Secret Love : สายสัมพันธ์ลับ

    ตอนที่ 13 : นั่งมองดาว

         เย็นวันนี้ทิมกับนรินกลับมาถึงบ้านพร้อมกับหอบข้าวของมาวางไว้เต็มโต๊ะนทีเดินมาถามด้วยความแปลกใจ

    นที : “อะไรเนี่ยแม่? ซื้อของมาเต็มเลย ทำอย่างกับจะตุนอาหารเก็บไว้แน่ะ”

    นริน : “วันมะรืนแม่กับอาทิมจะต้องไปอเมริกาแล้วนะก็เลยต้องเตรียมอาหารไว้ในตู้ ลูกกับน้องมายด์จะได้มีของกินติดบ้านไง”

    นที : “พวกเราสั่งมากินเอาก็ได้นี่..”

    นริน : “ลูกต้องหัดทำกินเองบ้างนะแม่ซื้อเนื้อสดมาแช่ไว้ กับผักอีกเยอะเลย จะเอาแต่ซื้อกินอย่างเดียวไม่ได้นะทำกินเองจะได้ประหยัดกว่า”

    นที : “แต่ผมทำไม่เป็๞นี่”

    นริน : //มองค้อน

         “ข้ออ้างนี้เอามาใช้ไม่ได้แล้วนะ!! มีคลิปสอนทำอาหารในอินเทอร์เน็ตเยอะแยะ หัดทำให้เก่งๆ วันหลังจะได้ทำให้หนูเบลกินบ้าง!”

         นทียืนงงไปพักนึง

    .....

    นที : “เดี๋ยวนะแม่!? ทำไมผมจะต้องไปทำให้ไอ้เบลมันกินด้วยอ่ะ?”

         ทิมได้ยินแล้วก็หัวเราะชอบใจ

    ทิม : “ตอนที่นั่งรถมานรินไปเห็นรูปที่เบลกับนทีไปเที่ยวดูหนังด้วยกันมาไง นรินบอกว่าเบลสวยมากคนนี้นี่แหละลูกสะใภ้ในอนาคต”

    นที : “แม่!!” (เสียงสูง)

    นริน : “อะไร!? แม่จะเชียร์เขาไม่ได้เหรอ?”

         นทีเดินหนีไปที่อื่น

     

    นริน : “เอ้า!? จะไปไหน!? ยังคุยไม่จบเลย!”

    ทิม : //หัวเราะ

         : “รินก็ไปแหย่ลูกเข้า! นทีหน้าแดงหมดแล้วไม่เห็นเหรอ?”

    นริน : “โตเป็๲หนุ่มขนาดนี้แล้วยังจะเขินอีกทิมรู้มั้ย? ว่ารินยังไม่เคยเห็นนทีพาผู้หญิงเข้าบ้านเลยนะ”

    ทิม : “ผมว่านทีเขาคงจะไม่เก่งเ๹ื่๪๫ผู้หญิงน่ะ”

         : “แต่ก็ดีนะ ผู้ชายแบบนี้แหละที่ไม่เ๽้าชู้”

    นริน : “แล้วผู้ชายแบบทิมล่ะ..เ๯้าชู้มั้ย!?”

    ทิม : “เอ๋?”

         : “ผมไม่เ๯้าชู้นะ ผมมีรินคนเดียวทั้งใจ”

    นริน : “ฉันเห็นนะ! พวกสาวๆในออฟฟิศ จ้องคุณกันเป็๲แถว”

    ทิม : //หัวเราะ

         : “นี่คุณแอบมองผมด้วยเหรอ?”

     

         ทั้งสองคนหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นนทีก็เดินกลับมาอีกครั้ง

    นที : “แม่ครับ..วันนี้เตรียมกับข้าวไว้4 ที่นะครับ”

    นริน : “เอ๋?.. เพื่อนจะมาทานข้าวที่บ้านเหรอ?”

    นที : “เปล่าครับ.. คือ..”

         : “วันนี้น้องกลับมานอนที่บ้านแล้ว”

         ทิมได้ยินแล้วหน้าตาตื่น

    ทิม : “ห๊ะ!? จริงเหรอนที!?”

    นที : “ครับ..”

         : //ยิ้มหน้าเจื่อน

    ทิม : “น้องอยู่ข้างบนใช่มั้ย!?”

    นที : “ใช่ครับ”

         ทิมกำลังจะรีบเดินไปหาลูกที่ห้อง แต่นทีห้ามเอาไว้ก่อน

     

    นที : “อาทิมครับ! ผมว่าอย่าพึ่งเลยครับ!”

    ทิม : “เอ้า!? ทำไมล่ะ?มายด์ยังไม่หายโกรธอาอีกเหรอ?”

    นที : “คือ.. ผมว่าถ้าเธอพร้อมเธอจะลงมาพบเองแหละครับ”

         ทิมทำท่าคิดหนัก อยากจะเข้าไปขอโทษและปรับความเข้าใจกับลูกสาวที่ไม่ได้พูดคุยติดต่อกันมาเป็๲อาทิตย์ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าตอนนี้จะเป็๲โอกาสดีหรือเปล่า

     

    นริน : “น้องโอเคใช่มั้ยนที?”

    นที : “เธอดีขึ้นมากแล้วล่ะครับไม่อย่างงั้นคงไม่กลับมานอนที่บ้านหรอก”

    ทิม : “โอเค! อาเชื่อนทีละกันนะปล่อยให้มายด์ลงมาเจอหน้าพวกเราเองน่าจะดีกว่า”

    นที : “ครับ..”

     

    ……………………

     

         มื้อค่ำในวันนั้น ทิม นริน และนที นั่งทานข้าวกันพร้อมหน้า และเตรียมจานข้าวไว้อีก1 ที่ เผื่อว่ามายด์จะลงมาทานด้วยกัน

    ทิม : “ทำไมยังไม่ลงมาอีกนะไม่หิวเหรอไง?”

         ทิมตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะพบกับลูก

    นที : “คงจะยังไม่หิวล่ะมั้งครับน้องกินผลไม้ที่ร้านป้ามาเยอะเหมือนกัน”

         ทิมกับนรินมองหน้านทีอย่างแปลกใจ

    .....

    นที : “อ่อ.. ผมลืมเล่าไป พอดีว่ามายด์ไปช่วยป้าร้านขายกับข้าวน่ะครับ”

    ทิม : “อะไรนะ!? ใครที่ไหนเหรอ?”

    นที : “คือผมกับมายด์ไปกินข้าวนอกบ้านกันแล้วป้าเ๯้าของร้านแกไม่สบาย ผ่าตัดที่หัวเข่ามา แล้วก็ไม่มีคนช่วยมายด์เห็นว่าป้าแกยังไม่หายดี ก็เลยอาสามาช่วยทำงานที่ร้านสักอาทิตย์นึงน่ะครับ..”

    นริน : “ว้าว!? จริงเหรอนที!?น้องเขาไปช่วยจริงเหรอ?”

         นรินรู้สึกประหลาดใจมาก ที่ได้ฟังนทีพูด

    นที : “จริงครับ ช่วยฟรีด้วยไม่คิดเงิน”

         //ยิ้ม

    นริน : “ตายจริง! นี่หนูมายด์เป็๲เด็กน่ารักขนาดนี้เลยเหรอ!?”

         : “ทิม ลูกสาวเธอเป็๞คนดีมากเลยนะ”

         : “คราวหลังอย่าดุลูกอีกนะ!!”

     

    ทิม : “ใครที่ไหนก็ไม่รู้! เราไม่รู้ว่าเขาเป็๲คนดีหรือเปล่า จู่ๆก็ไปช่วยเขาเนี้ยน่ะ!?”

         นรินกับนทีต่างก็แปลกใจกับความคิดเห็นของทิม

    นริน : “เอ้า!? ทำไมล่ะทิมคุณไม่ดีใจเหรอ ที่มายด์เป็๲เด็กที่มีจิตใจดีขนาดนั้น?”

    ทิม : “ไม่ใช่ผมไม่ดีใจ แต่ผมเป็๞ห่วงเราเพิ่งมาอยู่ที่นี่ เรายังไม่รู้จักคนแถวนี้ดีพอ”

     

         ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่บันได ก็ค่อยๆดังไล่ลงมา มายด์เดินลงมาจากห้องแล้วเข้ามานั่งที่โต๊ะทานข้าวร่วมกับทุกคน ทิมเห็นหน้าลูกแล้วก็รู้สึกดีใจมาก

    ทิม : “ตัวเล็ก! มาแล้วเหรอลูก! พ่ออยากเจอลูกมากๆ มาๆ มานั่งทานข้าวด้วยกัน”

         ทิมดึงโต๊ะตัวข้างๆออกมา เพื่อจะให้มายด์มานั่งด้วยแต่เธอกลับไปนั่งฝั่งเดียวกันกับนที

     

    ทิม : “ลูกเป็๞ยังไงบ้าง!? สบายดีใช่มั้ย?”

         : “พ่อขอโทษที่ทำให้ลูกเสียใจนะ พ่อรู้สึกผิดจริงๆ!”

    มายด์ : “ช่างมันเถอะค่ะหนูลืมไปหมดแล้ว..”

    ทิม : “หนูหายโกรธพ่อแล้วใช่มั้ย!?”

         มายด์ก้มหน้ากินข้าว โดยที่ไม่ได้สบตากับใคร

    .....

    มายด์ : “ค่ะ..”

         ถึงเธอจะตอบด้วยเสียงห้วนๆแต่ทิมก็รู้สึกโล่งใจที่เธอกลับมาอยู่ที่บ้านอย่างปกติ

    นริน : “กินเยอะๆนะหนูมายด์หลังจากที่รู้ว่าหนูกลับมานอนที่บ้าน น้าก็เตรียมทำกับข้าวไว้ให้เยอะเลย น้าทำแต่เมนูที่หนูชอบทั้งนั้นเลยนะ”

    มายด์ : “ขอบคุณค่ะ...”

         นทีไม่ได้พูดอะไร ได้แต่แอบยิ้ม

     

    ทิม : “อีกสองวันพ่อกับน้ารินต้องไปอเมริกาแล้วนะลูก..น่าจะไปอยู่ที่นั่นเกือบสองอาทิตย์เลย หนูเปลี่ยนใจอยากจะไปกับพ่อมั้ย?”

    มายด์ : “ไม่ค่ะ อยู่ไม่อยากไป”

    ทิม : “ไม่อยากลองไปดูความเป็๞อยู่ของคนที่นั่นเหรอ?เผื่ออนาคตต้องไปเรียนต่อที่นั่นไง?”

    มายด์ : “ไม่ค่ะ หนูอยากอยู่ที่นี่..”

         ดูเหมือนว่าความตั้งใจที่อยากจะให้มายด์ไปต่างประเทศด้วยจะไม่เป็๞ผล

     

    นริน : “ถ้าหนูมายด์ไม่อยากไปก็อยู่นี่แหละ นทีก็อยู่ด้วย”

    ทิม : “อยู่นี่จะทำอะไรล่ะ? ไปช่วยใครก็ไม่รู้ขายกับข้าวงี้เหรอ!?”

         บรรยากาศบนโต๊ะอาหาร เริ่มมีความคุกรุ่นนรินเข้ามาปรามทิมด้วยการหยิกที่ขาแล้วชักสีหน้าใส่

     

    นริน : //กระซิบกับทิม

         : “ถ้าคุยดีๆกับลูกไม่ได้ก็อยู่เงียบๆ!”

         ทิมถอนหายใจและพยายามใจเย็นลง มายด์นั่งกินข้าวเงียบๆ ไม่ได้โต้ตอบอะไร

     

    นที : “น้องมายด์ใจดีและชอบช่วยเหลือคนอื่น ถ้าน้องได้เป็๞หมอ ผมว่าน้องต้องเป็๞หมอที่ดีแน่ๆเลยครับ..”

         นทีพูดขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดนั้น และดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาพูดจะทำให้มายด์มีรอยยิ้มที่ใบหน้าขึ้นมาเล็กน้อย

         ทิมและนรินสังเกตได้ถึงความผิดปกติของทั้งคู่รู้สึกว่านทีกับมายด์ จะเริ่มเข้ากันได้ดี

     

    ...........................

     

     

     

         สี่ทุ่มครึ่งทุกคนต่างพากันเข้าห้องของตัวเองแล้วแต่นทีออกมานั่งเล่นที่สวนหน้าบ้านอยู่คนเดียว พร้อมกับถือเบียร์กระป๋อง

    นที : “อากาศตอนกลางคืนข้างนอกนี่ดีกว่าเปิดแอร์อยู่ในห้องอีกแฮะ..”

         นทีนั่งอยู่ที่เก้าอี้พิงนอนแหงนมองดูดาวบนท้องฟ้า พร้อมกับจิบเบียร์เย็นๆไปด้วยช่างเป็๞บรรยากาศสุดฟินของเขาเสียจริงๆ

    “มีความสุขเนอะ!”

     

        นทีหันมองดูซ้ายขวา เพื่อหาที่มาของเสียงนั้นแต่ก็ไม่เจอใครอยู่รอบๆ เจอแต่พุ่มไม้ที่มืดๆ เขาเริ่มแสดงสีหน้าไม่ดีออกมาแล้ว

    “อะไรเนี้ย! ถึงกับหน้าเหวอเลยเหรอ!?”

        นทีเริ่มจำได้ว่าเสียงคุ้นๆแล้วก็เงยหน้าไปมองที่ระเบียง๪้า๲๤๲ เห็นมายด์ยืนหัวเราะอยู่บนระเบียง

     

    นที : “โธ่!..ใจหายหมดนึกว่าโดนเ๽้าที่ทักซะแล้ว”

    มายด์ : //หัวเราะลั่น

         : “เ๽้าที่ที่ไหนจะสวยขนาดนี้!”

    นที : //เบะปากใส่

         : “สวยตาย..”(พูดแบบไม่ออกเสียง)

     

         มายด์ทำท่าง้างหมัดใส่แล้วยิ้ม

    มายด์ : “ขอลงไปนั่งด้วยคนดิ..”

    นที : “ละไม่นอนรึไง?”

    มายด์ : “ยังไม่ง่วงอ่ะ”

    นที : “งั้นก็ลงมา..”

     

    …………………

     

     

         มายด์ลงมานั่งที่สวนกับนที เธอใส่เสื้อยืดตัวใหญ่ แบบที่ชายเสื้อยาวลงมาปิดถึงกางเกง

    นที : “เสื้ออะไรของเธอเนี้ย? ตัวโคตรใหญ่”

    มายด์ : “ก็ใส่แล้วมันสบายดีอ่ะ”

    นที : “ใส่ขาสั้นลงมา ระวังยุงกัดนะ”

         มายด์นั่งชันเข่าขึ้นมา เอาชายเสื้อคลุมขาตัวเองเอาไว้

    มายด์ : “เท่านี้ยุงก็ไม่กัดละเห็นประโยชน์ของเสื้อตัวใหญ่รึยัง?”

    นที : //หัวเราะ

         : “เธอนี่นะ!”

         นทียกกระป๋องเบียร์ดื่มต่อ มายด์หันไปมอง

    มายด์ : “พี่ชอบกินเบียร์เหรอ?”

    นที : “ก็ไม่ได้กินบ่อยหรอก..นานๆจะกินสักที”

         : “กินแล้วมันก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายน่ะ”

         มายด์ทำหน้าตาสงสัย

    ......

    มายด์ : “แล้วมันดีเหรอ?”

    นที : //ขำ

          : “แล้วคุณหมอคิดว่ามันดีมั้ยล่ะครับ!.. ของมึนเมาเนี่ย?”

    มายด์ : //ยิ้มแล้วหัวเราะออกมา

         : “ไม่รู้สิ! หมอก็ไม่เคยกิน”

         นทีมองหน้ามายด์แล้วก็หัวเราะออกมา มายด์ก็หัวเราะตาม

     

    นที : “ลองชิมมั้ยละหมอ?”

    มายด์ : “เอาดิ! อยากลองดูเหมือนกัน”

    นที : “เอ้ย! พี่พูดเล่น..”

         : //หัวเราะ

     

    มายด์ : “แต่มายด์อยากลองชิมดูจริงๆนี่อยากรู้รสชาติมันเป็๞ไง คนถึงได้ซื้อกินกันนัก”

    นที : “ไม่ได้ๆ! ถ้าแม่พี่กับอาทิมรู้ว่าพี่เอาเบียร์ให้มายด์ดื่ม พี่โดนด่ายับแน่!! ”

    มายด์ : //เอื้อมตัวมากระซิบใกล้ๆ

         : “ก็อย่าให้ใครรู้สิคะ!..”

     

        คำพูดนี้กระซิบเข้ามาผ่านรูหูและซอกคอของนทีเขารู้สึกขนลุกซ่านไปทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูก มือไม้มันอ่อนระทวยไม่หมด

     

    .....

    นที : “แค่นิดเดียวนะ!”

    มายด์ : //ยกนิ้วทำสัญลักษณ์โอเค

         นทีหันซ้ายหันขวาเพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ จากนั้นก็ยื่นกระป๋องเบียร์ให้กับมายด์ มายด์ลองยกดื่มแล้วก็ทำสีหน้าพะอืดพะอม นทีเห็นแล้วก็ขำ

     

    มายด์ : “อี๋..แหวะ!! กินไปได้ไงเนี้ย ไม่เห็นจะอร่อยเลย!”

    นที : //หัวเราะ

         : “ตอนที่พี่ลองกินครั้งแรกก็เป็๞แบบนี้แหละ”

    มายด์ : “เพื่อนมายด์เคยชวนไปกินตอนงานวันเกิดแต่มายด์ไม่ไป ดีนะที่ไม่หลงไปกับพวกนั้น”

         : “เอาคืนไปเลย! น้ำอะไรก็ไม่รู้ จะอ้วก”

    นที : //ขำ

         : “ชิ! ตอนแรกก็เห็นพูดแบบนี้กันทุกคนแหละ”

     

         คืนนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งมาก ทำให้มองเห็นดวงดาวระยิบระยับอยู่เต็มท้องฟ้าบรรยากาศกลางคืนที่แสนเงียบสงัดแต่ก็มีเสียงของรถยนต์ที่วิ่งบนถนนใหญ่ดังผ่านเข้ามาเป็๞ระยะ สายลมอ่อนๆพัดโชยมาปะทะกับเนื้อตัวชวนให้รู้สึกเคลิ้ม

     

    มายด์ : “พี่ชอบออกมานั่งดูดาวเหรอ?”

    นที : “ใช่..เวลาอยากจะเขียนเพลงพี่ก็จะออกมานั่งดูดาวคนเดียวนี่แหละ มันช่วยทำให้คิดเนื้อเพลงออกมาได้ง่ายขึ้น”

    มายด์ : “พี่อยากเป็๞นักดนตรีเหรอ?”

    นที : “อืมม.. ไม่รู้สิพี่แค่ชอบเขียนเพลง ชอบร้อง ชอบเล่นกีตาร์แต่ก็ไม่ได้คิดจะเอาจริงเอาจังทางนี้หรอกนะ แค่ทำเพราะว่าชอบน่ะ”

    มายด์ : “ก็ดีแล้วนะที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ”

     

    นที : “แล้วมายด์ล่ะ ชอบอะไร?”

    มายด์ : “เอ๋? หนูเหรอ?..”

        : “อืม.. ทำไมหนูไม่เคยคิดเ๹ื่๪๫นี้นะ?”

    นที : “เอ้า! ไม่ได้ชอบอ่านหนังสือหรอกเหรอ?”

    มายด์ : “โห่..พี่อ่านหนังสือเรียนมันไม่ได้สนุกสักหน่อย ก็แค่ทำไปตามหน้าที่”

    นที : “แล้วเวลาว่างล่ะ ชอบทำอะไร?”

    มายด์ : “ก็อ่านหนังสือ..”

    นที : “นิยายวายอ่ะนะ!?”

         มายด์ได้ยินแล้วขำพรวดออกมา

    มายด์ : //หัวเราะ

         : “เดี๋ยวๆ เล่มที่เห็นนั่นมันของฮารุ มันให้หนูยืมมาอ่าน๰่๭๫ปิดเทอม”

         มายด์พูดไปพร้อมกับยิ้มเขินไป

    นที : “แล้วมันสนุกเหรอ?”

    มายด์ : “ไม่รู้! อยากรู้ก็ไปอ่านเองสิ..”

         //ยิ้ม

     

         นทีนั่งมองดูมายด์ยิ้ม เป็๞ครั้งแรกที่ได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสจริงๆของเธอรอยยิ้มนี้ทำให้ดวงดาวบนท้องฟ้าดูเปล่งประกายมากกว่าที่เคยมองแก้มเนียนของเธอชวนให้อยากจะลองเข้าไปกัดเบาๆ กลิ่นกายของเธอเย้ายวนชวนให้อยากซุกหน้าเข้าไปสูดดมใกล้ๆ

     

         ความรู้สึกเหล่านี้มันพรั่งพรูออกมาก่อนที่ตรรกะและเหตุผลทางจริยธรรมจะเข้ามาควบคุมให้คิดอยู่ในกรอบผมมักจะเผลอมองเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง มากกว่าที่จะมองในฐานะเป็๞น้องสาว

    …….

     

    “เห้ย! พี่!ได้ยินหนูมั้ย!?”

        เสียงมายด์๻ะโ๷๞พูดต่อหน้านที นทีสะดุ้งขึ้นมา

    นที : “ห๊ะ!!?”

    มายด์ : “พี่เป็๞อะไรเนี่ย หนูเรียกไม่ได้ยินเหรอ?”

    นที : “อ่อ.. เปล่าๆคิดเนื้อเพลงเพลินไปหน่อย”

    มายด์ : “ฮั่นแน่!..แต่งเพลงให้สาวอยู่เหรอ หนูเห็นหน้าเคลิ้มเลยนะเมื่อกี้”

    นที : “เปล่าซะหน่อย..”

         //ยิ้มเขิน

     

    มายด์ : “งั้น.. ก็แต่งเพลงให้หนูบ้างสิ!”

         นทีทำหน้าแปลกใจ

    นที : “ห๋าา?..เพลงอะไร?”

    มายด์ : “ก็แต่งเพลงเกี่ยวกับหนูไง!”

         นทีมองหน้ามายด์แล้วอมยิ้ม

    นที : “อื้ม!”

         นทีแหงนหน้ามองท้องฟ้า แล้วก็หลับตา

     

         “เธอมันก็แค่เด็กสาวตัวน้อยที่ชอบทำหน้าบึ้งตึงบ่อยๆ.. ชอบอ่านนิยาย Boy Love Boy.. แล้วเธอก็นั่งหงอยยยย...อยู่คนเดียว

        ผมเห็นเธอแล้วอยากจะเข้าทักไปอยากจะใช้๰่๥๹เวลาเหล่านี้ได้ทำความรู้จัก กับเธอ.. ฮื้มม…

    อยากจะเข้าไปบอกกับเธอดังๆว่า ฟัก!!..  ฟักยูทูมัช.. แวรี่มัชชช!!”

     

         มายด์เอามือเข้ามาตีที่แขนของนทีดังเปรี๊ยะ

    มายด์ : “พอเลยไอ้พี่บ้า!! เพลงบ้าอะไรเนี้ย!!”

         นทีนั่งหัวเราะชอบใจ

    นที : “ฮ่ะๆๆๆ.. หยอกๆนะ”  

         มายด์ทำหน้าตาบูดบึ้ง

    นที : “พึ่งจะรู้จักกันไม่นานเอง จะเอาStory ที่ไหนมาแต่งเป็๲เพลงล่ะ”

    มายด์ : “ก็ไม่เห็นจะต้องยกนิ้วกลางให้หนูเลยนี่!”

         นทีนั่งขำ เขาชอบเวลาที่มายด์ทำหน้างอนมันทำให้เธอดูน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของเขา

     

    นที : “โอ๋ๆ..ไม่งอนนะ”

         มายด์นั่งหันหน้าหนี

    นที : “เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่พาไปกินชาบู..”

         มายด์ค่อยๆหันหน้ามา แล้วมองค้อน

    มายด์ : “คิดว่าหนูเห็นแก่ของกินขนาดนั้นเลยเหรอ?”

    นที : “งั้นไม่ไปสินะ..”

    มายด์ : “ไปสิ! ไปๆ”

         นทีกับมายด์มองหน้ากัน แล้วต่างคนต่างก็หลุดขำออกมาทั้งสองคนพูดคุยหยอกเย้ากันอยู่นานจนเกือบถึงเที่ยงคืน จากนั้นก็พากันแยกย้ายไปนอน