บทที่ 19 หวังว่าครั้งนี้คุณจะพอใจ
ฟู่ซือเหยียนก้าวออกมาจากห้องอย่างใจเย็นและผ่อนคลาย ขณะที่จัดเสื้อเชิ้ตที่ยับยู่ยี่ เขาพูดกับหลีเกอว่า “ที่คุณแกล้งท้องก็แค่้าจะหย่ากับฟู่อวิ๋นจือเพื่อที่จะได้เงินเยอะ ๆ เื่นี้ผมช่วยคุณได้นะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ตอนกินข้าวคุณก็ช่วยฉันไปแล้ว” หลีเกอไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร “ฉันมีแผนของฉันเอง แล้วฉันก็อยากจัดการเองมากกว่า อยากเห็นพวกเขาหมดอนาคต”
เมื่อเธอยืนยันแบบนั้น ฟู่ซือเหยียนก็ไม่อยากยุ่งเื่ของคนอื่นอีก
ก่อนจะออกไปชายหนุ่มยังทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง “จัดการเื่ที่บริษัทให้เรียบร้อย เดือนหน้าตามฉันไปทำงานที่ต่างจังหวัด”
งานอะไรกัน?
หลีเกอคิดในใจว่าที่นิวยอร์กก็น่าจะมีล่ามอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? เธอยังอยากตามออกไปถามฟู่ซือเหยียนว่าหมายความว่ายังไง แต่ชายหนุ่มหายไปแล้ว จนเธอเดินไปเจอแม่สามีระหว่างทางเดิน
“เธอไปไหนมา? หายไปตั้งครึ่งชั่วโมง” หลัวหลานคงอยากด่าเธอ แต่พอเหลือบมองที่ท้องเธอแล้ว น้ำเสียงก็เปลี่ยนไป “ตอนนี้เธอท้องแล้ว ระวังหน่อย”
“ฉันรู้ค่ะ” หลีเกอพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มเยาะหยันในดวงตา
เธอไม่รู้หรอกว่าหลัวหลานกำลังคิดอะไรอยู่?
ก็เพราะก่อนหน้านี้ฟู่ซือเหยียนพูดว่า ‘ได้’ หลัวหลานจึงคิดว่าถ้า
ฟู่ซือเหยียนมาร่วมงานฉลองวันเกิดหลานของเธอ คงจะได้เงินเยอะมากแน่ ๆ และถ้าเป็ไปได้ก็อยากให้ฟู่อวิ๋นจือสร้างความสัมพันธ์กับเขา
หึ! คิดได้ดีนี่ แต่เธอไม่ได้ท้องจริง ๆ เสียหน่อย คาดว่าความฝันอันสวยงามของหลัวหลานคงจะสลายแล้วล่ะ
เดิมทีหลีเกอตั้งใจว่าจะไม่กลับไปอยู่บ้านตระกูลฟู่อีกแล้ว หลังจากที่เธอสร้างเื่ขึ้นมาวันนี้ เพราะกลัวว่าฟู่อวิ๋นจือจะโมโหจนลงไม้ลงมือ แต่พอได้ยินแผนอันแยบยลของเจียวม่านหนิงในห้องน้ำ…
ได้! เธอจะทำตามแผนของพวกเขาเอง!
จนกระทั่งงานเลี้ยงจบลง หลีเกอก็ไม่เห็นฟู่อวิ๋นจือและเจียวม่านหนิง แม่สามีก็แกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังกลัวว่าหลีเกอจะสงสัย ขากลับเลยนั่งรถคันเดียวกับเธอ
ห้าทุ่มกว่าฟู่อวิ๋นจือจึงกลับมา เขาเตะประตูห้องนอนเข้ามาแล้วถามหลีเกอว่าหมายความว่ายังไง ที่เธอท้องลูกของชายอื่น
หลีเกอแกล้งตำหนิเขาก่อนในเื่ที่แอบไปคบหากับเจียวม่านหนิง จากนั้นก็ร้องไห้น้ำตานองหน้าบอกว่าเป็เพราะความโง่เขลาชั่วขณะ ที่ทำแบบนั้นในงานเลี้ยง ก็เพราะเธอรักเขามากเกินไป กลัวจะสูญเสียเขาไปเท่านั้นเอง
ฟู่อวิ๋นจือลบข้อมูลการติดต่อของเจียวม่านหนิงทั้งหมดต่อหน้าหลีเกอ พร้อมสัญญาว่าต่อไปจะไม่ติดต่อกันอีก
เขายังบอกอีกว่าหลีเกอสุขภาพไม่ดี เขายินดีจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ แต่เธอต้องลบวิดีโอนั่นทิ้ง แล้วตรวจสอบคลาวด์ของเธอด้วยว่ามีการสำรองข้อมูลไว้หรือเปล่า
เมื่อเห็นท่าทางของฟู่อวิ๋นจือ หลีเกอก็รู้สึกเสียใจไม่น้อย
เธอรักฟู่อวิ๋นจือมากจริง ๆ อยากจะจับมือเดินไปด้วยกันตลอดชีวิต แต่เขากลับนอกใจเธอ ยักยอกเงินของเธอ แถมยังอยากทำให้เธอไม่มีที่ยืนในบริษัทร่วมกับชู้ของเขาอีก
เธอยังจำเป็ต้องใจอ่อนกับเขาอีกงัน้เหรอ?
เธอไม่ได้โง่ขนาดนั้น
วิดีโอนั่นมีประโยชน์มาก เธอสำรองไว้ในแฟลชไดรฟ์นานแล้ว!
.....
หลังจากจัดการเื่ในมือเสร็จ หลีเกอก็นึกถึงน้องสาวโง่ ๆ คนนั้น
วันนั้นเธอยังไม่ทันได้ดูเนื้อหาในสัญญา ฟู่อวิ๋นจือและเจียวม่านหนิงก็มาพอดี ่นี้ก็ไม่เห็นฟู่ซือเหยียนที่บริษัท เลยยังไม่รู้เนื้อหาในสัญญาจนถึงตอนนี้
พอนึกถึงคำพูดที่ฟู่ซือเหยียนทิ้งท้ายไว้ก่อนจะไป หลีเกอก็รู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกเหมือนโดนน้องสาวโง่ ๆ หลอกขายไปแล้ว
กวนรั่วหลิงคงรู้สึกผิดเลยไม่รับโทรศัพท์
หลีเกอจึงโทรหาเพื่อนร่วมห้องของเธอ ได้ความว่ากวนรั่วหลิงกำลังถ่ายทำที่ถนนแห่งหนึ่ง เธอจึงนั่งแท็กซี่ไปที่นั่น พอไปถึงก็พบว่าเป็การถ่ายทำกลางแจ้ง บนพื้นเต็มไปด้วยรางรถไฟและเครื่องจักรต่าง ๆ
เธอปลอมตัวเป็ทีมงานเข้าไปข้างในก็เห็นผู้หญิงสองคนในชุดโบราณกำลังแสดงฉากต่อสู้กัน คนที่ใส่เสื้อสีเหลืองคือกวนรั่วหลิง
หลีเกอไม่เคยแสดงละครมาก่อน แต่เธอเห็นได้ชัดว่ากวนรั่วหลิงจริงจังกับการแสดงมาก
ในใจก็รู้สึกโกรธน้อยลง
โชคดีที่กวนรั่วหลิง ไม่ได้เรียนโรงเรียนศิลปะแบบผ่าน ๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงได้โมโหตาย
หหญิงสาวในชุดสีเขียวอมฟ้าดูเหมือนจะเป็นางเอก ร่างสูงเพรียว ใบหน้าสวยราวกับเกิดมาเพื่อจอใหญ่ สะกดทุกสายตา คิ้วและดวงตาแต่งแต้มให้ดูเป็คนอ่อนหวาน
หลีเกอรู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้มาก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่นึกไม่ออก
หญิงคนนั้นมีรูปร่างบอบบางและเล่นเป็ตัวละครที่มีนิสัยเอาแต่ใจ พูดกับกวนรั่วหลิงได้ไม่กี่ประโยคแส้ในมือก็พุ่งเข้าใส่กวนรั่วหลิงราวกับงู
แส้เส้นนั้นหนาเท่าแขนผู้ใหญ่ ถ้าถูกแส้ฟาดเข้าจริง ๆ คงเป็แผลเหวอะหวะ
เมื่อเห็นน้องสาวตัวสั่นด้วยความกลัว หลีเกอไม่ลังเลที่จะะโเข้าไปในฉากและปกป้องกวนรั่วหลิง ทันใดนั้นแส้ก็ฟาดเข้าที่ตัวของหลีเกอทันที ความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเธอ
“พี่?” กวนรั่วหลิงร้องออกมาด้วยความใ เธอไม่คิดว่าหลีเกอจะมา
“พี่...เจ็บไหม?”
“ถามอะไรไร้สาระ ถ้ามันฟาดลงบนตัวเธอ เธอจะไม่เจ็บหรือไง!” หลีเกอดุ แส้เส้นนั้นฟาดเจ็บมาก เธอกัดฟันพยุงกวนรั่วหลิงให้ลุกขึ้น
เพราะการปรากฏตัวของเธอ สถานการณ์ในตอนนั้นจึงค่อนข้างวุ่นวาย
“เธอเป็ใครกันเนี่ย รู้ไหมว่าเรากำลังถ่ายทำอยู่?” ผู้หญิงที่ถือแส้พูดกับ หลีเกอด้วยความไม่พอใจ “ตาบอดหรือไง? ไม่มีมารยาทเลย!”
“ฉันเป็พี่สาวของเธอ” ผู้หญิงคนนั้นหยิ่งมาก จนหลีเกอขมวดคิ้ว
คนในวงการบันเทิงทุกคนทำตัวแบบนี้หรือไง?
ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังพูดกับผู้หญิงคนนั้นอย่างใจเย็น “ถึงฉันจะไม่เคยแสดงมาก่อน แต่ฉันรู้ว่าการหลบมุมกล้องคืออะไร คุณใช้แส้หนา ๆ ฟาดลงบนตัวน้องสาวของฉัน คุณรู้ไหมว่ามันเจ็บแค่ไหน?”
“ฉันก็ไม่ได้อยากฟาดเธอซะหน่อย เธอเป็คนขอเองต่างหาก”หญิงสาวพูดอย่างดูถูก “เธอเป็คนบอกเองว่าการถูกแส้ฟาดลงบนตัวจะทำให้รู้สึกสมจริงมากขึ้น ไม่เชื่อก็ลองถามเธอสิ!”
หลีเกอหันไปมองกวนรั่วหลิงทันที สายตาเหมือนจะบอกว่า ‘แม้แต่หมาที่ฉันเลี้ยงยังไม่โง่เท่าเธอเลย’
กวนรั่วหลิงยักไหล่และพูดเบา ๆ ว่า “ก่อนหน้านี้ฉันเผลอไปแย่งซีนเธอเข้า เธอเลยโกรธฉัน ฉันแค่อยากให้เธอฟาดฉันสักทีสองทีเพื่อระบายอารมณ์ ไม่งั้นชีวิตฉันคงลำบากในอนาคต”
“เธอเรียนจบจากโรงเรียนศิลปะที่ดีขนาดนั้น ยังกลัวไม่มีละครเล่นอีกเหรอ?” หลีเกอใช้นิ้วจิ้มเธอแรง ๆ หลายครั้ง “ทำไมฉันถึงมีน้องสาวโง่แบบเธอนะ! แถมยังเป็น้องแท้ ๆ อีก!”
“กวนรั่วหลิง เธอยังจะแสดงต่อไหม?” หญิงสาวแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด “ชักช้าจริง ๆ”
หล่อนยังไปฟ้องผู้กำกับด้วยความน้อยใจว่า “ผู้กำกับคะ ไล่คนคนนี้ออกจากกองถ่ายเถอะค่ะ เธอทำให้ทุกคนเสียเวลามากแล้ว แค่ฉันตีเธอไปทีเดียว ยังให้พี่สาวมาด่าฉันอีก ฉันเสียใจจริง ๆ ค่ะ”
หลีเกอรู้สึกยอมรับเื่ฝีมือการแสดงของเธอคนนี้จริง ๆ
นี่เธอไปด่าผู้หญิงคนนั้นตอนไหนกัน?
กวนรั่วหลิงก็เริ่มร้อนใจเธอบอกหลีเกอว่า “พี่ บทนี้ฉันจ่ายไป 400,000 หยวนเพื่อให้ได้มา พี่ออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะ แค่โดนตีทีเดียวเองฉันทนได้”
“400,000 หยวน?” หลีเกอขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ในที่สุดเธอก็รู้แล้วว่ากวนรั่วหลิงเอาเงินที่ได้จากฟู่ซือเหยียนไปทำอะไร
จ่าย 400,000 หยวนเพื่อซื้อบท เก่งจริง ๆ!
ผู้กำกับเองก็เริ่มหงุดหงิดแล้วเหมือนกัน สั่งให้ทีมงานไล่คนออกไป กวนรั่วหลิงรีบขอโทษทุกคนไม่หยุด หลีเกอเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง
ก็เพราะเป็น้องสาวแท้ ๆ ต่อให้โกรธแค่ไหนก็ต้องดูแล
หลีเกอถอดชุดของกวนรั่วหลิงออกแล้วเอามาใส่เอง พอใส่วิกผมเสร็จก็ผลักกวนรั่วหลิงออกไป แล้วบอกหญิงสาวคนนั้นว่า “ร่างกายเธอไม่ค่อยแข็งแรง ฉันจะแสดงแทนเธอเอง ยังไงเธอก็ไม่มีบทพูดและหันหลังให้กล้องอยู่แล้ว”
หญิงสาวยิ้มเยาะ “ได้สิ แต่น้องสาวเธอบอกให้ฉันตีจริง ๆ นะ”
ผู้หญิงคนนี้ทรงอิทธิพลมาก แม้แต่ผู้กำกับยังต้องเกรงใจเธอ เพียงแค่เธอส่งสายตา ผู้กำกับก็สั่งให้ทีมงานปรับตำแหน่งกล้องให้แล้ว
ผู้หญิงคนนั้นเก็บความแค้นไว้ในใจ เธอฟาดแส้ครั้งนี้แรงกว่าครั้งก่อนจนเสื้อผ้าขาดวิ่น หลีเกอถึงกับทรุดลงและเกือบล้ม
“โอ๊ย ฉันลืมบทพูดไปเลย” ผู้หญิงคนนั้นตบหน้าผากตัวเองด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะมองไปที่หลีเกอด้วยสายตาที่ท้าทาย “คุณพี่สาวคะ ถ่ายใหม่ได้ไหมคะ?”
ิัที่แขนของหลีเกอปริแตก มีของเหลวร้อน ๆ ไหลลงมาทีละหยดเปื้อนชุดของเธอ เธอพยายามข่มความเ็ปไว้ ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมวงการบันเทิงถึงอยู่ยาก
“พี่” กวนรั่วหลิงอยากจะเข้ามา แต่ถูกหลีเกอใช้สายตาห้ามเอาไว้
เธอยังทนแทบไม่ไหวเลยแล้วกวนรั่วหลิงจะไปทนได้ยังไง
หลีเกอฝืนประคองร่างกายตัวเองไว้ หายใจเข้าลึก ๆ “ได้ค่ะ หวังว่าครั้งนี้คุณจะพอใจนะคะ”
ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะอย่างเย่อหยิ่งและสะใจ
บนถนนด้านนอกกองถ่าย รถเบนซ์สีดำคันหนึ่งแล่นเข้ามา แล้วจอดสนิทห่างจากกองถ่ายไปสองเมตร
“ถึงแล้วครับประธานฟู่”ผู้ช่วยจางบอกกับฟู่ซือเหยียนที่นั่งอยู่เบาะหลัง
“คุณหนูฉู่ยังถ่ายทำอยู่ จะให้ผมไปรับเธอไหมครับ?”
“เดี๋ยวผมโทรหาเอง”เื่นี้ปกติผู้ช่วยจางจะเป็คนจัดการ แต่ครั้งนี้คู่ค้ามาถึงโรงแรมเร็วกว่ากำหนดสามชั่วโมง เขาเลยแวะมารับฉู่ซือเจียวเอง
ฟู่ซือเหยียน หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา กำลังจะกดโทรออก แต่ได้ยินเสียงคุ้นหูลอยมา
เขาลดกระจกรถลง พอดีมีคนเดินออกมา เขาจึงมองเห็นนักแสดงที่กำลังเล่นอยู่ข้างใน จากมุมนี้เขาเห็นหน้าคนที่คุกเข่าอยู่พอดี
ถ้าไม่ใช่หลีเกอแล้วจะเป็ใครล่ะ?