ในคืนที่ฟ้ามืดมิด ทว่าแสงดาวบนฟ้ากลับส่องประกายสว่างชัด ‘ธรรม’ นั่งสมาธิอยู่บนชานเรือนไม้ไผ่ จิตของเขาไหลลื่นเข้าสู่สภาวะ 'ใจว่างเป็แวบ ๆ' ที่ลื่นไหลและคมกริบ คลื่นสมองเทตาปรับแต่งระบบประสาทส่วนหน้าให้มีกำลังประมวลผลสูงสุด วันนี้เขากำลังเขียนแผนผังพฤติกรรมศาสตร์ถอดรหัสปมความสัมพันธ์ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชุมชน: **‘วงจรปิดการถ่ายทอดความเ็ปเป็ทอด ๆ’ (The Emotional Cascade Matrix)**
"ลุงเกริกครับ..." ธรรมลืมตาขึ้นเมื่อเห็นวิศวกรเฒ่าเดินเข้ามาทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามพร้อมสมุดบันทึก "ผมเพิ่งถอดรหัสกลไกการเอาเปรียบทางอารมณ์ในบ้านของ ‘น้าสน’ มันเป็ละครเวทีแห่งวิบากกรรมที่มีลำดับชั้นชัดเจนเหมือนขั้นบันได"
"ลองกางพิมพ์เขียวความคิดให้ลุงดูหน่อยซิ" เกริกยิ้มรับ
ธรรมเปิดหน้าจอแท็บเล็ตแสดงผังสายพานความคิดและความสัมพันธ์ลวงตา:
"ครอบครัวนี้มี ‘น้าสน’ วัย 48 ปี เป็ **‘ผู้กระทำสูงสุด (Predator 1)’** มีพิมพ์เขียวจิตใจเต็มไปด้วย ‘ความคิดที่ไม่ตั้งใจคิดชนิดหลงอำนาจ ริษยา และทุจริตทางอารมณ์’ แกจะคอยปล่อยกระแสไฟความเครียดดุด่ากดขี่ ‘น้าหมวย’ วัย 45 ปี ซึ่งเป็ภรรยา น้าหมวยรับบทเป็ **‘ทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ (Prey 1 / Predator 2)’** แกมีพิมพ์เขียวชนิด ‘คิดลบ สมยอม แต่แค้นฝังหุ่น’ แกรับอารมณ์ลบจากสามีมาเก็บสะสมจนแน่นหน้าอก แล้วหันไปถ่ายทอดระบายความแค้นดุด่าทุบตี ‘เ้าเจ็ด’ วัย 14 ปี ลูกชายคนกลาง เ้าเจ็ดก็รับบทเป็ลำดับถัดมา และหันไปก้าวร้าวรังแก ‘ยัยพลอย’ วัย 9 ขวบ ลูกสาวคนเล็กที่เป็ **‘ผู้ถูกกระทำลำดับสุดท้าย (Ultimate Prey)’**... ทุกคนดำเนินกิจกรรมเอาเปรียบทางกาย วาจา ใจ ซ้ำ ๆ เป็กิจกรรมประจำวันในครอบครัวจนสุขภาพพังพินาศ"
"แล้วเกิดจุดหักเหอะไรขึ้นธรรม?" เกริกถาม แววตาคมกริบ
"จุดหักเหคือ สัปดาห์ก่อนเ้าเจ็ดสอบติดโรงเรียนประจำและย้ายออกจากบ้านไป สมาชิกลำดับล่างสุดเดิมหายไปจากสายพานครับลุง!" ธรรมขยายความ "ผลลัพธ์คือ น้าหมวยที่ไม่มีที่ระบายอารมณ์ ได้ย้ายกระแสไฟพิษทั้งหมดเข้าบดขยี้ ‘ยัยพลอย’ โดยตรง ยัยพลอยขยับขึ้นมาเป็ผู้รับบทผู้ถูกกระทำสมบูรณ์แบบคนเดียว ร่างกายของเด็กหญิงวัย 9 ขวบทรุดฮวบ ค่าน้ำตาลดีดขึ้น 122 mg/dL ความดันพุ่ง ผิวแห้งกร้าน เส้นผมกระด้าง นอนหลับไม่ลึก ระบบกลิมฟาติกไม่ทำงานเพราะสมองตื้อเครียดจัดจากการรับขยะความคิดทรานส์เฟอร์ (Transfer) ลงมาจากแม่"
"แล้วนายใช้ระบบวิศวกรรมสติของ Mindset Engineer เข้าไปคว่ำกระดานละครคู่นี้อย่างไร?" เกริกถาม
"ผมเข้าไปปรับจูนความคิดของน้าหมวยและช่างยศพร้อมกันครับ ชี้ให้เห็นว่าพวกแกกำลังร่วมมือกันสร้างวงจรอุบาทว์วางยาพิษทำลายลูกสาวตัวเองผ่าน ‘ความคิดที่ไม่ตั้งใจคิดชนิดระบายแค้น’ วิธีรับมือคือ ทันทีที่มีอารมณ์โกรธวิ่งเข้ามาปะทะ ให้ทำ ‘ใจว่างหนึ่งแวบ’ ดักจับอาการแน่นหน้าอกให้ทันใน 3 วินาทีด้วยลมหายใจ 4-2-5-2 ตัดสายไฟความแค้นทิ้ง สลัดสวิตช์ทุจริตทางอารมณ์ เปลี่ยนทัศนคติมาสู่ ‘ความเฉยและเข้าใจกลไกกรรม’ มองหน้ายัยพลอยด้วยความรักเห็นอกเห็นใจ ไม่ใช่กระสอบทรายระบายอารมณ์"
ธรรมยิ้มกว้าง แววตาใสซื่อเปี่ยมสุข "ได้ผลเกินคาดครับลุง! พอทุกคนนิ่งเฉย หันมาจับลมหายใจลึกยาว วงจรอุบาทว์การถ่ายทอดความเ็ปในบ้านแตกสลายพังทลายลงทันควัน! ผ่านไปสองสัปดาห์ ดีกรีของจิตใจยัยพลอยก้าวะโ ค่าน้ำตาลและความดันลดลงมาปกติ ผิวพรรณกลับมาชุ่มชื้นแจ่มใสเพราะนอนหลับลึกชะล้างสมองเต็มที่ ทัศนคติของทุกคนในบ้านเปลี่ยนมาเป็ ‘การคิดตามกลไกมีที่มาที่ไปตามกรรม’ มองคนรอบข้างเป็กระจกเงาสะท้อนผลของการกระทำ... ระบบวิศวกรรมคิดตัวนี้รีเซ็ตครอบครัวให้กลายเป็พิมพ์เขียวพลังงานสะอาดได้อย่างสมบูรณ์แบบครับลุง!"