ควันไปลอยอ้อยอิ่ง อยู่บนกองเถ้าถ่านเศษไม้เศษซากของบ้านตระกูลจู ที่ถูกเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน จูจื่อหรานชันเข่าทอดอาลัยต่อสิ่งที่เห็น น้ำตาเพิ่งจะเหือดแห้งไป สาวใช้ข้างกายลากตัวจูจื่อหรานออกจากตระกูลจู ที่บัดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็ฏไปเสียแล้วการปะาในทันทีจึงไม่อาจรีรอ สาวใช้จับตัวจูจื่อหรานเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็ชาวบ้าน ทั้งๆ ที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายเมื่อภาพตรงหน้าคือมารดาที่ถูกกระบี่เสียบเข้ายอดอกจนทะลุ
“กรีด ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านแม่" ถูกลากถูลู่ถูกังออกมาจากตรงนั้นจากภาพบาดตาไม่มีคำสั่งเสียและอำลาแม้แต่คำเดียว
“ฝ่าาบัญชาให้ ปะาทุกคนในตระกูลอย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว”
สาวใช้นางหนึ่งยอมสละชีพ แทนจูจื่อหราน สวมอาภรณ์ของจูจือหรานหลอกล่อพวกทหารไปเสียอีกทางก่อนจะโดนฆ่าตายในทันที
“คุณหนู หนีไปเถิด อย่า รั้งอยู่ที่นี่เลยมันอันตรายไม่น้อย”
“ฮุ่ยหนิงปล่อยข้าไว้ที่นี่เถิดเ้าหนีไปเสีย” สาวใช้ส่ายหน้าไปมา
"มีชีวิตอยู่เท่านั้น นายท่านสั่งฮุ่ยหนิงว่าให้คุณหนูมีชีวิตอยู่ จะต้องเป็อย่างคำของนายท่าน”ปาดน้ำตา ที่ไหลอาบแก้ม
“ อย่างนั้นให้ข้าได้พบท่านแม่กับท่านพ่ออีกสักครั้ง”สาวใช้พยุงให้ลุกขึ้น เนื้อตัวผมเผ้ารุงรัง ไม่น่ามองอีกทั้งอาภรณ์ที่สวมใส่ก็ขาดวิ่นไร้ราศี
เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงมาแต่ไกล
“ฝ่าา รอข้าด้วย”เสียงะโตามหลังมา สาวใช้รีบกดศีรษะของจื่อหรานให้หมอบลงกับ เศษซากของบ้าน ฝีเท้าม้าหยุดลง ไม่ไกลนัก
“ไม่ทัน เรามาไม่ทัน”น้ำเสียงเศร้าสร้อย เสียงฝีเท้าม้าจากไปจูจื่อหราน ลุยกองเถ้าถ่านหาร่างไร้ิญญาของบิดาและมารดา ไม่มีอะไรเหลือล้วนเป็จุณไปเสียแล้ว
ทุกอย่างเงียบหายไปราวกับสายลม จื่อหรานยืนแหงนหน้ามองประตูวังหลวงที่สูงตระหง่าน ฮุ่ยหนิงยืนอยู่ข้างๆ
“คุณหนูแน่ใจแล้วหรือเ้าค่ะ”
“แน่ใจเป็เพียงวิธีเดียวที่จะคืนความเป็ธรรมให้ตระกูลจูอีกทั้งยังเป็ที่ที่ข้าจะมีชีวิตรอดอย่างที่ท่านพ่อ้า”
“คุณหนูมาจากตระกูลใดกัน”เสียง ขันทีคัดกรองจากหน้าประตูวังถามขึ้น
จื่อหรานหยิบ ตราประจำตระกูลของตระกูลจ้าวส่งให้ขันที
ก่อนหน้านั้น
“ท่านลุงจื่อหราน ขอร้องท่านรับรองจื่อหรานในฐานะคนของตระกูล เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อนด้วยเถิด”ใต้เท้าจ้าวลูยเครายาวขึ้นลง
“จื่อหรานไม่มีสิ่งใดทำลายความสัมพันธ์ของเราสองตระกูล นับจากนี้เป็ตายไม่หวั่นนี่คือตราของตระกูลจ้าว บอกพวกเขาว่าเ้าเป็หลานของใต้เท้าจ้าว เพิ่งเดินทางมาจากแคว้นเหลียงนามจ้าวจื่อหราน”จื่อหรานคุกเข่าลงกับพื้นซ่อนหยาดน้ำตาไว้จนมิดต่อไปนี้ไม่มีแล้วหยาดน้ำตาที่จะไหลรินออกมาให้ใครเห็น
“เข้าไปได้ ใต้เท้าจ้าวให้คนส่งข่าวแล้วว่าคุณหนูจะมา สาวใช้ให้ตามได้อย่างน้อยสองคนคุณหนู้าเพิ่มจำนวนสาวใช้หรือไม่”จื่อหรานส่ายหน้าร่างบางระหงเชิดตัวตรง ก้าวเดินด้วยท่าทีมั่นคง ไม่ว่อกแว่กต่อจากนี้เป็ตายไม่หวั่น
“เพล้ง”ฮ่องเต้โจวเหวินหรง ปาจอกชาลงตรงหน้าเสียงดังสนั่น
“ชาเย็นชืดเช่นนี้ เ้าเอาไว้ดื่มเอง”นางในวิ่งจนแทบจะชนกันก้าวเท้าออกมาหน้าตำหนักใหญ่ ใบหน้าเฉยชาไม่แสดงอารมณ์ทั้งๆ ที่เพิ่งจะะเิอารมณ์ออกมา
เบื้องล่างบันไดลงไปชั้นล่างสุดบนลานกว้าง บรรดาผู้ที่สมัครเข้ามาคัดตัวเป็นางในปีนี้รวมทั้งจื่อหรานเดินผ่าน เป็แถวยาว
“นางคือใคร ไปสืบมา”ชี้มือไปยัง จื่อหราน ขันทีมองตามมือ ก่อนจะประสานมือไม่มีทีท่าว่าจะถามว่าเพราะอะไร
ที่พำนักของเหล่าผู้คัดตัวนางใน
“คุณหนู คืนนี้นอนพักเอาแรงเสียหน่อยพรุ่งนี้คงต้องพบกับบทเรียนมากมาย”ฮุ่ยหนิงปัดกวาดแท่นนอนให้จนสะอาดสะอ้าน
ยังไปทันจะหย่อนกายลงไป ร่างอรชรของใครอีกคนก็ทิ้งตัวลงนอนบนแท่นนอนทันที
“นี่มันที่นอนของข้า เ้า ไม่รู้หรือไร”จื่อหรานขมวดคิ้ว
“ข้ามาถึงก่อนและจับจองห้องนี้ไว้ก่อน”
“ใครบอกเ้าเช่นนั้นห้องนี้ทำเลดีที่สุดสามารถ ออกไปเข้าแถวได้เร็วกว่าผู้ใด เ้ารู้ไหมข้าคือน้องสาวของตี่กุ้ยเหรินปีนี้อายุครบคัดตัวนางใน เ้าคงไม่เกรงใจไม่ได้เสียแล้ว”จื่อหรานยิ้มหวานก่อนจะดึงแขน ฮุ่ยหนิงจากมาไม่ใช่ไม่อยากต่อกรแต่สิ่งที่จือหรานจะทำสำคัญกว่าการมาฉกชิงห้องที่ทำเลดี
“ดีมาก ต่อไปจะได้เข้าใจว่าข้าฐานะไม่ธรรมดา”หลัวซานซาน ยิ้มอย่างเป็ต่อ
จื่อหรานนอนพลิกตัวไปมาอากาศค่อนข้างเย็น ฮุ่ยหนิงหลับไปแล้ว ลุกจากแท่นนอนหยิบเสื้อคลุม มาคุลมทับร่างบางห่อไหล่ด้วยความหนาวเหน็บเมื่อเปิด ประตูห้องออกไป เงาไหวบนหลังคา ใครบางคนทะยานลงในห้องๆ หนึ่งของที่พำนักนางใน
จื่อหรานอดสงสัยไม่ได้ เร้นกายในเงามืด ตามร่างดำทะมึนไปทันที
ห้องที่จือหรานพึ่งจะถูกแย่งชิงไปนั่นเอง ใช้หูแนบประตู เสียงคนสองคนคุยกันแต่ฟังไม่ได้ศัพท์
ถอยออกมาในใจกลับคิดว่าไม่ใช่เื่ของตัวเอง
“อุ๊ป”ชนเข้ากับร่างของใครบางคนที่ใช่มืออุดปากไว้แน่น กระซิบข้างๆ หู
“คุณหนูอย่าเสียงดัง”ร่างใครคนนั้นรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนแนบสนิท
ดึงตัว จือหรวนให้ถอยห่างออกมาจากห้องนั้น
“ปล่อย”
“รับปากก่อนว่าจะไม่เสียงดัง”จื่อหรานพยักหน้า อีกคนจึงปล่อยมือ
“ห้ามแพร่งพรายเื่นี้เด็ดขาด”
“ทำไมต้องเชื่อท่านด้วย”
“เพราะข้าเป็หัวหน้าองครักษ์ รับคำสั่งโดยตรงจากฝ่าาให้มาคุ้มกันพวกคุณหนู” กระบี่ในมือตวัดกลับหลังร่างดำทะมึน กับชุดพรางตัวล้มลงขาดใจตาย สีดำของเืไหลเปรอะเปื้อนพื้น จื่อหรานไม่ปริปากสักคำหากเป็หญิงนางอื่นคงกรีดร้องอย่างเสียขวัญ องครักษ์หนุ่มเก็บความสงสัยไว้ในใจ เหตุใดคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้นี้ถึงเห็นการตายเป็เื่สามัญ
“กลับห้องของเ้าไปเสีย”จื่อหรานไม่รอช้ารีบสาวเท้ากลับไปที่ห้องทันที
ทิ้งตัวลงนอนบนแท่นอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ยังตะแคงหูฟัง แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรจนกระทั่งเผลอหลับไป
เช้ามา เสียงะโของ หัวหน้าผู้ฝึกสอนนางในดังลั่น จื่อหรานวิ่ง ออกมาฮุ่ยหนิง วิ่งตามปักปิ่นผม ที่เกล้าให้อย่างรวดเร็ว
จื่อหรานอดที่จะเหลือบตามองกองเืที่ไหลรินเมื่อคืนหน้าห้องนั่นไม่ได้ ทว่ากลับไม่เห็นมันไม่มีซึ่งร่องรอย จะถาม ผู้อื่นดีไหมเื่ใหญ่เช่นนี้ทำไมไม่มีใครทำท่าว่ารับรู้เื่ราวใดๆ จื่อหรานฝันไปหรือไร เห็นทีต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง ไม่แน่คนผู้นั้นอาจให้คำตอบได้องครักษ์หลวงผู้นั้น
การเรียกชื่อและขาน ตามลำดับก่อนหลังแต่เหมือนถึง น้องสาวของตี้กุ้ยเหรินหลัวซานซานนางหายไปไม่มีใครถามกลับข้ามไปเสียเฉยๆ
“เอาหล่ะ มาครบแล้ววันนี้เราจะมาวัดความสามารถด้านการเย็บปักโดยจะ ให้เวลาสามชั่วยามในแต่ละคน ปัก (เซียงหนัง) ถุงหอมเลือกกลิ่นหอมจากบุปฝา ตากแห้ง ผสมกลิ่นหอมเอา ตามแต่ความสามารถและความชอบในการผสมกลิ่นหอม และเย็บให้สวยงามถุงหอมทั้งหมดจะถูกส่งไปยังฝ่าา หากของใครฝ่าาเลือกหยิบขึ้นมาใช้ผู้นั้นก็จะได้คะแนนสูงสุด”เหล่าผู้คัดตัวนางในต่างแยกย้ายกันไป
จือหรานเลือกผ้าสีฟ้าคราม และเดินไปหยิบบุหงาแห้งแต่ละชนิดขึ้นมาดอมดมเก็บรวบรวมอย่างละนิดอย่างละหน่อยที่ความหอมใกล้เคียงผสมผสานเป็กลิ่นหอมที่ทำให้กลิ่นหอม ของอีกชนิดชัดเจนเรียกว่าเป็การส่งเสริมกันของกลิ่นหอม
จือหราน ปักลายลูกกว้างกับหมาป่าที่ยืนเผชิญหน้ากัน ใช้เวลาเย็บถุงหอมเพียงหนึ่งชั่วยาม
“ไหล (มา) ไหลไหล ถึงเวลาส่งแล้ว”ถาดถูกยื่นมาตรงหน้า ผู้เข้าคัดตัวนางในแต่ละคนวางถุงหอมที่ล้วนแต่สวยงามลงบนถาดสีเงินคนคุมสอบ ขมวดคิ้วจ้องมอง ลายปักของจื่อหราน
“คุณหนูท่าน เหตุใดจงใจปักลวดลายที่ทำให้รู้สึก หวาดกล้วเช่นนี้”จื่อหรานยิ้ม
“เดิมที่ข้าอาศัย อยู่มีเพียงป่าเขาก่อนที่ท่านลุงรับตัวกลับมา จึงคิดสิ่งใดไม่ออกนอกจากลาย ปักแบบนี้”
“แม้ฝีมือคุณหนูจะประณีตไม่น้อย แต่แกล้งว่า…. อาจจะไม่ผ่านการคัดกรองจากเหล่าขันทีหน้าพระพักตร์”จื่อหรานเพียงแต่ยิ้มๆ
“ข้าไม่ได้คาดหวังอะไร แต่กลัวเหลือเกินว่า ลายปักในถุงหอมของแต่ละคน ไม่มีแปลกใหม่ล้วนแต่เป็ดอกไม้ และนกหยวนยาง เมื่อฝ่าาทัศนาแล้วก็จะบังเกิดความเบื่อหน่าย พวกท่านคงต้องคิดเองแล้ว ผู้มาคัดเลือกนางในเช่นข้าไม่บังอาจออกความเห็น”ยิ้มบางบางจนเกือบกลายเป็หวาน คำพูดของจื่อหรานสะดุดใจคนคุมสอบไม่น้อย