เมื่อซินอวี่กับเจาตี้สองแม่ลูกมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเธอจึงต้องพักห้องเดียวกับหลินซินเยวี่ย
แม้ซินเยวี่ยจะชินกับการอยู่ห้องคนเดียวแล้วแต่ก็ไม่อาจไล่พี่สาวกับหลานสาวไปได้ โชคดีที่ในห้องมีเตียงสองเตียง
เจาตี้วัยห้าขวบดื้อดึงจะนอนกับน้าของเธอซินเยวี่ยจึงต้องตามใจเธอ ในยุคที่สิ่งบันเทิงเริงรมย์ยังไม่แพร่หลายเช่นทุกวันนี้เด็กน้อยจึงหลับปุ๋ยไปแต่หัวค่ำ
เมื่อเห็นเจาตี้นอนหลับแล้วซินเยวี่ยจึงนั่งอ่านหนังสือใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าด
หลังจากพูดคุยกับพ่อแม่จนเหนื่อยซินอวี่ก็กลับมาที่ห้อง เมื่อเห็นซินเยวี่ยอ่านหนังสือใต้แสงตะเกียงเธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เยวี่ยเยวี่ยตอนนี้ไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว ยังขยันอ่านหนังสืออะไรอีกแล้วอ่านหนังสือใต้แสงตะเกียงแบบนี้มันเสียสายตา”
ในฐานะลูกสาวคนโตของบ้านหลินซินอวี่ไม่เคยเรียนหนังสือ เธอไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรแต่พอเห็นซินเยวี่ยชอบอ่านหนังสือเธอก็ไม่เข้าใจว่าการอ่านหนังสือมันมีประโยชน์อะไร กินก็ไม่ได้ ดื่มก็ไม่ได้
ซินเยวี่ยละสายตาจากหน้าหนังสือมองซินอวี่แวบหนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ยังไงซะฉันก็นอนไม่หลับจึงอ่านหนังสือฆ่าเวลา พี่ง่วงแล้วก็นอนก่อนได้เลยนะ”
พูดจบซินเยวี่ยก็ก้มลงอ่านหนังสือต่อ
หลินซินอวี่ดึงเก้าอี้มานั่งข้างๆ ซินเยวี่ยแล้วพูดเสียงเบา “พี่ก็ยังไม่ง่วงอย่าอ่านหนังสือเลย คุยเป็เพื่อนพี่หน่อย”
ซินเยวี่ยจึงจำต้องปิดหนังสือแล้ววางไว้บนชั้นหนังสือ
ที่เรียกว่าชั้นหนังสือแท้จริงก็เป็เพียงแผ่นไม้กับแผ่นกระดานที่นำมาต่อกันก่อนหน้านี้ใช้สำหรับวางของกระจุกกระจิกแต่ต่อมาซินเยวี่ยก็นำของเ่าั้ไปเก็บไว้ที่อื่น แล้วดัดแปลงชั้นวางของเก่าๆนี้ให้เป็ชั้นวางหนังสือของตัวเอง
ซินเยวี่ยกับซินอวี่อายุห่างกันสิบปีทั้งสองจึงไม่ได้สนิทกันมากนัก
ยิ่งไปกว่านั้นซินอวี่ไม่ได้ใส่ใจซินเยวี่ยเท่ากับน้องชายเต๋อหัวนี่ก็เป็อีกสาเหตุที่ทำให้สองพี่น้องไม่ค่อยสนิทกัน
“พี่ถ้าพี่เขยจะมารับพี่กับเจาตี้กลับบ้านพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้พี่จะพาเจาตี้กลับไปกับเขาทันทีเลยไหม?” ซินเยวี่ยเอ่ยถามอย่างช้าๆ
ซินอวี่อึ้งไปเล็กน้อย แล้วพึมพำ“ถ้าเขามารับพวกเราสองแม่ลูก พวกเราก็ต้องกลับไปกับเขาอยู่แล้ว”
“พี่ไม่กลัวว่าพอกลับไปแล้วแม่สามีจะยังเอาเื่ไก่โต้งมาพูดอีกเหรอ?”ซินเยวี่ยถาม
ซินอวี่ชะงักไปเล็กน้อย แล้วอ้ำอึ้ง“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ไก่โต้งตัวนั้นพี่ไม่ได้เอามาบ้านแม่จริงๆนี่นา แต่พี่ก็ไม่สามารถหาไก่โต้งที่หายไปกลับมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้แล้วพี่จะอยู่บ้านแม่ไปตลอดก็ไม่ได้”
เมื่อเห็นสีหน้ากลัดกลุ้มของพี่สาวซินเยวี่ยก็ทั้งสงสารทั้งขุ่นเคือง ซินอวี่เป็แม่บ้านแม่เรือนโดยแท้จริงซักผ้าทำกับข้าว ทำไร่ทำนาเก่งกาจทุกอย่าง ที่สำคัญคืออารมณ์ดีด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่มีสถานะในบ้านสามี แม่สามีจึงคิดว่าเธอเป็คนหัวอ่อนถ้าลูกสะใภ้เป็คนแข็งกร้าวสักหน่อยหากแม่สามีไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าลูกสะใภ้ขโมยไก่โต้งกลับไปบ้านแม่แล้วกล้าดีอย่างไรถึงจะมาหาเื่ง่ายๆ เช่นนี้
ซินเยวี่ยก้มหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วจับมือซินอวี่ แล้วพูดอย่างจริงจัง “พี่ของไม่ได้ขโมย เราต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ถ้าพี่เขยมาเพียงเพื่อรับพี่กับเจาตี้กลับบ้าน ไม่ได้มาขอโทษไม่ได้มาคืนความบริสุทธิ์ให้พี่ เราจะกลับไปไม่ได้ เื่นี้ถ้าไม่ทำให้กระจ่างชัดพี่ก็จะไม่มีหน้ามีตาในบ้านสามีไปตลอดกาล แล้วพวกเราในฐานะบ้านเดิมของพี่ก็จะถูกบ้านสามีของพี่ดูถูกไปด้วยเพราะพวกเขาจะคิดว่าพี่ขโมยไก่โต้งที่บ้านไปปรนนิบัติพ่อแม่พี่น้องถึงบ้านเราจะยากจน แต่เราก็ไม่อาจถูกมองว่าไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้ได้”
คำพูดที่เที่ยงตรงและหนักแน่นของซินเยวี่ยทำให้ซินอวี่พูดไม่ออกไปชั่วขณะเธอเพียงก้มหน้า ไม่รู้จะต่อคำพูดของซินเยวี่ยอย่างไร
เธอก็คิดว่าคำพูดของซินเยวี่ยมีเหตุผลแต่เธอก็ไม่กล้าแข็งกร้าวกับแม่สามีและสามี
ซินเยวี่ยมองซินอวี่ที่ก้มหน้าหงอยๆอย่างจนใจ ถอนหายใจเบาๆ และพึมพำ “สงสารที่โชคร้ายโกรธที่ไม่อาจสู้”
ทันใดนั้นซินเยวี่ยก็ลุกขึ้นออกจากห้องของตัวเอง
เธอเห็นว่าพ่อแม่ยังไม่นอนจึงผลักประตูเข้าไปโดยตรง
“เยวี่ยเยวี่ยดึกดื่นป่านนี้แล้วทำไมยังไม่นอน?” แม่หลินถาม
ขณะนั้นพ่อหลินกำลังนั่งสูบยาเส้นอยู่ริมเตียงส่วนแม่หลินกำลังนั่งเย็บพื้นรองเท้าอยู่ใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าด
ซินเยวี่ยหาเก้าอี้ไม้เก่าๆ มานั่งลงแล้วเอ่ยปาก “พ่อแม่หนูอยากรู้ว่าพ่อกับแม่คิดยังไงกับเื่ที่บ้านพี่สาวหนูคิดว่าถ้าคนบ้านหลี่ไม่คืนความบริสุทธิ์ให้พี่เราจะปล่อยให้พี่กับเจาตี้กลับไปไม่ได้”
พ่อหลินสูบยาเส้นเข้าไปเต็มปอด แล้วเอ่ยช้าๆ“พ่อกับแม่ก็เพิ่งคุยเื่นี้กัน บ้านหลี่ทำเกินไปจริงๆ คราวนี้ซินอวี่จะยอมเสียเปรียบไม่ได้”
แม่หลินรีบต่อจากคำพูดของสามี“แต่ถ้าคนบ้านหลี่ไม่คืนความบริสุทธิ์ให้ซินอวี่ล่ะพวกเขาจะให้ซินอวี่กับเจาตี้อยู่ที่บ้านแม่ไปตลอดไม่ได้หรอกแม่ว่าให้สองแม่ลูกอยู่สักสองสามวัน ให้บทเรียนคนบ้านหลี่สักหน่อยก็แล้วกัน”
ซินเยวี่ยมองแม่ของตนอย่างผิดหวังเล็กน้อยนึกถึงชาติก่อนที่ตนถูกจางเฉียงซ้อมปางตายทุกครั้งที่บอกว่าจะหย่าแม่ก็จะเป็จะตาย พูดว่าการหย่าร้างมันน่าอับอายพูดว่าถ้าหย่าแล้วเผื่อจางชุ่ยหลานกับพี่ชายก็จะหย่าด้วยแล้วพ่อกับแม่จะอยู่ไปทำไม
เธอยอมเห็นลูกสาวตายในการแต่งงานดีกว่าปล่อยให้เธอหย่า