ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 51 ยอมรับโทษ


            หลังจากได้ฟังที่มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยทุกคนต่างจับจ้องไปที่ฉู่ลี่และฉู่ชิงหยวนด้วยแววตากระหายใคร่รู้อยากจะเห็นการพิสูจน์ของเรื่องนี้เต็มที

            เมื่อฉู่ชิงหยวนเห็นว่าทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่นางนางก็รีบพยักหน้ารับทันที “เรื่องนี้องค์หญิงอย่างข้าสามารถรับรองได้ว่าพี่อวิ๋นจิ่นไปหาตาแก่นี่ โดยที่เรื่องนี้ได้รับการเห็นด้วยจากองค์ชายหกแล้ว”

            “พี่หก เรื่องนี้เป็นอย่างที่ว่ามาใช่หรือไม่?” ฉู่ชิงหยวนหันหน้าไปมองฉู่ลี่

            “อืม” ฉู่ลี่ตอบอย่างขอไปที

            ฉู่ลี่และฉู่ชิงหยวนทั้งสองคนเอ่ยปากรับรองให้มู่อวิ๋นจิ่น ภายในห้องไต่สวนพลันเงียบงันในบัดดลทุกสายตาต่างเคลื่อนมองไปยังซูปี้ชิงและมู่หลิงจู สองแม่ลูกคู่นี้ทันที

            ทันใดนั้นสีหน้าของซูปี้ชิงและมู่หลิงจูพลันเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ โดยที่ไร้ซึ่งการโต้เถียง

            ในระหว่างที่เฉินพู่กำลังอ่านประกาศอยู่นั้นความรู้สึกภายในใจของอัครเสนาบดีมู่พลันรู้สึกสิ้นหวังและตกใจจนเกือบล้มพับหมดสติไปก่อนจะหันเหลือบมองสตรีที่นอนข้างกายของเขามานานหลายปีพร้อมกับบุตรสาวที่เป็นความภาคภูมิใจที่เป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลมากที่สุด

            เขาแทบไม่อยากเชื่อจริงๆ ว่าความไว้ใจและความรักที่มีให้ตลอดหลายปีมานี้จะพังทลายลงมาได้ฉับพลันจนกระทั่งมิอาจหวนกลับไปได้อีก

            ซูปี้ชิงนิ่งเงียบโดยไม่เอ่ยวาจาใดนางทำเพียงค่อย ๆ เหลือบสายตามองมู่หลิงจูที่ยืนแข็งทื่ออยู่ด้านข้างทำเอาความรู้สึกภายในจิตใจไม่เป็นอันสงบ

            เมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น จะให้โยงไปถึงตัวจูเอ๋อร์มิได้โดยเด็ดขาด

            …

            ในเวลานี้ภายในประตูมีชายวัยกลางคนไม่กี่คนเดินเข้ามาภายในห้อง

            “ท่านนี้คือเจ้าของร้านยาจีนและท่านหมอในเมืองเตี๋ยฮวาทั้งสองเล่าว่ามีบ่าวใช้สูงวัยเคยไปซื้อยาไป๋เซียนเจ๋อไม่ทราบว่าบ่าวใช้สูงวัยคนนั้นอยู่ในที่แห่งนี้ด้วยหรือไม่?” เฉินพู่ถามขึ้น

            เจ้าของร้านยาและท่านหมอต่างเดินไปทั่วเพื่อมองหาบางสิ่งไปรอบๆ

            ป้าหลี่ได้เห็นเช่นนั้นขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่นในใจภาวนาให้คนทั้งสองคนอย่าจำนางได้ก็พอแล้ว

            “เป็นนางคนนี้นี่เอง!”

            เจ้าของร้านและท่านหมอต่างยกมือชี้ไปที่ป้าหลี่โดยมิได้นัดหมาย

            ซูปี้ชิงค่อยๆ หลับตาลงอย่างเชื่องช้า เพื่อที่นางจะได้ไม่เห็นภาพเหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้า

            หลังจากป้าหลี่ถูกชี้ตัวขึ้นมาแล้วนางก็รีบคุกเข่าทั้งสองข้างลงบนพื้นพร้อมกับคำนับเฉินพู่ไม่หยุด “บ่าวถูกใส่ร้าย ถูกใส่ร้ายเพคะ!”

            “ทุกคนที่มาพิสูจน์ต่างชี้มาที่เจ้า เจ้ายังจะบอกอีกหรือว่าถูกใส่ร้าย?” ฉินไท่เฟยละเหี่ยใจ พลางผายมือไปด้านข้าง “นำตัวบ่าวใช้นี่ไปโบยให้ตาย!”

            พอสิ้นเสียงคำสั่งองครักษ์สองสามคนต่างพุ่งตรงไปจับป้าหลี่ และลากตัวนางออกไป

            “ไม่ ไม่เพคะ บ่าวถูกใส่ร้ายเพคะ!” หลังจากป้าหลี่ได้ยินคำสั่งที่ใช้ไม้โบยให้ถึงความตายก็พยายามดิ้นสุดชีวิตจนวิ่งไปคุกเข่าลงเบื้องหน้าคว้าชายกระโปรงของซูปี้ชิงมาจับไว้แน่น

            “ฮูหยิน ฮูหยิน ช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ บ่าวจงรักภักดีกับฮูหยินมาโดยตลอดฮูหยินช่วยพูดให้บ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”

            ซูปี้ชิงที่ถูกป้าหลี่คว้าชายกระโปรงกำไว้แน่นมือในใจเกิดความรู้สึกอับอายที่ถูกคนหันมาจับจ้องมากมายขนาดนี้ดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นและผลักป้าหลี่ออกไป “เจ้านี่มันเลอะเลือนจริงเชียว!บังอาจทำเรื่องที่ชั่วช้าลับหลังข้าหนักขนาดนี้ ตายไปเสียก็ดีแล้ว!”

            “ฮูหยิน…” ป้าหลี่ถลึงตาโตด้วยไม่คิดไม่ฝันว่าจะถูกซูปี้ชิงลอยแพเอาง่ายๆเช่นนี้

            “รีบลากตัวนางออกไป!” ซูปี้ชิงรีบชี้นิ้วสั่งองครักษ์ให้ทำตาม

            ทันใดนั้นป้าหลี่กลับกลายเป็นคนเสียสติในทันทีนางพยายามฝืนลุกขึ้นด้วยขาที่สั่นระริกพลางยกมือเข้าไปบีบคอซูปี้ชิงอย่างเต็มแรง “ซูปี้ชิง ข้าอุตส่าห์จงรักภักดีรับใช้อย่างซื่อสัตย์กว่ายี่สิบปีดูแลเจ้าราวกับบุตรสาวที่ให้กำเนิดก็มิปาน นึกไม่ถึงเลยจริง ๆว่าเจ้าจะทำเป็นเหมือนคนที่ไม่รู้จักแบบนี้!”

            “อ๊า!!!” ซูปี้ชิงพยายามส่งเสียงร้องอย่างสุดเสียงที่ถูกป้าหลี่บีบคอจนหายใจไม่ออก โดยไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยหรือเข้าไปห้ามปราม

            ไม่นานนักป้าหลี่ค่อย ๆ คลายมือที่บีบคอซูปี้ชิงลง จากนั้นหันไปคุกเขาเบื้องหน้าเฉินพู่ “ใต้เท้าเฉินสิ่งที่บ่าวทำไปทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่ฮูหยินใหญ่บงการให้บ่าวทำตามเจ้าค่ะ!”

            “ฮูหยินใหญ่ใช้ให้บ่าวไปซื้อไป๋เซียนเจ๋อเพื่อหวังวางยาพิษให้คุณหนูสามถึงแก่ความตายเรื่องที่คุณหนูสามจะได้แต่งกับคุณชายหกจะได้เป็นอันโมฆะไปเจ้าค่ะ”

            “อีกอย่าง การเสียชีวิตของคุณชายรองก็เป็นฝีมือของฮูหยินใหญ่ที่ว่าจ้างให้นักฆ่าไปทำเป้าหมายเพื่อโยนความผิดทั้งหมดให้กับคุณหนูสามเพื่อหมายกำจัดนางให้พ้นทางการที่ตู้ซานมาที่นี่นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่กลับเป็นเรื่องที่ฮูหยินใหญ่ได้วางแผนมาแล้วเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ!”

            ป้าหลี่ยกมือชี้ไปที่ชายวัยกลางคนที่ใส่ร้ายมู่อวิ๋นจิ่นพร้อมกับเอ่ยด้วยริมฝีปากที่สั่นระริก

            ตู้ซานผู้นี้เห็นว่าสถานการณ์ทิศทางลมได้เปลี่ยนไปแล้วจึงหันไปหาเฉินพู่คุกเข่าคำนับที่พื้น ตอบอย่างละล่ำละลัก “สิ่งที่ป้าหลี่กล่าวออกมาทั้งหมดเป็นความจริงขอรับกระผมได้รับการว่าจ้างมาจากฮูหยินใหญ่ ถึงมาใส่ร้ายคุณหนูสามให้โดยเฉพาะขอรับ”

            ในเวลานี้สีหน้าของซูปี้ชิงยิ่งซีดเซียวเป็นไก่ต้มเดิมทีนางคิดว่าวันนี้จะสามารถกำจัดมู่อวิ๋นจิ่นได้อย่างราบรื่นง่ายดายแต่นึกไม่ถึงว่าจะถูกกระทำย่ำยีแบบนี้

            “ซูปี้ชิง เจ้ามันงูอสรพิษชัด ๆ เสียแรงที่อี้หยางและเซิงผิงต่างเรียกเจ้าว่าฮูหยินใหญ่ ทว่าเจ้ากลับทำเขาแบบนี้?”

            “วันนี้ข้าจะต้องฆ่าเจ้าให้ได้เพื่อช่วยแก้แค้นให้กับบุตรชายของข้าที่ไม่ได้มีโอกาสฟื้นคืนมาได้อีก!” หลังจากสิ้นเสียงของเว่ยหานเฉี่ยวปิ่นในมือนางก็พร้อมลงไปปักซูปี้ชิงได้ทุกเมื่อ

            ทันทีที่เห็นสถานการณ์ดูเลยเถิดไปแล้วบรรดาองครักษ์ที่อยู่ด้านข้างต่างสาวเท้าเข้ามาผลักให้เว่ยหานเฉี่ยวออกไปไม่ให้อยู่ใกล้

            มู่อวิ๋นจิ่นคอยมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดก่อนจะเหลือบตาหันไปมองอัครเสนาบดี “ท่านพ่อ แท้จริงแล้ววันนั้นที่ฮูหยินรองถูกไล่ออกจากจวนท่านแม่ก็ทราบได้ทันทีว่าขวดกระเบื้องนั้นต้องมีบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลการกระทำของฮูหยินใหญ่เพียงเพื่อต้องการให้ฮูหยินรองและพี่รองออกไปจากจวนเท่านั้นเอง”

            …

            “ฮูหยินใหญ่ มีอะไรจะพูดหรือไม่?”

            เฉินพู่ถอดถอนใจเสียงแผ่วเบาหันมองซูปี้ชิงที่สีหน้าซีดเผือด ตามด้วยมู่หลิงจู “คุณหนูสี่การที่ให้เฉาผานเข้าเมืองมาได้ง่ายนั้น ไม่รู้เลยว่าจะกระทำการอะไรบ้าง? ”

            มู่หลิงจูชะงักงันในแววตาเผยความหวาดกลัว ริมฝีปากเผยอขยับขึ้นลง กระนั้นนางก็ไม่ได้เอ่ยคำใด

            ซูปี้ชิงเห็นสถานการณ์ดำเนินเป็นเช่นนี้ก็อับจนปัญญาจนคุกเข่าทั้งสองข้างลงอย่างแรงเบื้องหน้าเฉินพู่ พลางเอ่ยเสียงเบา “ซูปี้ชิงยอมรับผิดทุกประการเจ้าค่ะ”

            “ที่จริงแล้วข้าเป็นคนใช้ให้ป้าหลี่ไปซื้อไป๋เซียนเจ๋อส่วนเฉาผานก็ถูกข้าสั่งให้อ้างชื่อจูเอ๋อร์เข้ามาในจวนอัครเสนาบดีอีกอย่างข่าวลือที่เกี่ยวกับอี้หยางและอวิ๋นจิ่นเป็นข้าเองที่ใช้ให้อี้หยางเป็นคนกระจายข่าวลือนั้นออกไป”

            “เรื่องเมื่อคืนก็เป็นฝีมือของข้าที่สั่งให้นักฆ่าไปสังหารอี้หยางหมายจะโยนความผิดทิ้งให้อวิ๋นจิ่น!”

            “เรื่องชั่วช้าผิดบาปเหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือของข้าเองทั้งสิ้น”

            มู่หลิงจูพอได้ยินที่ซูปี้ชิงเอ่ยปากยอมรับผิดน้ำตาพลันเอ่อล้นไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างด้วยรู้ว่าหลังจากนี้เรื่องทุกอย่างนางต้องพึ่งพาตนเองเป็นแน่แล้ว

            มู่อวิ๋นจิ่นมองดูภาพเหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้าด้วยอารมณ์สาแก่ใจโดยไม่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจซูปี้ชิงแม้แต่น้อย

            มู่อวิ๋นจิ่นเคยเตือนซูปี้ชิงมาก่อนทั้งยังให้โอกาสมาแล้ว ทว่านางกลับยังถือทิฐิดื้อด้านในความคิดชั่วช้าก็สมควรแล้วที่จะได้รับผลจากการกระทำเหล่านั้น

            “เห้อ คนเรามิอาจตัดสินจากภายนอกได้จริง ๆ  ดูอย่างฮูหยินใหญ่ที่ดูอ่อนโยนเอาแล้วกันนึกไม่ถึงเลยว่าจะกระทำเรื่องเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้”

            “อีกทั้งเรื่องต่างๆ ที่กระทำมามากมายมีจุดหมายเพียงอย่างเดียวคือให้บุตรสาวแท้ ๆ ของตนต้องตายลงไม่รู้ว่าจิตใจของนางทำด้วยอะไรกันแน่ ช่างใจดำอำมหิตเหลือเกิน!”

            จู่ ๆฉินไท่เฟยเอ่ยปากขึ้นอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจเสียเท่าไหร่พลางหันไปทางมู่อวิ๋นจิ่นด้วยความสงสารเห็นใจที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

            เจ้าเด็กน้อยคนนี้ชีวิตช่างลำบากเสียนี่กระไรยังดีที่ฟ้าดินมีตามิปล่อยให้ต้องตายอยู่ในน้ำมือของซูปี้ชิง

            “นายท่าน เรื่องนี้ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร?” เฉินพู่ชะงักไปชั่วขณะจากนั้นก็หันมาสบตาอัครเสนาบดีมู่

            อัครเสนาบดีมู่ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน ริ้วรอยบนหน้าผากหยักย่นเป็นชั้น ๆเข้าหากันด้วยความผิดหวังและทุกข์ระทมใจ

            “เชิญใต้เท้าเฉินใช้กฎหมายบ้านเมืองในอาณาจักรซีหยวนลงโทษสถานหนักได้เลย!”

            เฉินพู่พยักหน้ามองดูเหตุการณ์อันวุ่นวายก่อนตบลงไปที่โต๊ะเสียงดังสนั่น และเปล่งเสียงด้วยความหนักแน่นว่า “ซูปี้ชิงบงการให้คนไปสังหารคนอื่น มีโทษมหันต์ พรุ่งนี้ในยามอู่สือ[1]ให้ประหารที่กลางตลาด!”

            หลังจากซูปี้ชิงได้ยินคำว่า “ประหาร” ขาทั้งสองข้างก็พลันอ่อนระทวยหมดเรี่ยวแรงล้มพับลงกับพื้นดวงตากลับกลอกเลิ่กลั่ก หน้าตาซีดขาวด้วยความหวาดกลัว

            นางพ่ายแพ้แล้ว!

            สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับมู่อวิ๋นจิ่นอยู่วันยังค่ำ!

            พอคิดมาถึงตรงนี้ซูปี้ชิงก็แสยะยิ้มพลางทอดสายตามองไปที่มู่อวิ๋นจิ่นพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “นางชั้นต่ำอย่าคิดดีใจเร็วจนเกินไป ข้าจะรอเจ้าอยู่ในนรก!”

            “เหอะๆ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นั่น…”

            …

            หลังจากที่การไต่สวนเสร็จสิ้นมู่อวิ๋นจิ่นก้าวเดินออกมาข้างนอก สัมผัสได้ถึงอากาศรอบตัวที่สดใส ก่อนจะค่อย ๆเผยยิ้มมุมปากออกมา

            มู่อวิ๋นหานเดินเทียบเข้ามาข้างกายมู่อวิ๋นจิ่นใบหน้าแสดงความผ่อนคลาย และอมยิ้มน้อย ๆ “เจ้านี่เก่งแล้วอีกหน่อยไม่จำเป็นต้องให้พี่ชายปกป้องแล้ว”

            มู่อวิ๋นจิ่นชะงักไปชั่วครู่จากนั้นค่อย ๆ หันไปมองมู่อวิ๋นหาน ด้วยแววตาที่ยากจะอธิบายความรู้สึก “พี่ใหญ่โทษน้องคนนี้หรือไม่?”

            เพราะอย่างไรเสียซูปี้ชิงก็เป็นท่านแม่ของมู่อวิ๋นหาน

            มู่อวิ๋นหานกลับส่ายหน้าไปมา “ท่านแม่ทำความผิดร้ายแรงหากมีชีวิตอยู่ต่อไปอาจทำเรื่องเลวร้ายหนักขึ้นกว่าเดิมอีกคงมีเพียงความตายที่จะสามารถปลดเปลื้องได้ดีที่สุด”

            “ความคิดของพี่ใหญ่ ช่างไม่เหมือนคนปกติทั่วไปเสียจริง” มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยยิ้ม ๆ

            ก่อนที่มู่อวิ๋นจิ่นกำลังจะก้าวออกมาข้างนอกเสียงของฉู่ชิงหยวนก็ร้องเรียกขึ้น “พี่อวิ๋นจิ่นรอข้าด้วย…”

            เมื่อได้ยินเสียงฉู่ชิงหยวนดังจากข้างหลังมู่อวิ๋นจิ่นจึงหยุดฝีเท้าลงก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลังฉู่ชิงหยวนและฉู่ลี่ที่กำลังเดินตรงมาที่นาง

            เมื่อทั้งสองคนมายืนอยู่เบื้องหน้ามู่อวิ๋นจิ่นได้เผยยิ้มมุมปากออกมา “เรื่องในวันนี้ต้องขอบพระทัยองค์ชายหกและองค์หญิงเก้าด้วยเพคะ”

            “อืม” ฉู่ลี่ตอบรับเสียงนิ่งพร้อมกับกวาดสายตามองขึ้นลงไปที่ตัวของมู่อวิ๋นจิ่น

            ฉู่ชิงหยวนได้เห็นดังนั้นก็พลันยกมือขึ้นมาปิดปากและอมยิ้ม “เมื่อครู่ที่พี่อวิ๋นจิ่นกำลังถูกไต่สวนนั้นพี่หกรีบร้อนเอ่ยปากช่วยอย่างร้อนใจด้วยกลัวจะเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นกับพี่อวิ๋นจิ่น!”

            “ชิงหยวนอย่าพูดอะไรไปเรื่อยเช่นนั้น” ฉู่ลี่แอบมองชิงหยวนตาขวางด้วยความไม่พอใจสักเท่าไร

            ฉู่ชิงหยวนรีบยกมือขึ้นมาป้องปากยิ้มและรีบวิ่งหนีจากไป

            ทางด้านมู่อวิ๋นหานมองไปทางฉู่ชิงหยวนที่วิ่งจากไปด้วยแววตาระคนความใคร่รู้บางอย่างเอาไว้ และยิ้มน้อยยิ้มใหญ่โดยไม่ได้เอ่ยถามคำใด

            “องค์ชายหก วันนี้หม่อมฉันเหนื่อยแล้ว ขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อนเพคะ” มู่อวิ๋นจิ่นรีบฉกฉวยโอกาส และส่งยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะหันหลังรีบเดินจากไป

            มู่อวิ๋นหานรีบเดินตามมู่อวิ๋นจิ่นเพื่อกลับไปที่จวนอัครเสนาบดี

            …

            บนรถม้ามู่อวิ๋นจิ่นขึ้นไปนั่งข้างหน้าต่าง ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆมู่อวิ๋นหานที่นั่งอยู่ด้านข้างมองอย่างอมยิ้ม “เดิมทีเป็นห่วงว่าถ้าตบแต่งไปอยู่ที่พระตำหนักองค์ชายหกแล้วจะเสียเปรียบดูท่าตอนนี้ฉู่ลี่ก็ไม่ใช่คนที่ดูไร้เหตุผล”

            มู่อวิ๋นจิ่นได้ยินก็เลิกคิ้วขึ้น “พี่ใหญ่ดูออกได้อย่างไรว่าเขาเป็นคนไม่ไร้เหตุผล?”

            “ในบรรดาองค์ชายทั้งหลาย องค์ชายหกฉู่ลี่ภายในนอกเงียบขรึมเย็นชาทว่าก็เป็นคนที่แยกแยะความชอบความชังได้เป็นอย่างดีดูอย่างวันนี้ต่อหน้าผู้คนมากมายยังช่วยสตรีคนหนึ่งพูดโกหกอยู่เลยอย่างนี้จะเป็นคนที่ไร้เหตุผลได้เช่นไร?”

            


            ………………..

            [1] ยามอู่สือ คือ ช่วงเวลาตั้งแต่ 11.00-13.00 น.

             

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841