นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 3 การเดินทางเสี่ยงอันตราย เล่มที่ 2 บทที่ 43 ลูกศิษย์

            “ก่อนนอนเมื่อคืนข้าเอาแต่คิดอยู่ตลอด โม่เจ๋อเอ่อร์สามารถใช้ลักษณะสภาพแวดล้อมต่อกรกับลูกนก เช่นนั้นข้าจะหาสภาพแวดล้อมที่สามารถจำกัดขอบเขตของอินทรีสายฟ้าตัวโตได้หรือไม่”

            ลาถีเท่อชี้หินใต้พื้นดินก่อนทำมือเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่

            “เมื่อเช้าข้าพาเก๋อจือไปหาดู พบว่ามีถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ข้าคิดว่าสามารถใช้ที่นั่นแทนกรง”

            โม่จ้านพยักหน้าทั้งรอยยิ้มพลางใส่ยาให้ตนเอง “เช่นนั้นต้องการให้ข้าทำสิ่งใด?”

            “เจ้าเพียงช่วยโยนไม่กี่ม้วนนี่เป็นพอ”

            ลาถีเท่อส่งม้วนคัมภีร์มัดด้วยเชือกให้โม่จ้าน จากนั้นคลี่ยิ้มหันไปทางเก๋อจือ

            “ผู้แข็งแกร่งระดับหัวหน้าอัศวินมาช่วยทำภารกิจจบการศึกษาเช่นนี้ เห็นทีคงมิต้องเป็นกังวลปัญหาด้านความปลอดภัยแล้วกระมัง”

            “...ปัญหาด้านความปลอดภัย? ปัญหาด้านความปลอดภัยอันใด?” โม่จ้านแสดงออกว่างุนงงอย่างมาก

            เดิมทีมิใช่เพียงโม่จ้าน ป่าที่ถูกกล่าวขานว่าคือสวรรค์ของนักล่าเงียบสงัด กระทั่งเก๋อจือที่โง่ซื่อยังสัมผัสได้ถึงสถานการณ์ไม่ปกติ การที่สัตว์ป่าขนาดกลางหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในที่พักพิง สาเหตุมีเพียงสามประการ ประการแรกเกิดภัยธรรมชาติทำให้มิอาจอาศัยอยู่ต่อไป ประการที่สองมนุษย์ออกล่าสัตว์ครั้งใหญ่เพื่อครอบครองผืนป่า เพียงแต่เห็นได้ชัดว่ามิใช่ทั้งสองสาเหตุนี้ --- กิ่งก้านสาขาของต้นไม้อุดมสมบูรณ์ ลำธารใสเห็นก้นบึ้ง มิคล้ายกับเกิดโรคระบาดหรือภัยธรรมชาติแต่อย่างใด คนทั้งสามเดินทางมาหลายวันกลับยังมิได้กลิ่นกระทั่งกลิ่นคาวเลือด มิคล้ายกับเป็นการบุกเบิกถางพงแต่อย่างใด

            เช่นนั้นสถานการณ์ทั้งหมดชี้นำไปยังความเป็นไปได้หนึ่งอย่าง อาณาเขตนี้มีสัตว์ปีศาจบกที่มาจากถิ่นอื่น สัตว์ปีศาจบกชนิดอื่นหวาดกลัวพลังของมันจึงได้พากันย้ายถิ่นฐาน

            ลาถีเท่อคิดว่าความเป็นไปได้นี้คือความรู้ทั่วไป โม่เจ๋อเอ่อร์กล้าย่างกรายเข้ามาแสดงว่าจะต้องพึ่งความสามารถของตนเองได้ ดังนั้นจึงมิได้อธิบายอย่างละเอียด ทางด้านเก๋อจือกลับมิต่างกับนักศึกษาที่เพิ่งออกจากรั้วมหาวิทยาลัยที่มีเป้าหมายสูงส่งทว่ากลับมีความสามารถที่น้อยนิด คิดเข้าข้างตนเองว่าตนสามารถจัดการสัตว์ปีศาจระดับต่ำ หากแม้นบังเอิญพบสัตว์ปีศาจระดับกลางก็ยังวิ่งหนีได้โดยไม่เป็นปัญหา แน่นอนว่าผลสุดท้ายเสียเปรียบครั้งใหญ่ให้กับกวางเกราะน้ำแข็งจนศรเกือบแทงทะลุหัวใจ

            ดังคำกล่าวที่ว่าเสือสองตัวมิอาจอยู่ถ้ำเดียวกัน เมื่อมีสัตว์ปีศาจบกหนึ่งตัวปกครองอาณาเขตก็จะไม่มีสัตว์ปีศาจบกตัวอื่นเคลื่อนไหว รวมไปถึงสัตว์ปีศาจชนิดอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ยามนี้กวางเกราะน้ำแข็งถูกไล่ไปแล้ว นับว่าคนทั้งสามประสบความโชคดีในความโชคร้าย สามารถต่อกรกับอินทรีสายฟ้าได้อย่างวางใจ

            กระทั่งท้องของเก๋อจือส่งเสียงร้องขึ้นมา โม่จ้านจึงได้รู้ตัวว่าคนทั้งสามยังมิได้ทานข้าวเช้า ครั้นมองกระปุกและหม้อที่ล้มระเนระนาดเบื้องหน้า เนื้อหมูสามชั้นที่กลายเป็นทั้งแข็งและเย็น รวมไปถึงผักสดกับมะเขือเทศที่กระจายอยู่บนพื้น โม่จ้านพลันถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดอยู่บ้าง

            หากตนระวังตัวมากกว่านี้อีกสักหน่อย คงจะพบเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้นและล่อมันออกไปไกลๆ มิแน่ว่าอาจจะรักษาอาหารมื้อนี้เอาไว้ได้ เดิมทีอาหารที่นำมาก็มีน้อย มิเพียงแต่มิอาจหาอาหารคาวมาเพิ่มมื้ออาหาร กลับยังเสียเปล่าไปถึงส่วนหนึ่ง

            โม่จ้านถอนหายใจอย่างจนปัญญาก่อนจะเริ่มก่อไฟทำกับข้าวอีกครั้ง

            เก๋อจือกระซิบเสียงเบาข้างหูลาถีเท่อ “ข้าคิดว่าโม่เจ๋อเอ่อร์เป็นคนประหลาดมากผู้หนึ่ง”

            “...เหตุใดกัน?” ลาถีเท่อเผยสีหน้าประหลาดใจ

            “ดูคล้ายการจับกวางเกราะน้ำแข็งใช่ว่าจะไม่ส่งผลอันใดต่ออารมณ์ของเขา เพียงแต่เมื่อเห็นอาหารสูญเปล่ากลับทำท่าทางไม่พอใจอย่างมาก สำหรับเขาแล้ว อาหารธรรมดาที่ใช้เติมท้องยังจะสำคัญกว่าการล่าสัตว์ระดับสูงอีกงั้นหรือ?”

            ลาถีเท่อหัวเราะแห้ง ส่งสายตาหมดคำจะพูดกลับไปให้เก๋อจือ

            “สำหรับคนจนอย่างพวกเรา แน่นอนว่าสำคัญ เพราะมิใช่ว่าทุกคนจะมีเงินกินเนื้อสัตว์ปีศาจระดับกลางในงานเลี้ยงครอบครัว”

            ......

            ขณะมองม้วนคัมภีร์ระเบิดไม่กี่ม้วนในกระเป๋า ความสนใจใคร่รู้ของโม่จ้านพลันถูกกระตุ้นเสียแล้ว ตนอยากรู้ว่าลาถีเท่อคิดจะใช้วิธีอย่างไร

            เก๋อจือเพิ่งเดินไปได้ครึ่งทางกลับหอบเสียงหนักและนั่งมิยอมลุกอยู่ตรงตีนเขาเสียแล้ว โม่จ้านกับลาถีเท่อทำได้เพียงเดินไปยังถ้ำเพียงสองคน

            ถ้ำที่ลาถีเท่อเอ่ยถึงคือถ้ำใต้หน้าผาชันที่ไม่นับว่าสูงนักทว่ากว้างขวางอย่างมาก ทำมุมประมาณเจ็ดสิบถึงแปดสิบองศา หากจะบอกว่าเป็นผาชัน มิสู้บอกว่าเป็นเนินเขาลาดชัน คล้ายกับปากถ้ำจะถูกวัชพืชปิดจนมิด กระนั้นยังมีเศษขนและกระดูกสัตว์เล็กอยู่จำนวนหนึ่ง คาดว่าคงมีสัตว์ป่าขนาดใหญ่เคยพักอาศัยอยู่ที่นี่

            “เก๋อจือคิดอยากเผาปากถ้ำเสียให้เกลี้ยง จะได้ล่ออินทรีสายฟ้าเข้าไปได้ง่ายกว่าเดิม”

            ลาถีเท่อหัวเราะมิได้ร้องไห้มิออกขณะชี้ไปยังเถาวัลย์และกิ่งไม้แห้งเหี่ยวหน้าปากถ้ำ

            “มิใช่เรื่องง่ายกว่าข้าจะกล่อมเขาได้ ไม่เช่นนั้นทันทีที่มีการรวมตัวของธาตุไฟ อินทรีสายฟ้ายังมิทันเข้าใกล้คงตกใจจนหนีไปเสียก่อน”

            โม่จ้านกุมขมับ ความรู้ด้านการต่อสู้ของเก๋อจือช่างเลอะเทอะเสียเหลือเกิน ควรต้องเสริมบทเรียนดีๆ ให้เสียแล้ว

            ลาถีเท่อควงดาบอย่างชำนาญ เครือเถาวัลย์ขนาดเท่าหน้าแข้งพลันถูกฟันขาด ไม่นานนักทั่วทั้งนอกปากถ้ำพลันถูกจัดการจนสะอาด พื้นที่ว่างภายในถ้ำไม่ถือว่าเล็ก ด้านในมีตะไคร่น้ำเปียกลื่นขึ้นเต็มไปหมด ส่งกลิ่นราจางๆ ออกมา

            “อืม พอใช้การได้แล้วก็เอาเท่านี้เถิด ขั้นตอนต่อไปคือวกกลับไปตีนเขา โม่เจ๋อเอ่อร์ เจ้าจะร่วมด้วยหรือไม่?” ลาถีเท่อหันกลับมาถามโม่จ้าน

            “แน่นอน ข้ามิได้ขี้แยเช่นเจ้าเก๋อจือผู้นั้น” โม่จ้านจับบ่าพลางหมุนแขนไปมา

            ลาถีเท่อหัวเราะ ใช้ปลายเท้าเตะผิวดินเบาๆ

            “พื้นฐานร่างกายของจอมเวทมิค่อยเหมาะสมกับการต่อสู้เท่าใด เจ้าก็อย่าเข้มงวดมากนัก หากตั้งเป้าหมายตามมาตรฐานของอัศวินหรือนักรบให้เขา ต่อให้เอาแส้มาเฆี่ยนจนสิ้นเขาก็ไม่มีทางทำได้”

            หลังเริ่มคุ้นเคยกับลาถีเท่อ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายพูดมากขึ้น โม่จ้านเองก็เริ่มคุ้นชินกับการหยอกล้อเป็นครั้งคราวเช่นกัน นอกจากนั้นยังถูกเก๋อจือแขวะว่า “เหตุใดพวกเจ้าทั้งสองคนเสมือนรู้จักกันมานานแล้ว!”

            “ลาถีเท่อ เจ้าคิดว่าฝีมือของข้าเป็นเช่นไร?” โม่จ้านเปลี่ยนหัวข้อสนทนาราวกับมิได้ตั้งใจ

            ลาถีเท่อนิ่งงัน “...อืม เก่งกาจมาก ข้ามิเคยเห็นวิธีการต่อสู้เช่นเจ้ามาก่อน พลังและระดับความเร็วมินับว่าสุดยอด หากทว่าเมื่อนำมาใช้กลับคล่องแคล่วและกระชับเกินกว่าคนนับเก้าส่วนในกิลด์ ทั้งมั่นคง แม่นยำและดุดัน ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เกินจำเป็นแม้แต่น้อย”

            “เจ้าอยากเรียนหรือไม่?” โม่จ้านเอ่ยถามไปเรื่อย

            “อยากสิ เพียงแต่วิธีการฝึกฝนของอัศวินและทักษะการสู้รบของนักรบล้วนแต่เป็นความลับ จะถ่ายทอดให้คนนอกตามอำเภอใจได้เช่นไร” ลาถีเท่อยักไหล่ สะพายกระเป๋าอุปกรณ์เดินไปข้างหน้า

            “ข้าจะสอนเจ้า เป็นอย่างไร?” โม่จ้านลุกขึ้นเช่นกัน สาวเท้าก้าวยาวเดินย้อนกลับไปพร้อมกัน

            “ฮ่าๆ วาจาล้อเล่นเช่นนั้นมิน่าขันสักนิด...” ลาถีเท่อโบกมือให้โม่จ้านทั้งที่ยังหันหลัง

            อย่างไรก็ตาม โม่จ้านสาวเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว กอดไหล่ของเด็กหนุ่มเผ่าหมานภายใต้สายตาฉายแววประหลาดใจของลาถีเท่อและมองตาของเขาตรงๆ

            “ข้าพูดจริง เจ้าอยากจะเป็นลูกศิษย์ของข้าหรือไม่?”

            ลาถีเท่อรู้สึกมิต่างกับถูกฟ้าผ่า กระเป๋าอุปกรณ์ในมือถึงกับร่วงลงพื้น

            “โม่เจ๋อเอ่อร์...เจ้ามิกลัวว่าจะถูกบรรพบุรุษหรืออดีตเจ้านายตามฆ่าเช่นนั้นหรือ?”

            น้ำเสียงสั่นเครือของลาถีเท่อเปี่ยมด้วยความรู้สึกมิอาจเชื่อ ทว่ายังคงมิอาจปกปิดความยินดีภายในแววตาเช่นกัน โม่จ้านทำหน้ายุ่ง ไม่รู้ว่าควรจะต่อบทสนทนาอย่างไรต่อไป --- ด้วยสมองเช่นนั้นของเก๋อจือ จะต้องเล่าสิ่งที่ตนเองเติมแต่งในหัวให้ลาถีเท่อฟังอย่างแน่นอน

            ทว่าลาถีเท่อที่ประสาทสัมผัสว่องไวกลับคิดว่าสีหน้าลังเลของโม่จ้านคือความลำบากใจจึงรีบโบกมือปฏิเสธ

            “อย่างที่คิด...คงมิต้องดีกว่า!”

            ลาถีเท่อก้มหน้าลงอย่างค่อนข้างผิดหวัง ไม่รอให้โม่จ้านเอ่ยสิ่งใด ลาถีเท่อพลันเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำเงินสลัวเผยถึงความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

            “เทียบกับทักษะการต่อสู้ของเจ้าแล้ว การได้มีเพื่อนอย่างเจ้าจึงจะเป็นสิ่งที่ข้าดีใจมากที่สุด”

            ความอบอุ่นแทรกซึมเข้าในหัวใจของโม่จ้าน เขามองลาถีเท่อที่สีหน้าเปี่ยมด้วยความจริงใจ โม่จ้านมิรู้ว่าควรจะเอ่ยสิ่งใด ทำได้เพียงตบบ่าของเด็กหนุ่มเผ่าหมาน

            “วางใจเถิด พวกเขามิถือสา”

            ....หรือจะบอกว่าไม่มีโอกาสถือสาอีกแล้ว

            ครั้นเดินมาถึงทางขึ้นเขาขรุขระ โม่จ้านสามารถสัมผัสถึงความตื่นเต้นของลาถีเท่อได้โดยมิต้องใช้คำพูด จังหวะฝีเท้าเร็วขึ้นเรื่อยๆ ข้อเท้าถูกคมของใบหญ้าบาดกลับยังมินึกสนใจ ครั้นหวนนึกถึงตำราฝึกทหารที่โผล่ขึ้นมามากมายบนอินเทอร์เน็ตหลังกดค้นหาในชาติก่อน โม่จ้านพลันอดถอนหายใจนับหมื่นพันครั้งมิได้

            ข่าวสารที่ถูกปิดกั้นกับการควบคุมโดยชนชั้นปกครอง ผลลัพธ์คือหากมิแล้งจนตายก็น้ำท่วมจนตาย[1] ต่อให้ชนชั้นสูงมิยอมขายความลับ กระนั้นหากวันหนึ่งฝ่ายศัตรูศึกษาเรียนรู้จนมี ‘วิธีการต่อสู้’ ของตนเอง ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร กระทั่งใช้นิ้วเท้าคิดก็ยังรู้

            เชิงอรรถ

            [1] แห้งแล้งก็แล้งจนตาย น้ำท่วมก็ท่วมจนตาย 旱的旱死,涝的涝死。หมายถึงเรื่องราวมักมีสองด้านที่สุดโต่ง และทั้งสองด้านล้วนไม่ใช่ผลดีอะไร

     

    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808