เวลานี้พวกกอลเอลต่างก็บ้าคลั่งแทบจะพลิกแผ่นดินหาคนทรยศ พวกมันไม่พักผ่อนแม้แต่วินาทีเดียวและใช้ทุกๆอย่างเพื่อค้นหาคนทรยศ
ณ ฐานบัญชาการของกอลเอล มีกอลเอลตนหนึ่งแต่งตัวด้วยชุดเกราะเต็มยศโดดเด่นกว่าตนอื่นๆ กอลเอลตนนี้เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของที่นี่ มันมีอำนาจและรับผิดชอบเรื่องของดาวเคราะห์ดวงนี้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความโกรธ
ตั้งแต่ที่มันได้รู้ข่าวเรื่องนี้ว่ามีกอลเอลทรยศและขโมยวัตถุทมิฬไปมันก็อยากฆ่ากอลเอลตนอื่นๆให้หมด มันคิดว่าแค่ผู้ทรยศเพียงคนเดียวกอลเอลทั้งกองกำลังถึงปล่อยให้มันหนีไปได้? ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง
อย่างไรก็ตามมันไม่อาจระบายอารมณ์เช่นนั้นได้เพราะมันจะถูกประหารชีวิตถ้าทำเช่นนั้น
แต่เรื่องที่สำคัญไม่ใช่เรื่องที่มันต้องมัวแต่โกรธลูกน้อง มันต้องรีบนำวัตถุทมิฬกลับคืนมาให้เร็วที่สุด มันเป็นวัตถุที่ล้ำค่าต่อให้ใช้ชีวิตของมันมาแลกก็คงไม่พอ
และที่สำคัญมันก็ใกล้ถึงเวลาแล้วที่ผู้บังคับบัญชาจะมาตรวจเยี่ยม หากวันที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาถึงและพบว่าวัตถุทมิฬหายไปพวกมันทั้งหมดไม่ตกนรกก็ตาย
“ท่านครับ…พลังงานที่ใช้สำหรับรบกวนสัญญาณอ่อนกำลังลงและจะหมดลงในอีกไม่ช้าครับ!!” นายทหารตนหนึ่งเข้ามาและรายงาน ตัวมันนั้นรู้สึกเย็นวาบและไม่อยากเข้ามารายงานสักเท่าไรแต่ว่ามันต้องทำ
“ดาวเคราะห์หมุนไปสามรอบแล้วแต่ก็ยังหาตัวคนทรยศกับวัตถุทมิฬไม่พบ…พวกแกมันไร้ประโยชน์!!” ผู้บัญชาการสูงสุดคำรามด้วยความโกรธ มันทุบโต๊ะที่ทำด้วยเหล็กจนหักครึ่งทำเอานายทหารสะดุ้งโหยงและหวาดกลัว
“สั่งการออกไปให้ทำลายหินทั้งดาวซะ มันจะหนีไปไหนได้ถ้าไม่ได้ซ่อนอยู่ตามหิน หาตัวให้พบก่อนที่พลังงานจะหมดแล้วมันหนีออกไปจากดาว ถ้ามันหนีออกไปจากดาวได้ข้าจะฆ่าพวกแกทุกคนก่อนที่ผู้บังคับบัญชาจะมาฆ่าข้า ออกไป๊!!” ผู้บัญชาการตะโกน
นายทหารรีบแจ้นออกไปทันทีแม้ว่าในหัวจะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทำลายหินบนดาวด้วยเวลาที่เหลือ อย่างไรก็ตามมันก็ต้องทำและหวังว่าจะหาคนทรยศกับวัตถุทมิฬพบก่อนที่พลังงานสำหรับใช้รบกวนคลื่นจะหมดไป
เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ ในเวลานี้บนผืนดินของดาวเคราะห์ได้มีความวุ่นวาย พวกกอลเอลต่างก็ใช้เครื่องมือต่างๆและยานพาหนะสำหรับการขุดและเจาะทำลายหินไปทีละแห่ง
สามชั่วโมงความคืบหน้าเป็นไปอย่างเชื่องช้า แม้จะพูดว่าเป็นก้อนหินแต่มันกลับมีความแข็งเป็นพิเศษ หากเทียบกันแล้วแข็งกว่าหินที่โลกประมาณ 3-5 เท่า
โจที่ซ่อนตัวอยู่ก็ตรวจสอบนาฬิกาข้อมือเป็นระยะเพื่อดูว่าสัญญาณแจมมิ่งใกล้จะหายไปหรือยัง แต่ตอนนี้เขาก็ได้รับข่าวดีเพราะสามารถติดต่อคุยกับพวกมายด์ที่อยู่บนยานได้สำเร็จ แม้ว่ามันจะไม่ค่อยเสถียรก็ตาม
“หัว…หน้า…ซ่าๆ…เป็…ซ่าาาา…บ้างครั…” เสียงของชายหนุ่มที่พยายามพูดช้าๆเพื่อให้เสียงส่งไปถึงโจเข้าใจได้ง่ายที่สุด
“สบาย…ดี…ทุกคน…รอ…ไป…ก่อน” โจลากเสียงยาวตอบกลับไป
“ระ…ทรา…คร…” เสียงชายหนุ่มตอบกลับมา
โจวางสาย ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงดังครึกโครม เขาขมวดคิ้วและครุ่นคิดขึ้นมาว่าตอนนี้เป็นเวลากลางคืนมันไม่น่าจะใช่เสียงคลื่นความร้อน เขาจึงตัดสินใจคว้าหลอดแก้วแล้วกลับขึ้นไปข้างบนเพื่อดู
โจยกก้อนหินออกเล็กน้อยเพื่อให้มีช่องแล้วมองออกไป เขาเห็นพวกกอลเอลจำนวนหลายร้อยกำลังทำลายหินทุกที่
“ดูเหมือนว่าพวกมันจะร้อนรนแล้วถึงได้ใช้แผนนี้” โจรู้สึกแย่เล็กน้อยเพราะอีกครู่หนึ่งพวกมันจะต้องมาทำลายหินที่เขาอยู่อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถยกหินออกไปได้เพราะพวกมันจะเห็นเขา
“คงไม่มีทางเลือก” โจพึมพำ เขาคิดจะรอให้พวกกอลเอลมาถึงก่อนเพื่อดึงเวลาให้นานที่สุด พอพวกกอลเอลพบเขาแล้วถึงตอนนั้นเขาก็จะฝ่าวงล้อมออกไป
“ประมาณ 3-5 ชั่วโมง” โจคำนวณ เมื่อพวกกอลเอลพบเขาแล้วโจจะเหลือเวลา 3-5 ชั่วโมงก่อนที่สัญญาณแจมมิ่งจะหมดลง
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาหยิบอุปกรณ์ปลอมตัวออกมาคิ้วก็ขมวดเป็นปม “พลังงานเหลือใช้ได้อีก 2 ชั่วโมง”
โจรู้สึกหงุดหงิดเพราะทุกอย่างไม่เป็นไปตามต้องการ เวลา 2 ชั่วโมงสำหรับปลอมตัวมันไม่พออย่างแน่นอน เมื่อพวกกอลเอลพบเขาแล้วมันจะเป็นจุดเริ่มต้นการตามล่าอย่างไม่หยุดพัก
แน่นอนว่าด้วยความแข็งแกร่งของเขา เขาสามารถวิ่งหนีได้เป็นวันๆ แต่ว่าพลังงานของอุปกรณ์ปลอมตัวมันมีไม่พอ
ดูเหมือนว่าเขาจะต้องสลัดพวกกอลเอลทิ้งให้ได้แล้วหาที่หลบใหม่ อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะเคลื่อนที่ได้เร็วมากแต่พวกกอลเอลก็มียานพาหนะที่เร็วพอๆกับเขา
เขาคิดแล้วว่าคงไม่มีทางเลือก เมื่อถึงตอนนั้นค่อยทำลายยานพาหนะของพวกมันก็แล้วกัน
เวลาผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมง เหลือหินอีกสองแห่งก็จะถึงหินที่เขาหลบซ่อน โจเตรียมพร้อม เขาติดตั้งอุปกรณ์ปลอมตัวและเปลี่ยนตัวเองเป็นกอลเอลตัวเดิมพร้อมกับถือหลอดแก้วเอาไว้
ปังๆๆ!! เสียงทำลายหินดังไปทั่วบริเวณอยู่ครู่หนึ่งหลังจากนั้นก็ดังขึ้นอีกรอบอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เงียบไป
โจรู้สึกได้ว่าพวกกอลเอลกำลังมาที่หินที่เขาหลบอยู่และทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงราวกับหินระเบิดตรงด้านหน้าพร้อมกับหินที่สั่นไหว 5 วินาทีต่อมาหินที่ปิดทางเข้าเอาไว้ก็แตกออก โจดีดตัวแล้วพุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว
ทันใดนั้นพวกกอลเอลก็เกิดความโกลาหล
“นั่นมันไอ้ผู้ทรยศ!!” กอลเอลชี้มาที่โจด้วยความโกรธ
“ฆ่ามัน!!” หัวหน้าหน่วยกอลเอลตะโกนขึ้นพร้อมกับเริ่มยิงใส่โจ
ด้วยความรวดเร็วของโจเขาสามารถหลบหลีกได้อย่างไม่ยากเย็นและรีบหนีไปจากพวกมัน
“ตามมันไป!!” หัวหน้าหน่วยกระโจนขึ้นยานพาหนะแล้วรีบตามผู้ทรยศด้วยความเร็วสูง
แม้ว่าพวกกอลเอลจะมีเทคโนโลยีที่ดูน่าขยะแขยงแต่มันก้าวล้ำมาก ยานพาหนะที่เหมือนเอาผิวหนังสิ่งมีชีวิตมาทำกลับมีความรวดเร็วถึงครึ่งหนึ่งของความเร็วเสียง
อย่างไรก็ตามมันทำได้เพียงสูสีกับผู้ทรยศเท่านั้น นี่ทำให้พวกกอลเอลที่ไล่ตามเริ่มตระหนักถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
“รายงานไปยังศูนย์บัญชาการ ดูเหมือนว่าผู้ทรยศจะมีความแข็งแกร่งอย่างมาก” หัวหน้าหน่วยหันไปบอกลูกน้องของตน