เต้าหลิงมองไปยังผู้าุโ ดวงตาหรี่ลงในทันทีคนคนนี้น่ากลัวมาก ภายใต้แรงกดดันที่หนักหน่วงของชั้นนี้ทว่าคลื่นพลังที่ปลดปล่อยออกมานั้นก็ยังน่ากลัว ทั้งแรงกดดันนี้ไม่มีผลต่อผู้าุโคนนี้เลยนี่น่ะหรือคือระดับพลังของยอดฝีมือ
เขาเก็บโอสถมนุษย์สายตาก็ลอบสำรวจผู้มาใหม่ที่สวมชุดนักรบสีเงินอักขระสีทองที่สลักอยู่บนชุดนั้นน่าจะเป็สิ่งที่ต้านแรงกดดันของชั้นนี้ไว้นั่นทำให้เขาตะลึงไม่น้อย ชุดของพวกเขาจะต้องไม่ใช่ชุดธรรมดามีความเป็ไปได้อย่างมากว่าจะทำมาจากของล้ำค่าหายากอักขระสีทองที่ซับซ้อนนี้น่าจะเป็อักขระที่ยอดฝีมือเป็คนสลักเอาไว้
“คุณหนูท่านไม่เป็ไรนะ?” ผู้าุโมองไปยังเส้นผมที่กระเซอะกระเซิงไม่ต่างจากขนหมาป่าพันกันเป็ก้อนของกันเหยาเมื่อครู่เขาได้รับสัญญาณจากนาง ก็รีบรุดหน้ามาทันทีทว่าความสามารถของพวกเขานั้นทำให้ไม่สามารถขึ้นมาได้ทันทีพื้นที่ว่างภายในหอคอยผ่านจิตนั้นมีความพิเศษเป็อย่างมากยอดยุทธ์ทั้งหลายจึงถูกลดขั้นพลังเหลือแค่ขั้นหลอมกายาถ้าหากเขาไม่อาศัยชุดนักรบสองตัวนี้ก็คงไม่อาจขึ้นมาได้
“เ้าเป็ใคร?” ชายหนุ่มสูงสง่าท่าทางห้าวหาญเอ่ยถามด้วยสีหน้าขรึมสายตาเย็นจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนพื้นในมือมีหอกหนึ่งด้ามชี้ตรงไปยังเต้าหลิง พร้อมไอสังหารเย็นถึงกระดูกที่ปริออกมา
เต้าหลิงขมวดคิ้วแน่น เหตุใดคนผู้นี้จึงได้อารมณ์ร้อนนัก?
ผู้าุโก็จ้องไปยังเต้าหลิงด้วยั์ตาฉายแสงสีทองเป็ประกายคนที่ขึ้นมายังชั้นเจ็ดได้ล้วนแข็งแกร่งทั้งสิ้น
“ไร้มารยาท!” กันเหยากล่าวอย่างไม่ใคร่พอใจนัก คนคนนี้คือหวังจวิ้นอี้ในปีนั้นที่ราชวงศ์ต้ากันสร้างอาณาจักรก็ได้ตระกูลหวังเป็แม่ทัพใหญ่ติดตามคนในราชวงศ์ออกไปทำศึกทั่วหล้าดังนั้นแล้วคนในตระกูลหวังจึงได้ใกล้ชิดและมีตำแหน่งสูงอยู่ในราชวงศ์ต้ากันซึ่งหวังจวิ้นอี้เป็คนที่คอยตามติดกันเหยามาโดยตลอด
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของหวังจวิ้นอี้ดูไม่สู้ดีนักเ้าเด็กนี่เป็ใครมาจากที่ใดกัน ถึงได้ทำให้กันเหยาโกรธแทนมันได้!
“กันเหยาไอ้ขอทานนี่เป็ใคร?” เขาลดหอกลงพลางถามด้วยน้ำเสียงเ็า
กันเหยามีโทสะยิ่งนักหากเมื่อครู่นี้ไม่ได้เต้าหลิงช่วยชีวิตนางไว้ คาดว่านางไม่ตายก็คงต้องเจ็บหนักนางแผดเสียงกล่าวด้วยใบหน้าขึงขัง“เขาเป็คนที่ช่วยชีวิตข้าไว้จะพูดอะไรก็ช่วยระวังปากหน่อย”
“ฮ่าฮ่าที่แท้เ้าก็เป็คนที่ช่วยคุณหนูไว้อย่างนั้นหรือ ขอบคุณจริงๆ” กันชิงซานไม่รอช้ารีบเปลี่ยนเื่เพื่อไกล่เกลี่ยเขาผงกหัวแสดงความซาบซึ้งและขอบคุณเต้าหลิง
“ท่านผู้าุโไม่ต้องเกรงใจ” เต้าหลิงเอ่ยพลางยิ้มออกมา
ในใจของหวังจวิ้นอี้ไม่ใคร่พอใจเท่าใดนัก แต่ก็หันไปยิ้มให้กับกันเหยาพลางกล่าวถามว่า “กันเหยา เ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้วว่าแต่ใครเป็ผู้ที่ลอบทำร้ายเ้า?”
กันเหยาแค่นเสียงหัวเราะต่ำอย่างไม่สนใจนางหันกายไปทางเต้าหลิงแล้วยิ้มออกมา“ข้าไปก่อนนะ”
เต้าหลิงพยักหน้ารับคำ มองส่งนางไปทว่าก็เจอกับสายตาที่เ็าของหวังจวิ้นอี้ที่จ้องมา อีกฝ่ายหัวเราะต่ำในลำคอก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“น้องชายเ้าอย่าได้คิดไปว่าช่วยกันเหยาได้แล้วจะยิ่งใหญ่คับฟ้าภายภาคหน้าจะทำอะไรก็หัดพิจารณาฐานะของตัวเองเสียด้วย เข้าใจหรือไม่?”
หวังจวิ้นอี้คิดว่าเต้าหลิงนั้นก็แค่โชคดีที่กันเหยาพอใจในตัวของเขาคนธรรมดาสามัญมีหรือจะได้เข้าใกล้กันเหยา?ถึงแม้เ้าเด็กนี่จะสามารถขึ้นมาถึงชั้นเจ็ดได้แต่อย่างไรเสียอัจฉริยะก็มักจะตายเร็ว!
“ไม่มีผู้ใดล่วงรู้อนาคต” เต้าหลิงเหลือบมองด้วยหางตาแวบหนึ่งก่อนจะเบนสายตาออกไปโดยไม่รู้ว่าหวังจวิ้นอี้ได้เห็นเขาเป็ศัตรูหัวใจไปแล้ว!
“เ้า!” หอกในมือของหวังจวิ้นอี้สั่นะเือย่างเกรี้ยวกราดแทบอยากจะฟันเขาให้ตายในหอกเดียว
“หวังน้อยรีบไปเถอะ คุณหนูรอนานแล้ว”กันชิงซานที่อยู่ด้านข้างกล่าวเรียกสติหากเ้าเด็กนี่พลั้งมือฆ่าเต้าหลิงไปก็คงซวยไม่น้อยแน่ อีกอย่างเ้าเด็กนี่ก็แค่ขยะชิ้นหนึ่งแค่มีปู่ที่ดีก็เท่านั้น
หวังจวิ้นอี้มองเต้าหลิงด้วยแววตาเ็าแวบหนึ่งเขาพยายามควบคุมโทสะที่อยู่ในใจก่อนจะหันกายเดินจากไปหากเื่ที่เขาคิดฆ่าเต้าหลิงนั้นไปถึงหูกันเหยาคงไม่มีเื่ดีเกิดขึ้นกับเขาแน่
รอบด้านสงบลง เต้าหลิงดูดซับพลังจากรอบกายอยู่ชั่วครู่ก็ััได้ว่าร่างกายฟื้นฟูมาเต็มส่วนเขาลืมตาขึ้นก่อนจะดื่มเืของัคะนองน้ำลงไป
เืชนิดนี้ไม่ได้เพิ่มพลังในกายเขาให้สูงขึ้นผลลัพธ์ของมันคือเพียงแค่ทำให้พลังศักยภาพในร่างเปิดออกเท่านั้นซึ่งนี่เป็สิ่งที่เขา้าอยู่พอดีเขารู้ว่าร่างกายของตนเอง้าเืสัตว์อสูรหลากหลายชนิดจึงสามารถเปิดพลังศักยภาพได้
เืแล่นเข้าสู่ร่างภายใต้อักขระสยบฟ้าที่ปรากฏขึ้นเขาััได้ถึงร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ความเร็วในการดูดซับธาตุไม้ก็เพิ่มสูงขึ้นพลังฟ้าดินที่หมุนเวียนอยู่ภายในกำลังแล่นเข้าสู่ร่างอย่างบ้าคลั่ง
ภายใต้ผลของพลังลึกลับนี้พื้นที่ว่างในร่างกายของเต้าหลิงก็ได้ถูกเปิดออกแล้วเติมเต็มด้วยพลังสีเขียวมรกตที่ไหลหลั่งเข้ามาลมปราณทั่วร่างแข็งแกร่งขึ้นด้วยความเร็วที่สูงยิ่ง
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน เต้าหลิงก็กลืนโอสถมนุษย์เข้าไป โอสถไหลเข้าสู่ร่างเพียงไม่นานก็หลอมละลายกลายเป็พลังสีทองไหลเชี่ยวกรากก่อนที่จะเริ่มบ่มเพาะกลั่นหลอมอยู่ภายในกาย
วันเวลาผ่านไปหนึ่งคืน พื้นดินสั่นะเืก้อนหินลอยเคว้งอยู่กลางอากาศพายุหมุนสีทองโหมกระหน่ำซัดสาดหอบเอาหินหนักกว่าหมื่นชั่งลอยขึ้นไป คลื่นพลังที่ไหลเชี่ยวกรากช่างน่ากลัวยิ่ง
คลื่นลมพายุหมุนขนาดมหึมาะเิออก ปรากฏเงาร่างหนึ่งออกมาพลังทั่วร่างของเต้าหลิงแข็งแกร่งล้ำลึกภายในลมหายใจมีเสียงสายฟ้าร้องคำรามดังสนั่น
“โอสถมนุษย์น่ากลัวมาก!” เต้าหลิงใไม่น้อยเขาััได้ถึงความแข็งแกร่งที่พุ่งทะยาน อีกทั้งยังทะลวงพลังไปจนถึงจุดสูงสุดของขั้นหลอมกายาแล้ว!
เขาััได้ถึงแรงกดดันที่เปลี่ยนไปเขาสามารถต้านทานแรงกดดันในชั้นนี้ได้ยาวนานคาดว่าคงสามารถก้าวขึ้นชั้นที่แปดได้แล้ว!
“ขีดจำกัดต่อไปอีกไม่นาน!” เต้าหลิงกำหมัดแน่นก่อนจะรีบพุ่งทะยานออกไปอีกไม่นานก็จะถึงเวลาสอบของสำนักซิงเฉินแล้ว เมื่อผ่านการสอบแล้วมาที่นี่อีกครั้งถึงต้องนั้นเขาจะทะลวงไปยังขั้นสถิติญญา!
เมื่อเดินออกมาจากหอคอยเขาก็เห็นเย่วิ่นกำลังยืนรออยู่ด้วยอาการร้อนรนก่อนที่นางจะพุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยวทว่าเมื่อเห็นคราบเืบนตัวเต้าหลิงนางก็รีบกล่าวถามขึ้นมา “เกิดอะไรขึ้นในนั้น?”
“แค่เื่เล็กน้อยเท่านั้นไม่มีอะไรแล้ว การสอบเล่า ใกล้เริ่มแล้วใช่หรือไม่?” เต้าหลิงยักไหล่พลางยิ้มออกมาเขาคิดไม่ถึงว่าเย่วิ่นจะรอเขาอยู่
“โชคดีที่เ้าออกมาทันหากช้าไปอีกนิดเดียว ก็คงพลาดการสอบแน่”นางมองเต้าหลิงด้วยหางตาอย่างโมโหก่อนที่นางจะรีบพาเขาไปที่สนามสอบ
“แล้วเ้าไปถึงชั้นใดมา?” เย่วิ่นถามอย่างลุ้นในคำตอบ หากเขาไปถึงชั้นที่หกได้การสอบครั้งนี้จะต้องได้อันดับดีๆ แน่
“คิดว่าไปได้ถึงชั้นแปดกระมัง” เต้าหลิงขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกไปตรงๆ
ได้ยินดังนั้น เย่วิ่นก็พยักหน้า มุมปากฉีกยิ้มออกมา “ถ้าเช่นนั้น ข้าคิดว่าข้าน่าจะขึ้นไปถึงชั้นสิบได้เหมือนกัน!”
“คุยโวเกินจริงไปหน่อยหรือเปล่า?” เต้าหลิงเหล่ตามองพลางเอ่ยไม่เคยมีผู้ใดก้าวไปถึงชั้นสิบได้มาก่อนไม่ใช่หรือว่ากันว่ามันเป็ตำนานที่ไม่อาจพิชิตได้
“เ้าก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไง?” เย่วิ่นหัวเราะเสียงต่ำเขาบอกว่าน่าจะขึ้นไปยังชั้นแปดได้เนี่ยนะ พูดไปใครจะเชื่อนางรู้ดีว่าชั้นแปดเป็อย่างไรไม่รู้ว่ามีอัจฉริยะกี่คนที่ถูกแรงกดดันทับตายอยู่ในนั้น!
“ไม่เชื่อก็แล้วแต่” เต้าหลิงเหลือบมองนางอย่างไม่ใคร่ใส่ใจหากเขาได้ฝึกอีกสักหน่อย การจะขึ้นไปยังชั้นเก้าย่อมไม่ใช่ปัญหา
นอกเมืองชิงโจว ผู้เข้าสอบกำลังรวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่นด้านหน้าเป็ป่าเขาา โดยจะแบ่งผู้เข้าสอบออกเป็สิบกลุ่มด้วยกัน
กลุ่มคนจำนวนหนึ่งอดที่จะใจหายไม่ได้เพราะรู้ดีว่าการสอบครั้งนี้จะมีผู้ผ่านการทดสอบเพียงแค่หนึ่งพันคนเท่านั้นไม่รู้เลยว่าจะถูกคัดออกไปกี่คน
บรรยากาศพลันสงบเงียบไปในทันที น้อยคนนั้นที่จะกล้าส่งเสียงเต้าหลิงเดินทางมาถึงเขตที่สิบจนได้ คนที่อยู่ในกลุ่มจ้องเขม็งมายังเต้าหลิงที่ย่างเท้าเข้ามาหวังหลิ่งส่งเสียงแค่นเยาะเย้ย“ในที่สุดเ้าก็มาข้านึกว่าจะขี้ขลาดหนีไปเสียแล้ว!”
หวังหลิ่งจะอาศัยโอกาสในการสอบครั้งนี้สังหารเขาซะครั้งนี้เขาต้องลงทุนไปไม่น้อยถึงจะสามารถนำเต้าหลิงเข้ามาในสนามสอบเดียวกันได้ถึงเวลาสอบเมื่อใดก็จะเป็คราวตายของมัน!
เต้าหลิงสังเกตเห็นสายตาที่จ้องเขาเขม็งของหวังหลิ่งั์ตาเต้าหลิงส่งประกายแสงเ็าออกมา คิดอยู่ในใจว่า “หวังว่าผลึกหินฟ้าจะอยู่ที่ตัวเ้านั่น”
หวังหลิ่งหมายมั่นจะกำจัดเต้าหลิงเสียทว่าเต้าหลิงเองก็จะไม่ให้อีกฝ่ายรอดชีวิตไปเช่นกัน!
ก่อนหน้านี้เขาถามเย่วิ่นถึงข้อมูลสิ่งของล้ำค่ามาบ้างก็ได้ทราบมูลค่าของผลึกหินฟ้ามันเป็หินแร่ที่ใช้หลอมชุดเกราะหรือชุดนักรบที่ล้ำค่าพิเศษได้เพียงแค่ผสมผลึกหินฟ้าลงไป ก็จะทำให้คุณภาพของชุดเพิ่มมากขึ้น
อีกทั้งผลึกหินฟ้ายังทนต่อการกัดกร่อนเมื่อผ่านวันเวลาเนิ่นนานกล่าวชัดเจนก็คือไม่ว่าจะผ่านไปกี่พันปีมันก็จะยังคงสภาพเดิมได้แค่นี้ก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ของล้ำค่าทั่วไปจะมาเทียบเคียงได้
ยิ่งผลึกหินฟ้าที่หวังหลิ่งขโมยมันไปจากเขาก้อนนั้นน้ำหนักราวห้าชั่ง สามารถหล่อหลอมเป็เกราะชั้นในที่ยอดเยี่ยมตัวหนึ่งสามารถป้องกันอันตรายได้อย่างมาก
“ดูไปแล้วคนพวกนี้น่าจะเข้าสำนักซิงเฉินได้เลย”เต้าหลิงกวาดสายตามองไปเบื้องหน้าเขาเห็นกันเหยาอยู่ในนั้นคนและุ์เ่าั้ล้วนแต่มีคลื่นพลังที่แข็งแกร่งทั้งสิ้นแม้ไม่จำเป็ต้องสอบก็สามารถเข้าสำนักได้ทันที
ผู้าุโของสำนักซิงเฉินรู้สึกยินดียิ่งในการสอบครั้งนี้มีอัจฉริยะมากกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าตัวไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่มีความเป็มาอันน่ากลัวแน่นอนว่าพวกเขาล้วนแต่อยากเข้าไปยังโถงวิหารซิงเฉินเพราะสุดยอดวิชามหาอำนาจนามโคจรดารา ที่ไม่เคยมีผู้ใดได้มันไปดังนั้นพวกเขาจึงวางใจ
รอไปสักครู่หนึ่งก็มีผู้าุโเสื้อคลุมยาวสีเงินปรากฏตัวออกมาตรงลานเขานั่งลงบนหินสีดำก่อนจะกวาดสายตามองไปยังผู้คนนับแสนที่อยู่เบื้องหน้าพลางกล่าวด้วยสีหน้าสงบ “ข้าจะอธิบายถึงรางวัลในการสอบครั้งนี้ก่อน”
“ผู้ที่ติดอันดับหนึ่งร้อยคนแรกในการสอบครั้งนี้จะได้รับโอสถอุดมจิตคนละหนึ่งเม็ด”
เสียงของผู้าุโชุดคลุมยาวสีเงินดังขึ้นบรรยากาศเงียบลงไปอีกครา ก่อนจะปรากฏเสียงพูดคุยกันดังลั่นทั่วสนามโอสถอุดมจิตนั้นเป็โอสถชั้นสูงระดับสอง สามารถช่วยทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาได้ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะมีถึงหนึ่งร้อยเม็ด!
“และผู้ที่ติดอันดับหนึ่งในสิบจะได้รับโอสถสถิติญญาจิตม่วงและได้รับสิทธิ์ที่จะเข้าไปยังหอลับคัมภีร์ยุทธ์แห่งสำนักซิงเฉิน!”
โอสถสถิติญญาจิตม่วง! มันคือโอสถเม็ดขั้นต่ำระดับสี่เป็สิ่งที่ทำให้ผู้คนตาเป็ประกาย โอสถนี้ต่างจากโอสถเม็ดสถิติญญาเพียงแค่สองตัวอักษรทว่าแค่สองตัวอักษรก็ต่างกันโดยชิ้นเชิงโอสถเม็ดนี้หลอมเข้ากับจิตม่วงเหลวด้วยกระบวนการยุ่งยากถึงจะได้ถือกำเนิดเป็ของล้ำค่านี้ขึ้นมา แม้แต่ขุมพลังยิ่งใหญ่ยังอยากได้มัน!
อีกทั้งหอลับคัมภีร์ยุทธ์แห่งสำนักซิงเฉินเป็สิ่งที่แม้แต่อัจฉริยะอย่างกันเหยายัง้าสำนักซิงเฉินเป็ขุมพลังที่อยู่มาช้านานั้แ่อดีตกาลพวกเขานั้นได้สั่งสมหลายสิ่งหลายอย่างไว้อย่างหนาแน่นในหอลับคัมภีร์ยุทธ์นั้นเต็มไปด้วยวิชามหัศจรรย์มากมายไม่ขาดสักวิชา!
“สิบอันดับแรก!” เต้าหลิงกระชับกำปั้นแน่น หากเขาสามารถติดอันดับสิบอันดับแรกได้จะได้ประโยชน์มากมาย ไม่มีใครที่หักห้ามใจไว้ได้แน่นอน!
ขั้นหลอมกายาทะลวงไปยังขั้นสถิติญญานั้นหากใช้ขั้นตอนตามปกติแล้วต้องสิ้นเปลืองเวลาถึงครึ่งปีเป็อย่างน้อย
ทว่าโอสถเม็ดสามารถช่วยเพิ่มความเร็วได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอสถสถิติญญาจิตม่วง ซึ่งเป็สิ่งที่เขา้าอยู่พอดีเพราะว่าพลังศักยภาพในขั้นหลอมกายาของเขาในตอนนี้แข็งแกร่งอย่างมากหากเขาทะลวงตามขั้นตอนปกติคงต้องสิ้นเปลืองเวลาหลายปีกว่าจะสำเร็จ!