บทที่ 21 สัญญาเกี่ยวก้อยไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
หลังจากที่ถังโย่วโย่วโบกมือลาเสิ้งซื่อ รถโรลส์-รอยซ์ก็แล่นจากไป เสิ้งซื่อมองตามรถโรลส์รอยซ์ที่แล่นจากไปก่อนจะละสายตากลับมา
ในตอนนั้น เสิ้งหงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นว่า "ไม่คิดว่าวันนี้มางานประมูลจะได้เจอเื่น่าประหลาดใจขนาดนี้"
"ได้เห็ดหลินจือไฟมาแล้ว เสี่ยวซื่อ รีบออกเดินทางกลับอังกฤษพร้อมกับเห็ดหลินจือไฟเลยนะ"
เสิ้งซื่อตอบเรียบ ๆ ว่า "ครับ"
จริง ๆ แล้วหลายปีมานี้ อิทธิพลของตระกูลเสิ้งในต่างประเทศมีฐานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศอังกฤษ การย้ายอิทธิพลบางส่วนกลับมาในประเทศครั้งนี้ นอกจากคุณปู่แก่แล้วอยากกลับบ้านเกิด ยังมีเหตุผลสำคัญอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือเห็ดหลินจือไฟ
ป้าของเสิ้งซื่อป่วยหนัก จำเป็ต้องใช้เห็ดหลินจือไฟเพื่อต่อลมหายใจ
เสิ้งซื่อที่กลับมาประเทศพร้อมกับเสิ้งหงนั้น เป็เพราะคุณปู่เรียกร้องให้กลับมาเรียนที่นี่ คุณปู่เป็คนประเทศจีนโดยกำเนิด ท่านไม่อยากให้หลานชายของตนปราศจากกลิ่นอายความเป็ชาวจีนโดยสิ้นเชิง
นั่นจึงเป็เหตุผลที่เสิ้งซื่อต้องกลับประเทศ
ตอนนี้ได้เห็ดหลินจือไฟมาแล้ว เป้าหมายแรกของการกลับประเทศสำเร็จแล้ว เหลือเพียงรอให้คุณปู่จากไป เสิ้งซื่อก็จะกลับไปพัฒนาตัวเองที่ต่างประเทศอีกครั้ง
เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดในประเทศ Z ที่ตระกูลเสิ้งยอมถอนตัวออกมาั้แ่แรก ตอนนี้ก็อิ่มตัวไปแล้ว การที่ตระกูลเสิ้งถอนตัวออกจากประเทศ Z เป็เพราะมองไม่เห็นอนาคตของตลาดนี้แล้ว พวกเขาจึงไม่มีความคิดที่จะย้อนกลับมาอีก
รถโรลส์-รอยซ์แล่นไปอย่างนิ่มนวลบนถนน
ถังโย่วโย่วที่นั่งอยู่เบาะหลังเริ่มหาว ชางโหยวเห็นแบบนั้นจึงเอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า "โย่วโย่วง่วงแล้วเหรอ?"
"ค่ะ..." ถังโย่วโย่วพยักหน้าน้อย ๆ แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงรีบส่ายหน้า "หนูไม่ง่วง"
ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานอน เธอไม่ได้ลืมเื่ของเลขาหลี่ที่บริษัทเลย เธอจะต้องกลับไปฟ้องป้า!
คิดถึงตรงนี้ ถังโย่วโย่วก็เหลือบตาโต ๆ มองชางโหยวหนึ่งที เธอไม่ได้ลืมเื่สำคัญไปเพราะงานประมูลหรอกนะ!
ชางโหยวจับสายตาของถังโย่วโย่วได้ รีบพูดขึ้นว่า "โย่วโย่วยังโกรธลุงอยู่เหรอ? ลุงทำอะไรผิดไป บอกมาเถอะ ลุงจะแก้ไขเอง"
ถังโย่วโย่วพึมพำ "คุณลุงคะ หนูไม่สนใจหรอก รอกลับไปให้ป้าสั่งสอนลุงเถอะ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของถังโย่วโย่ว ชางโหยวก็สะดุ้งเฮือก
์! ถ้าหลิวชิงโกรธขึ้นมานี่น่ากลัวมากเลยนะ!
ชางโหยวลูบเข่าของตัวเอง
แย่แล้ว...
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
รถโรลส์-รอยซ์จอดอยู่ตรงน้ำพุด้านหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่
คนรับใช้ยืนรออยู่ที่ประตูมานานแล้ว เขารีบเดินไปเปิดประตูด้านหลังรถอย่างนอบน้อม
ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ถังโย่วโย่วก็ก้าวขาสั้น ๆ ของเธอลงจากรถอย่างคล่องแคล่วราวกับกระต่ายน้อย จากนั้นก็วิ่งปรู๊ดเข้าไปในคฤหาสน์พร้อมกับะโว่า
"ป้าคะ!"
ชางโหยวที่อยู่ด้านหลังยกมือขึ้นแตะหน้าผากอย่างจนใจ เขาคาดการณ์ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้แล้ว
วันนี้หลิวชิงเล่นไพ่นกกระจอกตลอด่เช้าได้เงินมาไม่น้อย ตอนบ่ายก็ไปทำทรีตเมนต์ความงาม ตอนนี้กำลังนั่งอย่างมีความสุขบนโซฟาพร้อมมาส์กหน้าดูซีรีส์เกาหลี
อารมณ์ที่แสนจะมีความสุขอยู่แล้ว พอยิ่งได้ยินเสียงเล็ก ๆ ของถังโย่วโย่วเรียกเธอว่าป้า หลิวชิงยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีก
เธอลุกขึ้นจากโซฟา รีบเดินเข้าไปอุ้มถังโย่วโย่วขึ้นมา แล้วจูบลงบนแก้มเล็ก ๆ หนึ่งที "ที่รักของป้ากลับมาแล้วนะ เป็ไงบ้าง วันนี้เล่นกับลุงสนุกไหมคะ?"
"ป้าคะ! หนูมีเื่จะบอก"
ถังโย่วโย่วมองหลิวชิงด้วยดวงตากลมโตที่เฉลียวฉลาด ใบหน้ากลมเข้าไปกระซิบข้างหูหลิวชิงเล่าเื่ของเลขาหลี่ให้ฟัง และเพื่อให้หลิวชิงตระหนักถึงความร้ายแรงของเื่นี้ เธอจึงเล่าเื่การกระทำและความหยิ่งผยองของเลขาหลี่ให้หลิวชิงฟังอย่างละเอียด พร้อมเพิ่มเติมแต่งเสริมให้ดูน่าตื่นเต้น
แบบนี้จะไม่แย่หรอกหรือ?
ใบหน้าของหลิวชิงเปลี่ยนสีไปมาเมื่อได้ยินคำพูดของถังโย่วโย่ว
ในที่สุดเธอก็โกรธจัด
"ชางโหยว!! รีบเข้ามาหาฉันเดี๋ยวนี้!!"
เสียงคำรามทำให้ชางโหยวขวัญผวาจนขาอ่อนั้แ่ยังไม่ทันก้าวเข้าไปในคฤหาสน์
ชางโหยวรักภรรยามาก ดังนั้นเขาจึงกลัวเธอ
นี่อาจจะเป็จุดอ่อนทั่วไปของผู้ชายรักภรรยา จนกลายเป็สามีที่กลัวเมีย
หลิวชิงวางถังโย่วโย่วลง เธอลูบหัวเล็ก ๆ แล้วพูดว่า "โย่วโย่ว พี่ชายอยู่ที่ระเบียงชั้นสาม ไปเล่นกับเขาสิ"
ถังโย่วโย่วแม้จะตัวเล็กแต่ก็ฉลาดหลักแหลม รู้ว่าคราวนี้คุณลุงต้องโดนจัดการแน่ เธอพยักหน้าอย่างว่าง่ายและตอบเสียงหวาน "ได้เลยค่ะ!"
พูดจบก็ะโโลดเต้นขึ้นบันไดไป
หลังจากที่เธอขึ้นไปแล้ว ชางโหยวก็เดินเข้ามาจากประตูด้วยสีหน้าอิดโรย
เมื่อเห็นหลิวชิงมองเขาด้วยสีหน้าดุดัน ชางโหยวก็สะดุ้งโหยง
"หึ ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าคุณกล้าขนาดนี้?! เื่เลขาที่บริษัทนั่น คุณต้องอธิบายให้ฉันฟังให้ดี ถ้าอธิบายไม่ชัดเจน คืนนี้คุณก็ไปนอนข้างนอกซะ"
ชางโหยวอยากจะร้องไห้ เขาสาบานต่อฟ้าว่าเขาไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับเลขาหลี่เลย!
ถังโย่วโย่วขึ้นไปชั้นสาม ร่างเล็ก ๆ ของเธอแนบกับผนังแล้วโผล่หัวออกมาดูชางจื่อที่กำลังจดบันทึกอยู่บนระเบียง
ตอนนี้บนระเบียงมีกล้องดูดาวตั้งอยู่ ข้าง ๆ มีโต๊ะกลมสีขาวที่ชางจื่อกำลังตั้งใจจดบันทึก หลังจากจดเสร็จก็เอาตาแนบกับกล้องดูดาว ราวกับกำลังสังเกตอะไรบางอย่าง
แสงไฟขนาดเล็กบนระเบียง ส่องสว่างกระทบใบหน้าด้านข้างของชางจื่อ แม้จะเป็เด็กผู้ชายแต่กลับมีขนตาที่หนาและงอนงาม เงาขนตาทอดลงบนเปลือกตา ทำให้ใบหน้าดูคมเข้มขึ้น
"พี่ชาย"
ถังโย่วโย่วโผล่หัวเล็ก ๆ ออกมามองชางจื่อ แล้วเรียกเสียงหวาน
ชางจื่อได้ยินเสียงของถังโย่วโย่ว ร่างกายเขาชะงักไปชั่วขณะ ละสายตาจากกล้องส่องทางไกลไปมองถังโย่วโย่ว ดวงตาคมดุจดอกท้อหรี่ลง ก่อนเอ่ยว่า "ยืนอยู่ตรงนั้นทำไม"
ถังโย่วโย่วที่มีรูปร่างกลมป้อม ๆ ะโออกมาจากหลังกำแพงอย่างคล่องแคล่ว ก้าวเท้าเล็ก ๆ เดินเข้าไปหา ภายใต้สายตาของชางจื่อ เธอพยายามปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กข้างโต๊ะกลมสีขาว แกว่งขาสั้น ๆ พลางเอ่ยปาก "พี่ชายกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?"
ชางจื่อตอบ "ฉันกำลังจดบันทึกการสังเกตการณ์"
"สังเกตอะไรเหรอ?"
"ดูดาว"
ถังโย่วโย่วเบิกตากว้าง ตอบอย่างอยากรู้อยากเห็น "ดาวสวยเหรอ? หนูก็อยากดูบ้าง"
"เฮอะ เธอยังดูไม่ออกหรอก" ชางจื่อไอเบา ๆ หนึ่งที พลางเบือนสายตาหนีแล้วตอบ
ถังโย่วโย่วอายุยังน้อย ยังไม่เข้าใจอะไรเลย แน่นอนว่าคงไม่รู้จักการดูดาวด้วย
"..." ฮึ! กล้าดูถูกฉันงั้นเหรอ?!
ถังโย่วโย่วกะพริบตา แล้วเอ่ยปากพูดว่า "พี่ชาย หนูรู้นะว่าเค้กน่ะ พี่เป็คนกิน"
"......"
คำพูดของเธอทำให้ชางจื่อชะงักไปทันที
เื่น่าอายขนาดนี้ไม่พูดออกมาจะดีกว่าไหม! เขาก็เป็คนรักหน้ารักตาเหมือนกันนะ!
ชางจื่อหันกลับไปด้วยตัวแข็งทื่อ หยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมาจดบันทึก แกล้งทำเป็ไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น
ทันใดนั้นนิ้วมือเล็ก ๆ นุ่มนิ่มก็ยื่นมาตรงหน้าของชางจื่อ แล้วถังโย่วโย่วก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า "พี่ชายวางใจได้ หนูจะไม่บอกใครทั้งนั้น นี่จะเป็ความลับของพวกเราสองคน มาเกี่ยวก้อยกันนะ!"
เื้ัของพวกเขาคือดวงดาวระยิบระยับมากมายบนท้องฟ้า
ตรงหน้าเป็นิ้วมือเล็ก ๆ ขาวนวลน่ารัก
ชางจื่อเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง จากนั้นใบหน้าหล่อเหลาก็แดงระเรื่อ เขายื่นมือออกไปเกี่ยวนิ้วก้อยกับถังโย่วโย่ว
"สัญญาไปอีกร้อยปี!"
"ฮิ ๆ!"
แค่เพียงเท่านี้ ถังโย่วโย่วก็สามารถเอาชนะใจจอมมารน้อยชางจื่อได้ด้วยเค้กชิ้นเล็ก ๆ เพียงชิ้นเดียว และที่สำคัญชางจื่อก็ยินดีที่จะยอมแพ้ด้วยความเต็มใจ