โลกในปีคริสต์ศักราชที่ 2150
ร่างบางที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงสีขาวสะดุ้งตื่นหายใจเฮือกพลางดีดตัวขึ้นนั่ง เสียงหอบหายใจรุนแรงในคราแรกเริ่มคงที่อย่างอัตโนมัติพร้อมกับเสียงดังขึ้นในหัว
...กำจัดสิ่งผิดปกติเรียบร้อย อัตราการเต้นของหัวใจ คงที่...
“ฝันเื่เดิมอีกแล้ว” นางพึมพำกับตัวเอง หากจะบอกว่าเป็ความฝันก็ไม่ถูกนัก เพราะนั่นมันคือความทรงจำจากชาติที่แล้ว
ในโลกนั้นนางไม่รู้ว่าเป็โลกใด เพราะไม่มีในบันทึกประวัติศาสตร์ในโลกที่นางอยู่ ณ ตอนนี้ด้วยซ้ำ หากอิงตามหลักทฤษฎีห้วงมิติ คาดว่าคงเป็โลกอีกมิติหนึ่งในห้วงเวลาอันซับซ้อนที่องค์กรของนางกำลังศึกษาอยู่ แน่นอนว่าเื่นี้ถือเป็ความลับระดับชาติ
ในองค์กรที่นางเติบโตมาถือเป็องค์กรลับ แบ่งแยกย่อยเป็หลายสถาบันเพื่อศึกษาทุกความเป็ไปในจักรวาล รวมถึงการศึกษาเทคโนโลยีเพื่อมวลมนุษย์ และที่เป็ความลับระดับสูงสุดคือสถาบันวิจัยมนุษย์ที่ยังไม่เป็ที่ถูกยอมรับ
ถึงอย่างนั้นมนุษย์ที่ทางสถาบันนำมาค้นคว้าทดลองไม่ได้เป็มนุษย์ปุถุชนทั่วไปที่มีพ่อแม่ให้กำเนิด แต่เป็มนุษย์ที่เกิดมาจากห้องวิจัย และนางเองก็เป็หนึ่งในมนุษย์ทดลองเ่าั้
นางไม่มีกระทั่งชื่อเป็ของตนเอง มีเพียงชื่อเรียกกำกับเป็หมายเลขที่ 4216 ก็เท่านั้น ยามที่เกิดมาบนโลกนี้เป็ทารกในโหลทดลองนางก็ยังมีความทรงจำในชาติก่อนติดตามมาด้วย และแน่นอนว่านางคือสตรีผู้น่าสมเพชคนนั้นเอง
ทันทีที่ลืมตาดูโลกก็ได้มองเห็นว่าโลกแห่งนี้นั้นช่างแตกต่างจากโลกที่จากมาเหลือเกิน ทั้งข้าวของเครื่องใช้ ทั้งผู้คน ล้วนแล้วแต่แปลกตาไปจากเดิม แต่แล้วความทรมานครั้งใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นั้แ่นางยังเป็เพียงทารกแรกเกิด เมื่อเหล็กร้อนประทับตัวเลข 4216 ลงบนแผ่นหลัง และมิใช่มีเพียงนางคนเดียวเท่านั้นที่ต้องเผชิญกับความเ็ปนี้ ยังมีเด็กทารกนับพันคนที่ร่วมชะตาไปด้วยกัน
ตัวนางและเด็กเหล่านี้ถูกขังเอาไว้ภายในห้องทดลองแยกกัน ทุกวันถูกเจาะถูกผ่าร่างกายเพื่อดัดแปลงให้กลายเป็อาวุธมนุษย์ แต่หากถามว่าเหตุใดจึงไม่คิดหนีออกไป นั่นเพราะในสมองถูกฝังชิปตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับระบบประสาททั้งหมดและสามารถสั่งการได้จากผู้ควบคุมไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกแห่งนี้ก็ตาม หากมีใครคิดฝ่าฝืนจะหยุดการทำงานของทุกส่วนได้ ซึ่งนางเคยเห็นมาเองกับตาแล้วยามที่มีคนคิดหนีหรือต่อต้าน
ด้วยความที่นางไม่อยากกลายเป็คนที่อ่อนแอเหมือนในชาติก่อน ดังนั้นจึงตั้งเป้าหมายและพยายามฝึกฝนอดทนต่อความยากลำบากมาั้แ่เด็ก ทั้งชีวิตที่ผ่านมาคิดอยู่อย่างเดียวนั่นคือต้องแข็งแกร่งจึงจะไม่ถูกทำร้ายอีก ในทุกๆ ปีจะมีการทดสอบ ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอดบนโลกใบนี้ ส่วนผู้ที่ทนไม่ไหวก็เริ่มล้มตายไปทีละคน
จนในที่สุดก็เหลือนางเพียงคนเดียว ที่กลายเป็ผลงานชิ้นเอกและมีความสามารถเหนืุ์ไปไกล
นางในวัยเพียงสิบแปดปี กลับกลายเป็อาวุธมนุษย์ระดับชาติในองค์กรลับ เป็สุดยอดนักฆ่าที่เหี้ยมโหดฆ่าคนได้ไม่กะพริบตา เป็สายลับที่แทรกแซงได้ทุกภาคส่วน อีกทั้งร่างกายของนางในยามนี้ยังถูกดัดแปลงไปจนมีความสามารถที่หลากหลาย ั้แ่การประมวลผล การรับรู้ และร่างกายที่เคลื่อนไหวได้ดั่งใจนึก
นางลุกขึ้นลงจากเตียงจากนั้นก็ไปยืนอยู่ที่ริมผนังด้านหนึ่ง ปัดมือเพียงครั้งผนังกำแพงที่เคยหนาทึบก็กลายเป็กระจกมองทะลุผ่านออกไปด้านนอกได้ ห้องของนางอยู่บนตึกสูงระฟ้า ยามที่มองวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าจึงเห็นตึกระฟ้าอีกเป็จำนวนมากพร้อมด้วยยานพาหนะที่ลอยเหนือพื้นระดับสูงต่ำตามเส้นทาง
สายตาเรียบนิ่งไม่ปรากฏร่องรอยใดๆ ทว่าในหัวกำลังครุ่นคิดเปรียบเทียบ หากเป็โลกที่นางอยู่ในชาติก่อน การเดินทางย่อมต้องใช้รถม้าที่เชื่องช้า ไม่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยสะดวกสบายเฉกเช่นที่นี่ การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วก็มีเพียงใช้นกพิราบสื่อสาร
คิดเล่นๆ ไปอีกว่าหากนางได้ไปอยู่ที่นั่นในสภาพนี้ แค่การเคลื่อนไหวด้วยร่างกายคงเดินทางเร็วกว่านกพิราบและรถม้าด้วยซ้ำ ถึงอย่างนั้นมันก็เป็อดีตไปแล้ว นางคงไม่สามารถกลับไปแก้ไขสิ่งใดได้อีก ได้แต่เก็บความทรงจำอันเลวร้ายเอาไว้ให้ลึกสุดใจ แต่ก็ไม่วายฝันถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นคงเพราะมันเป็ความแค้นฝังลึกที่ไม่อาจแก้แค้นหรือทำสิ่งใดได้
ไม่ทันได้คิดสิ่งใดต่อ ในหัวของนางก็ปรากฏเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
...มีคำสั่งด่วนจากองค์กร ตรวจพบสายลับแทรกแซงสถาบันวิจัยการเดินทางข้ามมิติ ให้หมายเลข 4216 ปฏิบัติการจับกุมโดยด่วน...
ใช้เวลาไม่นานนางก็มายืนอยู่ที่ริมหน้าผาแห่งหนึ่ง หากมองด้วยตาเปล่าคงเห็นเพียงหุบเหวที่ทั้งมืดทั้งลึก ทว่าด้วยสายตาที่พิเศษของนางกลับเริ่มปรับระยะเพื่อให้สามารถมองลอดผ่านลำแสงบังตาเ่าั้ลงไปได้
นางะโลงไปเบื้องล่างที่สูงเทียบเท่าตึกนับสี่สิบชั้น หากมิใช่ว่าร่างกายและกล้ามเนื้อสามารถปรับให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ได้ คาดว่าทั้งร่างคงแหลกละเอียดจากแรงกระแทกไปแล้ว
ทว่าในจังหวะที่กำลังจะเคลื่อนไหวร่างกาย นางกลับรับรู้ได้ถึงแรงสั่นะเืที่เพิ่มระดับมากขึ้นเรื่อยๆ
...ตรวจพบแรงสั่นะเืที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้...
เมื่อถึงระดับสูงสุด หินดินทรายบนผาสูงชันก็เริ่มถล่มลงมา นางเคลื่อนกายหลบหลีกอย่างรวดเร็วจนเป็ภาพเงาทับซ้อน ทว่าภายในตึกสถาบันวิจัยกลับเริ่มมีลำแสงสีฟ้าตัดสลับกับสีดำขยายออกเป็วงกว้างอย่างรวดเร็ว
และสิ่งที่นางกำลังมองเห็นนั่นคือหน้าผาที่ถล่มลงมาหายเข้าไปในลำแสงพวกนั้นในชั่วพริบตาเดียว นางรีบเคลื่อนกายออกห่างอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่าลำแสงเ่าั้ไม่ใช่สิ่งปกติ
แต่ถึงแม้นางจะพยายามมากแค่ไหนก็ราวกับมีแรงดึงดูดอยู่ที่เื้ั...
ร่างของนางลอยหวือขึ้นกลางอากาศ และถูกดูดเข้าไปใกล้ลำแสงที่มีลักษณะคล้ายหลุมดำนั่นอย่างรวดเร็ว นางขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้จะใแต่ร่างกายก็ปรับสภาพให้หัวใจเต้นอย่างปกติจนดูเหมือนนางกำลังเฉยเมยอยู่เสียอย่างนั้น
สมองประมวลอย่างเร็วรี่ ที่นี่คือสถาบันวิจัยการเดินทางข้ามมิติ คาดว่าศาสตราจารย์ผู้ทดลองคงทำสำเร็จแต่มีข้อผิดพลาดที่ควบคุมไม่ได้จึงทำให้เกิดเื่เช่นนี้
แต่แทนที่นางจะนึกหวาดกลัว นางกลับยกยิ้มขึ้น เพราะนั่นหมายความว่านางจะไม่ต้องถูกจำกัดทุกอย่างในชีวิตอีกต่อไป ไม่ต้องทำตามคำสั่งใครอย่างเลี่ยงไม่ได้ หรือกลายเป็เพียงอาวุธมนุษย์ที่ถูกใช้งานอยู่ในโลกแห่งนี้ แม้จะยังไม่รู้ว่าปลายทางที่นางกำลังจะไปคือที่ใดก็ตาม...