สองสาวหน้าหอพักละไม
“สวัสดีครับเจ๊” ปุ่นทักทายผู้หญิงอวบรุ่นแม่ตรงออฟฟิศชั้นล่างที่มีช่องกระจกเลื่อนได้ไว้ติดต่อเื่หอพัก กล้องวงจรปิดหน้าตึกทำให้รู้ว่าการรักษาความปลอดภัยน่าจะดีเยี่ยม ด้านหน้าแปะเอาไว้ว่า ‘ห้ามเข้า-ออกเกินเวลา’ แถมด้วยเวลาเปิด ปิดหอพัก (06.00-22.00) นั่นหมายความว่าใครกลับหลังจากนี้ก็นอนที่อื่นเรอะ!!
“สวัสดีจ่ะ มาเช่าหอเหรอจ้ะมีว่างอยู่สี่ห้องนะ” เจ๊ละไมยิ้ม
“ใช่ครับ ผมเป็น้องพี่ปุยที่โทรมาเมื่อกี้” ทอมน้อยผู้แทนตัวเองว่า 'ผม' บอกกับเจ๊
“อ่อ งั้นตามมาเลยเดี๋ยวเจ๊พาไปดู” เจ๊ละไมลุกขึ้นยืนแล้วสั่งใครสักคนที่นั่งอยู่ด้านในของห้องกระจก “หมอก มาเฝ้าข้างหน้าให้แม่หน่อย”
“ครับ”
จบเสียงครับนั้น ฉันก็เห็นผู้ชายผิวขาวออร่า หน้าตาดีจัด เดินออกมานั่งแทนที่เจ๊ละไม เขามองหน้าฉันแล้วแล่บลิ้น!! ไอ้บ้านี่ ตอนแรกว่าจะเคลิ้มเพราะเขาหล่อมากแต่ที่ไหนได้ ‘นิสัย’
“เพียว มาดิวะ” ปุ่นเรียกเพื่อนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
ฉันยกนิ้วชี้ไอ้บ้าคนนั้นที่น่าจะเป็ลูกหลานเจ๊ละไมพร้อมทำท่าปาดคอ เห็นเขาหัวเราะ ‘ไอ้บ้าเอ้ยย’ ก่อนที่แขนฉันจะถูกปุ่นลากออกไป ใจฉันอยากจะถามเจ๊ละไมว่า ‘นั่นลูกเจ๊เหรอคะ หล่อแต่กวนตีนจังเนอะ’ แต่ก็ไม่กล้าหรอกนะ ที่ทำได้คือเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองพร้อมฟังคำแนะนำของเจ๊แก
“ชั้นสองว่างอยู่สองห้องเป็ห้องเดิมของรุ่นพี่ปีสี่ที่เรียนจบไปแล้ว อีกสองห้องอยู่ชั้นห้ากับชั้นหกลักษณะของห้องคล้ายๆ กันนั่นล่ะจะต่างหน่อยก็ตรงที่ั้แ่ชั้นสี่ขึ้นไปถึงชั้นหกจะมีสองเตียงเล็ก แต่ชั้นหนึ่งถึงสามนี่จะเป็เตียงคู่หกฟุตครึ่ง” เจ๊ละไมอธิบายรายละเอียดของห้องเช่าในหอพักหกชั้นของเธอ
“ราคาล่ะครับ” ปุ่นถามแล้วเดินตามเข้าไปในห้อง 208 ที่มีเฟอร์นิเจอร์พร้อมสรรพ คือแค่หิ้วกระเป๋าก็เข้าอยู่ได้ ที่ถูกใจหน่อยคงจะเป็แอร์ตัวใหญ่ตรงผนังนั่นล่ะ
“สามพันห้าทุกห้อง ค่าน้ำหนึ่งร้อยต่อเดือนค่าไฟก็ตามมิเตอร์ นศ.ส่วนใหญ่จะมาพักกันห้องละสองคนนะ บางคนก็อยู่กับแฟน บางคนอยู่กับเพื่อนหารค่าเช่ากันเดือนหนึ่งรวมแล้วก็ประมาณสองพันกว่าบาทต่อคน” เอาจริงๆ นศ.ก็มีมาเช่ากันไม่เคยขาด หอพักหกชั้นนี่ก็อยู่ใกล้มหา’ ลัย อยู่ใกล้ร้านค้า ร้านอาหาร สะดวกสบายทุกอย่างแถมยังมียามรักษาความปลอดภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ใครๆ ก็ต้องสนใจอยู่แล้ว แค่วันนี้ยังโทรมาถามห้องว่างกันมากกว่าสิบคน ใครมาก่อนก็ได้ก่อนนั่นล่ะ
ฉันเดินไปดูทางด้านหลังที่มีประตูทางออก ด้านนอกเป็ระเบียงกว้างมีหลังคายื่นออกมาในส่วนของห้องใครห้องมัน มองไปห้องข้างซ้ายเห็นเป็ห้องครัวเล็กๆ ‘อืมม เข้าท่า’ ส่วนห้องด้านขวาเป็พลาสติกปิดทึบคล้ายกับ้าความเป็ส่วนตัวดูลึกลับซึ่งมันก็ดีนะ เื่ลมฝนอะไรก็คงจะมีบ้างแต่นั่นก็ต้องจัดการกันเองห้องใครห้องมัน “แล้วห้องพี่ปุยอยู่ชั้นไหนคะ” ฉันหันไปถามเจ๊ละไมที่เดินนำออกไปด้านนอกเพื่อไปขึ้นลิฟท์ แน่นอนว่าแกคงพาไปชั้นบน
“ปุยอยู่ชั้นหกห้อง 607” เจ๊กดลิฟท์ขึ้นชั้นหกเลยเพราะมีห้องว่างอยู่หนึ่งห้องไม่นับชั้นห้า “ห้องว่างเป็ห้อง 605 อยู่คนละฟากนะเอามั้ยล่ะ อยู่ชั้นเดียวกับพี่ชาย”
ปุ่นเบะปาก “บ้านก็อยู่ด้วยกัน หอก็ที่เดียวกัน นี่ยังจะต้องเอาชั้นเดียวกันเรอะเจ๊ ไม่ดีม้าง เผื่อพี่ปุยพาสาวมานอนค้าง เค้าจะอายเอาน่ะสิ ผมเลือกชั้นห้าดีกว่าเถอะ”
“ฮ่าๆๆ พาสาวมานอนเหรอ ก็จริง งั้นไม่ต้องดูละชั้นหก” ติ๊ง!! ประตูลิฟท์เปิดออกเมื่อถึงชั้นหก เจ๊ละไมไม่ได้ตรงไปทางห้องว่างที่อยู่ตรงข้ามกับห้องปุยแต่กลับพาหนึ่งทอมหนึ่งสาวเดินลงไปยังทางหนีไฟจนถึงชั้นห้า “ชั้นนี้เป็ห้อง 504 ที่ว่างนะ คนเช่าคนเดิมเป็ญาติป้าเองชื่อน้องเหมยเขาเรียนจบปีสี่ไปแล้วล่ะ สะอาดสะอ้านหายห่วงที่สำคัญเขาอยู่คนเดียวด้วย โลกส่วนตัวสูง” ไขห้องเก่าของหลานสาวให้ทั้งคู่ได้เข้าไปดู โต๊ะ ตู้ และเตียงเล็กสองเตียงมีพร้อมเหมือนทุกห้อง ด้านหลังเห็นริมระเบียงกว้างกระจกหน้าต่างเปิดโล่งให้ลมพัดเข้ามา
ฉันว่าห้องนี้น่าอยู่มากเลยล่ะ สะอาด โล่ง ด้านนอกมีแผ่นกระจกใสกันฝนกันลมให้พร้อมแสดงว่าเ้าของห้องเดิมคงดูแลดี “เอาห้องนี้นะปุ่น”
“อื้ม กูยังไงก็ได้” ปุ่นหันไปทางเจ๊ละไม “มัดจำไว้เลยนะครับ สิ้นเดือนจะขนของเข้ามาอยู่พร้อมกับจ่ายค่าเช่าล่วงหน้า ต้องทำสัญญาอะไรรึเปล่า”
“เดี๋ยวไปลงรายละเอียดของผู้ขอเช่าพร้อมเบอร์ติดต่อไว้” เจ๊ละไมพาสองสาวลงลิฟท์ไปยังชั้นล่างและเดินนำเข้าไปในออฟฟิศกระจกใสที่มีลูกชายนั่งเฝ้าอยู่ ด้านหลังมีหนึ่งทอมหนึ่งสาวเดินตามเข้ามา “หมอก”
เ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองแม่ของตัวเองที่เป็คนไทยแท้ๆ แต่เด็กหอมักจะเรียกว่า ‘เจ๊’ “ครับ”
“เอาใบสัญญาเช่ามาสิ น้องสองคนนี้จะจองห้องห้าศูนย์สี่ไว้ แล้วขนของมาอยู่ตอนสิ้นเดือน”
หมอกเอียงหน้าไปมองสองสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังของคุณแม่แล้วหยิบใบขอเช่าห้องส่งไปให้ เมื่อแม่ละไมเข้ามานั่งประจำโต๊ะและทั้งสองคนนั่งกรอกเอกสารอยู่ตรงกันข้าม เขาก็ลอบมองหนึ่งทอมผมสั้น หนึ่งผู้หญิงผมยาวที่เป็คนนั่งบอกรายละเอียด ‘คงจะแฟนกัน’ สมัยนี้ผู้หญิงกับผู้หญิงก็เป็แฟนกันเยอะแยะพอๆ กับผู้ชายเป็แฟนผู้ชาย เหมือนในหอพักหกชั้นของแม่ ที่มีสารพัดคู่รักเข้ามาเช่าอยู่ด้วยกัน
ก่อกๆ ก่อกๆ เสียงเคาะกระจกด้านนอกทำให้สี่คนต้องหันไปมอง เห็นผู้ชายตัวสูงกับผู้หญิงตัวเล็กยืนอยู่ พร้อมกับฝ่ายผู้ชายถามว่า “มีห้องว่างเหลือมั้ยครับเจ๊”
เจ๊ละไมยิ้มพร้อมกับตอบชัดเจน “เหลืออยู่สามห้อง ชั้นสองมีว่างสองห้อง ชั้นหกมีหนึ่งห้องจะขึ้นไปดูมั้ย”
“ครับ ไปดูหน่อยก็ดี” ผู้ชายตัวสูงตอบกลับมา พร้อมกับยืนรออยู่ด้านนอก
เจ๊ละไมหันมาบอกลูกชายสุดหล่อที่สาวโสดกรี๊ดกร๊าดกันทั้งหอ “หมอก พาเขาไปดูห้องแทนแม่หน่อย”
คนโดนสั่งพยักหน้าอย่างว่าง่ายพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงร้อยแปดสิบห้าเซ็นต์ เขาเดินถือลูกกุญแจออกไปด้วยสามดอกตามหมายเลขห้องแล้วเดินนำขึ้นชั้นสองไป
ปุ่นผู้ชอบถามไม่วายเปิดประเด็น “นั่นลูกชายเจ๊เหรอครับ อยู่ปีอะไร ตัวสูงเป็บ้า” มือเขียน หูฟัง
“จะปีอะไร เพิ่งจบ ม.หกนะ หมอกมันสูงเหมือนพ่อมันนั่นล่ะ สอบติดก็ต้องปีหนึ่งแล้วสิ”
ฉันว่าเจ๊ละไมแกออกแนวตลกนะ “งั้นก็อายุเท่าพวกหนูสิคะ” แต่พวกหนูตัวเตี้ย 555 คำหลังฉันไม่พูดหรอกนะ อายุฉันในตอนนี้ก็สิบแปดปีสูงร้อยหกสิบสี่ น้ำหนักสี่สิบแปด ไอ้ปุ่นก็สูงพอๆ กันจะต่างกันแค่มันหุ่นล่ำกว่า อวบกว่าตามประสาทอมบอย ไม่ได้คิดมากเื่หุ่นเหมือนผู้หญิง
“นั่นสิ แล้วพวกหนูเรียนอะไรล่ะ”
“ตลาดน่ะค่ะ” ฉันตอบเจ๊ละไม ที่เลือกสาขานี้เพราะคิดว่าน่าจะเรียนง่ายดีและตรงกับฉันที่สุดแล้ว แม่ขายผัก ลูกขายออนไลน์อะไรเงี้ย
“งั้นเรอะ หมอกมันก็...” ไม่ทันจะได้บอกว่าลูกชายเรียนอะไรเสียงทุ้มก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน
“แม่ครับ” หมอกเดินเข้าไปในห้องกระจกโดยมีผู้ชายกับผู้หญิงคู่นั้นเดินตามเข้ามาด้วย “พี่สองคนนี้จะเช่าห้องชั้นสองนะครับ สองศูนย์สามขนของมาพรุ่งนี้เลย” ผายมือให้ทั้งสองคนนั่งลงตรงกันข้ามเพื่อทำสัญญาเช่า
ฉันผู้นั่งอยู่เฉยๆ ก็คิดไปว่าสองคนนั้น ‘คงจะเป็แฟนกัน’ เพราะห้องชั้นล่างเป็ห้องที่มีเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่...เออ ละมันเื่อะไรที่ฉันจะต้องไปสาระแนเื่เขาวะ บ้าบอ ที่ควรสนใจคือคำถามในเอกสารนี่ดีกว่า ‘พักอยู่ร่วมกับ?’ ถามเพื่อ? จะอยู่กับใครก็ได้ไหม?