โชบอกว่าตัวเองเป็ขุนนางแต่เธอวิ่งเร็วกว่าที่คิดมาก
อาจจะเป็เพราะเป็หมาจิ้งจอกหรืออย่างไร
เพียงครู่เดียวเราข้ามถนน กระโจนลงบนนาอีกฝั่ง และวิ่งอ้อมไปด้านหลังของเนิน
ผมไม่ได้ทำแบบนี้ั้แ่เรียนรด. ได้แต่พยายามวิ่งตามโชไป โดยใช้ต้นไม้กำบังไม่ให้อีกฝ่ายมองเห็นก่อน
เราหยุดอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
จากตรงนี้ในความมืดมองเห็นคนสี่ห้าคน ในชุดฮู้ดสีดำ ยืนอยู่ข้างๆ กองไฟที่ริมผา
ผมพยายามสำรวจรอบๆว่ามีคนอีกมั้ย
โชส่ายหน้าเพื่อส่งสัญญาณบอกว่าเธอไม่เห็นใครเหมือนกัน
“เอาล่ะ โจมตีได้”ผมกระซิบ
สิ่งที่ผมหวังไว้ที่สุดคือการโจมตีด้วยปืนเก็บเสียง หรือหน้าไม้ลับๆ โดยไม่ให้ศัตรูรู้ว่าเราอยู่ตรงไหนแต่เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ ดังนั้นการโจมตีแบบนี้คงต้องตัดไป
สิ่งที่พอจะเกิดขึ้นได้ในตอนนี้คือการที่โชจะย่องเข้าไปด้านหลัง และใช้วิชาต่อสู้ของเธอจัดการกับพวกมันเงียบๆ
แต่สิ่งที่โชทำก็คือ...
เธอเดินดุ่มๆออกจากที่ซ่อนตรงไปยังพวกโจร และประกาศว่า
“ข้าคือ โชราชครูแห่งราชสำนัก เ้าของที่ดินแห่งนี้ เ้าพวกโจรเ้ากล้าดียังไงมาก่อเื่ในพื้นที่นี้ ถ้าเ้ายังรักชีวิตก็จงวางอาวุธและประกาศนามของเ้าออกมา”
“เฮ้ยๆๆๆ”
พอพวกโจรได้ยินแบบนั้นก็จะใกลัวและวางอาวุธอย่างนั้นเหรอ? จะบ้าหรือไง!
แน่นอนว่าสิ่งที่พวกโจรทำคือการขึ้นสายลูกธนูอย่างรวดเร็ว
เมื่อลูกธนูถูกยิงออกมาผมที่อยู่ตรงนี้จะไปลากโชมาเข้าที่กำบังก็สายไปแล้ว
แต่โชกลับไม่มีทีท่าใเลยเธอแค่ถอนหายใจเล็กน้อย และโบกคทาของเธอ
แล้วตอนนั้นเองเปลวไฟก็ปรากฎขึ้นกลางอากาศ
มันเหมือนกับเวลาดูคนเล่นกายกรรมพ่นไฟตามสถานที่ท่องเที่ยว
ไฟเกิดขึ้นกลางอากาศพร้อมเสียงพรึบ!
เปลวไฟพัดไปตามคทาปัดลูกธนูที่พุ่งเข้ามาออกไป
ผมกลืนน้ำลาย
เวทมนตร์?
“งั้นก็จงสำนึกถึงความผิดของพวกเ้าเสีย”เธอบอก และชี้คทาไปยังโจรคนหนึ่ง
เสียง ฟุบ!เมื่อลูกไฟถูกยิงออกมาจากคทา
มันพุ่งเป็เส้นสีแดงราวกับะุปืน และะเิ ตูม! เมื่อถึงเป้าหมาย
โจรผู้โชคร้ายถูกแรงะเิกระแทกตกลงไปจากเนิน
ผมอึ้ง
นี่ไม่ใช่โลกของเราจริงๆด้วย
มันไม่ใช่โลกยุคกลางด้อยพัฒนาธรรมดาๆ
แต่เป็โลกแฟนตาซีที่มีเวทมนตร์!
ไอ้ลูกไฟเมื่อกี้มันยิ่งกว่าปืนM16 เสียอีก!
พวกโจรที่เหลือเริ่มหนีพวกมันยอมไถลลงจากเนินชันๆดีกว่าจะเผชิญหน้ากับโช
ผมเดินไปยังเนินและมองลงไป
พวกโจรคนอื่นๆเมื่อเห็นแบบนั้นก็เริ่มแตกตื่นหนี ไปในความมืด
ตอนแรกผมคิดจะยึดธนูแล้วโจมตีลงไปจากตรงนี้ แต่คงไม่จำเป็แล้ว...
โชหัวเราะ ฮ่าๆๆๆๆกับท่าวิ่งหนีของพวกฏ
“เธอทำแบบนั้นได้ยังไง”ผมถาม
“อะไร”
“เวทมนตร์...”
“อ้อเป็เปลวไฟที่สง่างามใช่มั้ยล่ะ”
“ผมทำแบบนี้ได้ด้วยหรือเปล่า”
โชหัวเราะ“เป็ไพร่ที่ไม่มีเวทมนตร์ แต่คิดจะเสมอชั้นกับขุนนางอย่างงั้นเหรอ ไม่มีทางหรอก”
“หมายความว่าผมใช้เวทมนตร์ไม่ได้งั้นเหรอ”
“ใช่แล้วไม่ว่าไพร่พยายามขนาดไหน ก็ไม่ได้หรอกโทษชะตากรรมของตัวเองเสียเถิดที่เกิดมาเป็ไพร่”
คำตอบของโชทำให้ผมเข้าใจระบบของโลกใบนี้
โลกของเรา ไม่สิที่โลกผมจากมา พัฒนาวิทยาศาสตร์ขึ้นเพราะมนุษย์ไม่มีพลังอำนาจ
วิทยาศาสตร์เป็อำนาจที่ทำให้มนุษย์เท่าเทียมกันไม่ว่าคนมาจากชนชั้นไหนก็ใช้งานมันได้
ด้วยพลังของวิทยาศาสตร์ชนชั้นของมนุษย์จึงสูญสลายไป
ปืนทำลายชุดเกราะของอัศวินชาวนาที่ถือปืนก็ฆ่าชนชั้นสูงได้
แต่อานุภาพของสิ่งที่อยู่ในมือของโชนั้นมากกว่าปืนไรเฟิลเสียอีก
ในขณะที่พวกโจรใช้ได้แค่ธนูพวกขุนนางอย่างโชถือครองอำนาจนี้ไว้
คำพูดที่เธอบอกว่าหนึ่งต่อร้อยก็ยังไหวคงจะไม่ใช่คำโอ้อวดเกินจริง
ไม่แปลกเลยที่เธอจะปกครองคนจำนวนมากกว่าได้
คงเพราะอย่างนั้นระบบสังคมของโลกนี้จึงเป็อย่างที่เห็น