เย็นวันนี้ทิมกับนรินกลับมาถึงบ้านพร้อมกับหอบข้าวของมาวางไว้เต็มโต๊ะนทีเดินมาถามด้วยความแปลกใจ
นที : “อะไรเนี่ยแม่? ซื้อของมาเต็มเลย ทำอย่างกับจะตุนอาหารเก็บไว้แน่ะ”
นริน : “วันมะรืนแม่กับอาทิมจะต้องไปอเมริกาแล้วนะก็เลยต้องเตรียมอาหารไว้ในตู้ ลูกกับน้องมายด์จะได้มีของกินติดบ้านไง”
นที : “พวกเราสั่งมากินเอาก็ได้นี่..”
นริน : “ลูกต้องหัดทำกินเองบ้างนะแม่ซื้อเนื้อสดมาแช่ไว้ กับผักอีกเยอะเลย จะเอาแต่ซื้อกินอย่างเดียวไม่ได้นะทำกินเองจะได้ประหยัดกว่า”
นที : “แต่ผมทำไม่เป็นี่”
นริน : //มองค้อน
“ข้ออ้างนี้เอามาใช้ไม่ได้แล้วนะ!! มีคลิปสอนทำอาหารในอินเทอร์เน็ตเยอะแยะ หัดทำให้เก่งๆ วันหลังจะได้ทำให้หนูเบลกินบ้าง!”
นทียืนงงไปพักนึง
.....
นที : “เดี๋ยวนะแม่!? ทำไมผมจะต้องไปทำให้ไอ้เบลมันกินด้วยอ่ะ?”
ทิมได้ยินแล้วก็หัวเราะชอบใจ
ทิม : “ตอนที่นั่งรถมานรินไปเห็นรูปที่เบลกับนทีไปเที่ยวดูหนังด้วยกันมาไง นรินบอกว่าเบลสวยมากคนนี้นี่แหละลูกสะใภ้ในอนาคต”
นที : “แม่!!” (เสียงสูง)
นริน : “อะไร!? แม่จะเชียร์เขาไม่ได้เหรอ?”
นทีเดินหนีไปที่อื่น
นริน : “เอ้า!? จะไปไหน!? ยังคุยไม่จบเลย!”
ทิม : //หัวเราะ
: “รินก็ไปแหย่ลูกเข้า! นทีหน้าแดงหมดแล้วไม่เห็นเหรอ?”
นริน : “โตเป็หนุ่มขนาดนี้แล้วยังจะเขินอีกทิมรู้มั้ย? ว่ารินยังไม่เคยเห็นนทีพาผู้หญิงเข้าบ้านเลยนะ”
ทิม : “ผมว่านทีเขาคงจะไม่เก่งเื่ผู้หญิงน่ะ”
: “แต่ก็ดีนะ ผู้ชายแบบนี้แหละที่ไม่เ้าชู้”
นริน : “แล้วผู้ชายแบบทิมล่ะ..เ้าชู้มั้ย!?”
ทิม : “เอ๋?”
: “ผมไม่เ้าชู้นะ ผมมีรินคนเดียวทั้งใจ”
นริน : “ฉันเห็นนะ! พวกสาวๆในออฟฟิศ จ้องคุณกันเป็แถว”
ทิม : //หัวเราะ
: “นี่คุณแอบมองผมด้วยเหรอ?”
ทั้งสองคนหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นนทีก็เดินกลับมาอีกครั้ง
นที : “แม่ครับ..วันนี้เตรียมกับข้าวไว้4 ที่นะครับ”
นริน : “เอ๋?.. เพื่อนจะมาทานข้าวที่บ้านเหรอ?”
นที : “เปล่าครับ.. คือ..”
: “วันนี้น้องกลับมานอนที่บ้านแล้ว”
ทิมได้ยินแล้วหน้าตาตื่น
ทิม : “ห๊ะ!? จริงเหรอนที!?”
นที : “ครับ..”
: //ยิ้มหน้าเจื่อน
ทิม : “น้องอยู่ข้างบนใช่มั้ย!?”
นที : “ใช่ครับ”
ทิมกำลังจะรีบเดินไปหาลูกที่ห้อง แต่นทีห้ามเอาไว้ก่อน
นที : “อาทิมครับ! ผมว่าอย่าพึ่งเลยครับ!”
ทิม : “เอ้า!? ทำไมล่ะ?มายด์ยังไม่หายโกรธอาอีกเหรอ?”
นที : “คือ.. ผมว่าถ้าเธอพร้อมเธอจะลงมาพบเองแหละครับ”
ทิมทำท่าคิดหนัก อยากจะเข้าไปขอโทษและปรับความเข้าใจกับลูกสาวที่ไม่ได้พูดคุยติดต่อกันมาเป็อาทิตย์ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าตอนนี้จะเป็โอกาสดีหรือเปล่า
นริน : “น้องโอเคใช่มั้ยนที?”
นที : “เธอดีขึ้นมากแล้วล่ะครับไม่อย่างงั้นคงไม่กลับมานอนที่บ้านหรอก”
ทิม : “โอเค! อาเชื่อนทีละกันนะปล่อยให้มายด์ลงมาเจอหน้าพวกเราเองน่าจะดีกว่า”
นที : “ครับ..”
……………………
มื้อค่ำในวันนั้น ทิม นริน และนที นั่งทานข้าวกันพร้อมหน้า และเตรียมจานข้าวไว้อีก1 ที่ เผื่อว่ามายด์จะลงมาทานด้วยกัน
ทิม : “ทำไมยังไม่ลงมาอีกนะไม่หิวเหรอไง?”
ทิมตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะพบกับลูก
นที : “คงจะยังไม่หิวล่ะมั้งครับน้องกินผลไม้ที่ร้านป้ามาเยอะเหมือนกัน”
ทิมกับนรินมองหน้านทีอย่างแปลกใจ
.....
นที : “อ่อ.. ผมลืมเล่าไป พอดีว่ามายด์ไปช่วยป้าร้านขายกับข้าวน่ะครับ”
ทิม : “อะไรนะ!? ใครที่ไหนเหรอ?”
นที : “คือผมกับมายด์ไปกินข้าวนอกบ้านกันแล้วป้าเ้าของร้านแกไม่สบาย ผ่าตัดที่หัวเข่ามา แล้วก็ไม่มีคนช่วยมายด์เห็นว่าป้าแกยังไม่หายดี ก็เลยอาสามาช่วยทำงานที่ร้านสักอาทิตย์นึงน่ะครับ..”
นริน : “ว้าว!? จริงเหรอนที!?น้องเขาไปช่วยจริงเหรอ?”
นรินรู้สึกประหลาดใจมาก ที่ได้ฟังนทีพูด
นที : “จริงครับ ช่วยฟรีด้วยไม่คิดเงิน”
//ยิ้ม
นริน : “ตายจริง! นี่หนูมายด์เป็เด็กน่ารักขนาดนี้เลยเหรอ!?”
: “ทิม ลูกสาวเธอเป็คนดีมากเลยนะ”
: “คราวหลังอย่าดุลูกอีกนะ!!”
ทิม : “ใครที่ไหนก็ไม่รู้! เราไม่รู้ว่าเขาเป็คนดีหรือเปล่า จู่ๆก็ไปช่วยเขาเนี้ยน่ะ!?”
นรินกับนทีต่างก็แปลกใจกับความคิดเห็นของทิม
นริน : “เอ้า!? ทำไมล่ะทิมคุณไม่ดีใจเหรอ ที่มายด์เป็เด็กที่มีจิตใจดีขนาดนั้น?”
ทิม : “ไม่ใช่ผมไม่ดีใจ แต่ผมเป็ห่วงเราเพิ่งมาอยู่ที่นี่ เรายังไม่รู้จักคนแถวนี้ดีพอ”
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่บันได ก็ค่อยๆดังไล่ลงมา มายด์เดินลงมาจากห้องแล้วเข้ามานั่งที่โต๊ะทานข้าวร่วมกับทุกคน ทิมเห็นหน้าลูกแล้วก็รู้สึกดีใจมาก
ทิม : “ตัวเล็ก! มาแล้วเหรอลูก! พ่ออยากเจอลูกมากๆ มาๆ มานั่งทานข้าวด้วยกัน”
ทิมดึงโต๊ะตัวข้างๆออกมา เพื่อจะให้มายด์มานั่งด้วยแต่เธอกลับไปนั่งฝั่งเดียวกันกับนที
ทิม : “ลูกเป็ยังไงบ้าง!? สบายดีใช่มั้ย?”
: “พ่อขอโทษที่ทำให้ลูกเสียใจนะ พ่อรู้สึกผิดจริงๆ!”
มายด์ : “ช่างมันเถอะค่ะหนูลืมไปหมดแล้ว..”
ทิม : “หนูหายโกรธพ่อแล้วใช่มั้ย!?”
มายด์ก้มหน้ากินข้าว โดยที่ไม่ได้สบตากับใคร
.....
มายด์ : “ค่ะ..”
ถึงเธอจะตอบด้วยเสียงห้วนๆแต่ทิมก็รู้สึกโล่งใจที่เธอกลับมาอยู่ที่บ้านอย่างปกติ
นริน : “กินเยอะๆนะหนูมายด์หลังจากที่รู้ว่าหนูกลับมานอนที่บ้าน น้าก็เตรียมทำกับข้าวไว้ให้เยอะเลย น้าทำแต่เมนูที่หนูชอบทั้งนั้นเลยนะ”
มายด์ : “ขอบคุณค่ะ...”
นทีไม่ได้พูดอะไร ได้แต่แอบยิ้ม
ทิม : “อีกสองวันพ่อกับน้ารินต้องไปอเมริกาแล้วนะลูก..น่าจะไปอยู่ที่นั่นเกือบสองอาทิตย์เลย หนูเปลี่ยนใจอยากจะไปกับพ่อมั้ย?”
มายด์ : “ไม่ค่ะ อยู่ไม่อยากไป”
ทิม : “ไม่อยากลองไปดูความเป็อยู่ของคนที่นั่นเหรอ?เผื่ออนาคตต้องไปเรียนต่อที่นั่นไง?”
มายด์ : “ไม่ค่ะ หนูอยากอยู่ที่นี่..”
ดูเหมือนว่าความตั้งใจที่อยากจะให้มายด์ไปต่างประเทศด้วยจะไม่เป็ผล
นริน : “ถ้าหนูมายด์ไม่อยากไปก็อยู่นี่แหละ นทีก็อยู่ด้วย”
ทิม : “อยู่นี่จะทำอะไรล่ะ? ไปช่วยใครก็ไม่รู้ขายกับข้าวงี้เหรอ!?”
บรรยากาศบนโต๊ะอาหาร เริ่มมีความคุกรุ่นนรินเข้ามาปรามทิมด้วยการหยิกที่ขาแล้วชักสีหน้าใส่
นริน : //กระซิบกับทิม
: “ถ้าคุยดีๆกับลูกไม่ได้ก็อยู่เงียบๆ!”
ทิมถอนหายใจและพยายามใจเย็นลง มายด์นั่งกินข้าวเงียบๆ ไม่ได้โต้ตอบอะไร
นที : “น้องมายด์ใจดีและชอบช่วยเหลือคนอื่น ถ้าน้องได้เป็หมอ ผมว่าน้องต้องเป็หมอที่ดีแน่ๆเลยครับ..”
นทีพูดขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดนั้น และดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาพูดจะทำให้มายด์มีรอยยิ้มที่ใบหน้าขึ้นมาเล็กน้อย
ทิมและนรินสังเกตได้ถึงความผิดปกติของทั้งคู่รู้สึกว่านทีกับมายด์ จะเริ่มเข้ากันได้ดี
...........................
สี่ทุ่มครึ่งทุกคนต่างพากันเข้าห้องของตัวเองแล้วแต่นทีออกมานั่งเล่นที่สวนหน้าบ้านอยู่คนเดียว พร้อมกับถือเบียร์กระป๋อง
นที : “อากาศตอนกลางคืนข้างนอกนี่ดีกว่าเปิดแอร์อยู่ในห้องอีกแฮะ..”
นทีนั่งอยู่ที่เก้าอี้พิงนอนแหงนมองดูดาวบนท้องฟ้า พร้อมกับจิบเบียร์เย็นๆไปด้วยช่างเป็บรรยากาศสุดฟินของเขาเสียจริงๆ
“มีความสุขเนอะ!”
นทีหันมองดูซ้ายขวา เพื่อหาที่มาของเสียงนั้นแต่ก็ไม่เจอใครอยู่รอบๆ เจอแต่พุ่มไม้ที่มืดๆ เขาเริ่มแสดงสีหน้าไม่ดีออกมาแล้ว
“อะไรเนี้ย! ถึงกับหน้าเหวอเลยเหรอ!?”
นทีเริ่มจำได้ว่าเสียงคุ้นๆแล้วก็เงยหน้าไปมองที่ระเบียง้า เห็นมายด์ยืนหัวเราะอยู่บนระเบียง
นที : “โธ่!..ใจหายหมดนึกว่าโดนเ้าที่ทักซะแล้ว”
มายด์ : //หัวเราะลั่น
: “เ้าที่ที่ไหนจะสวยขนาดนี้!”
นที : //เบะปากใส่
: “สวยตาย..”(พูดแบบไม่ออกเสียง)
มายด์ทำท่าง้างหมัดใส่แล้วยิ้ม
มายด์ : “ขอลงไปนั่งด้วยคนดิ..”
นที : “ละไม่นอนรึไง?”
มายด์ : “ยังไม่ง่วงอ่ะ”
นที : “งั้นก็ลงมา..”
…………………
มายด์ลงมานั่งที่สวนกับนที เธอใส่เสื้อยืดตัวใหญ่ แบบที่ชายเสื้อยาวลงมาปิดถึงกางเกง
นที : “เสื้ออะไรของเธอเนี้ย? ตัวโคตรใหญ่”
มายด์ : “ก็ใส่แล้วมันสบายดีอ่ะ”
นที : “ใส่ขาสั้นลงมา ระวังยุงกัดนะ”
มายด์นั่งชันเข่าขึ้นมา เอาชายเสื้อคลุมขาตัวเองเอาไว้
มายด์ : “เท่านี้ยุงก็ไม่กัดละเห็นประโยชน์ของเสื้อตัวใหญ่รึยัง?”
นที : //หัวเราะ
: “เธอนี่นะ!”
นทียกกระป๋องเบียร์ดื่มต่อ มายด์หันไปมอง
มายด์ : “พี่ชอบกินเบียร์เหรอ?”
นที : “ก็ไม่ได้กินบ่อยหรอก..นานๆจะกินสักที”
: “กินแล้วมันก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายน่ะ”
มายด์ทำหน้าตาสงสัย
......
มายด์ : “แล้วมันดีเหรอ?”
นที : //ขำ
: “แล้วคุณหมอคิดว่ามันดีมั้ยล่ะครับ!.. ของมึนเมาเนี่ย?”
มายด์ : //ยิ้มแล้วหัวเราะออกมา
: “ไม่รู้สิ! หมอก็ไม่เคยกิน”
นทีมองหน้ามายด์แล้วก็หัวเราะออกมา มายด์ก็หัวเราะตาม
นที : “ลองชิมมั้ยละหมอ?”
มายด์ : “เอาดิ! อยากลองดูเหมือนกัน”
นที : “เอ้ย! พี่พูดเล่น..”
: //หัวเราะ
มายด์ : “แต่มายด์อยากลองชิมดูจริงๆนี่อยากรู้รสชาติมันเป็ไง คนถึงได้ซื้อกินกันนัก”
นที : “ไม่ได้ๆ! ถ้าแม่พี่กับอาทิมรู้ว่าพี่เอาเบียร์ให้มายด์ดื่ม พี่โดนด่ายับแน่!! ”
มายด์ : //เอื้อมตัวมากระซิบใกล้ๆ
: “ก็อย่าให้ใครรู้สิคะ!..”
คำพูดนี้กระซิบเข้ามาผ่านรูหูและซอกคอของนทีเขารู้สึกขนลุกซ่านไปทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูก มือไม้มันอ่อนระทวยไม่หมด
.....
นที : “แค่นิดเดียวนะ!”
มายด์ : //ยกนิ้วทำสัญลักษณ์โอเค
นทีหันซ้ายหันขวาเพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ จากนั้นก็ยื่นกระป๋องเบียร์ให้กับมายด์ มายด์ลองยกดื่มแล้วก็ทำสีหน้าพะอืดพะอม นทีเห็นแล้วก็ขำ
มายด์ : “อี๋..แหวะ!! กินไปได้ไงเนี้ย ไม่เห็นจะอร่อยเลย!”
นที : //หัวเราะ
: “ตอนที่พี่ลองกินครั้งแรกก็เป็แบบนี้แหละ”
มายด์ : “เพื่อนมายด์เคยชวนไปกินตอนงานวันเกิดแต่มายด์ไม่ไป ดีนะที่ไม่หลงไปกับพวกนั้น”
: “เอาคืนไปเลย! น้ำอะไรก็ไม่รู้ จะอ้วก”
นที : //ขำ
: “ชิ! ตอนแรกก็เห็นพูดแบบนี้กันทุกคนแหละ”
คืนนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งมาก ทำให้มองเห็นดวงดาวระยิบระยับอยู่เต็มท้องฟ้าบรรยากาศกลางคืนที่แสนเงียบสงัดแต่ก็มีเสียงของรถยนต์ที่วิ่งบนถนนใหญ่ดังผ่านเข้ามาเป็ระยะ สายลมอ่อนๆพัดโชยมาปะทะกับเนื้อตัวชวนให้รู้สึกเคลิ้ม
มายด์ : “พี่ชอบออกมานั่งดูดาวเหรอ?”
นที : “ใช่..เวลาอยากจะเขียนเพลงพี่ก็จะออกมานั่งดูดาวคนเดียวนี่แหละ มันช่วยทำให้คิดเนื้อเพลงออกมาได้ง่ายขึ้น”
มายด์ : “พี่อยากเป็นักดนตรีเหรอ?”
นที : “อืมม.. ไม่รู้สิพี่แค่ชอบเขียนเพลง ชอบร้อง ชอบเล่นกีตาร์แต่ก็ไม่ได้คิดจะเอาจริงเอาจังทางนี้หรอกนะ แค่ทำเพราะว่าชอบน่ะ”
มายด์ : “ก็ดีแล้วนะที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ”
นที : “แล้วมายด์ล่ะ ชอบอะไร?”
มายด์ : “เอ๋? หนูเหรอ?..”
: “อืม.. ทำไมหนูไม่เคยคิดเื่นี้นะ?”
นที : “เอ้า! ไม่ได้ชอบอ่านหนังสือหรอกเหรอ?”
มายด์ : “โห่..พี่อ่านหนังสือเรียนมันไม่ได้สนุกสักหน่อย ก็แค่ทำไปตามหน้าที่”
นที : “แล้วเวลาว่างล่ะ ชอบทำอะไร?”
มายด์ : “ก็อ่านหนังสือ..”
นที : “นิยายวายอ่ะนะ!?”
มายด์ได้ยินแล้วขำพรวดออกมา
มายด์ : //หัวเราะ
: “เดี๋ยวๆ เล่มที่เห็นนั่นมันของฮารุ มันให้หนูยืมมาอ่าน่ปิดเทอม”
มายด์พูดไปพร้อมกับยิ้มเขินไป
นที : “แล้วมันสนุกเหรอ?”
มายด์ : “ไม่รู้! อยากรู้ก็ไปอ่านเองสิ..”
//ยิ้ม
นทีนั่งมองดูมายด์ยิ้ม เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสจริงๆของเธอรอยยิ้มนี้ทำให้ดวงดาวบนท้องฟ้าดูเปล่งประกายมากกว่าที่เคยมองแก้มเนียนของเธอชวนให้อยากจะลองเข้าไปกัดเบาๆ กลิ่นกายของเธอเย้ายวนชวนให้อยากซุกหน้าเข้าไปสูดดมใกล้ๆ
ความรู้สึกเหล่านี้มันพรั่งพรูออกมาก่อนที่ตรรกะและเหตุผลทางจริยธรรมจะเข้ามาควบคุมให้คิดอยู่ในกรอบผมมักจะเผลอมองเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง มากกว่าที่จะมองในฐานะเป็น้องสาว
…….
“เห้ย! พี่!ได้ยินหนูมั้ย!?”
เสียงมายด์ะโพูดต่อหน้านที นทีสะดุ้งขึ้นมา
นที : “ห๊ะ!!?”
มายด์ : “พี่เป็อะไรเนี่ย หนูเรียกไม่ได้ยินเหรอ?”
นที : “อ่อ.. เปล่าๆคิดเนื้อเพลงเพลินไปหน่อย”
มายด์ : “ฮั่นแน่!..แต่งเพลงให้สาวอยู่เหรอ หนูเห็นหน้าเคลิ้มเลยนะเมื่อกี้”
นที : “เปล่าซะหน่อย..”
//ยิ้มเขิน
มายด์ : “งั้น.. ก็แต่งเพลงให้หนูบ้างสิ!”
นทีทำหน้าแปลกใจ
นที : “ห๋าา?..เพลงอะไร?”
มายด์ : “ก็แต่งเพลงเกี่ยวกับหนูไง!”
นทีมองหน้ามายด์แล้วอมยิ้ม
นที : “อื้ม!”
นทีแหงนหน้ามองท้องฟ้า แล้วก็หลับตา
“เธอมันก็แค่เด็กสาวตัวน้อยที่ชอบทำหน้าบึ้งตึงบ่อยๆ.. ชอบอ่านนิยาย Boy Love Boy.. แล้วเธอก็นั่งหงอยยยย...อยู่คนเดียว
ผมเห็นเธอแล้วอยากจะเข้าทักไปอยากจะใช้่เวลาเหล่านี้ได้ทำความรู้จัก กับเธอ.. ฮื้มม…
อยากจะเข้าไปบอกกับเธอดังๆว่า ฟัก!!.. ฟักยูทูมัช.. แวรี่มัชชช!!”
มายด์เอามือเข้ามาตีที่แขนของนทีดังเปรี๊ยะ
มายด์ : “พอเลยไอ้พี่บ้า!! เพลงบ้าอะไรเนี้ย!!”
นทีนั่งหัวเราะชอบใจ
นที : “ฮ่ะๆๆๆ.. หยอกๆนะ”
มายด์ทำหน้าตาบูดบึ้ง
นที : “พึ่งจะรู้จักกันไม่นานเอง จะเอาStory ที่ไหนมาแต่งเป็เพลงล่ะ”
มายด์ : “ก็ไม่เห็นจะต้องยกนิ้วกลางให้หนูเลยนี่!”
นทีนั่งขำ เขาชอบเวลาที่มายด์ทำหน้างอนมันทำให้เธอดูน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของเขา
นที : “โอ๋ๆ..ไม่งอนนะ”
มายด์นั่งหันหน้าหนี
นที : “เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่พาไปกินชาบู..”
มายด์ค่อยๆหันหน้ามา แล้วมองค้อน
มายด์ : “คิดว่าหนูเห็นแก่ของกินขนาดนั้นเลยเหรอ?”
นที : “งั้นไม่ไปสินะ..”
มายด์ : “ไปสิ! ไปๆ”
นทีกับมายด์มองหน้ากัน แล้วต่างคนต่างก็หลุดขำออกมาทั้งสองคนพูดคุยหยอกเย้ากันอยู่นานจนเกือบถึงเที่ยงคืน จากนั้นก็พากันแยกย้ายไปนอน