ทะลุเวลามาเป็นพ่อค้าระหว่างมิติ

    ตอนที่ 41 หมู่บ้านชิงสุ่ย

             เห็นว่าชายหนุ่มร่างผอมในชุดเสื้อผ้าเก่ามีรอยปะชุนหลายแห่งยังคงเงียบ เฒ่าชราก็ได้พูดต่อ

             “นายน่ะ ฟังตาแก่คนนี้สักหน่อยนะปีนี้เป็นปีที่ผู้คนอดตายราวกับใบไม้ร่วง นี่ยังไม่เข้าฤดูหนาวเลยนะก็มีข่าวออกมาว่ามีคนตายเพราะอดอยากไม่น้อยแล้วฉันเองถ้าหาเงินและแลกเปลี่ยนอาหารได้มากพอแล้วก็คงต้องเดินทางกลับหมู่บ้านเหมือนกันนี่ก็อ้างว่ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลในเมืองมณฑลไม่อย่างนั้นก็คงออกจากหมู่บ้านไม่ได้”

            “คุณตาเองก็เป็นคนชนบทเหมือนกันเหรอครับ”

            “อืม ก็ใช่น่ะสินี่ก็แอบเอาของมาขายก่อนแล้วถึงจะไปที่โรงพยาบาล ฉันแก่แล้วจะตายตอนนี้หรือตอนไหนก็ไม่สำคัญหรอก แต่ลูกหลานที่บ้านยังรออาหารจากฉันอยู่นี่สิที่เป็นเรื่องสำคัญ”

            จางหมิงฟังเสียงที่บ่งบอกถึงความท้อแท้ในชีวิตแล้วก็รู้สึกสงสารคุณตาขึ้นมา แต่ก่อนหน้าเขาก็พูดไปแล้วว่าไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาสักอย่างจึงได้แต่ทอดถอนใจ “คุณตาจะอยู่ที่เมืองมณฑลอีกนานไหมครับ”

            ผู้เฒ่าส่ายหน้าช้าๆมือก็หยิบมัดผักส่งให้ลูกค้าพร้อมรับเงินกลับมา “อีกห้าวันก็ต้องกลับแล้วล่ะถึงจะอยากอยู่นานกว่านี้ แต่หนังสือแนะนำที่หมู่บ้านออกให้ก็มีเวลาจำกัด แล้วนายล่ะเด็กน้อย”

            “ผมแค่มาสำรวจเอาไว้ก่อนอาจจะกลับหมู่บ้านวันนี้เลยครับวันหลังค่อยมาที่นี่อีกครั้งพร้อมกับของที่จะเอามาขาย”พอนั่งคุยกับคุณตาคนนี้มาได้สักพัก ผู้พิทักษ์ของเขาก็แจ้งเข้ามาว่าที่เขาข้ามเวลามาที่นี่นั้นก็อาศัยตัวตนของจางหมิงของหมู่บ้านชิงสุ่ยนั่นจึงทำให้เขาก้มมองมือของตัวเองที่มันผอมแห้งกว่าจางหมิงในปี 1993 เสียอีกอายุก็ไล่เลี่ยกันแต่ช่วงเวลาต่างกัน สภาพของคนก็เลยไม่เหมือนกันน่าเวทนาเหลือเกิน

            “ถ้าอย่างนั้นนายก็อาจจะได้เจอฉันอีกสินะดีจริงๆอย่างน้อยก็มีเพื่อนคุยไม่เงียบเหงาเกินไป เฮ้อ!! ปี 1972 นี่ช่างเป็นปีที่โหดร้ายจริงๆ เมื่อไหร่นะทุกอย่างจะดีขึ้นผู้คนไม่ต้องทนหิวไม่ต้องอดตายแบบนี้”

            จางหมิงได้ฟังเสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาแบบนั้นแล้วก็เหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่อกนี่เขาพึ่งโผล่มาในยุคนี้ไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่กลับรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับจางหมิงของยุคนี้ได้เป็นอย่างดี

            มันอาจเป็นเพราะเขารู้สึกได้ว่าที่นี่คือยุคของพ่อแม่และญาติพี่น้องของเขาแม้ว่าในภายหลังทุกคนจะแยกครอบครัวออกไปด้วยหลากหลายเหตุผลและก็เริ่มห่างเหินไปเพราะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน

            แต่ช่วงเวลานี้ทุกคนยังรักกันดีและร่วมฝ่าฟันปีแห่งความทุกข์ระทมไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง

            “ทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้นครับคุณตาผมเชื่ออย่างนั้น” ตอนนี้ก็ขอให้ทุกคนอดทนไปก่อนอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้ทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี

            “ตาแก่อย่างฉัน ไม่รู้ว่าจะอยู่จนถึงวันนั้นหรือเปล่านะเอาล่ะ นี่ก็ออกมานานแล้วคงต้องรีบไปโรงพยาบาลเสียทีถ้านายกลับมาที่นี่อีกครั้งก็แวะมาหาตาแก่อย่างฉันด้วยนะเด็กน้อย”

            “ได้ครับคุณตา” จางหมิงมองตามแผ่นหลังงองุ้มของท่านผู้เฒ่าไปจนลับสายตา

            “โฮสต์ครับ คุณเองก็ควรเดินทางกลับหมู่บ้านชิงสุ่ยได้แล้วนะครับ”

            จางหมิงเมื่อได้รับเสียงเตือนเขาก็รู้ว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติเขาจึงลุกขึ้นจากตรงนั้นแล้วเร่งเดินออกไปจากตลาดมืด

            พอพ้นมาได้แล้วเขาก็หาตรอกแคบๆมืดๆเพื่อเก็บผ้าคลุมหน้าเข้าไปในแหวนมิติจากนั้นก็นำเอาตะกร้าไม้ไผ่สานออกมาสะพายบ่า

            ตะกร้านี้ได้มาจากปี 1993แล้วเขาก็นำผ้าออกมาคลุมตะกร้าเอาไว้

            “เดินทางกลับหมู่บ้านชิงสุ่ยน่าจะใช้เวลาหลายชั่วโมงเลยนะ”เขาสื่อสารในใจกับผู้พิทักษ์ของตัวเอง

            “ไปถึงที่หมู่บ้านในตอนเย็นครับโฮสต์เร่งเดินเถอะครับรถโดยสารที่เหลือเที่ยวสุดท้ายกำลังจะออกจากสถานีขนส่งแล้ว”

            “ได้ๆๆ จะวิ่งไปเดี๋ยวนี้เลย”

            จางหมิงอาศัยความทรงจำของร่างเดิมที่ส่งต่อมาให้เขาอย่างกล้าๆกลัวๆแล้วก็วิ่งไปยังทิศทางที่ตั้งของสถานีขนส่ง

            แต่ผ่านไปเพียงห้านาทีเท่านั้นเขาก็ต้องหอบแฮ่กๆเพราะเพิ่งรับรู้ว่าร่างกายนี้ก็อ่อนแอไม่ต่างจากร่างกายของจางหมิงในปี1993

            ดังนั้นเขาจึงนำเอาน้ำแร่ออกมาจิบแล้วก็เร่งเดินทางไปที่สถานีขนส่ง

            “ฉันในยุคปัจจุบันน่าจะแข็งแรงที่สุดแล้วใช่ไหมเฮ้อ! ทำไมต้องมาเจอร่างที่อ่อนแอแบบนี้นะ”ถึงจะบ่นแต่เขาก็ยังคงเร่งเดินไม่หยุด

            จนมาถึงสถานีขนส่งได้ในที่สุดเขาล้วงเอาเอกสารที่ติดตัวมาแล้วก็เดินไปซื้อตั๋วรถโดยสารจากนั้นก็รีบวิ่งขึ้นรถอีกครั้ง

            ยังดีที่มีเบาะว่างอยู่บ้างไม่อย่างนั้นเขาคงได้ยืนจนขาแข็งไปหลายชั่วโมง

            “นี่ๆ นายน่ะได้อะไรมาบ้างล่ะ เห็นปิดตะกร้าเสียมิดชิดเชียว”ผู้ชายท่าทางหลุกหลิกกลอกกลิ้งเอ่ยถามจางหมิงมาจากเบาะด้านข้างที่อยู่คนละแถว

            “ไม่ได้อะไรเลยครับพี่ชายวันนี้กลับบ้านตะกร้าเปล่า ปู่กับย่าคงได้ตีผมตายแน่ๆ”พูดออกไปแล้วเขาก็หัวเราะแห้งๆออกมา พร้อมกับเปิดผ้าผืนเก่าออกให้อีกฝ่ายดู สิ่งเหล่านี้เขาเอาออกมาเพื่อตบตาคนอื่นเมื่อถึงหมู่บ้านชิงสุ่ยค่อยนำของออกมา ถ้ามีคนถามว่าไปเอาของกินมาจากไหน ก็แค่อ้างว่ามารับของจากญาติที่อยู่ในเมืองมณฑลก็ไม่มีปัญหาแล้ว

            ชายคนนั้นมีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดจากนั้นก็ไม่ให้ความสนใจกับจางหมิงอีก

            ชายหนุ่มนั่งกอดตะกร้าเปล่าแล้วก็หลับตาลงเขาไม่อยากจะทนเหม็นกลิ่นควันรถแล้วก็ยังมีกลิ่นตัวคนและกลิ่นมูลเป็ดมูลไก่ที่ถูกยกขึ้นมาบนรถด้วย ดังนั้นพอหลับตาแล้วก็ส่งจิตตัวเองเข้าไปในพื้นที่แหวนมิติ

            “ผู้พิทักษ์เมื่อไหร่พื้นที่ในนี้จะทำการเพาะปลูกได้” แม้ว่าจะมีข้าวของมากมายที่ซื้อมาด้วยเงินสิบกว่าล้านแต่พอมาถึงในยุค 70 นี้ เขากลับมีความปรารถนาที่แรงกล้านั่นก็คืออยากจะปลูกพืชเอาไว้ในแหวนมิติของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

            “อีกไม่นานหรอกครับโฮสต์น่าจะปลายเดือนนี้พื้นที่ทั้งหมดก็จะพร้อมสำหรับระบบเพาะปลูกแล้วครับ”

            “หืม ระบบเพาะปลูกอย่างนั้นเหรอมันเป็นเหมือนในเกมปลูกผักหรือทำฟาร์มพวกนั้นหรือเปล่า”

            “ไม่เหมือนครับตอนนี้ดินในพื้นที่ของมิติทั้งหมดกำลังอยู่ในขั้นตอนที่กำลังปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้เหมาะสำหรับการเพาะปลูกและรองรับพลังของธาตุพฤกษาในอนาคตด้วยครับ”

            “แล้วฉันสามารถสั่งการผ่านจิตให้นายจัดการทำการเพาะปลูกได้ไหม”

            “ตอนนี้ยังไม่ได้ครับ”

            “หินอุกกาบาตพวกนั้นล่ะซื้อฟังก์ชั่นหรือไอเทมอะไรพิเศษๆไม่ได้เหรอ”

            “ไม่ได้หรอกครับโฮสต์มีทางเดียวก็คือคุณต้องลงมือทำการเพาะปลูกด้วยตัวเอง ผมจะสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์เท่านั้นครับ”

            “ฮึ!สนับสนุนอะไรล่ะ เครื่องมือและอุปกรณ์พวกนั้นจะต้องซื้อมาอยู่แล้ว และคนที่ต้องจ่ายก็ยังเป็นฉันอยู่ดี”

            “ไม่ใช่เครื่องมือธรรมดาพวกนั้นหรอกครับโฮสต์แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้รวดเร็วและได้ปริมาณงานมากกว่าเครื่องมือธรรมดาครับ”

            “เหอะๆ นี่นายกำลังโอ้อวดว่าเครื่องมือของนายดีกว่าของฉันอยู่สินะ”

            “ผมแค่พูดไปตามข้อเท็จจริงครับโฮสต์”

            จางหมิงได้แต่กลอกตาไปมาเอาเถอะๆเขาจะเชื่อตามนั้นก็ได้

            “ฉันเริ่มจะหิวแล้วล่ะนายจะทำอะไรก็ไปทำเถอะ ฉันจะไปดูอาหารที่โรงครัวเสียหน่อย”

            “ครับโฮสต์ อย่าลืมกินแอปเปิลแห่งปัญญาด้วยนะครับผมเตรียมเอาไว้ให้แล้ว”

            “อืม ไม่ลืมหรอกน่า”

             

            เมื่อจัดการกับอาหารแสนอร่อยที่โรงครัวเรียบร้อยแล้วจางหมิงก็เดินสำรวจเรือนสี่ประสานของเขาอีกครั้ง

            “ถ้าดินพร้อมสำหรับการปลูกพืชเมื่อไหร่ฉันจะเอาต้นดอกไม้เข้ามาปลูกข้างใน แล้วก็เอาต้นไม้ผลมาปลูกในส่วนของเรือนด้านหลังด้วยมีอะไรอีกนะ อ้อจำได้ว่าคุณแม่ชอบดอกเหมยจะปลูกเอาไว้ให้เป็นป่าดอกเหมยไปเลยดีไหมนะ”เขาคิดว่าถ้าคิดถึงพ่อกับแม่มากๆและยังไม่สามารถกลับไปยังบ้านหลังเล็กของยุคปัจจุบันเขาก็จะเข้ามาพักผ่อนในป่าดอกเหมย จิบชาชิมขนมแล้วก็อ่านหนังสือเหมือนที่คุณแม่และคุณพ่อชอบทำเป็นประจำเมื่อมีเวลาว่าง

            พอเดินไปถึงประตูของเรือนหน้าเขาก็หันกลับไปมองพื้นที่ชั้นในของเรือนผ่านประตูวงพระจันทร์ “ถ้าหากว่าสามารถอัพเกรดได้อีกล่ะก็พื้นที่ของเรือนแห่งนี้คงจะกว้างขวางไม่น้อยเลย และถ้าหากพ่อกับแม่ได้อยู่ด้วยก็คงจะดี”พูดกับตัวเองได้เพียงเท่านั้น เขาก็เดินออกจากประตูมา

            ภาพด้านนอกของเรือนสี่ประสานก็คือผืนดินสีดำเป็นส่วนใหญ่ และก็มีหญ้าสีเขียวขึ้นเป็นหย่อมๆ“บ่อน้ำที่เคยอยู่ข้างกระท่อมไปไหนแล้วนะน่าแปลกที่ต้นแอปเปิลแห่งปัญญาไม่ถูกเก็บไปเหมือนต้นส้มโอและผักที่ปลูก”

            จางหมิงเดินสำรวจพื้นที่ไปเรื่อยๆการเดินของเขาด้วยสภาพที่เป็นร่างจิตวิญญาณนั้นทำให้ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย

            “นี่ๆๆ ตื่นได้แล้ว!!คนลงกันหมดแล้วนะ!!”

            เสียงนี้ทำให้ร่างจิตวิญญาณของจางหมิงที่กำลังสำรวจพื้นที่ไปเรื่อยๆจนลืมเวลาถึงกับสะดุ้งแล้วก็รีบออกจากมิติ

            เขายิ้มแหยให้คนเก็บตั๋วก่อนจะชะโงกหน้าไปดูนอกหน้าต่างก็เห็นว่าคนมากมายบ้างก็เดินอยู่ในสถานีขนส่ง บ้างก็นั่งอยู่บนรถโดยสารอีกหลายคัน“ถึงแล้วเหรอครับ”

             “ถึงแล้วน่ะสิ รีบลงเร็วเข้า!ไม่อย่างนั้นนายจะไม่ทันเกวียนเทียมวัวหรือรถแทรกเตอร์จากหมู่บ้านต่างๆนะ”

             “อ่า จริงด้วย ขอบคุณมากนะครับ”แล้วเขาก็สะพายตะกร้าขึ้นบ่า ลุกขึ้นจากเบาะนั่งได้แล้วก็รีบก้าวลงจากรถโดยสารอย่างเร่งด่วน

             ชายหนุ่มวิ่งไปตามความเคยชินทั้งที่ร่างกายก็เริ่มหอบแฮ่กๆ“ลุงเฉินรอผมด้วยครับ รอผมด้วย!!” เขาตะโกนออกไปสุดเสียงเพราะกลัวเกวียนของลุงเฉินจะไม่จอดรอเขา

             ลุงเฉินคนขับเกวียนของหมู่บ้านชิงสุ่ยมองจางหมิงด้วยสายตาเอ็นดูปนสงสาร“เห็นไปหลายวัน ฉันยังคิดว่าเธอจะไม่กลับเสียแล้วเสี่ยวหมิงรีบกระโดดขึ้นเกวียนเร็วเข้า!!”

             จางหมิงที่เหนื่อยหอบแทบไม่มีแรงเหลือแล้วแต่พอได้ยินลุงเฉินบอกให้กระโดดขึ้นเกวียน เขาก็กระโดดตามจริงๆ “ฮึบ! โอ๊ย!! เหนื่อยแทบตายเลย ไม่ไหวๆ”

             “เจ้าเด็กคนนี้นี่ยังไงกันร่างกายยิ่งไม่ค่อยแข็งแรง ก็กระโดดตามคำพูดลุงหวังของเธอ”ภรรยาของลุงหวังลูบหลังให้จางหมิง มืออีกข้างก็ยื่นถ้วยน้ำอุ่นส่งมาให้“จิบน้ำอุ่นก่อนเถอะ”

             จางหมิงรีบรับถ้วยน้ำมาถือเอาไว้ก่อนจะยกขึ้นจิบ อาการของเขาก็ดีขึ้นมาทันที “นี่น้ำอะไรเหรอครับป้าหวัง”

             “เป็นน้ำสาลี่ตุ๋นพุทราจีนน่ะสิวันนี้ที่บ้านทำเอาไว้เยอะก็เลยตักน้ำใส่กระบอกติดกระเป๋ามาด้วยดื่มอีกหน่อยสิอาการจะได้ดีขึ้น เธอนี่นะอากาศช่วงนี้เริ่มหนาวแล้วนะทำไมไม่สวมเสื้อหนาๆหน่อยล่ะ”

             จางหมิงดื่มไปอีกหนึ่งอึกแล้วก็ถือถ้วยค้างเอาไว้อย่างนั้น“น้ำสาลี่ตุ๋นนี่อร่อยจริงๆนะครับ คงจะใส่น้ำตาลลงไปไม่น้อยเลย”

             “อืม ก็ใส่ลงไปเยอะพอสมควรนั่นแหละนี่เป็นเพราะรวมกลุ่มกันจากหลายบ้านหรอกนะถ้าให้ทำกินเองเฉพาะบ้านของพวกเราก็คงไม่กล้าเอาน้ำตาลมาใช้เยอะขนาดนี้หรอกว่าแต่เธอเถอะไปหาญาติที่เมืองมณฑลอีกแล้วใช่ไหม”

             “ใช่ครับป้าหวังที่บ้านของกินเริ่มหมดแล้วผมก็เลยเดินทางเข้าเมืองมณฑลครับ ได้ของกินมาพอสมควรเลย”

             “ดีแล้วล่ะอย่างน้อยก็ยังมีญาติที่ดีคอยช่วยเหลือ”ป้าหวังพูดพลางก็ล้วงเอาขนมธัญพืชอบออกมาสองชิ้นส่งให้จางหมิง “น้ำสาลี่ตุ๋นกินคู่กับขนมนี่อร่อยมากเลยล่ะลองดูสิเสี่ยวหมิง”

             “ครับป้าหวัง” จางหมิงรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาการเดินทางข้ามเวลาของเขาครั้งนี้ช่างแตกต่างจากตอนที่โผล่ไปหมู่บ้านสกุลหลินอย่างเทียบกันไม่ได้เลย

             ใช้เวลาเดินทางเกือบชั่วโมงเกวียนเทียมวัวก็ขับมาถึงหมู่บ้านชิงสุ่ย

             ภาพที่เห็นทำเอาจางหมิงถึงกับน้ำตาคลอนี่คือหมู่บ้านชิงสุ่ยเมื่อตอนที่พ่อกับแม่ของเขายังเป็นเด็กสินะชักอยากจะเห็นพ่อกับแม่เสียแล้วสิ คิดไปแล้วชายหนุ่มก็ทั้งตื่นเต้นทั้งตื้นตันใจ

    คล้ายกับเรื่องทะลุเวลามาเป็นพ่อค้าระหว่างมิติ ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399