด!”
เ้าตัวเล็กส่งเสียงที่ไม่ใช่คำพูดออกมา เรียกบางอย่างภายในมิรารีระแวงว่าจะมีอะไรก่อนที่เ้าตัวเล็กจะเดินออกมา
“กู้ดดดดด”
มิรารีเห็นการร้องเรียกของอีกฝ่ายก็รีบเดินตามไปจนกระทั่งเห็นข้างในห้องที่ดูเละเทะไปหมดคงเกิดจากการโจมตีเกาะนี้ ของแต่ละอย่างตกแตกเต็มไปหมด อุปกรณ์ต่าง ๆพังเต็มโต๊ะไปหมด ทำเอาหดหู่ใจสุด ๆก่อนที่เ้าตัวเล็กจะปีนไปจุดจุดหนึ่งเขาใช้มือกวักเรียกมิรารีเธอลองเดินไปดูก็เห็นสิ่งไม่คาดคิดนั้นคือสิ่งที่อยู่ภายในตู้สิ่งมีชีวิตคล้ายเ้าตัวเล็กนอนแน่นิ่งไม่ขยับเธอเปิดประตูตู้ดูแล้วตรวจสอบ แต่สภาพของพวกมันแต่ละตัวเหมือนตายมาได้สักพัก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน...”
เ้าตัวเล็กพยายามเดินไปหาเพื่อนของมันพร้อมกับเขย่าตัวเพื่อน ๆเพื่อให้ทุกคนตื่น แต่ไร้การตอบสนองมิรารีเห็นรู้สึกจุกอกที่เห็นแบบนี้จนเธอนั้น
‘ช่วย ช่วย’ เ้าตัวเล็กส่งเสียงขอความช่วยเหลือ
มิรารีได้ยินเสียงแบบนั้นยิ่งรู้สึกเ็ปว่าจะบอกยังไงว่าเพื่อนของเ้าตัวเล็กไม่อยู่แล้วก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปจับตัวของเ้าตัวเล็ก
‘ช่วย!’
มิรารีโอบเ้าตัวเล็กเข้ามากอดอย่างอ่อนโยนน้ำเสียงของเ้าตัวเล็กเปลี่ยนเป็สะอึกสะอื้นอย่างเ็ป
“ฉันเสียใจด้วยนะ...”
“กู้ดดดด กู้ดดดด”
เสียงเล็กจ๋อยร้องคร่ำครวญด้วยความเสียใจกับสิ่งที่เ้าตัวอาจจะยอมรับไม่ได้และรอความช่วยเหลือมาตลอดแต่พอมิรารีมาเธอกลับช่วยไม่ได้จริง ๆเพราะเธอไม่รู้ว่าพวกสิ่งมีชีวิตคล้ายพืชต้องทำยังไงให้ฟื้นขึ้นแต่สิ่งมีชีวิตพวกนี้คงคล้ายมนุษย์มีสิทธิ์ตายได้เช่นกันเ้าตัวเล็กหยุดร้องไห้ก็เริ่มพูดในความคิดออกมา
‘ไม่...ไม่อยู่แล้ว...’
มิรารีฟังเสียงของเ้าตัวเล็ก เธอกับนึกถึงคุณยายที่เหมือนมาอำลาเธอนั้นทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาเธอกำลังเช็ดน้ำตาของตนเองแต่มันก็ยังไหลไม่หยุดมันเ็ปในใจที่ต้องเสียคนที่ไม่ได้เจอเธอมานานไปอย่างไม่เตรียมใจเธอฝืนที่จะไปปลอบอีกฝ่ายก่อนจะลูบหัวเ้าตัวเล็กเบา ๆ
“ถึงไม่อยู่แล้ว...แต่เราก็มาฝังพวกเขาให้หลับใหลในพื้นดินดีกว่านะให้พวกเขากลับสู่ธรรมชาติ”
“กลับ...ธรรมชาติ...กลับกัน...” เ้าตัวเล็กได้ยินแบบนั้นทำให้ใบไม้บนหัวขยับขึ้นลงอย่างดีใจ
เมื่อเห็นสีหน้าเ้าตัวเล็กเปลี่ยนไปเธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยนชมกับการเปลี่ยนความรู้สึกไวมากๆ ก่อนที่เธอจ้องมองร่างอันไร้ิญญาของเ้าตัวเล็กทั้งหลายนั้นทำให้เธอคิดว่าจะเอาไปไหงดีเธอไม่อยากใส่มือเป็กอง ๆ ไปจำนวนของพวกมันมีทั้งหมดหกตัวเธอมองหาอะไรบางอย่างที่พอจะทำให้ยกเ้าตัวเล็กทั้งหลายไปได้ง่าย ๆจนเ้าตัวเล็กมองเธอก็ทำบางอย่างที่คาดไม่ถึง
“กู้ดดดดดด~”
มิรารีเห็นสิ่งที่เ้าตัวเล็กให้มันเป็ตะกร้าขนาดเล็กที่สร้างจากร่างกายตัวเล็กนั้นทำให้เธอยิ้มก่อนจะรับมา
“ขอบใจจ้ะ”
มิรารีหันไปหาร่างไร้ิญญาที่คล้ายกับเ้าตัวเล็กทั้งหลายก่อนจะนำลงใส่ตะกร้าทีละตัวจนครบทั้งหกตัวมิรารีก็เตรียมตัวพาทั้งหมดออกจากห้องนั้น เธอยื่นมือไปหาเ้าตัวเล็กให้ลงมาที่มือของเธอก่อนที่เ้าตัวเล็กจะลงมาแล้วทั้งสองก็เดินออกจากที่นั่นจนออกมาจากตึกที่สองไปยังตึกแรกที่เธออยู่มันมีต้นไม้ใหญ่อยู่นั้นทำให้เธอคิดบางอย่างได้
“เอาที่นี่ละกันนะ”
มิรารีเลือกต้นไม้ใหญ่ที่น่าจะพอเป็ที่ฝังร่างของพวกตัวเล็กก่อนที่เธอจะนั่งลงแล้วว่าเ้าตัวเล็กและตะกร้าลงเธอเริ่มการขุดดินโดยไม่สนใจว่ามือของเธอจะเละแค่ไหนเ้าตัวเล็กเห็นแบบนั้นก็พยายามจะมาช่วยขุดจนมันตกไปในหลุมมิรารีเห็นก็แอบหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะช่วยพาขึ้นมาเธอขุดดินเป็ทางยาวไว้ให้ร่างของพวกเ้าตัวเล็ก เธอจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะนำร่างของพวกตัวเล็กทั้งหกมาวางเรียงกันเธอเห็นพวกเขาเหมือนคนกำลังหลับแต่ไร้ลมหายใจไปแล้วเธอไปหาใบไม้สีเขียวมาวางเป็ผ้าห่มให้พวกตัวเล็กเธอมองเ้าตัวเล็กพร้อมกับเอามือััใบหน้าของพวกเขาแต่ละตัว
“หลับให้สบายนะ...”
เ้าตัวเล็กมาเกาะด้านข้างมิรารีจ้องมองเพื่อน ๆ ของมันนอนอยู่ในหลุมมิรารีหันมามองเ้าตัวเล็กที่อยู่ข้าง ๆก่อนจะเอาดินที่ขุดขึ้นมากลบร่างของเ้าตัวเล็กทั้งหลายเธอนำกิ่งไม้ทั้งประมาณสิบสองกิ่งมาทำเป็ไม้กางเขนปักไว้ตรงหลุมศพมิรารีถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะมองเ้าตัวเล็กที่อยู่ด้านข้างแต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว
“เ้าตัวเล็ก?”
มิรารีหันซ้ายหันขวามองหนา ก่อนที่พุ่มไม้จะมีการเคลื่อนไหวมิรารีเห็นก็กลัวว่าจะเป็สัตว์ป่าจนกระทั่งเห็นสีสันหลากหลายออกมานั้นคือกองดอกไม้ที่กำลังตรงมาทางนี้
“ดอกไม้?”
ดอกไม้ถูกวางลงพร้อมกับใบหน้าที่กำลังดูยิ้มแย้มให้ “กู้ดดดดดดดด~”
“อ๊ะ...คิก เ้าตัวเล็กนี่เอง...ใหมด...” มิรารีหัวเราะคิกคักก่อนจะเอ่ยถาม “นำดอกไม้มาไหว้เพื่อน ๆ สินะ”
“กู้ด...”
เ้าตัวเล็กตอบกลับแล้วนำดอกไม้เป็กอง ๆ วางลงบนหลุมศพของเพื่อน ๆเพื่อไว้อาลัย เห็นแบบนี้มิรารีก็แอบที่จะเอ็นดูเ้าตัวเล็กไม่ได้จริง ๆเธอหันมามองหลุมศพ ก่อนจะยกมือขึ้นมากุมมือ
“ขอให้พระเ้าจงนำทางพวกเ้าสู่พื้นที่สีเขียวอันสงบสุขเอเมน”
ถึงมิรารีจะเป็คนไทยแต่เธอนับถือทั้งศาสนาพุทธและคริสต์ถึงแม้มันจะต่างกันมาก แต่ทุกศาสนาถูกสร้างมาให้อยู่ในส่วนของมัน แต่ยังไงเธอก็นับถือทั้งสองอย่างเต็มใจเพราะแม่เป็พุทธพ่อเป็คริสต์ นั้นเป็เื่ที่ปกติที่พ่อแม่จะสอนเกี่ยวกับศาสนาของตนเองให้ลูก ๆมิรารีเลยนับถือมาั้แ่ไหนแต่ไรอยู่แล้วยังไงแต่ละศาสนาสอนให้ผู้คนเป็คนดีและมีเหตุผลเสมอมิรารีสวดภาวนากับพระเ้าจบเธอก็หันมาหาเ้าตัวเล็กที่ยังนั่งมองหลุมศพของเพื่อนอยู่
***อย่าเคร่งเื่ศาสนากันนะคะ
มันขึ้นกับบุคคลว่าอยากนับถือศาสนาไหนนะคะ
“นี่ เ้าตัวเล็ก...”
“กู้ด...” เ้าตัวเล็กหันมามองมิรารีอย่างตั้งใจ
“เอ่อ...เธออยู่นี่มานานแล้วใช่ไหม?”
เ้าตัวเล็กมองอย่างสงสัยว่าคำว่านานมันคืออะไรแต่สำหรับเ้าตัวเล็กวันเวลาผ่านไปตลอดจนเขาพยักหน้าให้อีกฝ่ายมิรารีได้ยินแบบนั้นก็คิดที่จะถามบางอย่างกับเ้าตัวเล็กทันที
“โอเค...งั้นเธอคงบอกได้ใช่ไหมว่าที่นี่ถูกทิ้งร้างไว้นานเท่าไรแล้วนะ”
คำถามนั้นทำให้เ้าตัวเล็กนิ่งค้างไปสักระยะก่อนจะเอียงคออย่างงุนงงมิรารีเห็นท่าทางอีกฝ่ายก็รู้สึกว่าไม่น่าจะใช่คำตอบที่ดีก่อนที่เ้าตัวเล็กจะตอบผ่านกระแสจิต
'ไม่รู้สิ...'
มิรารีถึงกับนั่งคอตกที่รู้สึกผิดเลยที่ถามเ้าตัวเล็กที่น่าจะไม่รู้จักวันที่หรือวันเวลาเลยด้วยซ้ำ
“ขอโทษนะ...ที่ถาม...”
“กู้ด...” เ้าตัวเล็กเดินเข้ามาซบหน้ากับหัวเข่าอีกฝ่ายอย่างเป็ห่วง
มิรารีมองก็ได้แต่ยิ้มให้ก่อนจะลูบหัวเบา ๆ “ไม่เป็ไร ๆฉันแค่รู้สึกเสียใจที่ยังหาข้อมูลให้ตัวเองไม่ได้นะ”
เ้าตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็ชี้ไปที่ตึกที่สองใด “กู้ด!! กู้ด!!”
มิรารีเงยหน้าไปทิศที่เ้าตัวเล็กชี้ “ตึกที่เราออกมาเหรอ?...ตึกนั้นมีข้อมูลที่จะบอกฉันได้เหรอ?”
“กู้ด!” เ้าตัวเล็กพยักหน้าทันที
มิรารีได้คำตอบใหม่ก็ตาลุกวาวอย่างรวดเร็ว “เจ๋งเลย! งั้นวันนี้…”
แสงแดดสาดส่องตามทางตรงลงมาทางที่มิรารีอยู่ เธอยกมือขึ้นดวงอาทิตย์มาอยู่เหนือหัวเธอบ่งบอกว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่แล้ว
“เที่ยงแล้วเหรอ...คงต้องพอแค่นี้ก่อนล่ะนะ...กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะ!!”
‘กองทัพ?’เ้าตัวเล็กส่งกระแสจิตออกมา
“คิก ๆ หมายถึงพวกเรานะ เ้าตัวเล็ก”
“กู้ด!”
“กลับกันดีกว่า...เอ่อ...เธอคงไม่จะอยู่แถวนี้ใช่ไหม?”
“กู้ด?” เ้าตัวเล็กเอียงคออย่างสงสัย
มิรารีจ้องมองอีกฝ่ายถ้าอยู่แถวนี้ก็กลัวว่าจะมีอะไรมาทำให้เ้าตัวเล็กาเ็ก่อนจะนึกบางอย่างได้
“สนใจ...ไปอยู่กับฉันไหม?”
“กู้ด!!”
เ้าตัวเล็กะโโลดเต้นอย่างดีใจก่อนจะมากอดหัวเข่าเธออีกครั้งมิรารีเห็นก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะอุ้มอีกฝ่ายไว้ที่ฝ่ามือ
“เดียวเรากลับไปทานอาหารกันดีกว่านะแกกินน้ำหรือดินสินะ”
“กู้ด!” เ้าตัวเล็กตอบพร้อมกับพยักหน้า
เ้าตัวเล็กตอบเธอด้วยเสียงกู้ดตลอดทำให้เธอคิดบางอย่างขึ้นมาได้ “อืม เธอชอบพูดว่ากู้ดสินะ? นั้นฉันขอเรียกเธอว่ากู้ดนี่ละกันนะ”
“กู้ด กู้ด!”
เ้าตัวเล็กรู้สึกดีใจที่อีกฝ่ายตั้งชื่อให้ตนทำให้เ้าตัวเล็กจนะโโลดเต้นบนฝ่ามือของมิรารีจนเกือบตกทำเอามิรารีใไปหมด
“เฮ้ย!! ระวังหน่อยสิ กู้ดนี่” มิรารีช่วยประคองมือไม่ให้เ้าตัวเล็กตก
“กู้ด...” กู้ดทำสีหน้าอย่างเขิน ๆ ก่อนที่จะกลับมานั่งปกติบนฝ่ามือของมิรารี
มิรารีส่ายหัวเบา ๆที่อีกฝ่ายทำเธอใจหายใจขวับไปหมดก่อนที่เธอจะเดินมาที่ต้นไม้พร้อมกับวางมือและหน้าผากกับต้นไม้
“ฝากเ้าพวกตัวเล็กให้หลับอย่างสบายด้วยนะ…”
มิรารีกล่าวแบบนั้นเธอก็เดินกลับไปที่ตึกพักของเธอโดยไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ชีวิตแสนสงบของเธอจะเปลี่ยนไปจากการตามล่าของชายคนหนึ่งที่ตามหาสิ่งบางอย่างมาตลอด
ห่างออกไปจากเกาะที่ที่รกร้างของมิรารีอยู่หลายร้อยไมล์ภายใต้ความมืดมิดของสถานที่ปรับหักพังในตัวเมืองเมืองหนึ่งไร้ผู้คนนอกจากกลุ่มคนที่กำลังมั่วซุ่มกันภายในโกดังร้างแห่งนี้และจุดหนึ่งในนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ในซุ้มสีดำมืดแต่มีควันมากมายกระจายอยู่ภายในนั้น หญิงสาวแต่งตัวเหมือนพวกแม่หมอยิปซีเมื่อเปลือกยกตัวขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีขาวไร้ดวงตาหลากสีของมนุษย์เธอจ้องมองควันที่กำลังกระจายไปมาเหมือนบ่งบอกถึงความผิดปกติก่อนจะมีเสียงฝีเท้าหนึ่งกำลังเดินเข้ามาภายในซุ้มนี้
“ท่านมาแล้วหรือ...?”
เ้าของฝีเท้าค่อย ๆ เดินออกมาจากหลังผ้าม่าน เขามีรูปร่างสูงผิวสีดำอ่อน ๆ ออกเทาเข้มเหมือนถ่าน ผมดำ ดวงตาสีแดง เสื้อผ้าที่ใส่ดำไปหมดเขาเดินตรงมานั่งข้าง ๆ ของหญิงสาว
“ไง มีอะไรบ้างไหม?”
“ฉันเห็นเธอ...”
“จริงเหรอ?” ชายหนุ่มตาลุกวาวอย่างดีใจ
“ค่ะ เธอฟื้นแล้ว...”
ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้น ริมฝีปากของเขายกยิ้มอย่างกว้างด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์มากๆ
“รู้ไหมว่าเธออยู่ไหน?”
“ฉันขอเวลาเพิ่ม จะบอกท่านได้แน่ ๆ ท่านเคสเนอร์!”
“ได้ฉันรอมานานขนาดนี้รออีกหน่อยจะเป็ไรไปเพราะยังไงฉันก็ต้องได้เธอมาอยู่ในมือ!!”
จบตอนที่ 7 โปรดติดตามต่อตอนที่8 ต่อไป