บทที่ 17
เทคนิคลับ
“ ยอดไปเลยขอรับ ”
“ ขอบคุณผู้าุโที่สอนเทคนิคลับมีให้ ”จางอี้เมื่อสามารถซึมซับพลังจากเนื้อของสัตว์อสูรได้แล้วรีบขึ้นมาขอบคุณชายชราที่อยู่ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
เป็อย่างที่คิดชายชราพวกนี้ไม่ธรรมดาจริงๆด้วยความสามารถนี้ไม่ถูกเขียนอยู่ภายในตำราของเหล่ากุ้ย
นั่นย่อมแสดงว่าเทคนิคนี้เป็เทคนิคที่คนผู้นี้คิดค้นขึ้นมาแถมหลังจากที่มาที่สถานที่แห่งนี้จางอี้ก็ไม่เคยเห็นคนใช้ทักษะนี้
“ นี่เป็ทักษะที่ท่านคิดค้นขึ้นมาเองใช่หรือไม่ขอรับ”
“ เ้ารู้ด้วยอย่างนั้นหรือ? ”
“ ข้าไม่เคยเห็นคนใช้ความสามารถเช่นนี้มาก่อนไม่คิดว่าจะสามารถดูดซับพลังจากเนื้อของสัตว์อสูรได้ด้วย” จางอี้ดวงตาเป็ประกาย
“ มันทำได้แต่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้ข้าเองก็ไม่อยากจะสาธยาย”
“ คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงความสามารถนี้ได้หรอกเ้ารู้หรือไม่ว่าเป็เพราะอะไร? ”
จางอี้ส่ายหัวไปมาแสดงแววตาที่ปรากฏความสงสัย
“ มันเป็เพราะว่าผู้คนส่วนใหญ่ตัวของพวกมันน่ะไม่สามารถเข้าถึงเทคนิคการดูดซับพวกนี้ได้เพราะร่างกายและก็การที่จะเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบภายในร่างกายนั้นน้อยเกินไป”
“ เมื่อทำการกินเนื้อของสัตว์อสูรเข้าไปแล้วผู้คนส่วนใหญ่ก็จะไม่สนใจคิดว่ามันตกอยู่ไปภายในท้องแล้ว ”
“ สำหรับผู้ฝึกฝนวรยุทธการแยกแยะภายนอกนั้นง่ายดายแต่ว่าถ้าเกิดว่าจะให้ััถึงสิ่งที่อยู่ภายในร่างกายนั้นยากเย็น ”
“ เ้าทำให้ข้าประหลาดใจในตอนที่ข้านั้นทำการคิดค้นสิ่งนี้ขึ้นมาและเริ่มตระหนักรู้ถึงความสามารถของมันข้ายังใช้เวลาหลายปีกว่าที่จะสามารถทำได้ ”
“ แต่ในตอนนี้เ้ากับสามารถทำได้เ้าเป็สัตว์ประหลาดหรืออย่างไร” ชายชราหลังค่อมแสดงแววตาสงสัย ดวงตาคู่นั้นพึงวิเคราะห์ผู้ที่อยู่ด้านหน้า
ความสามารถนี้ไม่ใช่ว่าผู้ใดจะสามารถใช้งานได้ชายชราผู้นี้เป็คนคิดค้นเทคนิคการฝึกแบบนี้ขึ้นมาเอง
เพราะว่าในตอนนั้นที่ตนเองเริ่มทำการบ่มเพาะคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าถ้าเกิดว่าทำการบ่มเพาะด้วยวิธีปกติธรรมดาทั่วไปก็ไม่สามารถก้าวอยู่เหนือผู้คนธรรมดาได้
เพราะแบบนั้นจึงทำการคิดค้นวิชาการบ่มเพาะที่แตกต่างไม่เพียงแค่ทำการบ่มเพาะร่างกายจากการขัดเกลาและก็ทำการบ่มเพาะจากการกินยา
แต่ว่าชายชราผู้นี้ก็มีความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาในหัวนั่นก็คือบางทีผู้คนที่ชอบใช้โอสถในการฝึกฝน เป็ส่วนช่วยในการขัดเกลา
เนื้อของสัตว์อสูรที่มีพลังมันเองก็อาจจะสามารถทำเช่นนั้นได้ในตอนนั้นชายชราก็เริ่มทำความเข้าใจกับสิ่งพวกนี้
ไม่นานก็เริ่มตระหนักรู้ถึงพวกมันว่ามันสามารถทำได้จริงๆเริ่มทำการศึกษาแล้วก็เอาจริงเอาจังกับการขัดเกลา
ผ่านไปนานเข้าจึงคิดค้นเทคนิคนี้ขึ้นมามันเป็เทคนิคการบ่มเพาะพิเศษมันไม่เคยถ่ายทอดให้ผู้ใดมีเพียงแค่ตัวของมันเท่านั้นที่รู้เพราะเป็คนคิดค้นขึ้นมา
เทคนิคนี้มันจะใช้ทรัพยากรทุกอย่างอย่างคุ้มค่าสามารถฝึกฝนได้รวดเร็วกว่าคนธรรมดาหลายเท่า
เพราะว่าไม่เพียงแค่ขัดเกลาและบ่มเพาะแต่ยังสามารถซึมซับพลังจากเนื้อของสัตว์อสูรได้อีก
“ พวกาุโ ”
“ ข้าเองก็เป็เพียงแค่คนธรรมดาทั่วไปแน่นอนว่าไม่ได้มีความสามารถเช่นนั้นเพียงแค่อาจจะเรียนรู้เกี่ยวกับเื่พลังในร่างกายมากกว่าผู้อื่น”
“ แสดงว่าเ้าเป็คนที่เรียนรู้ต่างๆได้รวดเร็วมีความสามารถในการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม” ชายชราหลังจากปั้นหน้าบึ้งตึงมาเป็เวลานานในตอนนี้รอยยิ้มค่อยๆปรากฏออกมาบนใบหน้า
“ ถ้าเช่นนั้นผู้าุโก็สอนข้าได้แล้วใช่หรือไม่ขอรับ” จางอี้ยังไม่ลดละความพยายาม
ที่ตนเองนั้นอยู่ที่สถานที่แห่งนี้หนึ่งสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระส่วนอีกอย่างนึงมันเองก็คงจะไม่พ้นว่าอยากจะให้คนผู้นี้ถ่ายทอดวิชาให้
“ ข้าก็ให้เ้าไปแล้วยังไง ”
“ นั่นเป็ทักษะที่ยอดเยี่ยมของข้าเลยนะข้าเป็คนคิดค้นขึ้นมาเองถ้าเกิดว่าเ้าทำมันจะชำนาญความรวดเร็วในการบ่มเพาะของเ้าจะสูงกว่าคนธรรมดาหลายเท่า”
“ ยิ่งถ้าเป็คนที่มีสายเืพิเศษสูงอย่างสายเืระดับราชันถ้าเกิดเรียนรู้ทักษะนี้คงจะสามารถก้าวหน้าได้รวดเร็วขึ้นหลายต่อหลายเท่า”
“ นี่เป็เทคนิคบ่มเพาะแต่ว่าค่านั้นอยากเรียนทักษะการต่อสู้” จางอี้กล่าวออกมา
จริงอยู่ว่าทักษะการบ่มเพาะนี้อยู่ในระดับสูงไม่เคยเห็นวิชาที่แปลกประหลาดเช่นนี้ในการดูดซับพลังของสัตว์อสูรจากเนื้อที่กินเข้าไป
แต่ว่ามันไม่ได้เพียงแค่นั้นสำหรับวิถีของการบ่มเพาะมันไม่ได้มีเพียงแค่การฝึกฝนในด้านการบ่มเพาะเท่านั้น
มันเองก็ยังมีความสามารถที่จำเป็จะต้องคำนึงและจำเป็จะต้องฝึกฝนอย่างเช่นการฝึกฝนวรยุทธเองก็เป็หนึ่งในสิ่งที่จำเป็จะต้องทำ
การต่อสู้เป็สิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เพราะแบบนั้นวิชาการต่อสู้และทักษะจึงจำเป็ในฐานะผู้บ่มเพาะเป็อย่างมาก
ชายชราส่ายหัวไปมา “ เ้าคิดว่าการต่อสู้วิชาต่อสู้ใดที่สามารถใช้งานได้มากที่สุด”
“ วิชากระบี่ที่ร่ายรำไปมางั้นรึ ”
“ ไม่ใช่เลยสักนิดข้าจะบอกเ้าให้นะสำหรับวิชาที่สามารถใช้ได้ที่สุดมันก็คือทักษะทางสัญชาตญาณที่ขัดเกลามาจากการต่อสู้ ”ชายชรายื่นหน้าเข้ามาเอ่ยอธิบายอย่างจริงจัง
“ ทักษะที่ขัดเกลาจากการต่อสู้อย่างนั้นหรือขอรับ?”
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นในหัวเริ่มตระหนักรู้ถึงบางอย่างจางอี้พยักหน้าก่อนที่จะก้มหน้าของตนเองแล้วครุ่นคิดในคำพูดของผู้าุโ
“ ใช่แล้วเ้าลองคิดดูกระบี่ที่ฝึกฝนเป็กระบวนท่าอย่างเช่นกระบี่ต่างๆเ้าคิดว่าพวกนั้นสามารถใช้งานได้ในสถานการณ์ทุกอย่างอย่างนั้น”
“ พวกมันถูกฝึกฝนและออกแบบมาแน่นอนว่าเพื่อการต่อสู้แต่ไม่ใช่ในการรับการต่อสู้ในทุกประเภท”
“ สำนักกระบี่์ก็มีเคล็ดวิชากระบี่มากมาย ”
“ แต่สำหรับตัวของข้าแล้วข้ากลับมองแตกต่างออกไปวิชาการต่อสู้ที่สามารถใช้งานได้มากที่สุดมันคือวิชาการต่อสู้ที่ขัดเกลามาจากสัญชาตญาณในการต่อสู้จริงๆ ”
“ ข้าเ้าอยากจะเก่งเ้าก็จำเป็จะต้องสู้ถ้าเช่นนั้นแบบนี้เป็อย่างไรต้องชายป่าทางโน้นใกล้ๆลำน้ำมีถ้ำของพวกสัตว์อสูรอยู่”
“ ภายในนั้นมีสัตว์อสูรจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวเ้าเดินทางเข้าไปที่สถานที่แห่งนั้นจากนั้นก็ขัดเกลาการต่อสู้กับพวกมัน ”
“ วิชาการต่อสู้ที่ขัดเกลามาจากประสบการณ์จริงๆยอดเยี่ยมมากกว่าเคล็ดวิชาพวกนั้น” ชายชราชี้ทางสว่าง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของจางอี้กระจ่างวูบนึงแล้วก็ตระหนักรู้ได้ถึงความหมายที่อีกฝ่ายนั้นทำการกล่าวออกมา
“ ขอบคุณผู้าุโ ”
“ แล้วก็ถ้าสังหารมันได้ก็อย่าลืมเอากลับมาถ้าเกิดว่าเ้าฆ่าสัตว์อสูรพวกนั้นพวกเราเองก็จะมีเนื้ออร่อยๆกินทุกวัน ” ชายชราเก่า
“ ไม่ลืมแน่ขอรับ ”หลังจากที่ได้รับการชี้แนะเรียบร้อยแล้วจางอี้ไม่รีรอรีบโถมกายพุ่งทะยานไปด้านหน้ามุ่งตรงไปยังถ้ำแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่สามารถฝึกฝนได้คือทักษะการต่อสู้แต่สิ่งที่จำเป็มากกว่าทักษะการต่อสู้คือสัญชาตญาณการต่อสู้ที่จำเป็จะต้องขัดเกลาในตอนนี้การต่อสู้กับสัตว์อสูรพวกนี้จะทำให้เขานั้นเพิ่มประสบการณ์การต่อสู้มากขึ้นและสามารถสร้างสัญชาตญาณการต่อสู้ของตนเองขึ้นมาได้
จบบท