85 1-2
ตอนที่155 เดิมพัน(1)
“หากเจ้าตีข้าอีกทีวันหน้าวันหลังก็อย่าคิดแม้แต่จะหยิบใช้กระบี่ทัณฑ์ฟ้าอีกเลย!”
เสมือนมีเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากสายตาคู่นั้นของหลิวซูนี่มันเป็นถึงจิตวิญญาณแห่งกระบี่ทัณฑ์ฟ้า ยุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนใต้หล้าล้วนปรารถนา!แต่ผู้ใช้กลับไม่มีความเคารพเลยรึไง?
เซียถงเหล่มองไปที่หน้าผากบวดปูดสีแดงก่ำของมันเล็กน้อยเวลานี้รู้สึกขี้เกียจเกินกว่าจะเถียงกับหลิวซูแล้วและทันใดนั้นร่างของหลิวซูก็อันตรธานหาบวับไปตามคิดนึกถึงของนาง
ครั้งแรกที่ได้เห็นมันภายในห้วงมิติมายากับปัจจุบันไฉนข้ารู้สึกแตกต่างราวฟ้ากับดินเช่นนี้? ณ ตอนนั้นในสายตาของเซียถงมองอีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มผู้หล่อเหลาและหยิ่งยโสถือตนทั้งยังมีเบื้องหลังลึกลับอีกมากมายน่าค้นหา ทว่าเวลาผ่านไป เนื้อในของมันก็ค่อยๆถูกเปิดเผยออกมา และปรากฏว่า เจ้านี่ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกนักเลงชวนตีเลย
เซียถงถอนหายใจเฮือกใหญ่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้มิใช่ว่าจิตวิญญาณแห่งยุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์โดยส่วนใหญ่เป็นเช่นนี้หรอกกระมัง? อย่างน้อยต้องมีบางสักชิ้นที่ไม่วิตถารชอบแอบมองผู้หญิงอาบน้ำแบบนี้
หลังจากแช่ตัวเสร็จเซียถงก็เริ่มหลอมกลั่นโอสถอย่างขมักเขม่นจวบจนรุ่งสางเช้าวันถัดมาในปัจจุบันท่านเลื่อนระดับขึ้นกลายมาเป็น ราชาโอสถชั้นต้น โดยสมบูรณ์แล้วและได้รับโอสถจำนวนกว่าหนึ่งโหลที่หลอมกลั่นได้ตลอดค่ำคืนวานนางมั่นใจอย่างยิ่งว่า หากเพิ่มความพยายมและความใส่ใจลงไปมากกว่านี้อีกหน่อยการจะเลื่อนระดับขึ้นกลายเป็น ปราชญ์โอสถ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอันใดและเมื่อทำสำเร็จนางก็จะสามารถหลอมกลั่นโอสถเพื่อช่วยเซี่ยหลู่เฟิงยกระดับพลังลมปราณให้แกร่งกล้าขึ้นได้
เดินออกมาจากห้องพักด้านในนางมอบโอสถทั้งหมดที่หลอมกลั่นได้เมื่อคืนแก่อิ๋งเอ๋อร์เพื่อนำไปขายในขณะเดียวกันก็แอบสังเกตเห็นว่าแพรพรรณบนเรือนร่างของอิ๋งเอ๋อร์ได้เปลี่ยนเป็นชุดเสื้อผ้าใหม่เสียทีถึงจะเป็นผ้าเนื้อไหมที่ค่อนข้างหยาบก็ตามที เห็นดังนั้นเซียถงก็อดส่ายหัวมิได้ไม่ว่าจะพยายามกล่าวยังไง แต่สุดท้ายสาวรับใช้ของนางก็ยังเป็นพวกตระหนี่เงินทองสุดตัว
“คุณหนูหลอมกลั่นโอสถทั้งคืนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนอีกแล้วใช่หรือไม่?”
อิ๋งเอ๋อร์เอ่ยพร้อมสีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อได้เห็นท่าทางการแสดงออกของคุณหนูที่ค่อนข้างอิดโรยขณะเดียวกันก็ห่อโอสถทั้งหมดลงบนผ้าและเก็บมัดใส่ในใต้แขนเสื้อ
เซียถงที่ได้ยินแบบนั้นก็อดหัวเราะมิได้หยิบตลับสมุนไพรสีดำขึ้นแต่งแต้มจุดด่างทั่วใบหน้าแต่มิได้ตอบคำถามของอีกฝ่ายอย่างใด กล่าวเพียงว่า
“หลังจากขายโอสถแล้วก็ฝากเข้าเดินทางกลับไปที่จวนเสนาบดีเซี่ย และนำเงินทั้งหมดมอบให้แก่ท่านแม่ข้า”
อิ๋งเอ๋อร์พยักหน้าตอบ
หลังจากเลิกเรียนในคาบเช้าเซียถงก็กลับมายังห้องพักของตนตามปกติเพื่อพักผ่อน แต่ทันทีที่เปิดประตูกางออกมาอิ๋งเอ๋อร์ก็วิ่งเข้ามากอดทั้งน้ำตา ร้องร่มร้องไห้เสียงดังลั่นไม่หยุดและคุกเข่าขอขมาต่อหน้านาง กล่าวเสียงสั่นเคลือว่า
“คุณหนู!โอสถทั้งหมดที่ท่านหลอมกลั่นมาให้...ถูก…ถูกองค์รัชทายาทขโมยไปหมดแล้ว!”
เซียถงกดสายตาจ้องพินิจไปทั่วใบหน้าของอิ๋งเอ๋อร์ก่อนจะเห็นว่า บนแก้มทั้งสองข้างของอีกฝ่ายมีรอยแผลบวมแดงปรากฏขึ้นค่อนข้างเด่นชัดแสดงให้เห็นว่า นางน่าจะโดนตบมาด้วย และไม่ใช่เพียงแค่นั้น ทั้งลำคอแขนและขาล้วนมีรอยฟกช้ำเป็นจ้ำสีม่วงปนเขียวส่วนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมาใส่ก็ขาดรุ่งริ่งสภาพราวกับขอทาน
สายตาของเซียถงพลันแข็งค้างไปชั่วขณะนางคว้าข้อมืออิ๋งเอ๋อร์ขึ้นมาถามทันทีว่า
“เกิดอะไรขึ้น?ใครเป็นคนทำร้ายเจ้า?”
อิ๋งเอ๋อร์เงยหน้ามองกล่าวทั้งน้ำตาที่รินไหลไม่หยุดว่า
“ขณะที่ข้ากำลังนำโอสถของคุณหนูไปขายในช่วงเช้าก็บังเอิญชนเข้ากับองค์รัชทายาทที่ผ่านทางมา และจู่ๆ บ่าวก็โดนอีกฝ่ายใส่ความหาว่าบ่าวแอบไปขโมยโอสถของคนอื่นมา หลังจากถูกดุด่าว่าร้ายและเฆี่ยนตีสารพัดองค์รัชทยาทก็หยิบถุงโอสถของคุณหนูจากไปเลย...”
ไป๋หลี่เย่อีกแล้ว!
เซียถงกัดฟันเสียงดังกรอดดวงตาใสบริสุทธิ์ผันแปรเป็นความเย็นชาที่ถูกฉาบด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะอีกทีหนึ่ง
“คุณหนู?”
อิ๋งเอ๋อร์ประคองจับร่างของเซียถงไว้แน่นร้องเรียกออกมาปนน้ำเสียงไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก
เซียถงเลื่อนสายตาหยุดนิ่งบนร่างที่สั่นเทาตรงหน้าระงับความเย็นชาและโกรธเกรี้ยวทั้งหมดลงดึงแขนอิ๋งเอ๋อร์มานั่งลงบนเตียงและนำยาผงขวดหนึ่งออกมาบรรจงทาบาดแผลทั่วร่าง
“คุณหนูข้าไม่เป็นอะไรมาก อย่าไปสร้างปัญหาให้องค์รัชทายาทเลย”
อิ๋งเอ๋อร์คว้าแขนเสื้อเซียถงมืออีกข้างปาดเช็ดน้ำตาพลางปั้นหน้ายิ้มส่งมอบไปให้
“อิ๋งเอ๋อร์มีเหตุผลใดที่เจ้าเลือกที่จะเพิกเฉยทั้งที่ถูกคนอื่นรังแกอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้?และหากครั้งนี้เจ้ายอม ครั้งหน้าย่อมต้องเกิดขึ้นซ้ำสองแน่นอน”
เซียถงวางยาผงขวดดังกล่าวไว้ข้างเตรียงและเอ่ยถามอีกฝ่ายกลับไป
หากใครทำผิดต่อเราเราย่อมต้องชดใช้คืน
“แต่คุณหนูอิ๋งเอ๋อร์ไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ เพียงแต่รู้สึกเสียดายนักคุณหนูอุตส่าห์ใช้ความพยายามอย่างหนักตลอดทั้งคืนเพื่อหลอมกลั่นโอสถเหล่านั้นแต่กลับถูกขโมยไปเฉยๆ เสียได้ หากตีเป็นมูลค่าคงไม่ต่ำกว่าหลายร้อยเหรียญทอง”
เมื่อนึกถึงโอสถที่ถูกขโมยไปนับสิบกว่าเม็ดอิ๋งเอ๋อร์ก็บ่อน้ำตาแตก ร้องไห้ออกมาอีกครา
ได้ยินดังนั้นเซียถงใจสั่นสะท้านอย่างบอกไม่ถูก ไฉนสาวน้อยนางนี้ถึงโง่ปานนี้กัน? ทั้งที่ตนเองถูกทุบตีและขโมยของไปต่อหน้าต่อตาแท้ๆแทนที่จะรู้สึกโกรธโมโห หรือแสดงท่าทีอะไรออกมาสักอย่างให้รู้ว่าตนถูกเปรียบแต่นี่กลับร้องไห้เสียใจกับโอสถเหล่านั้นที่สูญเสียไปโดยไม่คิดแม้กระทั่งจะหาหนทางเอาคืนกลับมาเลยจริงๆ
เซียถงได้แต่ส่ายหน้าเจือแววละเหี่ยใจยกเรียวนิ้วหยกขึ้นปาดเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของอิ๋งเอ๋อร์และกล่าวว่า
“ไม่สำคัญหรอกว่าโอสถเหล่านั้นจะถูกขโมยไปเท่าไหร่เจ้าปลอดภัยกลับมาก็เป็นพอ ข้าใช้เวลาหลอมกลั่นใหม่ไม่ถึงวันก็ได้มาแล้ว”
อิ๋งเอ๋อร์พยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปมาเผยหยดน้ำตาใสบริสุทธิ์ที่เอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่สวยและปล่อยให้เซียถงบรรจงทายาผงให้ต่อไป
หลังจากทายาผงเสร็จเรียบร้อยเซียถงก็เอ่ยถามขึ้นทันทีว่า
“อิ๋งเอ๋อร์เจ้าได้กล่าวถึงที่มาของโอสถเหล่านี้ให้ไป๋หลี่เย่ฟังหรือไม่?”
“ข้าบอกไปว่าโอสถเหล่านี้เป็นของเฒ่าประหลาดที่มอบให้คุณหนูก่อนออกเดินทางจากไปเพราะมีครั้นหนึ่ง คุณหนูเคยย้ำกับข้าไว้ว่า ไม่ว่าจะกรณีใดห้ามเปิดเผยเรื่องที่คุณหนูสามารถหลอมกลั่นโอสถได้แก่คนนอกโดยเด็ดขาด ต่อให้บ่าวต้องตายก็ไม่มีวันพูดออกมาแน่นอนเจ้าค่ะ!”
ระหว่างกล่าวอธิบายจะเห็นได้ว่าสีหน้าการแสดงออกของอิ๋งเอ๋อร์ดูมุ่งมั่นเพียงใด
เซียถงพยักหน้าตอบภายในดวงตาคู่นั้นของนางเปี่ยมล้นความประทับจับใจ
นี่ไม่ใช่เพราะคำพูดของอิ๋งเอ๋อร์แต่เป็นความมุ่งมั่นที่เผยแสดงผ่านสีหน้า สาวน้อยนางนี้ตระหนักดีว่าตนเองนั่นต่ำต้อยเพียงใด แต่ถึงกระนั้นก็ยังเลือกที่จะยอมเอาตัวเข้าแลกท้าทายบุคคลผู้มีอำนาจ เพื่อกุมความลับและรักษาผลประโยชน์ของเซียถงให้ได้มากที่สุด
หลังปลอยโยนอิ๋งเอ๋อร์เซียถงก็ตรงออกจากห้องพัก มุ่งตรงไปหาไป๋หลี่เย่โดยทันทีเป้าหมายของไป๋หลี่เย่คนนี้ค่อนข้างชัดเจนมันเฆี่ยนตีอิ๋งเอ๋อร์ไปก็เพื่อกระตุ้นโทสะของนางและต้องการให้นางย้อนกลับมาทำร้ายตนหวังระบายความแค้นซึ่งหากแผนการทุกอย่างดำเนินไปในทิศทางนั้น ก็ทำกับว่าเซียถงมีเจตนาทำร้ายองค์รัชทยาทชัดเจนดังนั้นปรมาจารย์เสวี่ยย่อมไม่อยู่เฉยแน่นอน
มันคิดจะยืมมือปรมาจารย์เสวี่ยเพื่อสั่งสอนบทเรียนแก่ตัวนางแต่หารู้ไม่ว่า มันกำลังคิดผิดมหันต์!
ใต้ต้นบุปผาในสถานศึกษานางเห็นไป๋หลี่เย่ที่กำลังมีบรรดาคุณชายผู้แสนร่ำรวยทั้งหลายห้อมล้อมอยู่เรียงรายดูโดดเด่นทรงอิทธิพลดั่งดวงดารา และทันทีที่เซียถงตรงเข้าไปหาไป๋หลี่เย่ก็ระบายยิ้มเปี่ยมปีติสุข โบกสะบัดพัดคลี่ในมืออย่างสบายอารณ์เปล่งเสียงสบประมาทเอ่ยถามขึ้นว่า
“เซียถงนี่เจ้าสั่งสอนสาวรับใช้ของเจ้าอย่างไร? วันนี้ ข้าองค์รัชทายาทบังเอิญไปเจอนางในร้านขายโอสถเห็นนางหอบโอสถที่ขโมยมานำมาขายเป็นเงิน เป็นเจ้านายประสาอะไรไม่สอนสั่งให้ดี?”
“พล่ามแต่ลมไม่มีมูลมิทราบว่าองค์รัชทายาทเห็นนางขโมยโอสถมากับตาตนเอง?”
เซียถงเดินแทรกฝูงชนตรงเข้ามาประจันหน้ากับไป๋หลี่เย่จ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยทีท่าแสนเย็นชา
“แน่นอน!องค์รัชทายาทผู้นี้เห็นนางหอบโอสถกว่าหนึ่งโหลมากับตา!”
ไป๋หลี่เย่กล่าวตอบน้ำเสียงหนักแน่นแสดงถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยม
“ข้าเห็นองค์รัชทายาทถือพัดคลี่อันนี้ตั้งแต่เมื่อครู่แล้วมิทราบว่าไปขโมยมาจากไหนรึ?”
เซียถงแสยะยิ้มเย็นยิงคำถามใส่ไป๋หลี่เย่พลางเหลือบมองพัดคลี่ในมืออีกฝ่าย
“ไร้สาระ!เสด็จพ่อเป็นผู้มอบพัดคลี่อันนี้กับมือ!”
ไป๋หลี่เย่ตอบโต้กลับไปทันทีน้ำเสียงฟังดูโกรธเคืองมิใช่น้อย
“เช่นนั้นข้าเองก็เป็นคนมอบโอสถเหล่านั้นแก่สาวรับใช้ของตนเช่นกัน”
เซียถงเลิกคิ้วตอบสวนทันควันอย่างชาญฉลาด