ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 17 จริงใจ
"ผู้ใหญ่บ้านให้ตามพี่ไปพบขอรับ"
ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นกับจางหย่งที่หน้าบ้าน เขาคือหลานชายผู้ใหญ่บ้าน นามว่าฝูเอ้อ เป็ชายหนุ่มผิวค่อนไปทางคล้ำ ร่างกายดูกำยำสมส่วน อายุราวๆสิบเจ็ดปีใกล้เคียงกับลู่ต้า
จางหย่งที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าก็หันไปเอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงงว่า
"ผู้ใหญ่บ้านมีเื่อันใดหรือ?"
"ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ"
ฝูเอ้อเอ่ยขึ้น ่สายที่ผ่านมา เขาถูกผู้ใหญ่บ้านตามหาและวานให้ช่วยมาตามจางหย่งไปพบ โดยที่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ จางหย่งพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองลูกชายทั้งสามของเขา
"ท่านพ่อ อุ้มๆ"
อาฟงลูกชายคนเล็กที่เห็นพ่อมองมา ก็กางมือแสดงออกว่า้าให้อุ้ม จางหย่งได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะถามอาเฟยลูกชายคนโตขึ้นว่า
"อาเฟย เ้ารู้ทางไปบ้านผู้ใหญ่บ้านไหม"
"รู้ขอรับ"
อาเฟยพยักหน้าพร้อมตอบรับ ทำให้จางหย่งหันไปคุยกับฝูเอ้อขึ้นว่า
"ขอบคุณมาก ขอข้าจัดการธุระที่บ้านให้เรียบร้อยแล้วจะรีบไปพบท่านผู้ใหญ่บ้าน"
หน้าที่การมาตามจางหย่งให้ผู้ใหญ่บ้านจบลงแล้ว ฝูเอ้อก็ไม่จำเป็ต้องอยู่ที่นี่อีก ดังนั้นเขาจึงขอตัวกลับไป หลังฝูเอ้อจากไปแล้ว จางหย่งก็หันมาพูดคุยกับลูกๆของเขา ได้ข้อสรุปว่าเขาจะพาเด็กๆทั้งสามไปบ้านผู้ใหญ่บ้านด้วย หลังจากนั้นจะพากันเข้าเมืองเพื่อไปตลาด ดังนั้นจางหย่งจึงไปหยิบเอาตะกร้าไม้ที่เขาแยกสิ่งของจะไปลองขายที่ตลาดออกมา ส่งให้อาเฟยเป็ผู้สะพายไป ส่วนตัวเขาหยิบตะกร้าในบ้านอีกใบ มาสะพายอาฟงลูกชายคนเล็กขึ้นหลัง จากนั้นทั้งสี่คนกับอีกหนึ่งตัวก็เดินทางไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านพร้อมกัน โดยมีอาเฟยลูกชายคนโตเป็คนนำทาง
ปกติบ้านผู้ใหญ่บ้านมักจะนำสิ่งของมาให้พวกเขาอยู่เป็ประจำ ทำให้บางครั้งที่จางหย่งคนก่อนได้ของป่ามามาก จะฝากอาเฟยนำส่งสิ่งของเ่าั้ไปให้ผู้ใหญ่บ้านแทนคำขอบคุณ ทำให้อาเฟนค่อนข้างคุ้นเคยทางเป็อย่างดี
ระหว่างทางไปพบผู้ใหญ่บ้านพวกเขาได้เดินผ่านหน้าบ้านเหล่าลู่ ลู่ต้าที่เห็นทั้งสี่ก็เอ่ยทักทายขึ้นว่า
"พี่จางหย่ง พวกท่านจะไปไหนกันหรือ?"
"ข้ากำลังไปทำธุระที่บ้านท่านผู้ใหญ่บ้าน เสร็จแล้วว่าจะเลยไปลองขายของที่ตลาดในเมืองดู"
ลู่ต้าที่ได้ยินคำตอบของจางหย่งถึงกับตกตะลึง ก่อนจะถามย้ำขึ้นอีกครั้งว่า
"พี่จะไปตลาดงั้นหรือ?"
จางหย่งที่ได้ยินคำถามเจือด้วยน้ำเสียงแปลกใจของลู่ต้าก็รู้สึกสงสัย แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามสิ่งใด สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากในบ้าน นี่เป็ครั้งแรกที่จางหย่งได้เจอลู่ซื่อั้แ่หลุดเข้ามาในร่างนี้ แต่ก็เดาไม่ยากว่าสตรีตรงหน้าคือภรรยาของเหล่าลู่ เพราะลู่ต้ามีใบหน้าคล้ายกับมารดา
"อ้าว พวกเ้ายืนทำอะไรกันอยู่ตรงนี้ มาๆนั่งลงก่อน"
"ขอบคุณขอรับท่านป้าลู่ แต่ข้ายังมีธุระต้องไปจัดการ ไม่ขอรบกวนดีกว่า"
"ไปทำธุระ พาเด็กๆไปด้วยจะสะดวกรึ"
"สบายมากขอรับ"
"พี่จางหย่งจะเลยไปตลาดด้วยนะแม่"
ลู่ต้าเอ่ยขึ้น ทำให้แม่ของเขาขมวดคิ้วนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ถ้าไม่รังเกียจ ให้ป้าช่วยดูแลเด็กๆระหว่างที่เ้าไปทำธุระก็ได้นะ"
จางหย่งมีสีหน้าครุ่นคิดใจหนึ่งก็รู้สึกไม่คล่องตัวเล็กน้อยที่จะพาเด็กเล็กๆไปด้วย แต่อีกใจหนึ่งเขาก็รู้สึกเกรงใจ ลู่ซื่อที่เห็นสีหน้าของจางหย่งก็เอ่ยขึ้นว่า
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก วันนี้ป้าไม่ได้มีธุระที่ไหน"
"ใช่ๆ เดี๋ยวข้าจะเป็คนนำทางไปตลาดให้พี่เอง พี่ความทรงจำหายไป คงจำทางไปตลาดไม่ได้ ใช่หรือไม่"
ลู่ซื่อมองหน้าลูกชายของตัวเองทีหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจออกมา นางรู้ทันหรอกว่าเ้าลูกคนนี้อยากไปเล่นสนุก แต่นางก็ไม่ได้เอ่ยคัดค้านสิ่งใด นางรู้สึกสงสารครอบครัวจางหย่งเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัดได้รับาเ็จนความทรงจำหายไปอีก
ลู่ต้าที่เห็นแม่ของตนไม่ได้คัดค้านก็ะโโลดเต้นด้วยความดีใจ แต่เด็กๆที่ได้ยินกลับไม่ยินยอม อาฟู่ลูกชายคนรองเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพ่อ ข้าอยากไปกับท่านด้วยขอรับ"
"ไปด้วย"
อาฟงลูกชายคนเล็กเอ่ยสนับสนุน ลู่ซื่อที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ที่นี่มีขนมอร่อยๆด้วยนะเด็กๆ พวกเ้าช่วยอยู่เป็เพื่อนคนแก่อย่างป้าได้หรือไม่?"
เด็กน้อยทั้งสองที่ได้ยินคำว่าขนมก็หยุดคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะหันไปทางบิดา อาฟู่เป็ตัวแทนเอ่ยขึ้นว่า
"พวกเราจะอยู่เป็เพื่อนท่าน ไม่ใช่เพราะพวกเราเห็นแก่ขนมหรอกนะ พวกเราแค่กลัวท่านป้าลู่จะเหงาต่างหาก"
ปกติแล้วถ้านับตามคำเรียกขาน ลูกของจางหย่งต้องเรียกลู่ซื่อว่า ย่าลู่ และเรียกเหล่าลู่ว่า ปู่ลู่ แต่เพราะพวกเขาเรียกตามบิดาจนชิน บวกกับสามีภรรยาคู่นี้พอใจกับคำเรียกขานที่ทำให้พวกเขาดูเด็กลง ดังนั้นเด็กๆจึงเรียกสองสามีภรรยาว่าท่านลุงกับท่านป้า แต่เรียกลู่ต้าว่าท่านอานั่นเอง
สุดท้ายจางหย่งตัดสินใจพาอาเฟยไปด้วย เพราะเขาโตพอที่จะเรียนรู้การซื้อขายได้แล้ว ส่วนเด็กทั้งสองเมื่อมีคนคอยช่วยดูแล ทำให้จางหย่งรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ทั้งสามไม่ลืมที่จะแวะไปหาผู้ใหญ่บ้านฝูก่อนจะเดินทางเข้าตลาด โดยมีเสี่ยวเหมาเดินตามไปด้วย ลู่ต้าที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกสงสัยเอ่ยถามขึ้นว่า
"เ้าสุนัขตัวนี้แสนรู้จริงๆนะ"
เสี่ยวเหมาที่ได้ยินคำชมก็เดินเชิดคอขึ้นกว่าเดิมด้วยความภูมิใจ ก่อนจะเดินส่ายก้นในท่าที่คิดว่าสง่างามที่สุด จนคนทั้งสามที่เห็นถึงกับหัวเราะออกมา สามคนหนึ่งตัวเดินไปคุยกันไปตลอดทางอย่างสนุกสนาน จนมาถึงทางเข้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน
บ้านหลังนี้เป็บ้านที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน เพราะผู้ใหญ่บ้านถือว่าเป็คนของทางการมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในหมู่บ้าน คอยเป็กระบอกเสียงระหว่างทางการกับคนในหมู่บ้านจึงมีเบี้ยรายเดือนเป็รายได้ประจำ ทั้งยังสามารถปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ หรือออกหาของป่าเช่นชาวบ้านคนอื่นๆ ทำให้ผู้ใหญ่บ้านมีฐานะค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับชาวบ้านคนอื่นๆ
เมื่อจางหย่งมาถึง ผู้ใหญ่บ้านฝูที่รอการมาเยือนของอีกฝ่ายอยู่หน้าบ้านก็เอ่ยทักทายขึ้นว่า
"อ้าวพ่อหนุ่มอี้มาแล้วหรือ อ้าวอาเฟยกับเ้าหนุ่มลู่ก็มาด้วยรึ นั่งก่อนๆ"
ผู้ใหญ่บ้านฝูเอ่ยขึ้นอย่างใจดี เขาเป็ชายวัยกลางคนผิวค่อนไปทางขาว รูปร่างท้วมเหมือนกับลูกสาวของเขา ใบหน้าอิ่มเอิบมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าตลอดเวลา บ่งบอกว่าเป็คนใจดีมีเมตตา เขามีบุตรชายหนึ่งคนและบุตรสาวอีกหนึ่งคน ซึ่งก็คือเหมยลี่ที่จางหย่งพบเมื่อวานนี้เอง
ทั้งสามนั่งลงที่โต๊ะหน้าบ้าน หลังจากสอบถามสารทุกข์ดิบพักหนึ่ง จางหย่งก็เอ่ยถามขึ้นว่า
"ท่านลุงผู้ใหญ่บ้าน ท่านมีสิ่งใด้าให้ข้าช่วยหรือไม่ขอรับ"
"อ้อไม่มีอะไรหรอก พอดีข้ามีเื่้าหารือกับเ้าเป็การส่วนตัว เ้าพอจะมีเวลาคุยกับข้าที่ด้านในบ้านหรือไม่?"
"เอ่อ ได้ขอรับ"
จางหย่งมองไปทางผู้ใหญ่บ้านด้วยความประหลาดใจ เท่าที่รู้มาจางหย่งคนก่อนไม่ค่อยสุงสิงกับใครในหมู่บ้านแม้แต่ผู้ใหญ่บ้านที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่ครั้งนี้ผู้ใหญ่บ้านกลับ้าหารือเื่บางอย่างกับเขาเป็การส่วนตัว มันต้องเป็เื่ใหญ่มากแน่ๆ
จางหย่งเดินตามผู้ใหญ่บ้านเข้าไปในบ้าน พบว่าเหมยลี่นั่งรออยู่ที่เก้าอี้ด้านใน ทำให้จางหย่งถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หรือเื่ที่้าปรึกษาจะเกี่ยวกับสตรีผู้นี้ และก็ไม่ผิดไปจากที่เขาคาดเดา เพราะคำถามแรกที่ผู้ใหญ่บ้านฝูเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทั้งสองนั่งลงคือ
"พ่อหนุ่ม ข้าอยากขอให้เ้าตอบคำถามด้วยความจริงใจได้หรือไม่"
จางหย่งที่ได้ยินถึงกับลุ้นระทึก เ้าจางหย่งคนก่อนไปทำอะไรไว้กันแน่นะ ผู้ใหญ่บ้านถึงต้องถามด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นนี้ แม้จะรู้สึกหวาดหวั่นกับคำถามแต่จางหย่งก็ตอบกลับไปว่า
"ขอรับ"
"ดีมาก พ่อหนุ่มเอ๋ยข้า เ้าชอบเหมยลี่ของข้าใช่หรือไม่"
"...!?!"
คำถามนี้หมายความว่าอย่างไรกันล่ะเนี่ย อย่าบอกนะว่า...สงสัยงานจะเข้าคุณพ่อจำเป็อย่างเขาแล้วกระมัง