เย็นวันอาทิตย์
บ้านของพีชเงียบสงบกว่าปกติเล็กน้อย แสงแดดอุ่นๆ ่เย็นส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนั่งเล่น ลมจากสวนหน้าบ้านพัดพริ้วจนผ้าม่านขยับไหวเบาๆ
พีชนั่งอยู่บนโซฟา โน้ตบุ๊กวางอยู่บนตัก นิ้วเรียวยาวรัวคีย์บอร์ดเป็จังหวะสม่ำเสมอขณะตรวจรายงานของนักศึกษาปีหนึ่ง
ส่วนอีกมุมหนึ่งของห้อง แพรนอนคว่ำอยู่บนพรม ขาคู่สวยแกว่งไปมาอย่างคนี้เี มือถือในมือกำลังเลื่อนดูความเคลื่อนไหวในโลกโซเชียลไปเรื่อยๆ
รูปงานถ่าย... รูปอาหาร... รูปแมวของเพื่อน...
จนกระทั่งนิ้วโป้งของเธอหยุดกึก
มันคือรูปจากงาน Air Show ที่เธอไปมาวันก่อน
แพรใช้นิ้วขยายรูปภาพนั้น F-16 กำลังทะยานขึ้นจากรันเวย์ เปลวไฟจากส่วนท้ายสว่างวาบสะใจ
เธอเลื่อนไปอีกภาพ เป็่ที่พลุแฟลร์กระจายเต็มท้องฟ้าเหมือนฝนดาวตกกลางวัน
แพรจ้องรูปนั้นอยู่นาน ก่อนจะเรียกขึ้นทำลายความเงียบ
“พี่พีช...”
พีชไม่เงยหน้าจากจอ
“หืม?”
แพรพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง จ้องมองพี่สาวด้วยสีหน้าจริงจังจนผิดสังเกต
“พี่วุธ... แปลกไหม?”
พีชหยุดพิมพ์และเงยหน้าขึ้นทันที
“ใครนะ?”
“ก็พี่วุธไง” แพรตอบหน้าตาย
“เด็กซิ่วปีหนึ่งผมเกรียน ที่ชอบนั่งหลังห้องคู่กับตาโยน่ะ”
พีชมองน้องสาวนิ่งๆ ก่อนจะลอบถอนหายใจ
“เขาชื่อ จักราวุธ”
“หนูก็เรียกพี่วุธไง ง่ายดี”
แพรยักไหล่ไม่ใส่ใจชื่อเต็ม ก่อนจะคลานเข้ามาใกล้โซฟาแล้วยื่นมือถือให้ดู
“พี่ดูนี่สิ”
พีชจำใจละสายตาจากงานมามองรูปในมือถือ แพรเลื่อนภาพเครื่องบินลำเดิมให้ดูซ้ำๆ
“นักบินคนนี้โคตรเท่เลยพี่”
“อืม... ก็เก่งจริง”
พีชพยักหน้าแกนๆ
แพรหรี่ตาจับผิด
“แล้วพี่ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?”
“ความรู้สึกอะไรล่ะ?”
แพรชูนิ้วขึ้นเหมือนกำลังสรุปงานวิจัย
“หนูว่าพี่วุธไม่ธรรมดา”
“แพร...”
พีชทำท่าจะเบรก แต่น้องสาวเริ่มนับนิ้วรัวๆ
“ข้อหนึ่ง พี่วุธเงียบเกินไป”
“ข้อสอง เวลาพูดเหมือนคนที่รู้อะไรเยอะกว่าคนอื่น”
“และข้อสาม... วันนั้นที่ Air Show เขาหายไปทั้งวัน!”
พีชมองเธอนิ่งๆ
“แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหน?”
แพรเอนตัวไปข้างหน้า กระซิบเสียงจริงจัง
“หนูมีทฤษฎี... พี่วุธอาจเป็ สายลับ”
พีชหลุดขำออกมาทันที
“ดูหนังมากไปแล้วแพร”
“งั้นทฤษฎีที่สอง!”
แพรยังไม่ยอมแพ้
“พี่วุธอาจเป็ลูกเศรษฐี ทายาทบริษัทใหญ่ที่แกล้งปลอมตัวมาเรียนมหาลัยธรรมดาเพื่อพิสูจน์รักแท้ หรือไม่ก็มาสืบทอดธุรกิจลับ”
พีชส่ายหัว
“ยิ่งไปกันใหญ่...”
แพรเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ
“หรือว่า...”
“หรืออะไร?”
“หรือจริงๆ เขาอาจเป็ ทหาร”
พีชหัวเราะเบาๆ อีกรอบ
“เขามาเรียนตลอดนะแพร จะไปเป็ทหารตอนไหน”
“ก็หนูแค่เดา!”
แพรสะบัดหน้ากลับไปมองมือถือต่อ เธอรัวแชทอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มกว้าง
“ตอบแล้ว!”
“ใคร?”
พีชถาม
“โยไง”
แพรหัวเราะร่วนขณะอ่านแชท
“โยบอกว่าพี่วุธอาจจะเป็ CIA หรือไม่ก็หน่วยรบพิเศษ”
พีชส่ายหัวให้ความเพี้ยนของเด็กสองคนนี้ แต่แพรยังไม่อิ่มตัว เธออ่านแชทต่อแล้วหัวเราะหนักกว่าเดิม
“โยบอกอีกอย่างพี่... โยบอกว่าถ้าพี่วุธเป็นักบินรบจริงๆ มันจะโคตรเท่เลย!”
พีชนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เป็ไปไม่ได้หรอก”
แพรยักไหล่แล้วล้มตัวลงนอนบนพรมอีกครั้ง สายตาเหม่อมองเพดานพลางพึมพำ
“แต่วันนั้น... หนูเห็นนักบินคนนั้นหยิบมือถือขึ้นมาดูตอนที่พี่พีชโทรหาพี่วุธพอดีเลยนะ”
นิ้วที่กำลังพิมพ์บนคีย์บอร์ดของพีช หยุดชะงัก
เธอนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบเลี่ยงๆ
“...อาจจะแค่บังเอิญก็ได้”
“ก็อาจจะ”
แพรยังไม่จบความสงสัย เธอเปิด Instagram แล้วค้นหาแฮชแท็กงาน Air Show ทันที
“นี่ไง คนลงรูปเพียบเลย”
แพรซูมรูปนักบินคนหนึ่งที่เพิ่งลงจากเครื่อง แม้จะสวมหมวกบินปิดหน้าแต่มันก็เห็นสรีระชัดเจน
“พี่ดูสิ ความสูงกับ่ไหล่... ใกล้เคียงพี่วุธมากเลยนะ”
“แพร... เธอเริ่มจะเหมือนพวกสตอล์กเกอร์เข้าไปทุกทีแล้วนะ”
พีชพยายามทำเป็ขำ แพรยักไหล่
“ก็แค่สังเกต... แต่หนูยังรู้สึกอยู่ดีว่าพี่วุธไม่ใช่เด็กปีหนึ่งธรรมดาแน่ๆ”
พีชไม่ได้ตอบอะไร เธอก้มหน้าทำงานต่อ
แต่ในความเงียบนั้น คำพูดของแพรกลับดังก้องอยู่ในหัว...
หยิบมือถือขึ้นดูตอนที่เธอโทรหาพอดีอย่างนั้นเหรอ?
ในใจของอาจารย์วิศวะที่เชื่อมั่นในตรรกะ เริ่มมีความสั่นคลอนเล็กๆ ก่อตัวขึ้น
...หรือจริงๆ แล้ว ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยของนักศึกษาคนนั้น จะมีความลับที่เธอคาดไม่ถึงซ่อนอยู่จริง?