“ลำดับที่สิบถึงสิบสี่จะได้แต้มคะแนนจำนวนหนึ่งพันแต้มเป็รางวัลพร้อมกับโอสถเสริมเวทจำนวนสองเม็ด”
“ลำดับที่ห้าถึงลำดับที่เก้าจะได้แต้มคะแนนจำนวนสองพันแต้มเป็รางวัลพร้อมกับโอสถเสริมเวทจำนวนห้าเม็ด”
“ลำดับที่สี่จะได้แต้มคะแนนจำนวนสามพันแต้มเป็รางวัลพร้อมกับโอสถเสริมเวทจำนวนสิบเม็ด”
“ลำดับที่สามจะได้แต้มคะแนนจำนวนสี่พันแต้มเป็รางวัลพร้อมกับโอสถเสริมเวทจำนวนสิบห้าเม็ดพร้อมอาวุธเวทจำนวนหนึ่งชิ้น”
“ลำดับที่สองจะได้แต้มคะแนนจำนวนเจ็ดพันแต้มเป็รางวัลพร้อมกับโอสถเสริมเวทจำนวนห้าสิบห้าเม็ดพร้อมอาวุธเวทจำนวนหนึ่งชิ้น”
“ลำดับที่หนึ่งจะได้แต้มคะแนนจำนวนหนึ่งหมื่นแต้มเป็รางวัลพร้อมกับโอสถเสริมเวทจำนวนหนึ่งร้อยเม็ดพร้อมอาวุธเวทจำนวนหนึ่งชิ้น”
เมื่อศิษย์สถาบันที่เข้าร่วมการแข่งขันได้ยินดังนั้นพวกเขาต่างพากันตื่นเต้นเป็อย่างมากเพราะนี่ถือว่าเป็โอกาสที่ดีเป็อย่างยิ่งที่พวกเขาจะแสดงความสามารถเพื่อให้เหล่าผู้าุโของสถาบันได้เห็นความสามารถของพวกเขาและหากใครที่ทำผลงานเข้าตาของผู้าุโของสถาบันและถูกพวกเขารับเข้าเป็ศิษย์ก็ถือว่าพวกเขาได้รับโชคอีกชั้นหนึ่งไปด้วย
ดังนั้นพวกศิษย์สายในทุกคนจึงจริงจังกับการแข่งขันครั้งนี้เป็อย่างมากเพราะเมื่อพวกเขาผ่านการทดสอบและติดลำดับพวกเขาจะมีโอกาสมากที่จะมีผู้าุโของสถาบันรับพวกเขาเข้าเป็ศิษย์โอกาสที่จะก้าวหน้า และเติบโตในสถาบันแห่งนี้ก็มีมากขึ้นอีกด้วย”
เหล่าผู้ชมที่เริ่มหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศเริ่มเข้ามาในสนามประลองพวกเขา้าเข้ามาชมการทดสอบของสถาบันฟ้าครามซึ่งทางสถาบันได้เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกสามารถเข้ามาร่วมชมการทดสอบของสถาบันได้รวมถึงศิษย์สายนอกและศิษย์สายในที่ไม่เข้าร่วมการทดสอบต่างเข้ามาร่วมชมการทดสอบของสถาบันในครั้งนี้ด้วย
“เอาหละเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาการแข่งขันในด่านแรกของพวกเ้าคือการแข่งขันเอาตัวรอดจากสถานการณ์เฉพาะหน้าพวกเ้าจะต้องผ่านด่านป่าแห่งความมืดมิดไปให้ได้โดยด่านนี้ผู้ที่สามารถออกมาจากป่าแห่งความมืดมิด ได้ก่อนตะวันตกดินจะถือว่าผ่านด่านแรกของการทดสอบคัดเลือกในวันนี้พวกเ้าทุกคนที่เข้ารับการทดสอบจะได้รับป้ายประจำตัวคนละหนึ่งชิ้นหากพวกเ้ายอมแพ้หรืออยู่ในอันตรายให้พวกเ้าทำลายป้ายประจำตัวของเ้าที่ได้รับมาพวกเ้าจะกลับมาอยู่ ณ ที่นี้ และถือว่าพวกเ้าไม่ผ่านการทดสอบในครั้งนี้”
ผู้าุโอู่หลงจื่อยกไม้เท้าของเขาขึ้นมากระแทกลงบนพื้นสามครั้งพร้อมกับร่ายเวทเพียงไม่นานลูกศิษย์สายในทุกคนที่มีป้ายประจำตัวการทดสอบอยู่ในมือพลันถูกส่งตัวออกไปยังชายป่าแห่งความมืดมิดในทันที
ส่วนทางด้านของผู้ชมปรากฎเป็ภาพของผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกคนปรากฎให้เห็นในทันทีเมื่อพวกเขาเข้าสู่ป่าแห่งความมืดมิดเหล่าผู้าุโสถาบันฟ้าครามที่สนใจในการทดสอบในครั้งนี้ต่างพากันมาสังเกตการณ์เพื่อที่จะหาคนที่มีความสามารถไปเป็ศิษย์ของตน บางคนก็มารับชมเพื่อความสนุกสนาน
ลูกศิษย์สายในทุกคนที่เข้าร่วมการทดสอบถูกส่งไปยังป่าแห่งความมืดมิดพวกเขาทุกคนอยู่รอบ ๆ ชายป่าแห่งความมืดมิด ซึ่งมีระยะทางห่างกันพอสมควรระยะทางของพวกเขาห่างกันจนพวกเขาไม่สามารถตามหาเพื่อนฝูงของตนเองเพื่อเกาะกลุ่มกันได้เลยอีกทั้งป่าแห่งความมืดมิดที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขายังต้องผจญกับอันตรายที่อยู่ตรงหน้าซึ่งไม่มีใครทราบเลยว่าพวกเขาจะเจอกับอันตรายประเภทใด
ป่าแห่งความมืดมิดนี้ถูกร่ายโดยเวทมนตร์ของผู้าุโอู่หลงจื่อดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าศิษย์คนใดจะถูกสังหารระหว่างการทดสอบได้ แต่อาการาเ็ที่พวกเขาได้รับนั้นพวกเขาจะได้รับาเ็จริง ๆ
เฟยหลงและเพื่อนๆ ของเขาถูกส่งตัวไปคนละทิศคนละทาง เฟยหลงเลือกเส้นทางที่เขาคิดว่าน่าจะผ่านป่าแห่งความมืดมิดไปได้ไวที่สุดโดยไม่คิดอะไรมากมาย เขาเลือกเส้นทางที่ตรงที่ตัดผ่านป่าแห่งความมืดมิด เฟยหลงพุ่งทะยานออกไปด้วยความรวดเร็ว
ลูกศิษย์ของสถาบันฟ้าครามทุกคนที่เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้แต่ละคนเลือกเส้นทางที่คิดว่าพวกเขาจะสามารถผ่านป่าแห่งความมืดมิดไปได้อย่างรวดเร็วพวกเขาไม่อาจจะรอช้าได้เพราะพวกเขามีเวลาถึงแค่พระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น
เหล่าผู้าุโและศิษย์สายนอกและศิษย์สายในรวมถึงผู้ชมต่างตื่นเต้นเมื่อศิษย์ของสถาบันฟ้าครามที่ตนเชียร์ต้องพบกับอุปสรรคในการทดสอบ เพียงระยะเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงมีศิษย์สายในหลายคนที่ต้องทำลายป้ายประจำตัวของพวกเขาและออกจากการทดสอบแล้วเพราะพวกเขาโชคไม่ดีที่ไปเจอกับอุปสรรคที่ยากเกินที่พวกเขาจะผ่านไปได้ไม่ว่าจะเป็สัตว์อสูร กับดัก ค่ายกล
จ้าวเฟยเป็คนแรกของกลุ่มของเฟยหลงที่เจอกับค่ายกลของผู้าุโอู่หลงจื่อโดยค่ายกลที่จ้าวเฟยเจอนั้นเป็ค่ายกลลวงตามซึ่งทำให้เขาเดินวนเวียนอยู่ตรงจุดเดิมไม่สามารถมุ่งไปยังจุดหมายได้จ้าวเฟยรู้สึกถึงความผิดปกติั้แ่ที่เขาเดินเข้าสู่ค่ายกลแต่ก็ไม่สามารถกลับออกไปได้ เขาเดินวนเวียนเป็วงกลมอยู่เกือบสองชั่วโมงทันใดนั้นจ้าวเฟยหยุดนิ่งคิดพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เขาหยุดเดินอยู่กันที่
จ้าวเฟยยืนอยู่กับที่พร้อมกับร่ายเวทในทันทีเขาร่ายเวททำให้ดินที่เขายืนอยู่นั้นกลายเป็เสาต้นหนึ่งพุ่งทะยานสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนพ้นระยะของค่ายกล เมื่อเขายืนอยู่บนที่สูงทำให้จ้าวเฟยสามารถมองเห็นทางออกจากป่าแห่งความมืดนั้นได้อย่างไม่ยากเขาร่ายเวทให้เสาดินนั้นพุ่งทะยานไปยังทางออกจากป่าแห่งความมืดได้อย่างง่ายดายและเป็คนแรกที่สามารถออกมาจากป่าแห่งความมืดมิด
ทางด้านลูกศิษย์คนอื่นๆ ที่ถูกค่ายกลเดียวกับจ้าวเฟยพวกเขายังหาทางออกไม่เจอพวกเขายังคงเดินวนเวียนอยู่ภายในค่ายกลโดยที่บางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพวกเขาหลุดเข้าไปในค่ายกล
ทางด้านหวนอู่เขาเลือกทางเดินที่ดูปลอดภัยมากที่สุดโดยหวนอู่ใช้ทางเดินเรียบริมแม่น้ำเพื่อไปยังทางออกของป่าแห่งความมืดเขาคิดว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นเขาสามารถเอาตัวรอดได้อย่างไม่ยากเย็นโดยเฉพาะเมื่อเขาอยู่ใกล้ ๆ แหล่งน้ำซึ่งเป็ธาตุเดียวกับที่เขาฝึกฝน
และก็เป็ไปตามที่หวนอู่คาดการณ์หวนอู่พบกับสัตว์อสูรหลายตัว แต่สัตว์อสูรแต่ละตัวก็ไม่สามารถทำอันตรายใด ๆกับหวนอู่ได้เลย เพราะเขาสามารถใช้น้ำโจมตีสัตว์อสูรทุกตัวได้อย่างไม่ยากเย็นถึงแม้เขาจะใช้เวลากว่าสี่ชั่วโมงในการเดินทางอ้อมไปยังจุดหมายแต่เขาก็สามารถผ่านป่าแห่งความมืดได้อย่างไม่ยากเย็น