จิ้นฟางจิงมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยดวงตาซับซ้อน ครั้งแรกที่เจอกันยังแคว้นบ้านเกิด นางตกหลุมรักชายผู้นี้เพราะเขาช่วยนางเอาไว้จากอุบัติเหตุ ยามนั้นเมื่อรู้ว่าเขาคือไท่จื่อจากต่างแคว้นที่อนาคตต้องกลายเป็ฮ่องเต้ นางก็พยายามเก็บความรู้สึกของตนเอาไว้ หากแต่เพราะเขาเองยังตามเกี้ยวนางจนสุดท้ายถึงขั้นยอมลงนามในสัญญาที่เขาไม่จำเป็ต้องทำให้ตนเองลำบากก็ได้แต่เขาก็ยินดีทำ นางจึงยอมทำตามใจตนเองเช่นกัน และเมื่อมาถึงที่นี่…
วันแรกของงานแต่งทุกอย่างดูสวยงามราวกับจะมีแต่ความสุขที่รอนางอยู่ แต่เมื่อผ่านไปเพียง 2-3 เดือน ทุกอย่างก็ปรากฎชัดเจนยิ่งขึ้น ในตำหนักของไท่จื่อมีพระชายารองอยู่แล้ว 2 คน และอนุชายาอีก 2 คน ซึ่งผู้ที่เตรียมพร้อมพวกนางให้เข้ามาเสริมอำนาจให้ไท่จื่อหนิงหวงคือพระมารดาของเขา หรือก็คือฮองเฮาแห่งแคว้นเฉิงฮั่นนั่นเอง เมื่อเวลาผ่านไปนางยิ่งเข้าใจถ่องแท้ คนเหล่านี้ล้วนหน้าอย่างหลังอย่าง ต่อหน้าสรรเสริญเยินยอนาง ต้อนรับขับสู้อย่างดี บอกให้นางคิดเสียว่าที่นี่เป็แคว้นบ้านเกิดของตนเอง แต่พอลับหลังกลับหาวิธีปลดนางออกจากตำแหน่งด้วยสารพัดแผนการ
คนอย่างองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเหลียงมิใช่คนโง่งม นางพอดูออกว่าเหล่าขุนนางและฮองเฮามิชอบใจนักที่นางได้นั่งตำแหน่งไท่จื่อเฟย พระนางคง้าแค่เพียงอำนาจจากแคว้นเหลียง แต่มิได้้าให้ทายาทสืบทอดบัลลังก์มีสายเืของแคว้นอื่นปะปน นางรู้เื่เหล่านี้จากองครักษ์ที่พี่ชายทั้งสองส่งมาดูแลนาง แม้แต่สาวใช้ข้างตัวก็เป็องครักษ์ เรียกได้ว่าทั้งเสด็จพี่ฮ่องเต้และเสด็จพี่ชินอ๋องล้วนเป็ห่วงนางยิ่ง
ยามคิดถึงพี่ชายต่างมารดาทั้งสองใบหน้างามก็ฉายแววเศร้าสร้อย ข่าวคราวจากแคว้นเหลียงทำให้นางหลั่งน้ำตาไม่ขาดสายถึง 7 วัน ยิ่งได้รู้ว่าโทษทัณฑ์ของเสด็จพี่ชินอ๋องคือปะาชีวิตนางก็เกือบทิ้งทุกอย่างที่นี่แล้วเดินทางกลับแคว้น ดีที่สารลับเร่งด่วนจากเสด็จพี่ฮ่องเต้ทำให้นางพอจะทำใจได้บ้าง แต่ก็ยังเป็ห่วงทั้งสองพระองค์อยู่ดี
เอาเถิด นางเชื่อว่าทั้งสองพระองค์จะดูแลกันและกันแม้ต้องห่างไกล ขนาดนางมาอยู่ถึงต่างแคว้นทั้งพี่สะใภ้และพี่ชายยังส่งความช่วยเหลือมาให้ไม่ขาด ข่าวใดที่ควรรู้นางล้วนได้รู้ เนื่องจากหอประมูลชุนเฟิงยู๋อี้ที่มีสาขาอยู่ทั่วแคว้นเหลียงและมาเปิดสาขายังต่างแคว้นมีพี่สะใภ้ของนางเป็ผู้ริเริ่ม พี่สะใภ้คนนี้ยามอยู่ด้วยกันคราแรกนางก็เอ็นดูดุจน้องสาว แต่บัดนี้กลับได้เลื่อนฐานะเป็ถึงฮองเฮาคู่บัลลังก์และยังมอบหลานชายฝาแฝดให้กับพี่ชายนางอีก คิดแล้วก็อยากจะกลับแคว้นบ้านเกิดจริงๆ …
“ทำไมทำหน้าเศร้าเช่นนั้น” เสียงทุ้มต่ำข้างใบหูเรียกสตินางขึ้นมา แขนกำยำกอดรัดร่างนางไว้ราวกับกลัวว่านางจะหนีหาย
“น้องเพียงแค่คิดถึงพี่ชายทั้งสองเพคะ” คนตัวเล็กตอบพลางซุกซบเข้าอ้อมกอดอุ่น
“นอนพักเถิด” ริมฝีปากหยักกดจูบข้างขมับนวลอย่างอ่อนโยน
“เพคะ” จิ้นฟางจิงรับคำก่อนที่จะหลับตาลง ปล่อยให้เื่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็ไปอย่างที่ควรจะเป็
ร่างบางขยับกายก่อนจะค่อยๆ ปรือตาขึ้นเมื่อแสงจากริมหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามาในห้องนอน
“ตื่นบรรทมแล้วหรือเพคะ” ทันทีที่ได้ยินเสียงขยับของคนในห้อง นางกำนัลคนสนิทก็ก้าวเข้ามาปรนนิบัติอย่างคุ้นเคย
“อืม ยามใดแล้ว” จิ้นฟางจิงถามออกไปด้วยน้ำเสียงงัวเงียเล็กน้อยเพราะยังตื่นไม่เต็มที่
“กลางยามเฉิน (07.00 – 08.59 น.) แล้วเพคะ” อ่างล้างหน้าและบ้วนปากถูกวางไว้พร้อมถาดผ้าเช้ดหน้า
“สายขนาดนั้นเลย…แล้วองค์ไท่จื่อออกไปนานรึยัง” นางบ่นพึมพำเล็กน้อยที่ตนเองตื่นสาย ปกตินางเป็คนที่ตื่นเช้ามาส่งพระสวามีไปทำงานทุกวัน
“ออกไปั้แ่่ต้นยามเฉินเพคะ และมีรับสั่งห้ามผู้ใดรบกวนไท่จื่อเฟยเป็อันขาด” ริมฝีปากจิ้มลิ้มตอบผู้เป็นายไปด้วย และจัดการแต่งตัวให้อีกฝ่ายไปด้วยอย่างคล่องแคล่ว แม้นางกำนัลคนสนิทผู้นี้จะดูบอบบางราวกิ่งหลิว แต่มีเพียงนางที่รู้ว่าดรุณีตรงหน้ามีฝีมือร้ายกาจไม่น้อย
“พวกนางคงรอข้านานแล้วกระมัง หึหึ” ความไร้เดียงสาของนางถูกทิ้งไว้ที่แคว้นบ้านเกิดนานแล้ว ยามนี้มีแต่จิ้นฟางจิงองค์หญิงใหญ่และ น้องสาวคนโตของฮ่องเต้แห่งแคว้นเหลียง ผู้มีศักดิ์เป็ถึงไท่จื่อเฟยแห่งแคว้นเฉิงฮั่น ความน่าเกรงขามและรัศมีทรงอำนาจที่สืบทอดมาทางสายเืย่อมทำให้นางยิ่งดูสูงส่งจนเหล่าคุณหนูในแคว้นก็มิอาจเทียบได้ อย่างไรเสียนี่ก็เป็ทางที่นางเลือกเดินด้วยตนเอง ดังนั้นนางก็อยากจะลองเชื่อใจชายผู้เป็ที่รักของนางสักครั้ง
“เพคะ” อ้ายฉิง (ความรัก) รับคำก่อนจะก้าวถอยหลังเพื่อเปิดทางให้เ้านายได้เดินออกจากตำหนัก จากนั้นจึงเดินก้าวตามไปในระยะที่เหมาะสม…
ห้องโถงกลาง
“ถวายพระพรไท่จื่อเฟยเพคะ” เสียงหวานของสตรี 4 นาง ดังขึ้นทันทีที่ร่างบางระหงเดินนวยนาดเข้ามาภายในห้อง ใบหน้างดงามประดับรอยยิ้มรับแขกประหนึ่งที่พี่ชายคนโตซึ่งเป็ฮ่องเต้ใช้เป็ประจำเอาไว้
“ตามสบายเถิด” ร่างขาวผ่องมีน้ำมีนวลจากการตั้งครรภ์ค่อยๆ นั่งลงตามการประคองของนางกำนัลคนสนิท ก่อนที่ดวงตาหงส์จะกวาดมองเหล่าสตรีของพระสวามีด้วยดวงตาล้ำลึก
พวกนางนั่งตามลำดับยศโดยคนแรกคือ พระชายารอง ติงซูเซียว (สรวง์อันสวยงาม) บุตรีของฮูหยินเอกตระกูลเสนาบดี คนต่อมา พระชายารอง หยวนหลันฮวา (ดอกกล้วยไม้) บุตรีฮูหยินเอกตระกูลรองแม่ทัพ และอีก 2 คนที่เหลือคือ อนุชายา ถงเล่อ (ปลื้มปิติ) บุตรีฮูหยินรองตระกูลผู้ช่วยเ้ากรมคลัง กับ อนุชายา เมิ่งเฟินฝู (กลิ่นหอมของดอกบัว) บุตรีฮูหยินรองตระกูลผู้ช่วยหมอหลวง จะเห็นกี่ครั้งฮองเฮานี่ก็ทรงมองการณ์ไกลจริงๆ สมแล้วที่ขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ด้วยทางที่เต็มไปด้วยหยาดโลหิต
“ทำให้พวกเ้าต้องมานั่งรอเสียนาน ข้านี่แย่จริงๆ” ใบหน้าของไท่จื่อเฟยเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด แต่บรรดาสตรีที่เหลือกลับมิมีผู้ใดกล้ากล่าวโทษนาง ต่างก็เร่งเอ่ยปลอบตามบทละครงิ้วที่ควรจะเป็กันเสียยกใหญ่
“ไม่เลยเพคะ เป็หน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วที่ต้องรอคาราวะไท่จื่อเฟยทุกเช้า” พระชายารองติงซูเซียวเอ่ยด้วยท่าทางกังวล แต่แววตากลับนิ่งเรียบไร้การสั่นไหว
“นั่นสิเพคะ อีกอย่างไท่จื่อเฟยเองก็ทรงกำลังตั้งครรภ์อยู่ ควรพักผ่อนให้มาก” พระชายารองหยวนหลันฮวากล่าวพลางแย้มยิ้มอย่างน่ารัก
“ยิ่ง่ที่ผ่านมาพระองค์มีอาการแพ้อย่างรุนแรง การพักผ่อนให้มากเป็เื่สมควรแล้วเพคะ” อนุชายาถงเล่อกล่าวอย่างนอบน้อม
“อย่างไรก็อย่าลืมทานยาบำรุงให้มากๆ ด้วยนะเพคะ ครรภ์จะได้แข็งแรง” อนุชายาเมิ่งเฟินฝูเองก็มีรอบยิ้มประดับบนใบหน้านวลเสมอ
“ขอบใจพวกเ้ามาก” ใบหน้าโฉมสะคราญผู้เป็ใหญ่ในตำหนักยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน แต่ใครจะรู้เล่าว่านางกำลังวางแผนสิ่งใดอยู่ สตรีเหล่านี้ล้วนเก็บอารมณ์ได้ดีเยี่ยม การเล่นงิ้วหรือก็ไม่ขาดตกบกพร่อง ถ้าจิ้นฟางจิงไม่มีความสามารถคงโดนหลอกเสียสนิทไปแล้ว
ทั้งหมดอยู่คุยกันอีกสักพักก็แยกย้ายเื่จากไท่จื่อเฟย้าพักผ่อน ดวงตาของแต่ละคนล้วนแฝงไว้ด้วยความลุ่มลึกอย่างหาใดเปรียบ เพราะพวกนางวางตัวได้ดีเสมอถึงได้เข้าตาฮองเฮา
“เหนื่อยมากรึไม่เพคะ” อ้ายเหม่ย (รักสวยรักงาม) ถามด้วยความเป็ห่วง ข้ารับใช้ทั้งสองนิสัยต่างกันราวกับท้องฟ้ายามกลางวันและกลางคืน คนนึงอ่อนโยน คุยเก่ง และแสดงความรู้สึกชัดเจน ส่วนอีกคนนิ่งเงียบ พูดเท่าที่จำเป็ แต่พวกนางก็เป็ห่วงผู้เป็นายด้วยใจจริง
“เหนื่อยใจมากกว่ากระมัง พวกนางคงไม่รู้ว่าท่าทางพวกนั้นข้ามองออกจนหมดสิ้นไปถึงไหนต่อไหน แต่ต้องอดทนเสียเวลาพักผ่อนไปนั่งดูงิ้วที่พวกนางแสดง” ั้แ่ตั้งครรภ์การลงมือลอบสังหารนางก็เพิ่มขึ้น ่แรกยังมีเพียงแค่อาหารพิษที่ปะปนมา ่หลังมานี้แม้แต่น้ำดื่มยังตรวจพบยาขับเืเลยด้วยซ้ำ และคนที่ตรวจเจอก็คือองครักษ์รอบกายของนาง ทั้งคนของนางเอง และคนของพระสวามี
.......................................................................................
โอ้ เรือนหลังเนืองแน่นมากเพคะไท่จื่อ พลาดทีนี่เตรียมโดนเมียทิ้งเลย
องค์หญิงของเราต้องผจญมารอีกหลายตน เอาใจช้วยกันด้วยนะคะ!