จีเซียงอี๋เดินเข้ามาในห้องโถงด้วยใบหน้าระรื่นนางออกไปหาซื้อขนมที่ร้านอร่อยสองสามร้านเพื่อนำมาต้อนรับพี่สาว
“ท่านพ่อท่านแม่ ท่านพี่เขย และพี่อิงอิง ข้ามาแล้ว”
ชายาหวังหันไปเห็นบุตรสาวคนเล็กก็อดจะเอ็ดนางมิได้“แม่สั่งให้เ้ารอรับพี่เขยด้วยกัน เหตุใดจึงไร้มารยาทออกไปข้างนอกไม่บอกไม่กล่าว?”
“ท่านแม่ข้าก็แค่อยากไปซื้อขนมร้านโปรดของพี่อิงอิงมาไว้ให้นางนี่นานางอุตส่าห์ได้กลับมาวังจีทั้งที”
“อย่าว่านางเลยท่านแม่นางแค่อยากเอาใจข้าเท่านั้น” จีลี่อิงเห็นกล่องขนมที่นางนำมาก็ดวงตาเป็ประกายร้านขนมหลัวหลัวขายขนมเปี๊ยะที่นางชอบ ยังมีร้าน หยินหยางที่ทำแป้งกลมทอดแสนอร่อย
ฟ่านหลี่เจี๋ยนั่งลงสนทนากับท่านพ่อตาอยู่ครู่หนึ่งท่านฝู่กั๋วกงสอบถามเขาเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ของเขาฟ่านหลี่เจี๋ยทำงานในสำนักตรวจการภายในการกำกับดูแลของมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย ส่วนตำแหน่งเสนาบดีที่ถือเป็ตำแหน่งรองจากมหาเสนาบดีที่พ่อของเขาเพิ่งขอลาออกไปนั้นได้มีผู้เข้าดำรงตำแหน่งแทนแล้ว
“ข้าได้ยินว่าใต้เท้าเจี่ยที่เข้ามาแทนในตำแหน่งของใต้เท้าฟ่านผู้นี้เคยรั้งตำแหน่งเ้าเมืองพยัคฆ์เหินมาก่อน”
“ขอรับนับั้แ่เ้าเมืองขอย้ายไปดูแลเมืองเล็กที่ภาคตะวันตกแล้วใต้เท้าเจี่ยก็ได้ทำหน้าที่เป็เ้าเมืองแทนอยู่พักใหญ่จนยามนี้ฮ่องเต้ทรงมีประสงค์ให้เข้ามารับตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายซ้าย”
“คงจะมีความสามารถยิ่งมิฉะนั้นชินอ๋องคงไม่รับรองให้เข้ามาแทนตำแหน่งของบิดาเ้าหรอกนะ”
“ขอรับ”
ท่านหญิงจีเริ่มมีอาการปวดท้องนางนั่งงอตัวอยู่ได้สักพัก คุณชายฟ่านหันมาจะหยิบถ้วยน้ำชาเห็นนางสีหน้าไม่ดี
“น้องหญิงเ้าเป็อะไร? สีหน้าดูไม่สู้ดีเลย”
“ขะข้าปวดท้องเ้าค่ะ”
“ปวดอย่างไร?”
“ปวดบิดเ้าค่ะ”
ชายาหวังเห็นบุตรสาวหน้าซีดเซียวก็หันไปบอกบุตรเขย“เ้าพานางไปห้องพักก่อนเถิด ข้าจะให้คนไปตามหมอเดี๋ยวนี้!”
ฟ่านหลี่เจี๋ยลุกขึ้นช้อนร่างนางแล้วเดินตามสาวใช้ไปยังเรือนที่จัดไว้
“ท่านพี่ข้าเดินเองได้ ท่านไม่ต้องอุ้ม” มือหนึ่งนางขยุ้มแขนเสื้อเขา พลางกระซิบที่อก
“ได้อย่างไร? นี่เป็โอกาสให้เขยอย่างข้าได้แสดงความห่วงใยในตัวภรรยาท่านพ่อตาและท่านแม่ยายจะได้มั่นใจในความสัมพันธ์ของเรา” ชายหนุ่มตอบกลับหน้าตาเฉยจิลี่อิงได้แต่เม้มปากเป็เส้นตรง หัวใจของนางเต้นตึกตักเร็วกว่าปกติยิ่งใบหน้างดงามของเขาลอยอยู่ใกล้ๆ นางยิ่งรู้สึกหวั่นไหวจนต้องหยิกตนเอง
‘ข้าจะชื่นชอบผู้ชายที่ดูหวานแบบนี้ได้อย่างไรกัน?ไม่มีความเข้มแข็งบึกบึนสักนิด’จีลี่อิงนึกเปรียบเทียบพี่ชายผู้เก่งกาจวรยุทธ์ร่างกายสูงใหญ่ล่ำสันที่คอยฝึกอาวุธกับนางอยู่เสมอกับรูปร่างสูงโปร่งดูอ้อนแอ้นของสามี
ยามที่นางอ่านนิยายรักโรแมนติกของคุณชายท้ายตรอกที่มักจะเขียนให้พระเอกเป็แม่ทัพผู้เก่งกาจนางก็มักจินตนาการสามีไว้ว่าสักวันจะต้องมีสามีเยี่ยงนั้น ทอดตาไปทั่วเมืองหลวงบุรุษเช่นที่บรรยายก็คงมีเพียงชินอ๋องที่แต่งงานไปแล้วซ้ำยังขึ้นชื่อเื่รักและเกรงใจพระชายาอย่างยิ่ง
“มาคิดดูแล้ว น่าจะเป็เพราะเ้ากินขนมบนรถม้ามากเกินไป”คุณชายฟ่านเอ่ยเมื่อวางนางลงบนเตียงนอน
“น่าจะจริงข้ากินไปจนหมดจานเลยเทียว” นางรับคำเสียงอ่อย
“เ้านี่นะ ยังไม่เลิกนิสัยนี้อีกแม่บอกแล้วว่าอย่ากินขนมมากจะปวดท้อง” พระชายาหวังจึงสั่งให้ปานเหมยกุ้ยสาวใช้คนสนิทไปนำน้ำร้อนมาให้นางดื่มก่อน
ท่านหมอประจำตระกูลมีบ้านรั้วติดกับวังจีเข้ามาตรวจอาการของนาง“อาการเดิมขอรับชายา ข้าน้อยจะสั่งยาไว้ให้สั่งสองเทียบเผื่อให้ท่านหญิงนำกลับไปที่จวนใต้เท้าฟ่านด้วย”
ชายาหวังกล่าวขอบคุณแล้วสั่งปานหวงหลานสาวใช้อีกคนออกไปต้มยาฟ่านหลี่เจี๋ยได้ยินอาการของนางได้แต่ส่ายหน้า
“เ้าปวดท้องก็ให้เหมยกุ้ยกับหวงหลานดูแลอยู่ที่นี่ล่ะแม่จะพาคุณชายฟ่านไปรับประทานอาหารก่อนก็แล้วกัน”
ท่านหญิงจีรับคำตาปริบๆฟ่านหลี่เจี๋ยแอบยักคิ้วข้างหนึ่งล้อเลียนนางแล้วเดินตามท่านแม่ไป 'เดี๋ยวนะท่านพี่หน้าตายของนางทำท่าเยาะเย้ยนางหรือนี่?ต่อหน้าคนอื่นแสร้งทำตัวเป็สุภาพบุรุษที่แท้ เขาคือจอมสร้างภาพอันดับหนึ่งนี่เอง’
จีเซียงอี๋ที่รับประทานอาหารเสร็จก่อนขอตัวมาดูแลพี่สาว “พี่อิงอิง คืนนี้ท่านกับพี่หลี่เจี๋ยจะพักที่นี่ใช่หรือไม่?”
“อืม....” จีลี่อิงจิบยาต้มร้อนๆทีละนิด ท้องที่อืดอยู่เริ่มไม่ค่อยรู้สึกแน่นอึดอัดแล้ว
จีเซียงอี๋ยื่นหน้าเข้ามาใกล้“ข้าถามจริงๆ เถอะ พวกนั้นทำเื่นั้นกันหรือยัง?”
พรวด! ยาที่เพิ่งจิบเข้าไปถูกพ่นออกจากปากท่านหญิงจีใหญ่“เ้าพูดอะไรน่ะ?”
ท่านหญิงจีเล็กอมยิ้ม“แสดงว่าพวกท่านยังไม่ร่วมหอกันจริงๆ สินะ”
“เ้ารู้เื่เช่นนี้ด้วยหรือ?”
“ในนิยายประเภทพระเอกกับนางเอกถูกจับให้แต่งงานกันก็มักจะเป็เช่นนี้ นี่นา พวกเขามักจะแกล้งร่วมเตียงแต่ไม่มีสัมพันธ์สวาทภายหลังจึงจะตกหลุมรักกันจริงๆ ฮ่าๆ พวกท่านก็น่าจะเป็แบบนี้”
“เ้าเหลวไหลอย่าพูดให้ผู้ใดได้ยินเทียว เ้าก็รู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้มีเื้ัข้ากับท่านพี่ตกลงกันแล้ว"
จีเซียงอี๋ได้ยินก็ตาโต“พวกท่านตกลงเื่อะไร?”
“ก็ตกลงว่าต่างคนต่างอยู่น่ะสิเพียงแต่ต่อหน้าผู้อื่นต้องทำตนเป็สามีภรรยาที่รักใคร่ห่วงใยกัน”เอ่ยประโยคนี้ขึ้นจีลี่อิงก็รู้สึกหงุดหงิดนึกถึงตอนที่นางปวดท้องแล้วเขาก็อุ้มนางมาถึงห้องนอนเพียงเพื่อแสดงงิ้วตบตาผู้อื่นน่าเจ็บใจนัก!
“แต่ข้าดูแล้ว ท่านคอยเอาแต่แอบมองท่านพี่เขยอยู่ตลอดเวลานะ”ในคราแรกจีเซียงอี๋เกรงว่าหากฟ่านหลี่เจี๋ยรูปงามเข้ามาเป็พี่เขยของนางแล้วจะกลายเป็ว่าทำให้นางดูขี้ริ้วขี้เหร่ขึ้นทว่าเมื่อได้ยลโฉมของพี่เขยในวันนี้ช่างน่าหลงใหลนักสมแล้วที่สตรีทั้งเมืองหลวงล้วนอยากจะเป็ฮูหยินของเขา
“มิใช่สักหน่อย! เราร่วมกันตบตาผู้อื่นข้าก็ต้องคอยสังเกตเขาน่ะสิว่า้าให้ข้าทำสิ่งใดบ้าง?”
จีเซียงอี๋ทำหน้าไม่เชื่อถือ“ท่านพี่เขยรูปงามออกปานนี้ หากเป็ข้าคงจะแอบลูบไล้ใบหน้าเขาเป็แน่พี่ไม่สังเกตหรือว่า ทั้งคิ้ว ตา จมูก ปากของสามีพี่ช่างงดงามกว่าสตรี”
ท่านหญิงจีตาลอยอยู่ครู่ใช่ว่านางจะไม่รู้ คืนแรกที่ร่วมห้อง ยามเขาหลับ นางกลับลืมตาโพลงในความมืดเขากลับร่างหันมาประจันหน้ากับนาง ใบหน้างดงามอยู่ห่างจากนางไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือคืนนั้นนางตะลึงมองผิวหน้าที่เนียนละเอียด คิ้วตรงเฉียงคมเข้ม ดวงตาที่ปิดสนิทมีขนตายาวหนางอนเล็กน้อยจมูกโด่งเป็สันเรียว และริมฝีปากหยักรั้งบาง นางมองแล้วมองอีกยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งไม่อาจละสายตา ไม่อยากจะหลับตาลง
“เฮ้ย! เสาหินอย่างเขามิได้สนใจในตัวข้าและข้าก็มิได้สนใจผู้ชายบอบบางอย่างเขาสักนิด”
จีเซียงอี๋ยื่นหน้าเข้ามาใกล้“แต่เขาก็เป็สามีท่านอย่างถูกต้อง พี่อิงอิง อย่างน้อยมีสามีรูปงามขนาดนี้ท่านไม่หวั่นไหวจริงหรือ?”
