บทที่ 112
จำลองหลอดไฟ
สิ่งประดิษฐ์ที่น่าเหลือเชื่อส่องแสงสว่างไสวอยู่ภายในอุ้งมือของคุณหนูตกอับ ซูฉีแววตาเปล่งประกายมองเห็นเรืองแสงในมืออย่างหลงใหล
สิ่งนี้เป็นของประดิษฐ์ชิ้นใหม่ที่ซูฉีอีกคนขึ้นมา ซูฉีใช้เวลาทุ่มเทแรงกายและก็ความคิดไปมาก
ในช่วงเวลานับ 10 วันที่เก็บตัวอยู่ภายในบ้าน นางแทบจะไม่ได้ออกไปด้านนอกเลยแม้แต่นิดเดียว
ในที่สุดการพยายามอันยาวนานมันเองก็สำเร็จผล นางสามารถผลิตสิ่งของชิ้นนี้ออกมาได้ มันคือศิลาอักขระที่มีความสามารถคล้ายคลึงกับหลอดไฟ
“ แม้ว่าจะเป็นตัวอย่างขั้นทดลอง แต่ว่ามันเองก็สามารถส่องแสงสว่างไสวได้ ”
“ เทียบเท่ากับว่าการพัฒนาในรอบหลาย 10 วันที่ผ่านมามันไม่สูญเปล่าแล้ว ” ซูฉีพึมพำกับตนด้วยแววตาเปล่งประกาย นางกำลังมองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนในยามนี้
ของประดิษฐ์จำลองที่นางสร้างขึ้นมา มันคือของวิเศษที่สร้างอ้างอิงมาจากหลอดไฟภายในยุคสมัยของนาง
ในตอนแรกซูฉีคิดจะดำเนินแผนการไปในทางเครื่องกล เพราะว่าต้องการจะทำให้การพัฒนาที่ดินของนางนั้น
แต่ว่าในตอนนี้เมื่อคิดดูแล้ว ซูฉีขาดแคลนสิ่งที่เรียกว่าแต้มความดีความคิดจะหาของบางอย่างที่สามารถผลิตด้านความดีได้จำนวนมาก
เป็นของที่น่าจะมีประโยชน์กับทุกคนภายในเมืองแห่งนี้ แล้วก็เปลี่ยนแปลงยุคสมัยแห่งนี้ไปได้
นั่นก็คือหลอดไฟ สิ่งที่จะส่องแสงสว่างไสวในยามราตรี ปัดเป่าความมืดมิดและทำให้เมืองแห่งนี้เปลี่ยนไป
ในยุคสมัยนี้ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงใช้เชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นตะเกียงคบเพลิงหรือว่าต่างๆ
แสงไฟที่ได้มาจากเปลวเพลิงไม่มีทางสว่างไสวเท่ากับแสงไฟที่ได้มาจากหลอดไฟ ซูฉีเคยอาศัยอยู่ภายในยุคสมัยที่รุ่งเรือง
ตึกสูงต่างหากหลายสิบชั้น แสงไฟสว่างไสวในยามราตรี หลอดไฟเหล่านั้นปล่อยความมืดมิดในยามราตรี
และก็นำพาเหล่ามนุษย์สู่ยุคสมัยใหม่ ซูฉีผลิตศิลาหินให้แสงสว่างขึ้นมาเช่นนี้ นางมั่นใจว่าน่าจะเป็นของที่เป็นประโยชน์และทำให้เมืองแห่งนี้เปลี่ยนไป
“ ตอนนี้มันยังอยู่ในช่วงการทดลองเท่านั้น ”
“ ของสิ่งนี้เองก็เป็นเพียงแค่ของทดลองที่ถูกสร้างขึ้นมา ”
“ มันยังคงถูกสร้างขึ้นมาไม่เสร็จสมบูรณ์ ประสิทธิภาพการใช้งานของมันยังสามารถดึงออกมาได้เพียงแค่ไม่กี่ส่วนเมื่อเทียบเท่ากับหลอดไฟในยุคสมัยของเรา”
“ ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างทำให้ของสิ่งนี้มันไม่สามารถใช้งานได้ดีเหมือนกับปลอดภัย เป็นเพราะว่าเงื่อนไขและกลไกที่ซับซ้อนเกินไป”
“ การจะสร้างแสงสว่างขึ้นมาจากหินชนิดนี้ได้จำเป็นจะต้องใช้พลังวิญญาณของตนเองแปรสภาพหลายอย่าง ”
“ ด้วยการแปรสภาพขั้นตอนหลายอย่าง มันเลยทำให้ของสิ่งนี้จำเป็นจะต้องใช้พลังวิญญาณจำนวนมาก”
“ มันเองก็กลับกลายเป็นว่าของที่ใช้พลังวิญญาณจำนวนมากจะไม่สามารถใช้งานได้นาน”
“ พลังวิญญาณที่บรรจุเข้าไปจะเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับขนาดของวัตถุที่บรรจุเป็นภาชนะ”
“ ศิลาหินนี้มีขนาดเล็กมันบรรจุพลังวิญญาณได้ไม่มากนัก เพราะแบบนั้นการใช้งานในระยะทางของมันจึงมีจำกัด”
“ มันมีระยะเวลาที่จำกัดเป็นอย่างมากในการใช้งาน นี่คือสิ่งที่ตัวของเรายังไม่สามารถแก้ไขได้”
“ แต่ก็เอาเถอะถึงอย่างไรในตอนนี้ก็สามารถผลิตมันขึ้นมาได้แล้วเหลือเพียงแค่ต้องปรับแต่งแล้วก็แก้เปลี่ยนเล็กน้อย ”
ของที่อยู่ภายในมือยังไม่เสร็จสมบูรณ์เสียทีเดียว มันเป็นเพราะปัจจัยหลายอย่างทำให้ของชิ้นนี้ยังคงไม่เสร็จสมบูรณ์
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นซูฉีรู้ดีเกี่ยวกับหลักการของพวกพลังวิญญาณและการสร้างอักขระ
ของสิ่งนี้นางสร้างขึ้นมาโดยการที่นางนั้นใช้พลังวิญญาณจำนวนมากบีบอัดตั้งแต่สภาพเข้าไป
มันกลับกลายเป็นว่าถึงแม้ว่าจะเปล่งแข็งได้แต่ว่าเจ้าของสิ่งนี้มันก็ดูดคืนพลังวิญญาณจำนวนมาก
มันเลยมีเวลาในการใช้งานที่จำกัดเรียกได้ว่าสามารถใช้งานได้ไม่มากนัก นี่คือข้อที่นางจำเป็นจะต้องแก้ไข
อย่างไรมันก็ถือว่าสำเร็จไปมากกว่า 7 ส่วนแล้วเหลือเพียงแค่ทำให้ของสิ่งนี้มันเสร็จสมบูรณ์เท่านั้น
เป้าหมายบรรลุไปกว่าครึ่งซูฉีย่อมพึงพอใจกับสิ่งที่ตนเองนั้นสามารถลงมือทำได้
“ ด้านนอกจะเป็นอย่างไรบ้าง? ” ซูฉีแทบจะลืมเกี่ยวกับเรื่องราวด้านนอกไปเลย
เป็นเพราะว่าหลายวันมานี่เก็บตัวทำการผลิตและก็สนใจอยู่กับเจ้าของสิ่งนี้ เลยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ด้านนอกมันเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
ไม่รู้ว่าแม่ทัพหวงจะเดินทางกลับมาหรือยัง ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานางสนใจกับสิ่งที่ตนเองนั้นกำลังทำอยู่
ในตอนนี้สิ่งที่กำลังทำอยู่ก็เสร็จไปมากกว่า 7 ส่วนแล้วมันถึงเวลาที่นางต้องออกไปด้านนอก เพื่อดูสถานการณ์ของภายในเมืองแห่งนี้บ้างแล้ว
ซูฉีเดินทางออกไปบริเวณด้านนอก หลังจากที่เดินทางออกมาจากภายในห้องหลังจากเก็บตัวมาหลายวัน
ลี่ถังมายืนรออยู่บริเวณด้านหน้าแสดงใบหน้าเห็นกังวล “ ในที่สุดท่านก็ออกมา!!! ”
“ ท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่เจ้าคะ? ” บ่าวรับใช้คนสนิทถามอย่างตื่นตระหนก
ซูฉีเป็นใบหน้าประหลาดใจ “ อันใดของเจ้าเหตุใดจึงแสดงท่าทางร้อนเช่นนั้น ”
นางกำลังสงสัยเหตุได้เปล่ารับใช้คนสนิทของตนจึงแสดงใบหน้าร้อนล้นเช่นนั้น ลี่ถังรีบพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ จะให้ข้าแสดงใบหน้าร้อนรนได้อย่างไรเจ้าคะ ”
“ คุณหนูหายไปเก็บตัวอยู่บริเวณด้านในห้องมาตั้งหลายวัน ”
“ ในหลายวันนี้ท่านเอาแต่เก็บตัวอยู่บริเวณด้านใน ข้าเรียกท่านท่านเองก็ไม่ค่อยจะตอบรับ ”
“ ถ้าคิดว่าท่านเจ้าทำงานหนักจนตนเองนั้นล้มป่วยไปแล้วเสียอีก ” บ่าวรับใช้รีบพูดออกมาอย่างเป็นกังวล
นางแสดงท่าทางเป็นห่วงคุณหนูของตนอย่างใจจริง ในหลายวันนี่ซูฉีก็รู้ดีว่าตนเองนั้นจดจ่อกับงานที่ทำมากเกินไป
จนทำให้ผู้คนบริเวณรอบร่างกายนั้นเป็นห่วงกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางก็ไม่คาดคิดเช่นเดียวกันว่าบ่าวรับใช้คนสนิทของตนจะเป็นห่วงนางขนาดนี้
“ ข้าไม่เป็นอันใดแล้วเจ้าไม่ต้องกังวลหรอก ข้าเพียงแค่สนใจในงานที่ตนเองนั้นทำมากเกินไปเท่านั้น ”
“ ในตอนนี้ข้าก็ออกมาแล้วอย่างไร ไม่มีอะไรที่จำเป็นจะต้องกังวลอีกแล้ว ” นางพูดให้ลี่ถังสบายใจ
ลี่ถังยังคงไม่แสดงใบหน้าที่คล้ายความกังวล นางได้แต่พยักหน้าตอบรับเพื่อให้คุณหนูของนางสบายใจ
ซูฉีได้ถือโอกาสถาม “ แล้วในตอนนี้ภายในเมืองเป็นอย่างไรบ้าง? ”
“ ในเมืองอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”
“ ใช่แล้วข้าเก็บตัวอยู่ภายในหลายวันไม่รู้ว่าตอนนี้ภายในเมืองแห่งนี้เป็นอย่างไรบ้าง ”
“ กองทัพเกราะดำล่ะ? ”
“ ตอนนี้ผ่านไปหลายวันแล้วสถานการณ์ภายในเมืองไม่ดีขึ้นเลยเจ้าค่ะ ”
“ ท่านแม่ทัพหวงเอง’ก็ยังไม่ได้เดินทางกลับมา ในตอนนี้กองทัพเกราะดำเหมือนกับมังกรไร้หัว ”
“ มันทำให้สถานการณ์ภายในเมืองย่ำแย่ลงไปด้วย ” นางพูดด้วยใบหน้าหนักใจ
สถานการณ์ภายในเมืองในยามนี้มันไม่ค่อยจะดีนัก ข่าวคราวของแม่ทัพหวงเองก็ยังไม่ถูกส่งกลับมา
ทำให้สถานการณ์ภายในเมืองยามนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ปกคลุมไปด้วยความกังวลใจของเหล่าผู้คนจำนวนมาก
ผู้คนภายในกำลังกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาพากันกังวลว่าการหายตัวไปของแม่ทัพหวงจะทำให้เกิดความวุ่นวายภายในเมืองแห่งนี้และกองทัพเกราะดำ
ได้ยินบ่าวรับใช้ของตนเองกล่าวเช่นนั้น ซูฉีก็ได้แต่แสดงใบหน้าขมักเขม้นเคร่งเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
จบบท