หลังจากวันที่ออมเล็ตออกจากโรงพยาบาลก็ผ่านมาแล้วห้าวัน ในเวลาห้าวันนี้เขาไม่ได้ทำอะไรเลย ขอเน้นๆหนักๆที่คำว่า ‘ไม่ได้ทำอะไร’ ไม่ได้ทำอะไรนี่คือไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ แม้กระทั่งพูดสักคำเขาก็ไม่ได้พูด... เฮ้อ ไม่ได้พูดเลยสักนิดมันอัดอั้นใจนะแต่ออมเล็ตก็ไม่อยากมานอกบทบาทตอนนี้อ่ะ
ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้คุณชายสามอังศุมาลินมีชีวิตอยู่ยังไง เพราะสิ่งที่เขาทำก็มีแค่นอน กินได้มือละสองสามคำแล้วกลับขึ้นมาบนห้องนอนคืน
“แย่ชะมัดเลยแบบนี้” ออมเล็ตมองข้อมือขาวซีดที่แทบจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกอยู่แล้ว ผอมกะร่องกะแร่งมากกว่าวันที่กลับจากโรงพยาบาลอีก ขืนเป็แบบนี้ต่อไปมีหวังต้องได้ขาดสารอาหารตายจริงๆแน่ แต่ถ้าจะให้ลุกพรึ่บขึ้นมาทำอาหารด้วยตัวเองขึ้นมาทันทีเลยมันก็ไม่ได้เหมือนกัน เครียดจังโว้ย!
โดสอาหารสังเคราะห์แย่มาก อาหารที่ประกอบขึ้นเองก็แย่มากด้วยเช่นกันทานเข้ามาไปได้ยังไงก็ไม่รู้... สำหรับคนที่ชอบกินชอบดื่มของอร่อยจนถึงขั้นไปเรียนทำอาหารมาอย่างมากมายอย่างออมเล็ตทนกลืนไม่ได้จริงๆ
“เฮ้อ” ถอนหายใจรอบที่นับไม่ถ้วน ร่างเล็กเอนแผ่นหลังพนักพิงกับเก้าอี้เอนบริเวณส่วนระเบียงห้อง ใบหน้าหวานล้ำไร้ความรู้สึก ดวงตากลมโตมองออกไปข้างนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย ส่วนภายในหัวที่คิดอยู่นั้น… คงต้องทรมานร่างกายให้มากกว่านี้หน่อยถึงจะสมจริง
สามวันต่อมา... ร่างกายของออมเล็ตอ่อนล้ามากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ดวงหน้านวลอิดโรยเพราะท้องไม่อิ่มจึงนอนไม่ค่อยหลับ โคตรเสียสุขภาพจิตสุขภาพกายเลยแต่เพื่อแผนการตามความคิดของเขายังไงก็ต้องดำเนินต่อไป
ใน่สัปดาห์กว่าๆที่ผ่านมาก็ไม่รู้ว่าเป็่อะไร... หน่วยบัญชาการทหารของท่านพ่อจอมพลและพี่เลโอเนลโล่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ของพี่ไทเกอร์ โรงเรียนกับโรงฝึกพิเศษของฟีนิกซ์กับโลเวลล้วนกำลังเป็่วันหยุดหรือยังไง เพราะออมเล็ตรู้สึกว่าคนในครอบครัวจะอยู่ที่บ้านบ่อยกันเหลือเกิน ั้แ่ออกจากโรงพยาบาลไม่มีมื้อไหนที่เขาต้องทานอาหารคนเดียวเลยสักครั้ง
อืม ท่านพ่อ ท่านพี่ชายทั้งสองคนและน้องชายทั้งสองคนก็ยังคงหล่อเหลาสะท้านจิตใจเหมือนเดิม
สองวันต่อมา... ออมเล็ตยังคงทำเช่นเดิม ไม่พูดกับใคร ทานอาหารมื้อละสองสามคำ กลับขึ้นห้องมานอน สภาพร่างกายของเขาย่ำแย่กว่าเดิมมากกลายเป็ร่างเล็กเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกของจริงแล้ว ใบหน้าหวานซูบตอบลงจนเห็นโครงกรอบกระดูกใบหน้า ริมฝีปากซีดๆ ไม่สิ ต้องบอกว่าซีดไปทั้งตัวเลยมากกว่า
บางทีออมเล็ตก็คิดว่านี่เขากำลังฆ่าตัวตายจริงๆหรือเปล่า แต่ทว่าทุกคนไม่เคยเรียนวิชาพระพุทธศาสนาเหรอ องค์ชายสิทธัตถะกว่าจะพบหนทางรู้แจ้งแห่งการตรัสรู้น่ะยังเคยใช้วิธีการอดอาหารจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเลย หลังจากนั้นเราก็จะพบหนทางแสงสว่างแล้วว่าวิธีการนี้ควรได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง
เช่นกันเมื่อเขาทรมานร่างกายของตนเองจนไปสักพักหนึ่งแล้วหลังจากนั้นจะกลายเป็์ของเขา ออมเล็ตจะสามารถทำอาหารทานเอง!
แต่ยังขาดปัจจัยอีกอย่างหนึ่งซึ่งกำลังรอดูอยู่...
สี่วันต่อมา... นับจากวันที่ออกจากโรงพยาบาลนี่ก็ครบสองอาทิตย์แล้ว และครบสิบหกวันที่ออมเล็ตอยู่ในร่างฐานะคุณชายสามอังศุมาลินแห่งบ้านพิชิตไชยศรี
่นี้เขาเพิ่งได้รับไลท์เบรนอันใหม่แทนอันเก่าที่พังั้แ่เมื่อครั้งฆ่าตัวตายนั่นแหละ ซึ่งไลท์เบรนอันใหม่นี่เป็ไลท์เบรนรุ่นลิมิเต็ดที่แม้จะเป็มหาเศรษฐีมีเงินมากก็ใช่ว่าจะซื้อได้ง่ายๆ ไลท์เบรนอันนี้มีลักษณะคล้ายนาฬิการิสแบนด์สีดำเรียบหรู ใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือด้วย
ออมเล็ตคลับคล้ายคลับคลาได้ยินจากราเชนว่าท่านพ่อให้นำมาให้เป็รุ่นที่ไว้ใช้ในกองบัญชาการทหาร ฉะนั้นภายนอกจึงมีวางขายจำนวนจำกัด... เอิ่ม นี่เรียกว่าใส่ใจได้หรือไม่ ทานอาหารด้วยกันมาั้แ่หลายมื้ออาจจะเห็นว่าที่ข้อมือของเขาไม่ได้ใส่ไลท์เบรนหรือเปล่า เลยซื้อให้ หรือนี่เป็ของเหลือจากหน่วยบัญชาการเลยให้เขา?
วันรุ่งขึ้น... ไม่รู้ว่าเพราะออมเล็ตดีใจที่ได้ไลท์เบรนอันใหม่จะได้เลิกอยู่เบื่อๆสักทีหรือเพราะเริ่มชินกับอาหารสังเคราะห์นี่แล้วจึงทานได้เพิ่มอีกสักหลายคำทีเดียว เรียกสายตายินดีจากราเชนและสายตามองมาของคนอื่นๆเป็จุดเดียว
หลังจากนั้นบาง่เวลาเขาก็ใช้ไลท์เบรนเริ่มค้นหาศึกษาข้อมูลต่างๆที่น่าสนใจบนเครือข่ายดวงดาวบ้าง
่นี้นอกจากอ่านศึกษาค้นข้อมูลเกี่ยวกับเื่ต่างๆแล้วออมเล็ตก็ได้มีโอกาสเดินดูภายในมหาคฤหาสน์หรือที่เป็บ้านของตัวเองบ้าง ตอนแรกคนรับใช้ก็เดินตามกันเป็พรวนจนน่ารำคาญเกินไปจริงๆ นี่คือชีวิตของการเป็คุณชายสินะ ทว่าด้วยความฉลาดของนายไข่เจียวคนนี้จึงสลัดเหล่าคนพวกนั้นหลุดออกไปได้อย่างรวดเร็วทันที
แต่...
“แย่แล้ว” ออมเล็ตกล่าวกับตัวเองอย่างตื่นๆแม้ใบหน้าภายนอกจะไม่แสดงออกเลยก็ตาม เพราะมัวแต่เดินชื่นชมความงดงามวิจิตรอันประณีตตราตรึงใจนี้และมหาคฤหาสน์นี่ชักจะใหญ่เกินไปเขาเลยเกิดหลงทางเองนี่สิ บ้าจริงๆ!
กลายเป็ว่ายิ่งออมเล็ตเดินหาทางออกเพื่อไปโซนที่อยู่หลักของบ้านก็ยิ่งหลงทางมั่วไปอีก เพราะเขาอยู่คนเดียวพอเดินไปเดินมาก็เริ่มรู้สึกว่ามันวังเวงๆยังไม่รู้แฮะ
ทางแยก... ซ้ายหรือขวาดีล่ะที่นี่
“คนโบราณว่าขวาร้ายซ้ายดี... งั้นเลี้ยวซ้ายละกัน”
เมื่อตัดสินใจแล้วออมเล็ตก็เดินต่อไปโดยที่เมื่อพบแยกไหนเขาก็จะเลี้ยวซ้ายทุกแยกจนผ่านไปเนิ่นนานเขาเริ่มเหนื่อย ตัวเลขที่นับในใจว่าตัวเองเดินเลี้ยวแยกซ้ายจาก 9 แยกซ้ายแรกสู่ 19 แยกซ้ายสู่ 29 แยกซ้ายสู่ 39 แยกซ้ายสู่ 49 แยกซ้ายสู่ 59 แยกซ้ายสู่ 69 แยกซ้ายสู่ 79 แยกซ้ายแรกสู่ 89 แยกซ้ายแรกสู่ 99 แยกซ้ายแรกสู่ 109 สุดท้าย!
ไม่รู้เหตุผลว่าทำไมต้องเดินนับแยกซ้ายมาจนถึง 109 แยกซ้ายแต่ออมเล็ตก็ทำไปแล้ว ทุกย่างก้าวลำบากมากขึ้นเรื่อยๆแต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่อยากยอมแพ้ พอไม่อยากยอมแพ้ไอ้เ้าร่างกายแสนอ่อนแอนี่ก็ต้องฮึดสู้ตามด้วยจนเดินมาจนแยกซ้ายสุดท้าย บ้าเอ๊ย! นี่เขาเหนื่อยจนขาลากแล้วนะเนี่ย!
ออมเล็ตไม่รู้ตัวเลยว่าการเดินของตนเองได้ปลดล็อกเส้นทางลับสายหนึ่งของตระกูลเข้าแล้ว เขาพลันทิ้งตัวนั่งจุ้มปุ๊กหายใจหอบแฮ่กๆกับพื้นลายหินอ่อนสวยงาม จนทันใดนั้นเอง... ประตูบานใหม่
“นี่มันห้องอะไร?” ออมเล็ตพลันรู้สึกตื่นตัวขึ้นทันที ประตูไม้ใหญ่สูงเกือบเสียดเพดานประดับลวดลายไทยวิจิตรคล้ายของโบราณ เขาไม่รู้ตนเองจะเผลอเข้ามาในเขตหวงห้ามของตระกูลเหมือนในนิยายในละครอะไรเทือกนั้นหรือไม่จึงไม่คิดที่จะเดินไปต่อแล้ว พลางลุกขึ้นคิดจะหาทางเดินย้อนกลับพอหันกลับมาไปก็คิดว่านี่มันเื่ซวยจริงๆ!
“บ้านตระกูลนี้มันเป็เขาวงกตหรือยังไงวะเนี่ย!”
ทางเดินที่เขาเดินผ่านมาปรับเปลี่ยนรูปแบบแน่ๆ!
ออมเล็ตนึกถึงเขาวงกตทันที ตระกูลใหญ่ตามในนิยายแฟนตาซีก็มักจะวางกับดักอย่างนี้ทั้งนั้น ในเมื่อเดินถอยหลังไม่ได้ก็มีแต่ต้องเดินไปข้างหน้าแล้ว... เขาเดินไปเบื้องหน้าประตูไม้ลวดลายโบราณพร้อมกับยกมือเล็กขาวซีดผลักประตูให้เปิดออก ในใจก็คิดว่าประตูใหญ่หนักๆขนาดนี้คงจะผลักออกได้หรอกกระมัง
แต่ทว่าเหนือการคาดหมาย...
อะแอดดดดด แอด แอดดดดด
เชี่ย... ผอมแห้งแรงน้อยเท่ามดตะนอยสามารถผลักประตูใหญ่เสียดเพดานนี้ออกได้ด้วย เสียงประตูไม้โบราณเปิดดังกึกก้องสนั่นหูชวนขนลุกเป็อย่างมาก
ทั้งในขณะนั้นเองออมเล็ตพลันรู้สึกว่าบนฝ่ามือที่เขาแตะประตูนั้นมีสายพลังลึกลับหนึ่งแล่นปราดเข้ามาสำรวจทั่วภายในร่างกายเขา ก่อนที่ประตูไม้นั้นจะยอมเปิดอ้าให้เขาเข้าไปง่ายๆ... ในฐานะที่เป็นักเขียนผู้มีจินตนาการล้ำเลิศนี้จึงคิดอย่างแฟนตาซีว่านี่อาจจะเป็การตรวจสอบว่าใช่คนในตระกูลพิชิตไชยศรีหรือไม่ เช่นนี้หรือเปล่า?
และพลันนั้นออมเล็ตรู้สึกขนลุกเกรียวขึ้นทันทีเลย เพราะตัวเขารู้ดีแม้ร่างกายเืเนื้อนี้จะเป็คุณชายสามอังศุมาลิน พิชิติไชยศรี แต่ทว่าภายในนั้น... บรึ๋ย ไม่อยากคิดต่อเลย เอาเถอะๆยังไงเขาก็ได้รับการยืนยันและการยอมรับแล้ว ฉะนั้นรีบเข้าไปดูข้างในดีกว่า
“เอ๋?” พอเข้ามาแล้วออมเล็ตอดรู้สึกงงงวยไม่ได้ เพราะที่นี่คือ... “นี่มันก็แค่ห้องสมุดนี่นา”
แค่ห้องสมุดเองเหรอ คิดว่าห้องสมบัติหรือห้องอะไรที่มันพิเศษอะไรซะอีก ออมเล็ตเดินเข้ามาภายในห้องสมุดขนาดใหญ่ซึ่งนับได้ว่าใหญ่มากๆทีเดียว ใหญ่กว่าห้องสมุดมหา’ลัยอันดับหนึ่งอีก มองไม่เห็นที่สิ้นสุดเลยเขาคิดว่าภายในห้องนี้อาจจะมีอะไรพิเศษอยู่ก็ได้แต่ไม่ยุ่งจะดีกว่า แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว
แต่เดี๋ยวนะ... ทำไมยังมีหนังสืออยู่อีกล่ะ
ต้องเข้าใจว่านับจากยุคศตวรรษที่ 21 ของเขาที่ยังมีหนังสือมาจนถึงตอนนี้ผ่านมาหลายล้านล้านปีผ่านยุคหลังาดวงดาวอันหนักหน่วงแล้วมันจะไปมีหนังสือหลงเหลืออะไรล่ะ อีกอย่างปัจจุบันทุกคนก็มีไลท์เบรนนวัตกรรมอันสุดยอดอัจฉริยะ มีเครือข่ายดวงดาวอันกว้างขวางมีประสิทธิภาพ เมื่อวิวัฒนาการมาไกลถึงขนาดนี้จึงไม่มีหนังสืออีกต่อไปแล้ว
“เชี่ย... นี่อย่าบอกนะว่านี่คือขุมสมบัติของโบราณของตระกูลพิชิตไชยศรีน่ะ”
สุดยอดไปเลย... กาลเวลาหมุนวนผ่านไปนานหลายล้านล้านขนาดนั้นยังสามารถรักษาเก็บไว้เพื่อเป็หลักฐานประวัติศาสตร์ได้ยาวนานขนาดนี้ อย่างน้อยนี่ก็เป็การบ่งบอกว่าตระกูลพิชิตไชยศรีนี้เก่งกาจ เก่าแก่และยั่งยืนขนาดไหนแน่นอน
“ออมเล็ตกดถูกใจสิ่งนี้” เขาพูดพลางยกนิ้วโป้งรัวๆให้ เนื่องจากในฐานะที่เขาเป็นักเขียนและเป็คนชอบอ่านหนังสือเขามีนิสัยอย่างหนึ่งคือชอบอ่านหนังสือที่จับต้องได้มากกว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ซะอีก
สังเกตจากการตรวจสอบเมื่อสักครู่ที่นี่น่าจะเขตหวงห้ามหรือเส้นทางลับเขาวงกตสายหนึ่งของตระกูลแน่ อีกอย่างที่นี่น่าจะเรียกว่าเป็ห้องขุมสมบัติโบราณทางประวัติศาสตร์ ไม่รู้ว่าถ้าลองขออนุญาตมาที่นี่ท่านพ่อจะอนุญาตหรือไม่
“ลองหยิบหนังสือไปสักเล่มดีกว่า”
ดูท่าโชคชะตาจะเข้าข้างออมเล็ตแล้ว คราวนี้ใบหน้าของคุณชายสามอังศุมาลิมพลันยกยิ้มมุมปากมีเลศนัยชัดเจน ปัจจัยสำคัญหนึ่งอย่างที่เขายังขาดไปตอนนี้ก็ถือว่าได้รับการเติมเต็มแล้วสิ ที่จริงทำอะไรที่มันง่ายๆตรงๆไปเลยก็ได้แต่ใครใช้ให้คุณชายสามเป็คนแบบนี้เล่า เขาเลยต้องใช้วิธีการอ้อมโลกสามร้อยหกสิบองศาขนาดนี้... เพื่ออาหารแสนอร่อยของฉัน รอก่อนนะ!
----------------------------
***ไรท์เปลี่ยนจากคำว่า 'นายพล' เป็ 'จอมพล' ค่ะเพื่อความสละสลวย ถ้าเห็นตรงไหนยังไม่เปลี่ยนฝากคอมเมนต์บอกไรท์ด้วยนะคะ :)
Talk
น้องไข่เจียวเมื่อราเชนเสิร์ฟอาหารสังเคราะห์... มีความในใจเป็หมื่นล้านแต่พูดไม่ได้สักคำ แงงๆ

และน้องไข่เจียวที่นานวันเข้านานวันเข้าไม่ได้กินอะไรเลยแถมยังเดินวนรอบค่ายกลเขาวงกตในบ้านอีก(555)

มันก็คือแผนแบบอ้อมโลกของคุณน้อนเขานั่นแหละค่ะ ขอพื้นที่ให้น้องปฏิวัติเงียบๆหน่อย ฮือออ น้อนนน เหมือนโดนสั่งให้ลดอาหารเพื่อลดน้ำหนักเลยยยย
เดี๋ยวตอนหน้าก็มีตัวละครเพิ่มแล้ว ไว้พบกันใหม่น้าาา ^_^