บทที่ 9: ท้าทายสามกระบวนท่า
ปลายกระบี่สีครามแผ่รังสีพลังลมปราณเย็นเยียบพุ่งตรงรุดหน้ามาที่อกของผมในพริบตาเดียว!
*ฟิ้ววว! เคร้งงง!*
กระบี่บินเมฆครามของไป๋หลิงพุ่งทะลวงฉีกกระชากม่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมสูงปานเสียงกรีดร้องของภูตผี พลังลมปราณขอบเขตแกนทองคำอัดแน่นอยู่ที่ปลายคมกระบี่จนประกายแสงสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนแสงแดดยามบ่าย ผมยืนหยัดนิ่งสนิทขยับเท้าแยกออกจากกันกว้างเล็กน้อย สองมือไพล่หลังโปรยยิ้มกะล่อนท้าทายสายตาของจอมยุทธ์สาวอย่างหน้าหนาไร้ยางอาย โดยไม่ได้มีเจตนาจะขยับตัวหลบเลี่ยงคมกระบี่สังหารนี้แม้แต่เศษเสี้ยวเิเเดียว!
*ตั้มมม!*
เสียงปะทะกัมปนาทะเืเลื่อนลั่นปานฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ดังขึ้นเมื่อคมกระบี่บินปะทะเข้ากับกลางหน้าอกของผมตรง ๆ! แรงบดอัดของลมปราณทำให้เกิดะเิคลื่นพลังงานสีครามกระจายออกรอบข้างพัดกวาดเอาเศษใบไม้ร่วงและฝุ่นผงดินปลิวว่อน ทว่าแทนที่คมกระบี่เหล็กกล้าชั้นดีจะแทงทะลวงผ่านเนื้อหนังฉีกกระชากหัวใจของผมไปตามที่ทุกคนจินตนาการ คมเหล็กกลับปะทะเข้ากับชั้นิัอุ่นร้อนของผมเสียงดังเคร้งประหนึ่งฟันโดนแผ่นเหล็กกล้าโบราณที่หนาหนัก ตัวกระบี่บินเด้งสะท้อนถอยหลังกลับไปลอยคว้างกลางอากาศทันที
ผมรู้สึกเพียงแรงผลักอุ่น ๆ กระแทกเข้าที่อกคล้ายโดนใครเอาหมอนนิ่ม ๆ มาโยนใส่ กายาะตรากตรำหมุนวนพลังงานลมปราณขจัดแรงทำลายล้างออกไปจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา ผมเซถอยหลังไปเพียงครึ่งก้าวเพื่อปรับสมดุลร่างแล้วกลับมายืนหยัดนิ่งสนิทตามเดิม หน้าอกแกร่งไม่มีรอยแผลาเ็หรือหยดเืไหลรินแม้แต่จุดเดียว!
พวกผู้าุโตระกูลลู่ที่แอบมองอยู่หลังเสาพากันช็อกตาค้างอ้าปากกว้างจนแทบกลืนัเข้าไปได้ทั้งตัว บ่าวรับใช้รอบลานพากันขยี้ตาตัวเองระรัวประหนึ่งเห็นภาพหลอน เขยขยะเซียวเฉินที่ใคร ๆ ก็ดูถูกว่าไร้ค่า กลับใช้ผิวเนื้อเปล่า ๆ รับกระบี่บินของยอดฝีมือแกนทองคำได้โดยไร้าแเนี่ยนะ?! นี่มันปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติชัด ๆ! แม้แต่ลู่เหมยหลินที่ยืนเกาะหน้าต่างมองลงมาก็เบิกตากว้าง อกอวบอัดของนางกระเพื่อมไหวด้วยความโล่งอกระคนอัศจรรย์ใจ
"นี่ตาของพวกเราฝาดไปแล้วรึ?! กระบี่บินของศิษย์เอกสำนักเมฆาครามแท้ ๆ กลับฟันผิวเนื้อเปล่า ๆ ของไอ้เศษสุนัขเซียวเฉินไม่เข้าเนี่ยนะ?! หรือว่ามันได้ฝึกวิชาปีศาจโบราณอะไรมา?!" ผู้าุโรองพึมพำกระซิบกระซาบน้ำเสียงสั่นเครือระคนหวาดกลัวพลางเช็ดคราบเหงื่อเย็นเยียบที่ขมับ
ไป๋หลิงเองก็เบิกตากลมโตคู่สวยกว้างขึ้นด้วยความตื่นตะลึงระคนสับสน ดวงตาเฉี่ยวของนางจับจ้องมาที่อกของผมเขม็งสลับกับมองกระบี่บินของตัวเองที่สั่นระริกกลางอากาศดั่งสับสนในความหนาของผิวเนื้อของผม
"นี่มัน... กายาเหล็กไหลหรือเคล็ดวิชาป้องกันกายขั้นสูงของจอมยุทธ์สันโดษรุ่นปู่ย่าตาทวดงั้นรึ?! เ้าไม่ใช่ขยะผู้ไร้พลังจริง ๆ ด้วย!" นางตวาดกร้าวระคนโมโหจัดเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังโดนปั่นหัวหลอกลวง "ดี! ในเมื่อเ้ามีพลังดี ๆ ซ่อนอยู่จริง ๆ เช่นนั้นก็จงรับกระบวนท่าที่สองของข้าไปซะ!"
นางขยับนิ้วชี้และนิ้วกลางสองนิ้วขึ้นไปบนฟ้าสะบัดวาดเป็วงกลมรัว ๆ กระบี่บินเมฆครามพลันสั่นระรัวดังกังวานใหญ่ ก่อนจะแยกเงาออกเป็สามเล่มแผ่รังสีพลังกระบี่ทับซ้อนหมุนเกลียวประหนึ่งพายุหมุนสีครามพุ่งดิ่งเข้าใส่หน้าอก ท้อง และไหล่ของผมพร้อม ๆ กัน กระบวนท่านี้รุนแรงและฉับไวกว่าเดิมหลายเท่าตัว พลังกดทับลมปราณทำเอาพื้นหินอ่อนใต้เท้าของผมปริร้าวทรุดตัวลงไปกว่าหนึ่งนิ้วทันที ลมพายุหมุนพัดกวาดเอาเศษใบไม้รอบข้างปลิวหายวับไปกับตา
*บึ้มมม!*
เสียงะเิลมปราณปะทะิัของผมดังสะท้านหวั่นไหว แรงกระแทกคราวนี้รุนแรงจนทำเอาตัวผมไถลถอยหลังไปสามก้าวเต็ม ๆ กายาะตรากตรำในร่างขยับตอบรับร้อนระอุแผ่พลังสะท้อนกลับต้านทานแรงปะทะได้อย่างไร้รอยต่อ ผิวเนื้อท่อนบนของผมแผ่รังสีสีทองหม่นบางเบาขจัดไอสังหารของพลังกระบี่บินจนมันสลายกลายเป็ละอองแสงสีน้ำเงินระยิบระยับลอยละล่องไปต่อหน้านาง ปล่อยให้ตัวกระบี่บินเล่มจริงกระเด็นหมุนคว้างกลับไปหาเ้าของอีกครั้ง
"สองกระบวนท่าผ่านไปแล้วนะจ๊ะฮันนี่... ดุเดือดเร่าร้อนเสียวสะท้านได้ใจพี่ชายจริง ๆ จ้า แต่กระบี่งามของเ้าช่างทื่อปานช้อนตักแกงเลยนะจ๊ะ ทำอะไรปิกาจูข้าไม่ได้หรอกจ้า ฮ่า ๆ ๆ!" ผมหัวเราะกะล่อนสัปดนยียวนกวนอารมณ์ประสาทนางพลาดยืดอกข่มขวัญ หวังเตลิดอารมณ์แม่เสือสาวให้ปั่นป่วนเล่น ๆ การป่วนประสาทสตรีปานนี้บอกเลยว่ากระตุ้นพลังกายาแมงดาในร่างผมได้ชะงัดนัก!
"เ้าคนโอหัง! เ้ากล้าดูถูกวิชากระบี่ประจำสำนักของข้าเร็วงั้นเหรอ!" ไป๋หลิงเดือดพล่านหน้าเปลี่ยนสีจากขาวอมชมพูเป็แดงระเรื่อจัดจ้าด้วยความโมโหโทโสอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิตสำนักจอมยุทธ์สตรีของนาง
นางสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกอวบอัดดันเสื้อผ้าฝึกยุทธ์รัดรูปโป่งนูนออกมาจนเด่นชัด รวบรวมลมปราณขอบเขตแกนทองคำก้นบึ้งของชีพจรทั้งหมดส่งไปที่มือขวา แสงสีครามสุกใสประกายเจิดจ้าราวกับดวงจันทร์วันเพ็ญห่อหุ้มตัวกระบี่บินเมฆครามจนเกิดเสียงกรีดร้องก้องกังวานปานัคะนองศึก ลมพายุหมุนวนบดบี้ก้อนอิฐก้อนหินรอบข้างปลิวว่อน นางฟาดมือขวาชี้ตรงมาที่หน้าอกของผมปลดปล่อยกระบวนท่าสังหารสุดท้ายที่รุนแรงที่สุด: *'กระบี่ครามทลายคีรี'*!
*ครืนนน!... ปังงง!*
ลำแสงกระบี่สีครามขนาดั์พุ่งวาบทลายฟ้าผ่าตรงเข้าปะทะกลางร่างของผมอย่างโเี้ แรงปะทะะเิออกทำเอาพื้นหินอ่อนใต้เท้าและสวนหย่อมรอบตัวของผมแตกละเอียดกลายเป็ผงคล้ายฝุ่นหิมะปลิวว่อนบดบังร่างของผมไปจนมิด ฝุ่นผงสีขาวลอยอบอวลไปทั่วลานจวนตระกูลลู่สร้างความเงียบงันปานป่าช้า ทุกสายตาจ้องมองด้วยความหวาดเสียวว่าสามีของลู่เหมยหลินจะรอดชีวิตหรือไม่
ทว่าเมื่อลมพัดโบกสะบัดเอาฝุ่นดินกระจายสลายตัวไป ร่างของผมก็ปรากฏแก่สายตาทุกคนอีกครั้ง ผมยังคงยืนหยัดอยู่ในท่าเดิม สองเท้าหยัดลึกกับพื้นหินอ่อน ไม่มีส่วนใดของร่างกายฉีกขาดหรือมีเืไหลแม้แต่หยดเดียว!
ทว่า... แรงะเิและพายุพลังกระบี่บินเมื่อครู่นี้มันรุนแรงและมีกระแสลมปั่นป่วนมาก จนเสื้อคลุมชุดตัวนอกรวมถึงเสื้อผ้าตัวในของผมถูกฉีกกระชากปลิวหายกลายเป็เศษผ้าขาดรุ่งริ่งลอยหายไปเกลี้ยง! บัดนี้เรือนร่างท่อนบนของผมเปลือยเปล่าร้อยเปอร์เซ็นต์ เผยแผงอกกว้างเนียนละเอียด ไหล่หนาบึกบึน แขนเรียวแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงาม และหน้าท้องซิกแพคสมบูรณ์แบบได้รูปปูดปนสะกดสายตาทุกคนที่จับจ้องเรือนร่างของชายชาตรีผู้สมบูรณ์แบบไร้าแ!
ไป๋หลิงที่เตรียมตัวสะใจเห็นเรือนร่างอันแสนเร้าอารมณ์และแฝงไปด้วยเสน่ห์ทางเพศชายชาตรีของผมในระยะประชิด ใบหน้าหวานของนางพลันขึ้นสีแดงก่ำสั่นเครือระริก ดวงตากลมอ้าปากค้างจับจ้องหน้าท้องซิกแพคและแผงอกของผมเขม็งโดยไม่อาจละสายตาได้ประหนึ่งโดนแรงดึงดูดลึกลับดึงรั้งจิติญญาให้อ่อนระทวย
[ ติ๊ง! ]
[ ภารกิจย่อยต้านรับกระบี่บินสำเร็จลุล่วงร้อยเปอร์เซ็นต์! ]
[ ปลดล็อกรางวัล: เคล็ดวิชากระบี่์ (Heavenly Sword Technique) + คะแนนสะสม 5,000 แต้ม! ]
[ ตรวจพบเสน่ห์เรือนร่างของโฮสต์เปิดใช้งานระบบแมงดาสัปดน! ]
[ ระดับ Affection ของไป๋หลิงพุ่งขึ้นสู่: 40% (สับสน ใ และเริ่มแอบเขินอายในเสน่ห์เรือนร่างของโฮสต์!) ]
ผมยิ้มกะล่อนก้มลงมองเรือนร่างเปลือยอกของตัวเอง พลางเดินก้าวเท้าขยับเข้าไปหาไป๋หลิงที่ยืนตัวแข็งทื่อสับสนหน้างอด้วยความเขินอายอย่างหน้าด้าน ๆ โดยไม่คิดจะหาอะไรมาปกปิดเรือนร่างอันสุดแสนจะภูมิใจนี้เลยสักนิด
"แม่นางไป๋หลิงจ๋า... สามกระบวนท่าก็รับไปหมดแล้ว เสื้อผ้าพี่ชายก็ขาดกระจายเผยซิกแพคให้เ้าดูฟรี ๆ อีกต่างหากล่ะจ๊ะ... เห็นไหม ร่างกายข้าอึด ทนทาน และแน่นเปรี๊ยะน่าััขนาดไหน... ส้มโอคู่สวยของแม่นางสั่นระริกขนาดนั้น สนใจเข้ามาลองบีบคลำซิกแพคข้าแก้เขินก่อนไหมจ๊ะ?" ผมแสร้งก้าวเข้าไปใกล้จนห่างจากตัวนางเพียงคืบ กลิ่นอายชายชาตรีร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มนุ่มของนางจนไป๋หลิงสะดุ้งรีบก้าวถอยหลังหน้าแดงซ่านลามไปถึงลำคอระหง
"เ้า... เ้าคนสารเลวไร้ยางอาย! รีบไปใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้นะ! ใครใช้ให้เ้าเดินมาเปลือยอกพูดคุยกับข้าพรรค์นี้กันล่ะ!" นางเอ่ยตะกุกตะกักพยายามหันหน้าหนีคอแดงก่ำ แต่แววตายังแอบปรายมองแผงอกแกร่งและแนววีไลน์ใต้ร่มผ้าของผมอย่างช่วยไม่ได้อยู่ดี
ขณะที่เรากำลังเจรจากันอยู่กลางลานจวนตระกูลลู่ ไป๋หลิงเดินตามหลังผมต้อย ๆ ด้วยความระมัดระวังระคนระแวง ทว่าดวงตากลมอัญมณีของนางยังคงจ้องมองแผ่นหลังอันแสนแข็งแกร่งของผมอย่างไม่กระพริบตา แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็จาง ๆ จากอดีตยิ่งดูเท่มีมิติชวนล่อลวงสตรีสุด ๆ ผมแสร้งเหลียวหลังกลับไปสบตานางพลางโปรยยิ้มกะล่อน
"เดินจ้องหลังข้าขนาดนี้ ระวังน้ำลายหกใส่หลังข้านะจ๊ะแม่นางไป๋หลิงจ๋า... หรือว่าแอบหลงเสน่ห์แผ่นหลังแมงดาของพี่ชายเข้าแล้ว?" ผมแซวยั่วเย้าทำเอาไป๋หลิงหน้าแดงซ่านสะบัดหน้าหนีรีบเดินก้าวแซงผมขึ้นไปกระชากประตูห้องหนังสือด้วยตัวเองแก้เขินทันที
"โธ่ ก็ข้อตกลงผ่านแล้วนี่จ๊ะ... ป่ะ เข้าไปคุยเจรจาเื่แร่นิลเหล็กไหลในห้องหนังสือส่วนตัวของข้ากันเถอะจ๊ะ รับรองข้าจะกางบัญชีและสอนเคล็ดวิชากระบี่เด็ด ๆ ให้เ้าดูแบบจุใจเลยจ้า" ผมแสยะยิ้มกะล่อนฉวยโอกาสชวนนางเดินนำเข้าสู่เรือนชั้นในอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้ไป๋หลิงเดินตามหลังมาด้วยความรู้สึกสับสนระคนเตลิดเปิดเปิงคาใจ อาวุธสังหารของนางถูกเก็บเข้าฝักด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้อีกต่อไป
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)