เมื่อตัดสายปรีดิ์รติบอกไม่ถูกเช่นกันว่าเหตุใดหล่อนจึงต้อนถอนหายใจแรงๆราวกับว่าได้โยนก้อนหินอันหนักหน่วงแถวกลางอกทิ้ง ทั้งที่ความจริงแล้วหล่อนควรจะสมน้ำหน้า สาแก่ใจเสียมากกว่าที่กลั่นแกล้งให้คืนฉายพลาดพลั้งเสียท่าพริมา
นี่ฉันอุตส่าห์โทร.ไปขวางนายขนาดนี้ถ้าเกิดนายจะสมยอมยายพริ้ม ก็ช่วยไม่ได้...หล่อนบ่นพึมพำขณะเดินง่วนเป็นเสือติดจั่นอยู่ในห้องนอนร่วมครึ่งชั่วโมงลังเลใจอยู่นานว่าควรปล่อยเลยตามเลย หรือว่าควรขัดขวาง แล้วสุดท้ายความคิดอย่างหลังก็มีอิทธิพลมากกว่า โดยที่หล่อนให้เหตุผลกับตนเองว่าเพราะหล่อนหมั่นไส้พริมาต่างหาก ถึงไม่อยากให้ฝ่ายนั้นสมหวัง
แม้นหาเหตุผลมารองรับได้แต่อารมณ์ไม่ยอมนิ่งตาม ยังกระวนกระวายใจจนไม่อยากอยู่ภายในห้องนอนจึงลงไปชั้นล่าง ตรงเข้าไปในห้องครัว หวังจะหาอะไรทานรองท้อง
ห้องครัวภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินน์เข้าชุดโดยผนังเหนือเคาน์เตอร์อ่างล้างจานเจาะเป็นช่องหน้าต่างไว้เพื่อเปิดรับแสงจากธรรมชาติ ช่วยให้ระบายอากาศได้ดีขึ้นมีชั้นลอยต่อเป็นตู้เก็บของหลายบานบนพื้นแกรนิตสีดำที่ปูพื้นเป็นหน้ากระดานยาวนั้น ขัดมันจนสะอาดมีเครื่องใช้ไฟฟ้าวางครบครัน ถัดจากครัวไทยชั้นใน ถูกกั้นด้วยกระจกบานยาวครึ่งหนึ่งกางมู่ลี่ไม้ไว้บังตาโดยที่อีกด้านจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดสิบที่นั่ง เพราะบางวันอาจนัดทานข้าวพร้อมหน้าตากันทั้งครอบครัว
เมื่อผ่านส่วนกั้นระหว่างห้องรับประทานอาหารไปยังห้องครัวจึงพบว่าจัญจรีกำลังง่วนกับการคั้นน้ำส้มสด ตรงหน้ามีกองเปลือกส้มอยู่ในอ่างใบจิ๋วส่วนน้ำส้มที่คั้นไร้เมล็ดเรียบร้อยนั้น บรรจุอยู่ในเหยือกแก้วใสทรงสูงเตรียมจะนำไปแช่ตู้เย็น
ปรีดิ์รติเป็นฝ่ายเอ่ยทักเมื่อจัญจรีเงยหน้าขึ้นสบตา “วันนี้ทำไมถึงกลับบ้านได้แต่หัววันล่ะเลิกงานเร็วหรือไง แล้วทำไมถึงมาเข้าครัวคั้นน้ำส้มเอง เด็กในบ้านไม่มีใครอยู่เหรอ”
“ถามเป็นชุดแล้วผึ้งจะตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ”
จัญจรีตอบเสียงใส มีแววซื่อมิได้ย้อนคำเพื่อกวนประสาท แต่ปรีดิ์รติกำลังอารมณ์ขึ้นๆลงๆ จึงตอบเสียงสะบัด “จะตอบเรื่องไหนก็ตอบมาเถอะ”
ยังไม่ทันจะตอบ เสียงของปริญญาโทก็ดังมาขัดจังหวะพอดิบพอดี“อ้าว...ปูจ๋าอยู่ติดบ้านด้วยหรือ พี่ไม่ยักกะเห็นรถของเธอจอดอยู่”
ทีแรกว่าจะไม่โวยวาย...คิดว่าอย่างไรถ้าบอดีการ์ดของหล่อนไม่โง่ดักดานจนเกินไปนัก ก็น่าจะคลำทางมาถึงบ้านได้ถูกโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าหล่อนจะหนีไปที่ไหน แต่เมื่อ ‘บางสิ่ง’ในใจมันลุกลี้ลุกลน ร้อนเนื้อร้อนใจโดยไม่รู้สาเหตุหล่อนจึงโพล่งไปตามวิสัยของคนเอาแต่ใจตัว
“ป๋าเป็ดมาก็ดีแล้ว...ที่รถไม่อยู่ก็เพราะว่าปูจ๋าต้องกลับมาบ้านคนเดียว ขอร้องให้เพื่อนที่รู้จักกันแวะมาส่งน่ะสิคะส่วนอีตาบอดีการ์ดคนดีของป๋าเป็ดกับพ่อน่ะแอบหนีหน้าไปพาผู้หญิงเข้าโรงแรมตอนกลางวันแสกๆ ป่านนี้คงกำลังทำบัดสีบัดเถลิงอยู่แน่ๆ”
ปริญญาโทเบิกตากว้างกับสิ่งที่น้องสาวกล่าว“พูดเป็นเล่นไป อย่างนายฉายนี่นะ จะดอดพาสาวเข้าโรงแรม...พี่จะบอกอะไรให้นะนายฉายมันเป็นโรคกลัวผู้หญิงจะตายไป มันไม่กล้าจีบใครหรอก เพราะมันเข็ด...”
คราวนี้ปรีดิ์รติกลายเป็นฝ่ายกอดอกยืนหน้ามุ่ยแทน “สรุปว่าป๋าเป็ดรู้จักตัวตนของนายนั่นไปซะทุกเรื่อง เขาเป็นใครกันแน่คะ”
หล่อนพยายามจ้องตาไม่กะพริบหวังจับผิดพี่ชาย แต่ฝ่ายนั้นก็รู้ทัน จึงเดินเลี่ยงไปยังโซฟากลางห้องรับแขก แล้วหย่อนก้นนั่งลงหยิบรีโมทโทรทัศน์เปิดเครื่อง เปลี่ยนช่องนั้นช่องนี้ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แต่หล่อนก็ยังไม่ลดละ ตามมานั่งลงข้างๆ
จัญจรีเดินตามมาสมทบพร้อมกับถาดในมือ มีเบียร์เย็นเป็นวุ้น...แก้วใสพร้อมถังน้ำแข็งหล่อนวางถาดลงบนโต๊ะกลาง จัดแจงรินเบียร์ในเหยือกใส่แก้ว คีบน้ำแข็งใส่ก้อนเดียวอาการเอาอกเอาใจที่จัญจรีแสดงออก ทำเอาปรีดิ์รตินิ่วหน้าลืมบทสนทนาที่คุยค้างไว้เกี่ยวกับคืนฉายหันไปจับผิดกับอีกเรื่องที่ติดใจมาตั้งแต่เช้า
“นั่งด้วยกันสิผึ้ง”
ผู้เป็นพี่เชิญชวนแต่จัญจรียิ้มน้อยๆ พลางสั่นศีรษะ “เดี๋ยวผึ้งไปทอดข้าวเกรียบกับเฟรนช์ฟรายมาให้คุณเป็ดดีกว่าค่ะ”
คล้อยหลังหญิงสาวกลับไปยังห้องครัวปรีดิ์รติก็โพล่งถามด้วยความสงสัย “มันยังไงกันคะป๋าเป็ดทำไมวันนี้ถึงเลิกงานเร็วแล้วนี่ต้องหอบหิ้วเลขาฯกลับมาปรนนิบัติถึงบ้านอย่างใกล้ชิดขนาดนี้เหรอ”
ผู้เป็นพี่ยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบนึกครึ้มอกครึ้มใจพอประมาณ จึงแกล้งยั่วน้องสาวเล็กน้อย “แล้วถ้าผึ้งไม่ใช่แค่เลขาฯของพี่ล่ะ”
“ป๋าเป็ด!! อย่างยายผึ้งนี่นะ...”หล่อนหันรีหันขวางมองหน้าพี่ชาย สลับกับมองไปทางประตูห้องครัวนึกไม่ถึงว่าพี่ชายจะกล้าโยนหินถามทางแบบนี้
“ผึ้งเขาไม่ดีตรงไหนเหรอ...”
ปรีดิ์รติไม่ตอบ...เป็นอันว่าต้องหยุดพูดกันเพียงแค่นั้นเพราะหล่อนเห็นถึงความไม่เหมาะสมระหว่างพี่ชายคนรองกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นทั้งกึ่งเพื่อนกึ่งลูกไล่...เพราะหล่อนใช้สายตามองแบบผู้หญิงที่คิดว่าตนอยู่บนก้อนเมฆจึงมองผู้หญิงอื่นด้อยกว่า ไม่อาจเทียมได้
สุดท้ายเมื่อไม่รู้จะอธิบายอย่างไรถึงความคิดของตนเองจึงโยนคำตอบนั้นไปยัง “ยายผึ้งจะดีหรือไม่ดี ไว้ป๋าเป็ดรอถามกับแม่เอาเองดีกว่า”
................................................