“อาจุน ฉันว่าเราต้องรีบจัดการเกาหยางด่วนแล้วล่ะค่ะ” เกาหย่าซินทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรงอย่างไม่สบอารมณ์
เหวินหรงจุนนั่งลงข้างๆ ก่อนที่จะรวบตัวเกาหย่าซินเข้ามาไว้ในอ้อมแขน “เขาทำอะไรให้คุณไม่พอใจอีกหรือ”
“ก็เื่ของหรงหรงน่ะสิคะ เขาคงรู้แล้วว่าหรงหรงไม่ใช่ลูกของเขา แต่ฟังจากที่เขาพูด ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่มีหลักฐานในมือ ยังไงก็เถอะ คุณรีบจัดการเขาให้เร็วที่สุดจะดีกว่า อย่าให้เขาได้มีโอกาสหาหลักฐานในเื่นี้ได้ อีกอย่างฉันกลัวว่าลูกจะเสียใจที่ เอ่อ...ที่รู้ว่าเธอไม่ใช่ลูกของเกาหยาง”
“รู้แล้วจะยังไง ไม่ดีหรือที่ลูกจะได้รู้จักพ่อที่แท้จริงของตัวเอง ผมอยากให้ลูกมาใช้แซ่เหวินของผมนานแล้ว แล้ว ยังมีเ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องของคุณอีก ในอนาคตผมก็อยากจะให้เขามาใช้แซ่เหวิน หรือว่าคุณรังเกียจผม คุณถึงไม่อยากให้ลูกรู้จักพ่อของตัวเอง” เหวินหรงจุนพูดเสียงต่ำ
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ อาจุน คุณใจเย็นๆ ก่อนสิ ฉันจะรังเกียจคุณได้ยังไง” เกาหย่าซินกอดคนรักไว้แน่น พร้อมกับใช้นิ้วเขี่ยไปที่หน้าอกเขาเบาๆ “ฉันก็ต้องอยากให้ลูกรู้จักพ่อที่แท้จริงของตัวเองสิคะ เพียงแต่ว่าตอนนี้มันยังเร็วไป เราต้องค่อยๆ บอกแก หรงหรงเป็เด็กพูดง่าย เราต้องให้แกมีเวลาปรับตัว และคุณก็ต้องทำให้แกยอมรับในด้วยคุณให้ได้ด้วย ฉันแค่อยากให้คุณกับลูกมีเวลาเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากันเท่านั้นเอง คุณอย่าโกรธไปเลยนะคะ”
เหวินหรงจุนมีท่าทีอ่อนลง “วันนี้เกาหยางพูดอะไรกับคุณ คุณถึงคิดว่าเขารู้เื่ของหรงหรง”
“เขาบอกว่าเขาอยากหย่ากับฉัน และเหตุผลที่เขาขอหย่าคือหรงหรงไม่ใช่ลูกของเขา” เกาหย่าซินกัดฟันพูดด้วยความโกรธ “เกาหยางไม่เคยพูดถึงเื่นี้มาก่อน ฉันยังนึกไม่ออกเลยค่ะว่าทำไมเขาถึงได้มาสงสัยเอาตอนนี้”
“แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าเขายังไม่มีหลักฐาน เพราะถ้าเกาหยางไม่มีหลักฐานว่าหรงหรงไม่ใช่ลูกของเขา ผมคิดว่าเขาก็ไม่น่าที่จะยื่นคำขาดกับคุณอย่างนี้”
“เพราะเขาบอกว่าจะพาหรงหรงไปตรวจ DNA น่ะสิ อีกอย่างนะคะหรงจุน เราต้องรีบจัดการเขาให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นสมบัติที่หรงหรงควรจะได้...”
“ผมเข้าใจแล้ว ไม่เกินสามวัน ผมจะจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อย” เหวินหรงจุนรีบรับปากเมื่อนึกถึงทรัพย์สมบัติของเกาหยางที่ลูกสาวของเขาควรมีสิทธิ์ได้รับ
เกาหยางคุกเข่าลงตรงหน้ากัวหยางจิ่น “พี่ใหญ่ครับ ผมเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่าผมเข้าใจเยว่จินผิดไป ผมทำผิดต่อเธออย่างร้ายแรง และผมยังปล่อยให้คนอื่นมารังแกลูกๆ ของผม ผมทำให้คุณพ่อตากับคุณแม่ยายเสียใจจนท่านล้มป่วยและในที่สุดท่านก็...ท่านก็จากพวกเราไป ผมขอโทษครับ”
“มาขอโทษตอนนี้แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร น้องสาวผมตายไปแล้ว พ่อกับแม่ผมก็ตายไปแล้ว ตอนที่ท่านจากไป คุณยังใจดำไม่ยอมให้หลานๆ มาส่งท่านเป็ครั้งสุดท้ายเลยด้วยซ้ำ” กัวหยางจิ่นพูดขึ้นอย่างโมโห
“คุณคะ ใจเย็นๆ ก่อนสิคะ” กัวจื่อลี่รีบปรามสามี “น้องเขย รีบลุกขึ้นมาก่อนเถอะจ้ะ มีอะไรก็ลุกขึ้นมาคุยกันดีๆ พี่เขยเธออาจจะใจร้อนไปสักหน่อย แต่เธอก็ต้องเข้าใจเขาด้วยว่าครอบครัวของเขาต่างก็จากไปแล้ว”
เกาหยางยังคงคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพี่เขยและพี่สะใภ้อย่างรู้สึกผิด เขายังไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนทั้งสองเลยในขณะนี้
“ถ้าคุณยังจะคุกเข่าอยู่ตรงนี้ก็ตามใจ ผมกับภรรยาคงต้องขอตัวกลับก่อน” กัวหยางจิ่นทำท่าจะลุกขึ้นเดินหนี
เกาหยางค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วก็นั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้าพี่เขยกับพี่สะใภ้ “นอกจากผมอยากจะมาขอโทษพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้แล้ว ผมยังอยากจะให้พี่ทั้งสองช่วยเหลือผมอีกสักเื่น่ะครับ”
“พอเวลามีปัญหาก็มานึกถึงพวกเราหรือ คนอย่างพวกผมจะไปช่วยเหลืออะไรคุณได้ คุณกับครอบครัวของผมอยู่กันคนละสังคมเลยไม่ใช่หรือ พวกผมมันคนต่ำต้อย หรือว่าคุณจำที่คุณพูดไม่ได้เสียแล้ว” กัวหยางจิ่นยังพูดประชด
“ผมขอโทษครับ” เกาหยางพูดเสียงเบา
“คุณก็จะหยุดก่อนไม่ได้หรือคะ ฟังน้องเขยพูดก่อนเถอะว่าเขามีเื่อะไรให้เราช่วย” กัวจื่อลี่ดุสามีอีกครั้ง “น้องเขย มีอะไรก็พูดออกมาเถอะจ้ะ ถ้าเป็สิ่งที่พวกเราช่วยได้พวกเราก็เต็มใจที่จะช่วย เพราะอย่างน้อยเธอก็ถือว่าพวกเราทำเพื่อเสี่ยวหยวนกับหวาหวา”
“ตอนนี้ผมกำลังจะหย่ากับหย่าซินน่ะครับ ผมคิดว่าเธอไม่น่าจะยอมง่ายๆ ซึ่งเื่นี้... พี่ใหญ่ก็รู้ใช่ไหมครับว่าคนใกล้ตัวของหย่าซินเป็คนแบบไหน”
กัวหยางจิ่นมองหน้าน้องเขยอย่างใช้ความคิด เขารู้ว่าเกาหย่าซินคือภรรยาใหม่ของน้องเขย และคนใกล้ตัวของเธอคือเหวินหรงจุน ลูกน้องคนสนิทของมาเฟียชื่อดังประจำเมือง ถึงตอนนี้มาเฟียคนนั้นจะล้างมือจากวงการและสลายแก๊งไปแล้ว แต่เหวินหรงจุนก็ยังทำงานในธุรกิจสีเทาอย่างการเปิดบ่อนการพนันอยู่ด้วยการเปิดเป็บริษัททัวร์บังหน้า แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของกัวหยางจิ่นนายตำรวจฝีมือดีที่จะสืบรู้ว่าบริษัททัวร์นั้นคือทัวร์การพนันของบรรดาเศรษฐีมีเงินและผู้มีชื่อเสียงทั้งหลาย
“เกาหย่าซินกับเหวินหรงจุนมีความสัมพันธ์กันยังไง” กัวหยางจิ่นถาม
“ผมให้คนคอยตามสืบเื่ของพวกเขาสักพักแล้วล่ะครับ แต่ข้อมูลที่ได้ก็ไม่มีอะไรมาก รู้แค่ว่าเวลานี้พวกเขากำลังแอบคบกันลับหลังผมอยู่” เกาหยางกัดฟันตอบอย่างโกรธๆ
“อ้อ...ดีนี่ คราวนี้พอรู้ว่าตัวเองถูกสวมเขาก็พยายามหาหลักฐานมายืนยันความคิดของตัวเองได้ ถ้าตอนนั้นคุณจะทำแบบนี้กับเยว่จินบ้าง น้องสาวของผมก็คงไม่ต้องมาเสียใจจนต้องด่วนจากไปอย่างนี้” กัวหยางจิ่นพูดประชดเกาหยางอีกครั้ง
“คุณคะ” กัวจื่อลี่ตบหลังมือสามีเบาๆ “น้องเขยพูดต่อเถอะจ้ะ”
“พี่ใหญ่คงรู้เื่ธุรกิจของเหวินหรงจุนแล้ว แต่พี่ใหญ่คงไม่รู้ว่าที่จริงแล้ว ผมกับเหวินหรงจุนก็มีเื่ที่แค้นเคืองกันมาก่อนหน้านั้นนานมากแล้วเหมือนกัน” เกาหยางเริ่มเล่าถึงเื่ในวัยเด็กที่เหวินหรงจุนเข้ามาอยู่ในบ้านโดยอ้างว่าเป็ลูกนอกสมรสของคุณปู่เกา จนทำให้คุณย่าเกาตรอมใจจนเสียชีวิต
“คุณกำลังจะบอกว่าเหวินหรงจุนเขาแค้นคุณและอยากจะแย่งทุกอย่างที่เป็ของคุณไปอย่างนั้นหรือ” กัวหยางจิ่นถาม
“เขาเคยพูดไว้อย่างนั้นครับ หลังจากที่เขาออกจากบ้านไปคราวนั้นผมก็ไม่เคยรู้ข่าวคราวของเขาอีกเลย จนผมเริ่มเข้ามารับ่กิจการต่อจากพ่อ ผมก็บังเอิญไปเจอเขาและรู้ว่าเขาเข้าทำงานกับกลุ่มมาเฟีย แต่ที่เขากับหย่าซินรู้จักกันได้ยังไงนั้นผมก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่ผมกังวลก็คือ ถ้าหย่าซินไม่พอใจที่ผมขอหย่ากับเธอ เธออาจจะให้เหวินหรงจุนช่วยเธอมาจัดการกับผม” เกาหยางพูดเสียงเครียด “ผมไม่สนความปลอดภัยของตัวเอง แต่ผมเป็ห่วงความปลอดภัยของเด็กๆ”
“แล้วเหตุผลที่คุณ้าหย่ากับเธอล่ะ” กัวหยางจิ่นจ้องหน้าน้องเขย “ผมแค่อยากรู้เหตุผลว่าทำไมคุณถึงคิดว่าเกาหย่าซินจะไม่ยอมหย่ากับคุณง่ายๆ”
“ผมคิดว่าเธอคงจะกลัวว่าเกาหรงจะไม่ได้สมบัติของผมเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เพราะเกาหรงไม่ใช่ลูกสาวของผม”