หลังจากค่ำคืนอันโหดร้ายผ่านพ้นไปอคินทร์คิดว่าเอื้อจะหวาดกลัวจนไม่กล้าก้าวขาออกจากคอนโดอีก... แต่เขาคิดผิด
เย็นวันต่อมาอคินทร์เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นและต้องชะงักกึก
เมื่อเห็นเอื้อในชุดเครื่องแบบพนักงานคลับสีดำสนิทตัวเดิมที่ซักรีดจนเรียบกริบกำลังยืนผูกเนกไทอยู่หน้ากระจก
ใบหน้าหวานยังคงซีดเซียวและมีรอยบวมช้ำจางๆที่มุมปาก ทว่าแววตากลับนิ่งสนิทและเด็ดเดี่ยวจนน่าใจหาย
"เธอจะทำอะไรเอื้อ?" อคินทร์สาวเท้าเข้าไปกระชากไหล่บางให้หันมาเผชิญหน้าเสียงทุ้มสั่นเครือด้วยความกรุ่นโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง "ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าห้ามไปทำงานที่นั่นอีก ฟังภาษาคนไม่รู้เื่หรือไง "
เอื้อไม่ได้หลบตาเหมือนทุกทีเธอมองตรงเข้าไปในดวงตาของอคินทร์ด้วยความว่างเปล่าไร้ซึ่งกระแสความรักหรือความกลัวลนลานอย่างที่เคยเป็
"เอื้อต้องไปทำงานครับคุณอคิน" เอื้อตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็ระเบียบ และเหินห่างจนอคินทร์ใจหาย
"เธอท้าทายฉันเหรอฮะ? คิดว่าฉันไม่กล้าขังเธอไว้ในห้องนี้หรือไง" อคินทร์ตวาดลั่นบีบไหล่บางแน่นขึ้น
"ถ้าคุณอคินอยากจะขังเอื้อไว้...ก็เชิญเลยครับ" เอื้อแค่นยิ้มขื่น แววตาไร้แววใยดี "ขังร่างกายของเอื้อไว้เลยครับขังไว้ให้สมใจคุณอคิน... แต่คุณอคินจำไว้นะครับว่าต่อให้คุณอคินจะกักขังเอื้อไว้ทุกลมหายใจ แต่หัวใจของเอื้อในตอนนี้...มันได้ตายและหลุดพ้นไปจากผู้ชายที่ชื่ออคินทร์ั้แ่วันนั้นแล้วครับ"
คำพูดราบเรียบแต่กรีดลึกซึ้งทำให้อคินทร์เหมือนถูกสาป
มือหนาที่เคยบีบไหล่เธอไว้พลันอ่อนแรงและสั่นระริกแววตาที่ตายด้านของเอื้อคือกำแพงหนาที่เขาไม่มีวันทลายเข้าไปได้
อคินทร์เพิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่า ใจสลาย ของจริง...ยิ่งเขาใช้กำลังรั้งเธอไว้ เธอยิ่งห่างไกลออกไปทุกที
สุดท้าย...ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกลับเป็ฝ่ายยอมปล่อยมือลงช้าๆแกล้งสะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนความสั่นไหวในดวงตา
"เออ......อยากไปรนหาที่ตายนักก็ไป ถ้าโดนไอ้เพลิงมันดักตีหัวอีกรอบฉันจะไม่หันไปมองเธอให้เสียเวลาเลย " อคินทร์พ่นคำประชดประชันประชดคำโตกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ก่อนจะเดินปังๆ เข้าห้องนอนไป
เอื้อลอบถอนหายใจยาวน้ำตาเกือบจะไหลแต่ก็กลืนมันลงไป
เธอรีบหันหลังเดินออกจากคอนโดไปทำงานทันที
โดยไม่รู้เลยว่า...หลังจากที่ประตูห้องปิดลงอคินทร์ได้รีบวิ่งออกมาคว้ากุญแจรถสปอร์ตคันหรูแล้วบึ่งตามเธอออกไปในทันทีด้วยความกระวนกระวายใจ
.
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาที่รถซูเปอร์คาร์สีดำสนิทของ ‘อคินทร์ วรโชติเมธี’ มาจอดนิ่งอยู่ที่มุมมืดของลานจอดรถคลับทุกค่ำคืนั้แ่เวลาสามทุ่มจนถึงตีสี่... เวลาเลิกงานของเอื้อ
อคินทร์ไม่ยอมเข้าไปข้างในคลับเพราะทิฐิและอีโก้มันค้ำคอเกินกว่าจะให้ใครเห็นว่าเขามาตามคุมคู่นอนลับๆ
ประธานหนุ่มทำเพียงแค่นั่งอยู่ในรถ ดับไฟหน้าและคอยจับจ้องสายตาไปที่ประตูทางเข้าออกของพนักงาน
คอยสแกนผู้ชายทุกคนที่เดินเข้าใกล้เอื้อ ลึกๆในใจมันเป็ห่วงจนแทบคลั่ง กลัวว่าเธอจะโดนรังแก กลัวว่าจะโดนเพลิงดักทำร้ายอีก
เขาแอบยอมอ่อนข้อให้เธออย่างหมดรูป...ยอมนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ในรถแคบๆ หลายชั่วโมง เพียงเพื่อขอให้มั่นใจว่าเธอปลอดภัย โดยที่ปากก็ยังคงพร่ำบอกตัวเองว่า “ฉันก็แค่มาดูไม่ให้ของเล่นของฉันพังเท่านั้นแหละ”
.
.
ค่ำคืนนี้ฝนตกปรอยๆลมหนาวพัดโบกโบยเอื้อเดินสะพายกระเป๋าผ้าใบย่อมออกมาจากประตูหลังร้านด้วยความเหนื่อยล้า
วันนี้แขกเยอะมากจนเธอปวดขาไปหมดร่างบางเดินมากอดอกหลบฝนอยู่ที่ป้ายรถเมล์เก่าๆ ในซอยเปลี่ยวข้างคลับ
แสงไฟจากหน้ารถสปอร์ตคันคุ้นตาที่จอดซุ่มอยู่ในเงามืดสาดกระทบร่างบางเอื้อชะงักไปนิด เธอสังเกตเห็นรถคันนี้มาหลายวันแล้ว...
รถหรูราคาหลายสิบล้านที่ไม่มีทางมาจอดแช่ในซอยเปลี่ยวแบบนี้ทุกวันและป้ายทะเบียนนั้นเธอก็จดจำมันได้ขึ้นใจ
เอื้อตัดสินใจกางร่มคันเล็กก้าวเท้าแ่เบาตรงเข้าไปที่รถคันนั้นช้าๆ
อคินทร์ที่นั่งอยู่เบาะคนขับเบิกตากว้างด้วยความเลิ่กลั่กเมื่อเห็นเอื้อเดินตรงมา
เขาทำอะไรไม่ถูกจะสตาร์ทรถหนีก็ไม่ทันเอื้อหยุดยืนอยู่ข้างประตูฝั่งคนขับ ก่อนจะใช้มือบางเคาะกระจกเบาๆ
ก๊อก...ก๊อก...
อคินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเขาค่อยๆ กดเลื่อนกระจกลงช้าๆ พยายามตีสีหน้าเนียนขรึม เ็าและเย่อหยิ่งที่สุดเพื่อเก็บทรง
"มีอะไรเอื้อ? มาเคาะกระจกรถฉันทำไม" อคินทร์เอ่ยเสียงเรียบวางท่าเหมือนบังเอิญผ่านมา
เอื้อจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่แสร้งทำเป็นิ่งเฉยร่างบางถอนหายใจแ่เบา
แววตาไม่ได้โกรธเคืองแต่กลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยใจ
"คุณอคินมาจอดรถทำไมตรงนี้ทุกวันครับ? นี่มันหนึ่งอาทิตย์แล้วนะ"
อคินทร์หน้าหงายไปนิดแววตาเลิ่กลั่กอยู่เสี้ยววินาทีก่อนจะรีบข่มเสียงให้เข้มและพ่นคำประชดข้างๆ คูๆออกมาทันที
"ใครบอกว่าฉันมาจอดรอดูเธอฮะเอื้อ? อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยพอดีฉัน... ฉันมาคุยธุรกิจแถวนี้บ่อยๆ แล้วลานจอดรถข้างในมันเต็มฉันก็เลยมาจอดตรงนี้ " อคินทร์เถียงชนฝาขมวดคิ้วมุ่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการหน้าร้อนของตัวเอง
"คุยธุรกิจตอนตีสี่...ทุกวันเลยเหรอครับ?"เอื้อถามกลับเสียงนิ่งขยี้ประโยคแก้ตัวจนอคินทร์ไปไม่เป็
อคินทร์อึกอักใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูด้วยความอับอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา
แต่ทิฐิมันยังค้ำคอเกินกว่าจะเอ่ยคำว่า เป็ห่วงออกไปได้ เขาจึงเลือกที่จะคว้าพวงมาลัยแน่นแล้วตวาดกลบเกลื่อน
"เออ!มันเื่ของฉัน ซอยนี้มันถนนสาธารณะฉันจะจอดคุยธุรกิจยาวถึงเช้ามันก็เื่ของฉันเธอนั่นแหละเลิกงานแล้วก็รีบกลับคอนโดไปซะ เดินตากฝนอยู่ได้... น่ารำคาญ!"
เอื้อไม่ได้เถียงกลับเธอทำเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ
แววตาคู่สวยไหววูบไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้...
คุณอคินก็ยังคงเป็คุณอคินปาก ร้าย ใจดำ และไม่มีวันยอมรับความจริง
แต่การที่เขามานั่งเฝ้าเธอทุกคืนแบบนี้มันก็ทำให้หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวของเอื้อแอบกระตุกวูบขึ้นมานิดๆ
"ครับ...งั้นเอื้อขอตัวก่อนนะครับ"
เอื้อหันหลังเตรียมจะเดินไปขึ้นรถเมล์แต่อคินทร์กลับทนไม่ได้ที่เห็นเธอต้องเดินตากฝนในสภาพเหนื่อยล้าขนาดนั้น
ประธานหนุ่มปลดล็อกประตูรถทันทีก่อนจะตวาดเรียกเสียงสะบัด
"ขึ้นมาบนรถเอื้อ อย่ามาทำตัวเป็นางเอกเอ็มวียืนตากฝนให้ฉันรำคาญลูกตาถ้าเธอเป็หวัดขึ้นมาแล้วไม่มีแรงปรนนิบัติฉันตอนกลางคืน...เธอต่างหากที่จะต้องเป็คนชดใช้ "
เอื้อชะงักเท้ายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะยอมเปิดประตูรถก้าวขึ้นมานั่งเบาะข้างคนขับเงียบๆ...
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมภายในห้องโดยสารรถสปอร์ตคันหรู
มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่ตกกระทบกระจกหน้าต่างเป็จังหวะเนิบนาบ เอื้อ ที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับเปลือกตาหนักอึ้งเกินกว่าจะฝืนไหว
ความเหน็ดเหนื่อยจากการยืนทำงานเยี่ยงทาสนานนับชั่วโมงบวกรวมกับความเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งสัปดาห์
ทำให้สติของเธอค่อยๆดับวูบลงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็สัญญาณว่าร่างบางได้เข้าสู่ห้วงนิทราอันลึกซึ้งไปเสียแล้ว
เมื่อรถสปอร์ตเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทในช่องจอดรถส่วนตัวของคอนโดหรู
อคินทร์ดับเครื่องยนต์ลง ทว่า........เขากลับไม่ยอมก้าวขาลงจากรถประธานหนุ่มเบนสายตาคมกริบกลับมาจับจ้องร่างบอบบางที่นอนคอพับเอียงไปซบกับกระจกหน้าต่างด้านข้าง
ใบหน้าหวานยามไร้ซึ่งหน้ากากแห่งความเจียมตัวช่างดูเปราะบางเหลือเกิน
ผิวแก้มใสซีดเซียว ขอบตาคล้ำจางๆ จากการอดนอนและริมฝีปากบางที่เผยอออกน้อยๆ เพื่อช่วยหายใจ
ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจแกร่งของอคินทร์กระตุกวูบด้วยความรู้สึกหน่วงหนึบในอก
อคินทร์เปิดประตูรถก้าวลงมาเงียบๆเขาเดินมาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร โน้มตัวลงไปช้อนร่างบอบบางของเอื้อขึ้นมาแนบอกในอ้อมแขนอย่างแ่เบาที่สุด
ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากไปเพียงนิดร่างกายอันบอบบางนี้จะแหลกสลายคามือ
เอื้อไม่ได้สติเลยสักนิดเธอยกแขนเรียวขึ้นโอบรอบคอแกร่งของเขาตามสัญชาตญาณของการหาที่พึ่ง
ซุกใบหน้าเข้าหาไออุ่นจากแผงอกของอคินทร์พร้อมกับพึมพำแ่เบาในฝัน
ความอุ่นซ่านจากเรือนร่างของเธอแล่นพล่านเข้าสู่หัวใจของคนปากแข็งจนอคินทร์ต้องกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพาเธอขึ้นลิฟต์ตรงกลับเข้าห้องพักทันที
อคินทร์พาร่างบางเดินผ่านห้องโถงใหญ่ตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนรูหนูของเอื้อ
เขาวางร่างของเธอลงบนเตียงเดี่ยวหลังเล็กอย่างทะนุถนอมดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมให้จนถึงอก ทว่าหลังจากทำหน้าที่เสร็จประธานหนุ่มกลับไม่ยอมเดินกลับห้องนอนใหญ่ของตัวเอง
เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นข้างเตียงหลังเล็กทอดสายตามองดวงหน้าหวานในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟจากตึกภายนอกส่องเข้ามาจางๆ
มีเพียงเวลานี้เท่านั้น...เวลาที่เอื้อหลับสนิทและไม่ได้ส่งสายตาว่างเปล่าไร้หัวใจมาให้เขา
อคินทร์ถึงจะกล้าถอดหน้ากากซาตานร้ายใจดำออกเหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังพ่ายแพ้ต่อความรักอย่างหมดรูป
มือหนาที่เคยบีบเค้นเธอด้วยความรุนแรงค่อยๆ ยื่นออกไปในอากาศ...นิ้วเรียวยาวสั่นระริกยามที่ััลงบนเส้นผมนุ่มระใบหน้าหวานเขาช่วยเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าออกให้อย่างอ่อนโยนนิ้วโป้งลากผ่านโหนกแก้มใสแ่เบาราวกับกลัวเธอจะตื่น
"ทำไมต้องดื้อขนาดนี้เอื้อ..." อคินทร์กระซิบเสียงแหบพร่าน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตัดพ้อและอ่อนใจอย่างที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครได้ยิน
สายตาคมกริบเลื่อนลงมาหยุดอยู่ที่ลำคอระหง...รอยช้ำสีม่วงอมแดงจากฝีมือของเขายังคงหลงเหลือร่องรอยจางๆมันย้ำเตือนความป่าเถื่อนที่เขาทำกับเธอ อคินทร์ก้มหน้าลงต่ำหน้าผากมนของเขาจรดลงบนหลังมือบางของเอื้อที่วางอยู่บนฟูกความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว
"เธออยากไปจากฉันขนาดนั้นเลยเหรอ? แค่อยู่ด้วยกันตรงนี้...ในที่ที่ฉันจัดไว้ให้ มันทรมานเธอมากขนาดนั้นเลยใช่มั้ย " อคินทร์พึมพำกับความเงียบ
เขาตั้งกฎห้ามเธอรักห้ามเธอแสดงตัว
แผดเผาเธอด้วยคำพูดร้ายๆเพราะกลัวว่าตัวเองจะถลำลึก
แต่สุดท้าย...กลายเป็ตัวเขาเองที่ตกบ่วงพันธะนี้จนโงหัวไม่ขึ้น
เขากลัวเหลือเกิน...กลัวแววตาที่ว่างเปล่าของเธอในยามตื่น กลัวคำว่าอยากไปจากเขาใจจะขาด
อคินทร์เลื่อนริมฝีปากเข้าไปประทับจูบแ่เบาลงบนหน้าผากมนของคนที่กำลังหลับใหลค้างไว้นานแสนนานเป็การขอโทษในทุกสิ่งที่ไม่สามารถพูดออกไปได้ยามลืมตา
"ห้ามไปไหนเด็ดขาดนะเอื้อ...อยู่ให้ฉันใจร้ายใส่แบบนี้ตลอดไปเถอะนะ"
คำเห็นแก่ตัวที่หลุดออกมาพร้อมกับลมหายใจอุ่น
อคินทร์นั่งเฝ้ามองลมหายใจยามนิทราของเอื้ออยู่อย่างนั้นอีกเนิ่นนานหวงแหนรอยยิ้ม หวงแหนใบหน้านี้ในความมืด
จนกระทั่งเกือบเช้า...คนปากแข็งถึงได้ยอมตัดใจลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปเงียบๆเพื่อกลับไปสวมหน้ากากคนใจร้ายตามเดิมในยามที่เธอตื่นลืมตาขึ้นมาเผชิญความจริงอันขมขื่นอีกครั้ง
.
.
ความตึงเครียดตลอดทั้งสัปดาห์คล้ายจะจางหายไปในค่ำคืนนี้
อคินทร์รู้ดีว่าตัวเองทำรุนแรงและพูดจาใจร้ายกับเอื้อไว้มากในคืนที่ไปลากตัวเธอมาจากคลับแม้อีโก้จะค้ำคอจนไม่กล้าเอ่ยคำว่าขอโทษตรงๆ
แต่การกระทำของประธานหนุ่มในพักหลังกลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
เขาสั่งอาหารร้านโปรดที่เอื้อชอบทานมาเต็มโต๊ะ
และค่ำคืนนี้หลังจากที่เอื้อทำความสะอาดห้องเสร็จและเตรียมจะเดินกลับเข้าห้องนอนรูหนูของตัวเอง
อคินทร์ที่นั่งอยู่บนโซฟากลับเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนทุกที
"จะรีบไปไหนเอื้อ...มานั่งนี่สิ"อคินทร์ปัดที่นั่งว่างข้างตัวบนโซฟาผ้ากำมะหยี่หนานุ่ม
เอื้อชะงักไปเล็กน้อยแววตาคู่สวยไหววูบด้วยความแปลกใจ แต่เธอก็ยอมเดินก้าวเข้ามา
นั่งลงบนโซฟาข้างร่างสูงอย่างเจียมตัวทิ้งระยะห่างไว้พอสมควร
แต่อคินทร์กลับขยับเข้าไปหาจนไหล่กว้างชิดกับไหล่บางเขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วนมอุ่นที่เตรียมไว้ส่งให้เธอ
"ดื่มซะจะได้นอนหลับสบาย... ่นี้เธอผอมลงไปเยอะนะ" อคินทร์พูดพึมพำสายตาคมจับจ้องไปที่ใบหน้าหวานด้วยกระแสความละมุนที่เขาแอบซ่อนไว้ไม่มิด
ความใจดีที่ไม่ได้เห็นมานานปีทำเอาหัวใจของเอื้อพองโต
ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากคนข้างกายทำให้กำแพงความเฉยชาที่เธอพยายามสร้างขึ้นทลายลงในพริบตา
สัญชาตญาณความรักและความโหยหาอ้อมกอดนี้ทำให้เอื้อเริ่มขยับตัวเข้าใกล้เขามากขึ้น
ร่างบางวางแก้วนมลงก่อนจะช้อนตาขึ้นมองอคินทร์ด้วยแววตาออดอ้อนระยิบระยับเหมือนลูกแมวตัวน้อย
"คุณอคินใจดีจังเลยครับวันนี้...เอื้อนึกว่าคุณอคินจะรังเกียจเอื้อแล้วซะอีก" เสียงหวานกระซิบแ่เบายิ่งขับให้ใบหน้าหวานดูน่าเอ็นดูจนอคินทร์ใจสั่นสะท้าน
"ฉันเคยบอกตอนไหนว่ารังเกียจ..." อคินทร์พึมพำเสียงพร่าแววตาคมกริบเปลี่ยนเป็ความหลงใหลอย่างปิดไม่มิด ยามที่ได้เห็นรอยยิ้มบางๆจุดประกายขึ้นบนใบหน้าของเธออีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าอคินทร์ไม่ได้ว่าอะไรเอื้อก็ยิ่งได้ใจ
ร่างบอบบางขยับกายเข้าไปซุกซบแผ่งอกแกร่งมือบางเอื้อมไปกุมมือหนาของเขาไว้แล้วยกขึ้นมาแนบแก้มใสของตัวเองอย่างออดอ้อน
"คุณอคินครับ..." เอื้อเงยหน้าขึ้นสบตาลมหายใจอุ่นรินรดกันในความเงียบ "คืนนี้... เอื้อขอนอนกอดแขนคุณอคินได้ไหมครับ? เอื้อคิดถึงพี่อคินคนเดิม...คิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆ ของคุณอคินที่สุดเลย"
คำขอร้องแสนน่ารักบวกกับสรรพนามที่เปลี่ยนไป
ทำเอาอคินทร์แทบสำลักความคลั่งรักในอกหัวใจแกร่งเต้นรัวโครมครามจนแทบทะลุออกมาข้างนอก
ทิฐิร้ายและหน้ากากซาตานที่เคยสวมใส่พังทลายลงราบคาบด้วยลูกอ้อนของคนตรงหน้า
อคินทร์ไม่ปฏิเสธไม่แม้แต่จะพ่นคำประชดประชัน เขาทำเพียงแค่ทอดถอนหายใจยาวด้วยความยอมจำนน
"ดื้อจริงนะเธอ..." อคินทร์เอ่ยเสียงนุ่มลึกทว่าการกระทำกลับตรงกันข้าม
ร่างสูงเอนหลังพิงพนักโซฟาก่อนจะยกแขนแกร่งขึ้นโอบรอบไหล่บาง
ดึงร่างของเอื้อให้ขึ้นมานอนหนุนบนท่อนแขนของเขาอย่างพอดิบพอดี
เอื้อลอบยิ้มตาหยีด้วยความดีใจซุกใบหน้าหวานเข้าหากล้ามเนื้ออกแกร่งสองมือโอบกอดแขนของอคินทร์ไว้แน่นราวกาบกลัวว่าไออุ่นนี้จะปลิวหายไป
.
อคินทร์ก้มลงมองคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนแขนของเขา
แสงไฟสลัวจากโคมไฟดวงเล็กขับเน้นให้ใบหน้าหวานดูละมุนและบริสุทธิ์เหลือเกิน
ยิ่งเอื้อขยับกายซุกเข้าหาไออุ่นจากตัวเขาและผ่อนลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอด้วยความไว้วางใจอคินทร์ก็ยิ่งรู้สึก หลงลึก จนถอนตัวไม่ขึ้น
มือหนาอีกข้างค้างอยู่ในอากาศก่อนจะค่อยๆ เลื่อนลงมาลูบกลุ่มผมนุ่มของเอื้ออย่างทะนุถนอม
ััแ่เบาราวกับกลัวเธอจะตื่นสายตาคมกริบที่ทอดมองลงมาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความหวงแหนและความโหยหาอย่างที่สุด... เขารักเวลาที่เธอนอนอ้อนบนแขนเขาแบบนี้รักรอยยิ้มตาหยีที่เธอมีให้เขาแค่คนเดียว
เขารักเธอ...รักจนแทบจะบ้าตายอยู่ตรงนี้
ทว่าในส่วนลึกของใจทิฐิร้ายและภาพลักษณ์ทางสังคมยังคงส่งเสียงเตือนสติอยู่ห่างๆแต่อคินทร์เลือกที่จะปัดมันทิ้งไปในค่ำคืนนี้
ขอเพียงแค่ได้กอดร่างนุ่มนิ่มนี้ไว้บนแขนได้ฟังเสียงหัวใจของเธอที่เต้นเป็จังหวะเดียวกับเขา
ขณะเดียวกัน
เอื้อที่นอนอยู่บนท่อนแขนอันแสนอบอุ่นก็มีความสุขจนล้นอก
ไออุ่นจากร่างกายของคุณอคินและการยอมตามใจให้เธออ้อนขอนอนกอดแขนในคืนนี้
มันกลายเป็น้ำทิพย์ชโลมใจที่ทำให้เอื้อเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า... คุณอคินรักเธอแล้วจริงๆคุณอคินมีใจให้เอื้อเหมือนกัน
และความสุขความหวังที่พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในค่ำคืนนี้เอง...ที่จะกลายเป็ชนวนเหตุสำคัญในวันต่อมา ที่ทำให้เอื้อรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิตเพื่อเอ่ยปาก ขอคบเป็แฟนแบบจริงจัง’
โดยที่ไม่รู้เลยว่าความหวานละมุนบนแขนเสื้อในคืนนี้...จะเป็เพียงหน้าผาสูงชันที่อคินทร์เตรียมผลักเธอให้ดิ่งลงเหวในฉากถัดไปอย่างโหดร้ายที่สุด