ทันทีที่เซียวเยี่ยสาดแสงจากไฟส่องสำรวจไปยังตัวเรือทุกคนบนเรือต่างก็ได้เห็นภาพที่ชวนให้หนังหัวลุกชันด้วยตาของตัวเอง!
ลูกปูกองทัพหนึ่งกำลังส่งเสียงกึกกักขณะพยายามตะเกียกตะกายปีนขึ้นมาบนเรือบนกระดองของพวกมันแต่ละตัวปรากฏลวดลายคล้ายใบหน้าภูตพรายดูน่าสยดสยอง!
ภายใต้แสงไฟที่สาดส่องพวกมันดูเหมือนฝูงิญญาอาฆาตที่พากันมาทวงชีวิต
“อ๊าก!!”
คนงานเรือหลายคนหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อกับภาพตรงหน้าบางคนกุมศีรษะร่ำไห้ออกมาอย่างเสียสติ บางคนถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้นดาดฟ้าเรือแววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง!
คนงานเรือเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็เพียงคนธรรมดาไม่ประกอบอาชีพสายดำรงชีวิตก็เป็อาชีพสายต่อสู้ที่อ่อนแออย่างยิ่งการมาทำงานบนเรือสินค้าเช่นนี้ก็เพียงเพื่อหาเลี้ยงปากท้องเท่านั้น
พวกเขาเคยเห็นฉากนองเืเช่นนี้ที่ไหนกัน?
ทางด้านหัวเรือชายหน้าบากและชายผ้าพันแผลที่กำลังต่อสู้พัวพันอยู่กับปูตัวผู้ก็เห็นภาพที่ทำให้เสียวสันหลังวาบนี้เช่นกัน “บัดซบ...นี่เราแหย่รังปูเข้าให้แล้วไง!”
ชายหน้าบากถ่มน้ำลายสบถด่าเสียงต่ำ
“เ้าหนุ่มที่ขนยังขึ้นไม่ครบคนนั้นพูดถูกจริงๆ ด้วย!”
แววตาของชายผ้าพันแผลฉายแววตระหนกหัวใจของเขาดิ่งวูบ รู้สึกได้ถึงลางร้าย!
ปูตัวผู้ที่หัวเรือยังจัดการไม่สำเร็จที่ท้ายเรือก็มีปูตัวเมียที่มีขนาดใหญ่กว่าคืบคลานขึ้นมาแถมรอบด้านยังหนาแน่นไปด้วยฝูงลูกปูก้ามปีศาจที่กำลังจะปีนพ้นกราบเรือขึ้นมาบนดาดฟ้าอีก!
หากปล่อยให้พวกมันขึ้นมาได้ทุกอย่างก็เป็อันจบสิ้น!
ตัวเขาและชายหน้าบากย่อมมีพละกำลังพอจะเอาตัวรอดได้แต่คนงานเรือเหล่านี้คงต้องเผชิญกับคราวเคราะห์อีกไม่นานทุกคนคงต้องสังเวยชีวิตภายใต้ก้ามปูเป็แน่...
และหากปราศจากคนงานเรือเรือลำนี้ก็ไม่มีทางไปถึงเมืองเฮยสุ่ยได้เลย!
สถานการณ์เข้าสู่ขั้นวิกฤตถึงขีดสุด!
บนดาดฟ้าเรือวุ่นวายโกลาหลคนงานต่างหนีตายกันพัลวัน
มีคนงานเรือคนหนึ่งหวาดกลัวจนจิตหลุดเขาร้องลั่นก่อนจะะโลงจากกราบเรือ หวังจะทิ้งเรือเพื่อหนีเอาตัวรอด
“อย่าโดด!”
เซียวเยี่ยะโห้ามสุดเสียงทว่ามันก็สายเกินไปเสียแล้ว แสงจากไฟส่องสำรวจพุ่งตามร่างของคนงานที่ะโลงไปทันทีที่เสียง ‘ตู้ม’ ของน้ำกระจายดังขึ้นใต้ผิวน้ำที่กระเพื่อมไหว ลูกปูจำนวนนับไม่ถ้วนก็ผุดขึ้นมาพร้อมกันพวกมันรุมทึ้งเข้าร่างของคนงานเรือคนนั้นก้ามอันแหลมคมฉีกกระชากสังขารเขากลายเป็ชิ้นๆ อย่างโเี้...
เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างเ็ปดังระงมไปทั่วคนงานเรือบนดาดฟ้าเริ่มตกอยู่ในความสิ้นหวัง ทว่าในวินาทีนั้นเองไฟส่องสำรวจจากบนเสากระโดงเรือกลับสาดลงมาที่ใบหน้าของพวกเขาแสงที่จ้าจัดทำให้พวกเขาตาพร่าไปชั่วขณะก่อนที่เซียวเยี่ยซึ่งยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์จะคำรามลั่น“ทุกคนอย่าลนลาน! เราไม่ตายหรอก!”
“พวกลูกปูที่เพิ่งฟักออกมาเหล่านี้เป็แค่มอนสเตอร์ระดับสิบกว่าๆ เท่านั้นทุกคนบนดาดฟ้าฟังคำสั่งผม หยิบอาวุธทุกอย่างที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาแล้วคุมกราบเรือทั้งสองฝั่งไว้ให้ดี!”
“จิ่วเยว่!!”
เซียวเยี่ยะโเรียกจิ่วเยว่ฝ่ายหลังที่เดิมทีก็กำลังตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูกพลันเข้าใจความหมายของเขาในทันทีเธอชักกริชที่ข้างเอวออกมาแล้วตวัดฟาดฟันใส่ลูกปูตัวหนึ่งที่พุ่งขึ้นมาบนดาดฟ้าประกายคมมีดวาววับ!
ลูกปูตัวนั้นส่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กก่อนจะถูกฟันขาดเป็สองท่อน
จิ่วเยว่รีบะโสมทบ“ทุกคนอย่าเพิ่งถอดใจ! ฟังคำสั่งของเซียวเยี่ย!”
“ไอ้พวกลูกปูพวกนี้เป็แค่มอนสเตอร์กระจอก เราฆ่ามันได้!”
ในยามที่คนเราหวาดกลัวและสับสนที่สุดมักจะเป็่เวลาที่้าใครสักคนก้าวออกมานำทางและบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าควรทำอย่างไร!
คำพูดของเซียวเยี่ยเปรียบเสมือนแสงไฟส่องสำรวจท่ามกลางความมืดมิดทำให้คนงานเรือที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความสิ้นหวังกลับมามีประกายความหวังอีกครั้งพวกเขากระชับอาวุธในมือแน่นแล้วพุ่งไปยังกราบเรือทั้งสองฝั่งในทันที
สู้สุดใจย่อมดีกว่ายืนรอความตาย!
ขณะที่ร่างของจิ่วเยว่พุ่งนำอยู่แถวหน้ากริชที่ทอประกายเย็นเยียบสังหารลูกปูทุกตัวที่ปีนขึ้นมาบนดาดฟ้าแม้จะถูกเืปูที่ข้นเหนียวและส่งกลิ่นเหม็นคาวสาดกระเซ็นใส่จนชุ่มโชกเธอก็หาได้ใส่ใจไม่
การเข่นฆ่าที่ราวกับเด็ดหัวผักปลาของจิ่วเยว่ช่วยปลุกขวัญกำลังใจให้คนงานเรืออีกครั้งทุกคนต่างยืนหยัดเฝ้าอยู่ที่กราบเรือ ใช้อาวุธในมือทั้งทุบทั้งฟันอย่างไม่คิดชีวิตบดขยี้ลูกปูเ่าั้จนกลายเป็เศษเนื้อ!
บางคนะโก้องเพื่อระบายความอัดอั้นในใจบางคนก็เริ่มขับร้องบทเพลงประสานนาวีของชาวเรือ “โย่โฮ่ โฮ่! โย่ โฮ่ โฮ่... ฝ่าระลอกคลื่นคลั่ง ข้ามแก่งหินอันตราย!”
“ชาวเรือเรานั้นล้วนมีใจกล้าแกร่ง...”
บทเพลงประสานนาวีที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดช่วยปลอบประโลมจิตใจผู้คนได้อย่างประหลาด
วิกฤตบนดาดฟ้าเรือถูกยับยั้งไว้ได้ชั่วคราวทว่าวิกฤตที่ใหญ่หลวงยิ่งกว่ากลับมาถึงแล้ว!
ร่างมหึมาของปูั์ก้ามปีศาจตัวเมียค่อยๆคลานขึ้นมาบนเรือ ขาทั้งแปดที่แหลมคมเกี่ยวรั้งท้ายเรือไว้แน่นซากศพของลูกหลานที่ตายเกลื่อนบนดาดฟ้าทำให้มันเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งโดยสมบูรณ์ปากของมันส่งเสียงขู่ ก้ามคมกริบคู่ั์ที่ราวกับใบมีดกวัดแกว่งไปมามันถึงกับชูส่วนบนขึ้นยืนหยัดแล้วพุ่งตรงมากลางเรือ!
[ปูั์ก้ามปีศาจ]
[ระดับ: 115]
ระดับของมันสูงกว่าปูตัวผู้ที่หัวเรือเสียอีกแถมขนาดร่างกายยังใหญ่โตกว่ามาก!
เงาร่างอันโอฬารทาบลงบนตัวเรือทำเอาเหล่าคนงานเรือบนดาดฟ้าสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวหากปล่อยให้มันบุกเข้ามาได้ดาดฟ้าเรือแห่งนี้คงไม่ต่างจากลานจัดบุฟเฟต์เนืุ้์!
จิ่วเยว่ซึ่งรู้ดีว่าตนเองเป็อาชีพสายต่อสู้เพียงคนเดียวบนดาดฟ้าจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อยเธอกระชับกริชในมือพุ่งเข้าใส่อย่างปราดเปรียว!
ถ่วงเวลาไว้ได้นานแค่ไหนก็ต้องทำเธอจำเป็ต้องก้าวออกมา!
ชายผ้าพันแผลที่หัวเรือเห็นภาพนั้นก็อดไม่ได้ที่จะะโลั่นด้วยความร้อนใจ“จิ่วเยว่! อย่าเข้าไป!”
เขารู้ดีว่าด้วยอาชีพสายคล่องตัวที่พลังป้องกันต่ำอย่างจิ่วเยว่เมื่อต้องเผชิญกับช่องว่างของระดับที่ห่างชั้นกันเพียงนี้เธอไม่มีทางต้านทานปูตัวเมียตัวนั้นได้เลย!
หากพลาดท่าถูกโจมตีเพียงครั้งเดียวอาจถึงแก่ชีวิตได้!
อาชีพจอมโจรเมื่อต้องปะทะกับมอนสเตอร์เกราะเหล็กที่พลังโจมตีสูงและเืเยอะอย่างปูั์ก้ามปีศาจถือว่าเป็ฝ่ายเสียเปรียบอย่างมหาศาล
ชายผ้าพันแผลอยากจะพุ่งไปช่วยที่ท้ายเรือแต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้วตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือต้องร่วมมือกับชายหน้าบากจัดการปูตัวผู้ที่หัวเรือให้เร็วที่สุด“รีบจัดการมันให้เร็วที่สุด!”
ชายผ้าพันแผละโเร่ง“ได้!”
ชายหน้าบากรู้ดีว่าสถานการณ์คับขันเขาขบฟันกรอด สองมือกุมขวานั์ฟันใส่ปูตัวผู้สุดแรงเกิดเป็การต่อสู้แบบชีวิตแลกชีวิต
ในขณะนั้นจิ่วเยว่เข้าขวางหน้าปูตัวเมียไว้แล้วอาศัยก้าวย่างอันว่องไวของจอมโจรชิงลงมือก่อนกริชในมือตวัดวาดผ่านกระดองส่วนท้องของมันอย่างรุนแรง!
ทว่าตัวเลขค่าความเสียหายที่เด้งขึ้นมากลับดูเบาบางจนแทบไร้ผลทำให้เธอเริ่มรู้สึกสิ้นหวัง
กริชยาวเพียงหนึ่งฟุตในมือนั้นไม่แม้แต่จะระคายผิวเกราะอันหนาเตอะของมันได้เลยอาวุธขนาดเล็กที่เน้นความเร็วอย่างกริชเมื่อต้องเผชิญกับมอนสเตอร์เกราะหนักย่อมเสียเปรียบตามธรรมชาติ
การโต้กลับอันบ้าคลั่งของปูตัวเมียมาถึงแล้วเมื่อเห็นลูกหลานบนดาดฟ้าถูกคนงานเรือเข่นฆ่าความแค้นของมันจึงหมายจะบดขยี้ผู้ที่ขวางทางให้กลายเป็เศษเนื้อ!
ประจวบเหมาะกับที่ท้องน้ำเริ่มเกิดคลื่นลมแรงตัวเรือโคลงเคลงอีกครั้งทำให้จิ่วเยว่ที่เดิมทีเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วกลับเสียหลักในพริบตาที่ก้ามปูราวกับใบมีดั์พุ่งเข้าใส่เบื้องหน้า!
เธอไม่อาจหลบเลี่ยงได้ทัน...
“จิ่วเยว่!!”
ชายหน้าบากและชายผ้าพันแผลที่หัวเรือต่างพากันแผดเสียงร้องอย่างตื่นตระหนกทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเองเงาร่างหนึ่งกลับะโลงมาจากหอสังเกตการณ์บนเสากระโดงเรือพุ่งเข้าขวางเบื้องหน้าของจิ่วเยว่ได้อย่างแม่นยำโล่ที่สลักลายพยัคฆ์ร้ายถูกยกขึ้นต้านรับการโจมตีของปูั์ก้ามปีศาจได้ทันท่วงทีราวกับปาฏิหาริย์!
เสียงปะทะดังสนั่นกึกก้องราวกับเหล็กกล้ากระแทกกันแรงปะทะจากระดับที่ต่างกันลิบลับส่งร่างของเซียวเยี่ยและโล่าพยัคฆ์ร้ายในมือไถลไปกับพื้นหลายเมตร!
ทว่าเขาก็สามารถรับการโจมตีปลิดชีวิตนี้แทนจิ่วเยว่ได้สำเร็จ!
“ทางนี้ฉันจัดการเอง!”
สีหน้าของเซียวเยี่ยยังคงเรียบเฉยเขาะโสั่งโดยไม่หันกลับไปมอง “บอกชายหน้าบากกับพวกนั้นให้รีบฆ่าปูตัวผู้ก่อน!”