เจียงเฉินรู้สึกดีใจเป็อย่างมาก แต่ในเวลาต่อมาเขาก็ต้องหดหู่ใจอีกครั้งหนึ่ง
''ถึงแม้ข้าจะสามารถบ่มเพาะและฝึกทักษะยุทธิ์ได้แล้ว แต่ข้าไม่มีรู้ทักษะสักอย่างเลย ถึงแม้ข้าจะกลับไปที่ตระกูลแต่ที่ตระกูลก็ไม่มีทักษะที่มากมายนัก หรือข้าควรจะพอใจในที่สิ่งข้ามี ?''
เจียงเฉินเดินคอตกกลับเข้าไปภายในคฤหาสน์หลังจากเดินไปเรื่อย ๆ หลังจากเดินไปรอบ ๆ คฤหาสน์ได้ไม่นานเจียงเฉินก็เดินไปถึงห้องห้องหนึ่งภายในคฤหาสน์ที่ตอนแรกเจียงเฉินไม่สามารถอ่านได้แม้แต่ป้ายด้านหน้าแต่เมื่อเจียงเฉินเดินกลับมาอีกครั้งเขาก็สามารถอ่านป้ายนั้นได้ เื่นี้ทำให้เจียงเฉินรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
เจียงเฉินเงยหน้าพร้อมกับอ่านตัวอักษรที่ถูกสลักไว้บนป้าย
''หอตำราค้ำฟ้า ?''
เมื่อเจียงเฉินอ่านจบประตูของหอตำราก็ค่อย ๆ เปิดออกทำเอาเจียงเฉินยืนทำอะไรไม่ถูกไปพักนึง แต่เมื่อเจียงเฉินเห็นด้านในก็ทำให้เขาถึงกับยืนโง่งมไปพักใหญ่เพราะด้านในนั้นมีหนังสือ และตำรามากมายจัดเรียงกันอยู่เป็ชั้นเป็แถวพร้อมกับแยกหมวดหมู่กันอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย
เจียงเฉินเดินเข้ามาด้านในพร้อมกับสำรวจแต่ละชั้น ยิ่งเดินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เจียงเฉินรู้สึกใมากขึ้น เพราะเขาค้นพบตำราทักษะยุทธ์มากมายั้แ่ระดับปฐีไปยันระดับตำนานที่เคยอ่านเจอในหนังสือ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีทักษะระดับพระเ้า แต่ถึงอย่างงั้นเจียงเฉินก็ไม่ได้เศร้าเสียใจแต่อย่างใดเพราะคนเราควรพอใจกับสิ่งที่คนมีการไขว่คว้ามากเกินจำเป็อาจนำหายนะมาให้ก็เป็ได้
ภายในหอตำราค้ำฟ้าแห่งนี้มีตำราและหนังสือมากมายเกินกว่าที่เจียงเฉินจะจินตนาการเอาไว้มันมีทั้งสูตรหลอมเม็ดยาและปรุงโอสถหนังสือที่รวบรวมเกี่ยวกับสมุนไพรต่าง ๆ มีทั้งเทคนิคการหลอมอาวุธ และเทคนิคการสร้างอาคมที่เคยหายสาปสูญไปเมื่อนานมาแล้วอีกด้วย
เจียงเฉินยิ้มแก้มแทบะเิราวกับว่าเขาพบเจอขุมทรัพแห่งแดน์ แต่ภายใต้ความดีใจนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกกลัวเ้าของที่แห่งนี้เพราะใครกันที่มีอำนาจมากพอขนาดรวบรวมตำรามากมายขนาดต่อ ขนาดหอตำราของจักรพรรดิยังไม่มีตำราเยอะเท่านี้เลยด้วยซ้ำแต่เจียงเฉินก็คิดว่าเ้าของคฤหาสน์แห่งนี้คงไม่ว่าอะไรเขาเพราะคนระดับนั้นคงไม่สนใจจะมาโวยวายอะไรกับคนที่มีการบ่มเพาะแค่ปราณแรกเริ่มขั้นที่1 หรอก
เจียงเฉินละทิ้งความคิดก่อนหน้านี้ไปทันทีพร้อมกับค่อย ๆ เดินไปเลือกทักษะบ่มเพาะ และทักษะยุทธ์ที่ตนเองสนใจมาเริ่มฝึกฝน
เจียงเฉินเดินมาถึงชั้นที่ถูกเขียนว่าทักษะบ่มเพาะ เจียงเฉินเดินเลือกดูทักษะต่างพร้อมกับเปิดดูเนื้อหาคร่าว ๆ ผ่านไปเป็เวลานานในที่สุดเจียงเฉินก็พบเจอเทคนิคบ่มเพาะที่เขาสนใจ ที่เขาใช้เวลานานขนาดนั้นเพราะภายในชั้นตำรานี้มีเทคนิคบ่มเพาะหลายหมื่นเล่ม
และเทคนิดบ่มเพาะที่ทำให้เจียงเฉินสนใจก็คือ เคล็ดบ่มเพาะดาราจักร์ซึ่งที่สันตำราถูกสลักว่าเป็ทักษะระดับทรราช แต่สิ่งที่ทำให้เจียงเฉินสนใจมันไม่ใช่ระดับของมัน แต่เป็สิ่งที่กล่าวไว้ด้านในซึ่งภายในตำราถูกสลักไว้ด้วยตัวอักษรที่เหมือนกับที่ถูกสลักที่ศิลาด้านหน้าคฤหาสน์ หรือด้านหน้าหอตำรา
ภายในกล่าวไว้ว่าผู้บ่มเพาะนี้สามารถดูดซับพลังงานจาก์และโลกได้อย่างไร้ขีดจำกัด และสามารถใช้พลังงานขัดเกลาร่างกาย ตันเถียน และทะเลแห่งปัญญาได้อีกด้วย และที่สำคัญกว่านั้นเมื่อสามารถฝึกฝนทักษะนี้ไปถึงระดับ 7 จะสามารถหยิบยืมพลังของดวงดาวมาใช้ได้อีกด้วย
เจียงเฉินนั่งสมาธิและรองโคจรพลังตามรูปแบบที่ว่าไว้ภายในตำราของเคล็ดบ่มเพาะดาราจักร์ ไม่นานพลังงานของ์และโลกก็ได้ไหลเข้าสู่ร่างกายของเจียงเฉินอย่างบ้าคลั้งราวกับหลุมดำที่กำลังดูดกลืนพลังงานของจักรวาล
ร่างกายของเจียงเฉินเปร่งแสงสีขาวอ่อน ๆ และค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็สีขาวบริสุทธิ์ก่อนจะเป็สีฟ้าสว่างสดใส ผ่านไปกว่าสองชั่วโมงเจียงเฉินก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับความดีใจ
''พระเ้า ! เพียงแค่สองชั่วโมงข้าก็สามารถเลื่อนไปดูระดับ 2 ของปราณแรกเริ่มแล้ว เคล็ดบ่มเพาะนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก''
เจียงเฉินหยุดพักและจดจำรูปแบบการโคจรพลังของเคล็ดดาราจักร์ไว้ภายในใจก่อนจะเดินไปยังชั้นทักษะต่อสู้ที่ถูกเรียงรายไว้บนชั้นเมื่อเจียงเฉินเห็นจำนวนของพวกมันที่มีอยู่มากมายไกลสุดสายตาเขาก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
''หวังว่าข้าจะไม่ต้องเปิดอ่านทุกเล่มเพื่อให้ได้เจอทักษะที่ข้า้าหรอกนะ''