ค่ำคืนนั้น...ป่าไม่ได้เงียบสงบอีกต่อไป
มันเต็มไปด้วยเสียงสวดภาวนาที่ขาดห้วง เสียงสะอื้นของชายฉกรรจ์ และเสียงตวาดอย่างบ้าคลั่งของนายสิบที่พยายามควบคุมสถานการณ์ที่แตกสลายไปแล้ว
ทหารพม่าที่เหลือรอดสิบเอ็ดคนอัดกันแน่นเป็วงกลมรอบกองไฟ แผ่นหลังของพวกเขาชนกันเพื่อสร้างความอุ่นใจที่จอมปลอมหลอกตัวเอง อาวุธในมือจ่อออกไปยังความมืดรอบตัวที่บัดนี้ดูเหมือนมีชีวิตและพร้อมจะเขมือบพวกเขาทุกเมื่อ
พวกมันกลายเป็เพียงฝูงแกะที่หวาดกลัว...กำลังรอคอยให้พยัคฆ์เข้ามาขย้ำ
และพยัคฆ์ก็ไม่ปล่อยให้พวกมันรอนาน...
คำอินทร์ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเงามืดบนกิ่งไม้ มองภาพนั้นด้วยแววตาที่เ็าดุจน้ำแข็ง เขาได้ลิ้มรสความกลัวของพวกมันจนพอใจแล้ว...บัดนี้ถึงเวลาปิดการแสดง
เป้าหมายแรกของเขาชัดเจน...ทหารคนที่โอ้อวดว่าได้สังหารเด็กหญิงผู้บริสุทธิ์...
ฟุ่บ!
ร่างของคำอินทร์ทิ้งตัวลงมาจากกิ่งไม้สูงกว่าสิบเมตร...แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เกิดขึ้น...ฝีเท้าของเขาััพื้นดินอย่างนุ่มนวลและเงียบกริบยิ่งกว่าขนนกที่ร่วงหล่น เขาคือส่วนหนึ่งของรัตติกาล...คือมัจจุราชที่เคลื่อนไหวโดยไร้สุ้มเสียง
เขายังไม่ปรากฏตัว...แต่เริ่มร่ายมนตราบทต่อไป...วายุคม
ซวบ!
ใบมีดที่สร้างจากสายลมอันคมกริบพุ่งออกจากความมืด! มันไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ลำคอ...แต่กลับตัดผ่านลำกล้องปืนคาบศิลาของทหารคนหนึ่งจนขาดสะบั้น!
เคร้ง!
อีกสายหนึ่งพุ่งไปตัดสายสะพายย่ามของทหารอีกคน...ข้าวของและะุดินดำร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้น!
"มันอยู่นั่น!"
"ยิงมัน!"
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง...แต่ก็เป็การยิงอย่างสะเปะสะปะเข้าไปในความมืดที่ว่างเปล่า
และในจังหวะที่ทุกคนกำลังหันไปสนใจทิศทางนั้น...คำอินทร์ก็ได้เคลื่อนที่...
เขาใช้ "ย่างสามขุม" ผสานกับพลังจากแก่นอาคม...ร่างของเขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง...เร็วจนสายตามนุษย์ธรรมดามองตามไม่ทัน!
เขาปรากฏตัวขึ้นกลางวงล้อมของศัตรู...ราวกับภูตผีที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน!
เหล่าทหารพม่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง...ก่อนที่ความตกตะลึงจะแปรเปลี่ยนเป็ความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือน...ใบหน้าของเด็กหนุ่มชาวสยามที่ควรจะตายไปแล้วในถ้ำที่ราชครูเข้าไป…
แต่บัดนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา...ด้วยแววตาที่เหมือนไม่ใช่ของมนุษย์
"มึง...มึงคือ..."
ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดจบ...คำอินทร์ก็ลงมือ
เป้าหมายแรก...ไอ้คนชั่วที่สังหารมะลิ...
ทหารคนนั้นเมื่อเห็นมัจจุราชอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองก้าวก็ร้องลั่นด้วยความกลัว มันพยายามจะยกดาบขึ้นป้องกัน...แต่ก็ช้าไป...
คำอินทร์เร็วกว่า...
มือข้างหนึ่งของเขาตบเข้าไปที่สันดาบของมันอย่างแรงจนดาบหลุดกระเด็น...ส่วนมืออีกข้าง...บีบเข้าที่ลำคอของมันอย่างรุนแรงแล้วยกตัวมันขึ้นจากพื้น!
"กะ...แก..." มันพยายามจะพูด แต่ทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้
คำอินทร์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้...แล้วกระซิบด้วยเสียงที่เยือกเย็นจนถึงขั้วหัวใจ...เสียงที่มีเพียงมันเท่านั้นที่ได้ยิน...
"นี่...สำหรับมะลิ"
กร๊อบ!
เขาไม่ได้ใช้ดาบ...แต่ใช้เพียงแรงบีบจากมือเดียว...หักกระดูกคอของมันจนแหลกละเอียด! ร่างที่ไร้ิญญาถูกโยนทิ้งไปราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว...
การสังหารที่โเี้และรวดเร็วต่อหน้าต่อตา...ทำลายขวัญกำลังใจที่เหลืออยู่ของทหารทั้งหมดลงจนหมดสิ้น
"ฆ่ามัน! รุมฆ่ามัน!" นายสิบะโสั่ง
ทหารอีกสิบคนที่เหลือกรูกันเข้ามา...ดาบและหอกพุ่งเข้าใส่ร่างของคำอินทร์จากทุกทิศทาง...
แต่สำหรับคำอินทร์ในยามนี้...มันคือภาพที่เชื่องช้า...
เขาเริ่ม "ร่ายรำ"
มันคือการร่ายรำแห่งความตายที่งดงามและน่าสยดสยองในเวลาเดียวกัน...
ร่างของเขาพลิ้วไหวดุจสายลม...หลบหลีกคมดาบและปลายหอกทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย...ดาบในมือของเขากลายเป็เส้นสายสีเงินที่วาดลวดลายแห่งความตายไปในอากาศ...
ฉัวะ!
เสียงเนื้อหนังที่ถูกคมดาบเชือดเฉือน...
เคร้ง!
เสียงดาบที่ปะทะกัน...
อ๊าก!
เสียงร้องโหยหวนของผู้ที่ถูกปลิดชีพ...
เืสาดกระเซ็นไปทั่ว...ย้อมกองไฟให้กลายเป็สีแดงฉาน...คำอินทร์เคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางวงล้อม...ทุกครั้งที่ดาบของเขาตวัดออกไป...จะมีหนึ่งชีวิตที่ดับสิ้น...
ทหารคนหนึ่งแทงหอกเข้ามา...คำอินทร์เอี้ยวตัวหลบ...ใช้หลังดาบปัดปลายหอกให้เบนออก...แล้วหมุนตัวกลับมาตวัดดาบตัดเส้นเอ็นที่ข้อเท้าของมันจนล้มลง...ก่อนจะเหยียบลงบนอกแล้วแทงดาบทะลุหัวใจ...
ทหารอีกสองคนพยายามจะเข้ามารุมจากด้านหลัง...แต่ตาแห่งจิตของเขามองเห็นทุกการเคลื่อนไหว...เขาทรุดตัวลงต่ำ...ตวัดดาบเป็วงกลมในแนวราบ...คมดาบตัดผ่านขาของทั้งสองคนพร้อมกัน!
เสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้น...แต่ก็เงียบหายไปในพริบตาเมื่อดาบของคำอินทร์ฟาดลงมาที่ลำคอซ้ำอีกครั้ง...
การต่อสู้...มันไม่ใช่การต่อสู้อีกต่อไป...มันคือการ "เก็บเกี่ยว" ชีวิต...
ในเวลาไม่ถึงหนึ่งอึดใจ...ทหารพม่าสิบนายก็นอนจมกองเือยู่บนพื้น...เหลือเพียงคนเดียวที่ยังยืนอยู่...
นายสิบ...หัวหน้าของพวกมัน
ชายร่างใหญ่ที่เคยตวาดสั่งอย่างองอาจ...บัดนี้กลับยืนตัวสั่นงันงก...ดาบในมือร่วงหล่นลงสู่พื้น...ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนเห็นผี...เขามองไปยังเด็กหนุ่มเบื้องหน้าที่ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางกองศพ...ร่างที่อาบย้อมไปด้วยเืของลูกน้องตน...
"ปะ...ปิศาจ...มึงคือปิศาจ..."
นายสิบทรุดตัวลงคุกเข่า...ยกมือขึ้นไหว้อย่างลนลาน...
"ข้า...ข้ายอมแล้ว! ข้าทำตามคำสั่ง! ได้โปรด...ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!"
คำอินทร์เดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ...ฝีเท้าของเขาย่ำลงบนแอ่งเื...เสียงย่ำแต่ละก้าวดังชัดเจนในความเงียบ...เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชายที่กำลังร้องขอชีวิต...แล้วเงื้อดาบขึ้นช้าๆ...
"ไม่! อย่าฆ่าข้า! ข้ามีลูกมีเมีย! ได้โปรด-"
ฉับ!
คำพูดของมันขาดหายไปพร้อมกับศีรษะที่กระเด็นหลุดออกจากบ่า...
ร่างไร้หัวของมันล้มฟุบลง...โลหิตพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับน้ำพุแห่งการชำระแค้น...
ทุกอย่าง...จบสิ้นแล้ว...
คำอินทร์ยืนนิ่งอยู่กลางลานสังหาร...รอบกายมีเพียงร่างไร้ิญญาของศัตรูทั้งสิบห้านาย...เปลวไฟในกองไฟยังคงลุกโชน...สะท้อนเงาของเขาให้ทอดยาวไปบนพื้น...เป็เงาของมัจจุราช...
ความแค้นที่สุมอยู่ในอก...ได้รับการปลดปล่อยแล้ว...แต่เขากลับไม่รู้สึกดีใจ...ไม่รู้สึกสาแก่ใจ...
มีเพียง...ความว่างเปล่า...
ความว่างเปล่าที่หนาวเหน็บและอ้างว้างยิ่งกว่าเดิม...การฆ่าคนเหล่านี้ไม่ได้ทำให้มะลิฟื้นคืน...ไม่ได้ทำให้ชาวบ้านกลับมามีชีวิต...และไม่ได้ทำให้หลวงปู่กลับคืนมา...
เขาก้มลงมองมือทั้งสองข้างของตนที่ชุ่มโชกไปด้วยเื...แล้วมองดาบในมือ...
คำอินทร์สะบัดเืออกจากดาบ...เก็บมันเข้าฝัก...แล้วหันหลังให้กับภาพน่าอนาจเบื้องหน้า...ไม่แม้แต่จะเหลือบมอง...
เขาก้าวเดิน...หายลับเข้าไปในความมืดของพงไพรอีกครั้ง...
การล้างแค้นครั้งแรกได้จบลงแล้ว…
แต่าที่แท้จริง...มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น