นิยายแห่งรักแท้เื่ สุดท้ายที่รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๖
..“บทดีมากเลยครับ สนุกมาก ผมอ่านรวดเดียวจบเลย นี่กำลังเคลียร์เวลาจะรีบไปให้ครูโชว์ติวการแสดงให้” ..ป๊อกบอกวรวุธและกานต์ในไลน์กลุ่มของพวกเขาทันทีที่อ่านบทจบ
กานต์อ่านไลน์ แล้วก็ส่งสติ๊กเกอร์ให้กำลังใจป๊อก
ตอนนี้กานต์กำลังเขียนบทตอนที่ ๒ เื่ราวของวดีด้วยความรู้สึกที่ย่ำแย่ บทที่เขาเขียนจึงไม่สนุก กานต์ต้องหยุดเขียนในที่สุด ใครจะมาให้กำลังใจเขาได้หนอ?
อินทรกลับมาจากการช่วยตาคำยายเล็กทำแปลงผักสวนครัวจนเนื้อตัวเลอะเทอะ และชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ก่อนเข้ามาในตัวบ้าน อินทรถอดเสื้อสลัดให้ความสกปรกหลุดออกไป แล้วจึงเดินเข้าตัวบ้านมา
อินทรเห็นกานต์หน้าเครียด จึงเดินเข้ามาคุยด้วย “เป็อะไรหรือเปล่าครับ?”
“กานต์รู้สึกแย่กับงานที่ทำนิดหน่อยครับพี่อิน” ตอบได้เท่านั้น กานต์ก็มองใบหน้าของอินทรราวต้องมนต์
ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน.. นวลเนียน.. ชุ่มไปด้วยเหงื่อ.. เมื่ออยู่บนโครงหน้าอันสลักเสลาอย่างลงตัวั้แ่เนินหน้าผาก คิ้วโค้งโก่งงาม จมูกที่โด่งเป็สัน ริมฝีปากสวยได้รูป เรียวคางและพวงแก้ม .. มันเปล่งประกาย น่ามองเสียจริง!!
เมื่อเห็นกานต์มองหน้สเขาอย่างนั้น อินทรก็แปลกใจ!! “ที่ใบหน้าพี่มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าครับ”
เสียงอินทรเรียกสติกานต์กลับมา “เปล่าครับพี่อิน” กานต์หลบตาอินทรแต่พอไม่มองใบหน้าที่งดงามของอินทร
สายตากานต์ก็พบกับมัดกล้ามแน่นๆ ที่เรียงตัวสวยได้รูปั้แ่หัวไหล่..กล้ามอก.. กล้ามท้องเป็ลูกๆ ไปจนถึงสะดือ และเนินท้องน้อย ที่ราบเรียบและนวลเนียนจนหายเข้าไปในกางเกง.. ผิวพรรณอินทรยามชุ่มเหงื่อแบบนี้ ดูเปล่งปลั่ง.. งดงาม.. เสียเหลือเกิน กานต์มองเขาอย่างไม่วางตา
“วันนี้กานต์แปลกไปนะครับ มองใบหน้าพี่ แล้วก็มองลำตัวพี่ พอถาม ก็ตอบว่าไม่มีอะไร” ความราบเรียบของเสียงอินทร แม้จะห่วงใยแต่ก็เป็ความห่วงใยที่เป็ปกติ ไม่ได้มีอะไรพิเศษในน้ำเสียงและแววตานั่นเลย
หรือเขาไม่ได้รู้สึกกับเรา.. แบบที่เรารู้สึกอยู่.. คิดได้เท่านั้น กานต์ก็บังคับตนเองให้มองหน้าอินทรด้วยใจที่ไหวหวั่น “พี่อินไปอาบน้ำก่อนเถอะ พอแก้ปัญหางานที่อยู่ตรงหน้าได้กานต์ก็ดีขึ้นเองแหละ”
“เดี๋ยวพี่อาบน้ำเสร็จแล้ว พี่มาคุยด้วยนะ”
กานต์พยักหน้ารับ
อินทรเดินจากไป
..เดี๋ยวพี่อาบน้ำเสร็จแล้ว พี่มาคุยด้วยนะ .. หากเป็หมอกพูดละก็ กานต์จะััความรัก ความอาทรอันเปี่ยมล้นได้อย่างชัดเจน
แต่นี่.. แม้มีความเป็ห่วงบ้าง แต่ก็.. แค่นั้น!!
กานต์เปรียบเทียบอินทรกับหมอก.. คนรักเก่าของเขา
คงเพราะกานต์เริ่มรู้สึกว่า.. เป็เขาที่รู้สึก‘อะไร’ กับอินทรฝ่ายเดียว อินทรเสียอีกที่ ‘คงจะคิด’ กับเขาแค่.. น้องชาย หรืออินทรคงแค่รักเขาแบบน้องชาย..แค่นั้นกระมัง?
คิดได้เท่านั้น!! กานต์ก็ฟุบหน้าลงทำโต๊ะ เขาอยากร้องไห้อยากฟูมฟาย อยากมีคนปลอบ แต่ไม่มีใครมาปลอบแล้วนี่
ที่สำคัญ ความเครียด ความสับสนจากการทำงานก่อนหน้า มันตึงเคร่งอยู่ในความรู้สึก จน..แม้เ้าตัวอยากจะระบายด้วยการร้องไห้ แต่ก็ไม่มีหยาดน้ำตาหลั่งรินออกมา
วรวุธและทีมงานประชุมเตรียมงานเพื่อถ่ายทำละครอย่างเคร่งเครียด “บทดีขนาดนี้ เราจะทำง่ายๆ ไม่ได้” นี่เป็คำพูดที่วรวุธบอกทีมงานทุกคนเกือบตลอดเวลา
เนื้อความในบทตอนแรก ของทาสรักทาสใจ เป็เื่ของอินทร เริ่มั้แ่..อินทรในวัยหนุ่มกลับมาที่บ้านปาริชาต แล้วหวนรำลึกถึงวัยเด็กของตนเมื่อคุณพ่อเดินทางไปทำงานต่างประเทศ คุณหญิงย่าพาอินทรไปถวายตัวเป็มหาดเล็กของเสด็จฯท่าน อินทรจึงได้ศึกษาเล่าเรียนอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน พอเริ่มแตกเนื้อหนุ่ม ก็ตัดจุก แล้วย้ายออกมาอยู่ที่จวนเ้าคุณปู่ ที่นี่อินทรได้เรียนรู้โลกกว้างและภาษาอังกฤษจากครูฝรั่งจนอ่านออกเขียนได้ จนเมื่อคุณพ่อที่ทำงานอยู่ต่างประเทศแจ้งมาว่า.. จะกลับมาอยู่บ้านที่กรุงเทพ เ้าคุณปู่และคุณหญิงย่าจึงให้อินทรกลับมาที่บ้านปาริชาตเพื่อดูแลซ่อมแซมบ้านให้พร้อมรอการกลับมาของคุณพ่อ แม้เนื้อหาค่อนข้างเรียบง่าย แต่กลวิธีการเล่าเื่สลับไปมาและท้าท้ายให้ชวนติดตามของกานต์ ทำให้บทละครสนุกได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“เราไปกองถ่ายด้วยดิ” อ้ออ้อนกรหลังจากที่กรเล่าให้ฟังว่า เขาจะต้องไปกองถ่ายละครเพื่อช่วยไม่ให้พี่ผู้กำกับมาเจ๊าะแจ๊ะกับพี่กานต์ “เราจะอยู่เฉยๆ ไม่วุ่นวายให้พวกเค้าเสียงาน แล้ว.. นายจะได้มีเพื่อนคุยด้วยไง”
เหตุผลนี้ฟังขึ้นแฮะ กรบอกตัวเอง แล้วก็ลุกขึ้นนั่งคิด ..เอาไงดี!! “ต้องไปขอพี่กานต์ก่อนอะดิไม่รู้พี่กานต์จะว่าไง ปกติงานกองถ่ายเค้าจะไม่ค่อยให้ใครเข้าไปดู”
“ถ้าไม่ได้ ก็ไม่เป็ไร แต่นายลองขอพี่นายดูก่อนนะ” อ้อที่นอนคู่กับกรเมื่อครู่ ลุกขึ้นนั่งข้างๆกร ทั้งออดอ้อน ทั้งกอดกร “อย่าเพิ่งตัดโอกาสเรานะ” อ้ออ้อนเพื่อนเลิฟที่เขาเลิฟมากกว่าเพื่อน
“ได้ได้ จะลองดู” กรพูดได้เท่านั้น
อ้อก็ยิ้มให้เขาจนหน้าบาน ราวกับว่ถูกรางวัลที่หนึ่งก็ไม่ปาน
แล้ว.. กรก็เห็นอ้อลุกขึ้นเก็บข้าวของต่างๆ ใส่เป้ใบเก่ง “อ้าว.. แล้ว.. วันนี้ไม่นอนนี่เหรอ”
“วันนี้ แม่กลับมาบ้าน แกโทรมาตามให้เรากลับไปนอนบ้านน่ะ” อ้อเองก็ไม่ได้อยากกลับบ้านนักหรอกแต่ขัดแม่ไม่ได้ ก็เวลาปกติบ้านอ้อไม่มีใครอยู่บ้านเลย มีอ้ออยู่คนเดียว อ้อจึงมาขลุกอยู่กับกร จนเป็เื่ปกติ
“แล้วเราจะกอดใครนอนล่ะเนียะ” กรโวยวาย “ไม่มีใครให้กอดนอน แล้วจะนอนหลับมั้ยเนียะ”
“คืนเดียวเอง” อ้อตอบ “คืนพรุ่งนี้จะกลับมาให้นอนกอดนะ”
“เออ .. เออ ก็ได้” กรจำใจยอมรับ ที่จริงเค้าก็เคยคิดว่าจะไปนอนบ้านอ้อบ้างเพราะส่วนใหญ่อ้ออยู่บ้านคนเดียว แต่พี่กานต์เคยขอร้องแกมบังคับไว้ ให้กรไปนอนบ้านอ้อ แต่ยินดีให้อ้อมานอนที่นี่ตลอดเวลา
..“ว่าไงจ๊ะ แหม.. ไม่มีปัญหา ก็ไม่นึกถึงเรานะ” .. ไลน์ของนิดเด้งขึ้นมา เมื่อกานต์ไลน์ไประบายความอัดอั้นตันใจต่างๆ นานาที่เขากำลังเป็อยู่
..“น่า.. นิด ช่วยเราด้วย เราแย่มากนะตอนนี้” ..
..“ที่เธอเป็อยู่ตอนนี้ เพราะเธอคาดหวังว่า เค้าจะเป็ตามที่เธอคิดไง กานต์.!! เธอตั้งสติ อินทรคนที่อยู่กับเธอ เค้าแป็นคนมีความคิด มีจิตใจ ไม่ใช่ตัวละครที่เธอจะให้เค้าคิดอย่างไรก็ได้” ..
กานต์อ่านไลน์นิด .. เออ!!.. ก็จริงนะ .. พี่อินเป็คน ..ไม่ใช่ตัวละคร .. ที่เราจะให้เค้าคิดอะไรก็ได้!! .. คิดได้อย่างนั้น กานต์ก็กดสติ๊กเกอร์ยอมรับคำพูดของนิด
..“แล้วการเขียนบทของเธอ มันเป็งาน งานที่เธอต้องทำให้เสร็จ ตัวละครวดีมีชีวิตอย่างไร เธอก็รู้ดี อย่ามาหวงผู้ชายจนไม่กล้าเขียนแบบนี้ มันไม่มืออาชีพเลย”..
กานต์อ่านไลน์ที่นิดเขียน .. นิดเขียนถูกทุกอย่างจริงๆ ..กานต์กดสติ๊กเกอร์ทั้งเลิฟ ทั้งไลท์ ทั้งขอบคุณ
..“ถ้ากานต์ไม่มีนิดอยู่ข้างๆ กานต์แย่แน่เลย” ..
..“ไม่ต้องมาหวานใส่” ..
กานต์ส่งสติ๊กเกอร์ยิ้ม และหัวใจไปให้
..“เวลาที่เธอไปมีความสุขกับผู้ชายอื่น นิดไม่เห็นคิดมากเลย แล้วเธอจะปล่อยให้อินทรไปเจอคนอื่นบ้างไม่ได้เหรอ ให้เค้าไปเจอสิ ถ้าเค้าเจอแล้วเค้ายังอยู่กับเธอ นั่นแหละ ที่เธอจะสมหวัง” ..
..“แล้วถ้าเค้าเจอแล้ว เค้าไม่อยู่กับกานต์ล่ะ” ..
..“ก็ทำใจสิ แสดงว่าเค้าไม่ใช่ของเธอ” ..
กานต์อ่านไลน์จบ .. นิ่ง .. คิด .. ไม่กล้าตอบอะไรอีก
..“กานต์ ถ้าเค้าไม่ใช่ของเธอ ยังไงก็ไม่ใช่ ต่อให้เธอพยายามเก็บเค้าไว้แค่ไหน สุดท้ายเค้าก็ไปอยู่ดี” ..
คำตอบของนิดกระทุ้งความรู้สึกกานต์อย่างจัง!!
..จริงด้วย!! ถ้าเค้าไม่ใช่ของเรา สุดท้าย.. เค้าก็จากไปอยู่ดี ถึงเราจะรั้งเค้าไว้อย่างไร..แค่ไหน.. เค้าก็ไป .. เพราะเค้าไม่ใช่ของเรา ..
คิดได้อย่างนั้น กานต์จึงตอบนิดไป .. “ขอบคุณมากกกกก” ..
..“โอเคนะ ทำงานต่อได้แล้ววันไหนคุณหญิงแม่ไม่มีธุระ จะไปหานะจ๊ะที่รัก” ..
กานต์นั่งหลังพิงเบาะอย่างไร้เรี่ยงแรง ที่นิดพูดมาถูกทุกอย่าง เพียงแต่เขาทำใจไม่ได้.. เท่านั้นเอง!!
...‘รักแท้น่ะ ต้องดีใจที่คนรักมีความสุขนะ ไม่ใช่ผูกมัดคนรักไว้’ ...คำพูดที่นิดเคยพูดกับกานต์ ดังขึ้นในโสตประสาทของเขา
...‘นิดรักเธอ นิดเป็สุขใจทุกครั้งที่ได้คิดถึงความรักที่มีกับเธอ เพราะรักของนิดคือการให้’ ... รักคือการให้เหรอ? ทำไมเราทำอย่างที่นิดทำไม่ได้ ทำไม !!
อ้อเดินกลับบ้านตนเองซึ่งห่างจากบ้านกรไม่เท่าใดนัก เขาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย..จนมาถึงเื่เขากับกร ..
เท้าของอ้อหยุดก้าวเดินทันที .. นี่เราเป็เกย์เหรอ? .. คำถามนี้ผุดขึ้นมาในใจอ้อ.. ไม่นะ ไม่!! ไม่นานมานี้เรายังชอบผู้หญิงเลยนี่นา..
แต่ !! ทำไมเวลาที่อยู่ใกล้กรเวลาที่กรกอดเรา .. เราจึงรู้สึก.. อยากจูบ.. อยากกอด.. อยากจะ..อะไรอะไรด้วย
อ้อหยุดคิดต่อทันที!!
แต่ภาพที่กรกอดเขาในความทรงจำก็แจ่มชัดพอที่จะทำให้บางส่วนในร่างกายอ้อเปลี่ยนไป .. มันชูชันขึ้น .. เป็การยืนยันว่า.. อ้อมีอารมณ์อย่างนั้นกับกร .. นี่เราเป็ไรเนียะ!!ทำไมรู้สึกแบบนี้กะเพื่อนได้
ไม่ว่าอ้อจะพยายามคิดอย่างไร แบบไหน แต่พอมาถึงภาพที่กรกอดอ้อตรงนั้นของเขาก็แข็งตัวขึ้นมาทุกที มันชัดเจนว่า..อ้ออยากทำอะไรกับกรมากกว่าที่เคยเป็ ทำไม.. ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้อ้อถามตัวเอง แต่.. ก็ไม่มีคำตอบให้เขาอุ่นใจ
เฮ่อ.. อ้อถอนหายใจอย่างไร้ทางออก แต่ไม่ว่าอย่างไร‘เพื่อนก็คือเพื่อน’ เมื่อคิดได้อย่างนั้น อ้อบอกตัวเองว่า จะไม่ให้กรรู้ว่าเรารู้สึกแบบนั้นกับมันดีกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้น อ้อก็ออกเดินต่อ เพื่อกลับไปบ้านตนเอง
แม้คำตอบจากนิดจะช่วยให้กานต์เข้าใจอะไรอะไรดีขึ้นแต่เขาก็ยังฟุ้งซ่านจนไม่สามารถทำงานต่อไปได้ กานต์จึงนั่งเลนมือถือ เปิดเฟสบุ๊กทวิตเตอร์ดูเื่ราวต่างๆ ในโลกโซเชี่ยล เปิดรูปต่างๆ ในอินตราแกรมดู แต่ใจเขาก็ไม่สงบเสียที
“หน้าตายังดูไม่รับแขกเหมือนเดิมเลย กานต์เป็อะไรไปครับ” อินทรทักกานต์พร้อมกับเดินออกมาจากห้องนอนเขาในชุดนอน แล้วมานั่งใกล้ๆกานต์
“กานต์กลัวเสียของรักไปน่ะพี่อิน”
“เื่แค่นี้เอง” อินทรพูดเป็เื่ง่ายมาก
“พี่อิน” กานต์ตัดพ้อ
อินทรยิ้มให้กานต์ “ฟังพี่นะกานต์ตอนเกิดเราก็มาแต่ตัว ตอนตายเราก็ไปแต่ตัว การที่เราจะไปยึดถืออันนั้นอันโน้นว่าเป็ของเรามันก็เป็ของเราแค่แป๊บเดียว แล้วมันก็ต้องไปเป็ของคนอื่น หรือไม่ก็สูญสลายหายไป อย่างรูปร่างพี่..ที่กานต์มองเมื่อครู่ กานต์อาจจะรู้สึกว่า.. พี่รูปร่างสวย”
กานต์แอบหลบตา เพราะอินทรพูดโดนใจ
“แต่อีกไม่นาน พี่ก็แก่ อ้วน ลงพุง รูปร่างสวยๆที่กานต์เห็นเมื่อสักครู่ก็ไม่อยู่แล้ว แล้วกานต์จะเรียกร้องให้พี่เหมือนเดิมได้อย่างไร ในเมื่ออะไรที่มันเปลี่ยนไปแล้ว แล้วมันจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก กานต์เข้าใจที่พี่เปรียบเทียบใช่มั้ย?”
กานต์พยักหน้าแทนคำตอบ
“ทีนี้.. เราต้องทำใจยอมรับให้ได้นะกานต์ ไม่อย่างนั้นพอถึงวันที่มันเปลี่ยนแปลง เราจะเป็ทุกข์อย่างมหาศาล”
กานต์รู้สึกสบายใจขึ้นพอควรหลังจากฟังอินทรพูด “ขอบคุณครับพี่อิน”
“มา” อินทรกางแขน “ให้พี่กอดให้กำลังใจแบบฝรั่งหน่อย”
กานต์ขยับตัวเข้าไปกอดอินทร
อินทรโอบกอดกานต์ด้วยความเอื้อเอ็นดู พร้อมกับการกอด อินทรขยับฝ่ามือของเขาลูบเนื้อลูบตัวกานต์ไปด้วย
กานต์กอดตอบด้วยความรักที่ท่วมทันหัวใจ กอดแบบรัดแขนหมายจะให้ร่างกายอินทรหลอมรวมไปกับตัวเขา
...
ชั่วครู่.. กานต์ก็คลายแขนที่รัดลำตัวแน่นลง จนเป็การกอดธรรมดา
“สบายใจขึ้นหรือยัง?” อินทรถามกานต์ ทั้งที่ริมฝีปากเขาเกือบจะจูบใบหูกานต์
เมื่อลมหายใจอุ่นๆ จากปากอินทร มาััใบหูของกานต์ทำให้กานต์รู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด กานต์จึงพยักหน้ารับ
ที่จริง.. กานต์ปรารถนาอ้อมกอด และรสััที่อบอุ่นแบบนี้เสมอมันทำให้หัวใจเขามีพลัง ... แต่ั้แ่หมอกจากไป แต่ไม่เคยได้รับความรู้สึกแบบนี้จากใครเลยจนวันนี้
ด้วยความที่รู้สึกดี และปราณีในตัวกานต์ อินทรจูบเส้นผมกานต์อย่างแ่เบา
กานต์รับรู้ถึงความเอ็นดู ความปรารถนาดีที่แฝงมากับรอยจูบและอ้อมกอดนั่นอย่างชัดเจน “พี่อินกอดกานต์ไว้อย่างนี้สักครู่นะครับ” กานต์ซุกหน้าเขาไว้ที่หน้าอกแน่นๆ ของอินทร
“พี่จะกอดกานต์ไว้ในอ้อนแขนพี่ นานตราบเท่าที่กานต์อยากให้พี่กอดเลย” พูดจบอินทรก็กระชับอ้อมแขนของตน ..
ชั่วครู่ .. อินทรขยับตัวเองพิงพยักเก้าอี้ แล้วก็เอามืออีกข้างลูบหัวกานต์ ราวกับกานต์เป็เด็กน้อยที่้าการดูแล
“ขอบคุณครับ” ทั้งที่ยังกอดอินทรอยู่ กานต์ก็ขยับตัวให้เข้าที่และซุกหน้าตนเองที่เนินอกอุ่นๆ ของพี่อิน
ความอบอุ่นจากเรือนกาย ความปรารถนาดีจากดวงใจ หลั่งใหลไปมาผ่านการััและโอบกอดกันและกันของกานต์และอินทร
...
ไม่นาน.. กานต์ก็หลับในอ้อมแขนของชายคนที่เขารู้สึกรัก..
รุ่งเช้า.. กานต์ตื่นขึ้นบนเตียงของตน เขาพยายามทบทวนเหตุการณ์เมื่อคืนวานกานต์จำได้เพียงเขาขยับตัวไปมาอยู่ในอ้อมแขนของพี่อินนี่นา แล้วเขามาตื่นบนเตียงได้อย่างไร
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงนุ่มๆที่คุ้นเคย “พี่เข้าไปได้ไหม”
“ได้ครับพี่”
อินทรเปิดประตูเข้ามา พร้อมกับรายงานว่า “พี่ทำอาหารให้กรรับประทาน แล้วก็ให้กรไปโรงเรียนแล้วนะ”
กานต์พยักหน้ารับ “ขอบคุณครับพี่” เขายังงงอยู่ “แล้วกานต์มาอยู่ในห้องนี้ได้ไง ก็เมื่อคืน...” กานต์ทอดเสียง ไม่กล้าพูดว่า.. เมื่อคืนเขาอยู่ในอ้อมแขนของอินทร
“อ๋อ .. พี่อุ้มกานต์เข้ามาส่งนอนบนเตียงนี่เอง”
กานต์ทำหน้าใ
“พี่เห็นกานต์เครียดกับงาน พอกานต์หลับในอ้อมแขนพี่ พี่เลยไม่อยากปลุก กลัวว่า..ถ้าพี่ปลุกให้กานต์ตื่นแล้ว พอกานต์เข้ามานอน กานต์อาจจะหลับยาก พี่เลยลองขยับตัวอุ้มกานต์ขึ้นพอกานต์ไม่ตื่น พี่เลยอุ้มกานต์เข้ามาวางลงบนเตียงนี่แหละ ตัวกานต์ไม่หนักพี่อุ้มได้สบาย”
“ขอบคุณพี่อินมากเลย พี่อินดีกับกานต์มากจริงๆ”
“เราอยู่ด้วยกัน ก็ต้องดูแลกันสิ” เสียงนุ่มๆที่กานต์ชอบ มาพร้อมไมตรีที่กานต์เต็มใจเปิดรับเข้ามาในหัวใจตน
“อ้อ.. พี่เตรียมอาหารไว้ให้กานต์แล้วนะ กานต์อาบน้ำ แล้วก็ออกไปรับประทานได้เลยพี่ไปหาตาคำกับยายเล็กก่อน ไม่รู้ว่าจะต้องช่วยอะไรแกมั้ย” พูดจบอินทรก็เดินออกจากห้องไป
กานต์ได้แต่ยิ้มอย่างเป็สุขใจ อินทรดีกับเขามากจริงๆ แม้จะไม่รู้ว่าการที่อินทรทำแบบนี้จะใช่ความรักหรือเปล่า อินทรรักเขาหรือเปล่า แต่กานต์ก็มีความสุขเหลือเกินที่มีอินทรดูแลแบบนี้
กานต์อาบน้ำเสร็จ แต่งตัวออกไปทานอาหารเช้าที่อินทรเตรียมไว้ให้เป็ข้าวต้มเครื่องที่หน้าตาแสนธรรมดา แต่รสชาติอร่อยจนกานต์ต้องเติมอีกชาม จากนั้นกานต์นั่งเขียนบทตอนที่๒
เนื้อความในบทตอนที่สอง เป็เื่ราวของ ‘วดี’ วดีโตมาในสถานสงเคราะห์โดยไม่รู้ว่าพ่อแม่ของเธอเป็ใคร วดีต้องดิ้นรนเพื่อให้ตนได้เรียนหนังสือจนอ่านออกเขียนได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ พอโตเป็สาว วดีสอบชิงทุนเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศแต่เพราะเธอไม่มีเส้นสาย ไม่ใช่สกุลสูงส่ง วดีจึงได้ไปเรียนแค่ที่ปีนังด้วยทุนรัฐบาล ที่นั่นวดีเรียนดีจนเป็ที่หนึ่งของรุ่น เธอจึงได้งานทำั้แ่ยังเรียนไม่จบ ความเก่งของเธอเข้าตาเ้าหน้าที่สถานกงศุลไทย เมื่อเรียนจบวดีจึงได้ทำงานในสถานกงศุลไทย เธอทำงานได้สักพักก็ได้พบกับคุณนรอินทร์ เ้าหน้าที่บริหารสถานกงศุลไทย คุณนรอินทร์ชื่นชมที่วดีทำงานเก่งและชอบใบหน้าเธอที่สวยเก๋ดูทันสมัยเหลือเกิน จนในที่สุด..คุณนรอินทร์ขอวดีแต่งงาน เธอตอบรับการแต่งงานกับผู้ชายที่มีอายุคราวพ่อโดยไม่ลังเล อาจเป็เพราะเนื้อหาที่เข้มข้น กานต์จึงใช้การเล่าเื่ที่เรียบง่าย แต่จงใจซ่อนบางอย่างไว้ให้คนดูติดตามได้อย่างลงตัว
เมื่อเขียนบทตอนที่ ๒ จบ กานต์ตรวจทานจนพอใจแล้วก็ส่งบทให้วรวุธในไลน์กลุ่ม
ผ่านไปไม่นานนัก ทั้งวรวุธและป๊อกปีติต่างก็ไลน์กลับมาแสดงความชื่นชมว่าบทสนุกมากกานต์อมยิ้มรับคำชมนั่น โดยที่ตัวเขาเองรู้อย่างชัดเจนว่า คนที่ควรได้รับคำชมนี้คืออินทร อินทรทำให้เขามีกำลังใจมากพอที่จะเขียนชีวิตของวดีออกมาได้งดงามอย่างนี้
แต่เื่ราวในตอนที่ ๓ ที่ต่อจากตรงนี้แหละ ที่เป็ปัญหาสำหรับกานต์ ไม่ใช่ความยากของเนื้อหา หรือกลวิธีในการเล่าเื่
แต่เป็ที่ใจ!! ..
ใจของกานต์เอง
เพราะเนื้อหาใสตอนที่ ๓ นี้ อินทรจะต้องพบกับวดี รักวดีเป็ของวดี แม้ไม่อยากจะรักกัน แต่เพราะมันคือรักต้องห้าม แต่ในใจของทั้งวดีและอินทรกลับมั่นในรัก จนกลายเป็.. ทาสรักทาสใจของกันและกัน ในที่สุด
กานต์กลัวว่า .. ถ้าเขาเขียนให้ทั้งสองพบกัน แล้ววดีออกมาจากนิยายจริงๆเหมือนอินทรล่ะ เค้าจะทำอย่างไร? แล้วหากวดีมารักกับอินทรคนที่กานต์รัก กานต์จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร คิดได้เท่านี้ กานต์ก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเขียนบทต่อแล้ว
จบตอน ๖