ท่านอ๋องตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สาง ในขณะที่หนี่เฟิ่งจิวยังหลับเป็ตายไม่รู้สึกตัว เหตุผลก็แค่เธอพึ่งผ่านความยากลำบากในชีวิตมา โดนองค์ชายบ้ากามขังไว้ในป่า
คุณหนูหลี่เหมยฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว มีอย่างที่ไหนให้สาวใช้ทำตามใจของตน ท่านพี่กำลังคลั่งรักเสียมากกว่าล่ะมั้ง
“เจียงเหวิน...ข้า เอ่อ ข้าอยากได้ดอกไม้สักช่อ”
“ขอรับ??? ด..ดอกไม้ ท่านอ๋องอยากได้ดอกไม้จริงหรือขอรับ”
“อืม”
เขาตาฝาดหรือเปล่าที่เห็นใบหูของท่านอ๋องแดง ดวงตาที่เคยดุดันก็กลายเป็เขินอายซะงั้น !
อ๋องเสี่ยวเหยาไม่เคยผิดหวังกับเจียงเหวิน เมื่อดอกไม้ป่าสีสันสดใสถูกผูกรวมมาเป็อย่างดี อ๋องที่รับมาก็เผยรอยยิ้มน้อย
“ข้าว่าแล้ว!!! อ๋องไม่ยอมแต่งงานเพราะแบบนี้”
“กับเจียงเหวินจริงหรือ?”
เหตุการณ์ภายในจวนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเกิดสิ่งใด แต่ภาพที่เห็นก็ยืนยันให้พวกคนผ่านไปผ่านมาชวนคิด ชาวบ้านหลายคนต่างก็ยืนซุบซิบอยู่
หนี่เฟิ่งจิวตื่นมาก็สูดอากาศยามเช้า เห็นชาวบ้านกำลังยืนพูดคุยกัน ในนั้นยังรวมเยว่ชุนที่กำลังโม้จนน้ำลายแตกฟอง ความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์เป็เื่ที่ห้ามไม่ได้
“เยว่ชุน...”
“แม่นาง! มาพอดีเลย มาช่วยแก้ข่าวให้ท่านอ๋องหน่อย”
“ข่าว? ข่าวอะไรหรอ”
“พวกชาวบ้านเห็นท่านอ๋องกับคนสนิท แบบว่า...เอ่อ” ท่าทางตะกุกตะกักยิ่งชวนให้อยากรู้ หนี่เฟิ่งจิวเลยต้องเร่งให้เยว่ชุนรีบบอกมา
“อะไร????”
“ท่านอ๋องรับช่อดอกไม้จากเจียงเหวิน หน้าแดงไปยันหูเลยแม่นาง มีท่าทางเอียงอายด้วย”
พรืดดดด! หนี่เฟิ่งจิวถึงกับหลุดขำออกมา ท่านอ๋องน่ะหรือจะทำตัวเป็สาวน้อยแบบนั้น
“แม่นางขำอะไร?”
“เข้าใจผิดแล้ว ท่านอ๋องกับเจียงเหวินเป็เพื่อนที่ดีต่อกัน”
“แน่ใจหรือ”
“อื้ม ท่านอ๋องสนใจผู้หญิง ไม่ใช่อย่างที่คิดกันหรอก”
อ๋องเสี่ยวเหยาอยู่ในจวนก็ไม่ได้รู้เื่ราว ยังคงนั่งมองช่อดอกไม้ที่เจียงเหวินหามาให้ สายตาเป็ประกายอย่างกับคนกำลังตกหลุมรัก
ชาวบ้านแยกย้ายกันไปทำงานของตน หนี่เฟิ่งจิวเองก็ต้องไปทำหน้าที่สาวใช้เช่นกัน แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้หญิงสาวหยุดนิ่ง
“ท่านอ๋องมองดอกไม้หยาดเยิ้ม เจียงเหวินนั่นก็ทำอะไรโจ่งแจ้ง”
เสียงของชาวบ้านลอยเข้ามาในหูเลย ท่านอ๋องยังลูบดอกไม้อย่างเบามือ รอยยิ้มน้อยที่ผุดขึ้นนี่มันหมายความว่ายังไง ท่านอ๋องกับเจียงเหวินเนี่ยนะ!
“เอ่อ...ท...ท่านอ๋องคะ”
พรึบบบ!
“วะ ว่าอย่างไร??”
ท่านอ๋องซ่อนดอกไม้ไว้ข้างหลังไม่ให้หนี่เฟิ่งจิวเห็น แล้วยังเชิดหน้าถามเธอจริตสาวน้อยอีก หนี่เฟิ่งจิวสะบัดหัวไล่ความคิดปัญญาอ่อนของตัวเอง
“ท่านอ๋องขอรับ”
“เจียงเหวิน....อันนี้มันร้อนไป”
ดะ เดี๋ยวนะ! ท่านอ๋องกำลังอ้อนเจียงเหวินหรอ แล้วที่ท่านอ๋องจูบกับเธอวันนั้นมันหมายความว่ายังไง ท่านอ๋องชอบเพศไหนกันแน่
“ปล่อยท่านอ๋องนะ! คุณต้องอธิบายมาว่ามันยังไงกันแน่”
“อะไรของเ้า!...”
“ท่านอ๋องกับเจียงเหวินไง??? สองคนชอบกันใช่ไหม !!”
“พูดบ้าอะไรออกมา”
“ไม่ใช่นะขอรับ ข้ากับท่านอ๋องหรือ....แค่คิดก็ขนลุกไปหมดแล้ว”
“กับข้ามันทำไม???”
“เอ่อ..ไม่ทำไมขอรับ แต่มันไม่มีวันเป็ไปได้แน่นอน” เจียงเหวินกับท่านอ๋องในตอนนี้ดูเหมือนคู่รัก รังสีของความหวานวิ่งไปรอบตัว หนี่เฟิ่งจิวตาฝาดหรือเปล่าที่เห็นท่านอ๋องยู่ปาก
อะไรวะเนี่ย !!! สองคนอะไรกัน
“แม่นาง! แม่นางขอรับ” หนี่เฟิ่งจิวไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ดวงตาทั้งสองปิดลงพร้อมสติดับวูบ
ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ปลายนิ้ว กลิ่นฉุนของอะไรบางอย่างกำลังโชยเข้าจมูก
“พักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายก็กลับมาเป็ปกติขอรับ”
“นางป่วยหรือ”
“เพียงอาการอ่อนล้าของร่างกาย เกิดจากความตึงเครียดด้วยขอรับ”
หนี่เฟิ่งจิวได้ยินบทสนทนาทั้งหมด คาดว่าท่านอ๋องคงเรียกหมอมาดูอาการ ลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกำลังนอนแช่อยู่บนที่นอนของท่านอ๋อง
“เ้าฟื้นแล้ว”
“ท่านอ๋อง ฉันเป็อะไรหรอคะ”
“พักผ่อนน้อย”
ฝ่ามือของท่านอ๋องลูบศีรษะของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ดวงตาทรงเสน่ห์โชว์ความอบอุ่น หนี่เฟิ่งจิวไม่อยากเชื่อว่าเธอจะเป็ลม เพียงเพราะคิดว่าท่านอ๋องเป็เกย์
“เ้าเคร่งเครียดสิ่งใดอยู่”
“ท่านอ๋องไม่ได้ชอบเจียงเหวินใช่ไหมคะ??”
“ห๊ะ!????”
“ก...ก็ชาวบ้านเขาพูดกัน ว่าท่านอ๋องเขินอายตอนรับดอกไม้จากเจียงเหวิน”
“ข้าเนี่ยนะ?”
“แล้วท่านอ๋องจะซ่อนดอกไม้ทำไม ท่านอ๋องออดอ้อนเจียงเหวินด้วย ฉันเห็นอาการของทั้งคู่นะ!”
เสี่ยวเหยาอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหู ใบหน้ามู่ทู่ของหนี่เฟิ่งจิวทำเอาเจียงเหวินหลุดขำ ก่อนจะได้รับสายตาพิฆาตจากท่านอ๋อง จึงต้องสงบปากลงทันที
“เ้าบ้าไปแล้วหรือ!”
“อธิบายมาสิคะ”
“ดอกไม้นั่นข้าตั้งใจให้เ้า แต่เ้าดันเข้ามาก่อน ข้าเลยไม่รู้ต้องทำตัวอย่างไร”
“จริงหรอ?”
“ข้าไม่รู้ว่าชาวบ้านเอาอะไรมาพูด เจียงเหวินกับข้าเป็สหายกัน”
“ต้องปลอบขวัญฉันนะคะ เครียดจนเป็ลมเลยเนี่ย” อ๋องเสี่ยวเหยาส่ายหน้าทันที นางเครียดเพราะคิดว่าเขามีความสัมพันธ์กับเจียงเหวิน ที่ต้องเรียกหมอมาดูอาการเป็เพราะคำพูดของชาวบ้าน
หนี่เฟิ่งจิวคนนี้เป็บ้าไปแล้วหรืออย่างไร ถึงได้คิดอะไรได้เป็เื่เป็ราวถึงขั้นล้มป่วย
“เ้าออกไปก่อน”
“ขอรับ”
ท่านอ๋องให้เจียงเหวินออกไป ทั้งห้องก็กลับมาเงียบสงบพร้อมกับหนี่เฟิ่งจิวที่ทำตาปริบๆอยู่บนเตียง ชายหนุ่มหย่อนตัวนั่งบนเตียง หญิงสาวที่นอนอยู่ก็เด้งตัวขึ้นมานั่งเกยตักของเขา เล่นเอาสะดุ้งใจนเกือบหล่นลงไป
“ท่านอ๋องอ่า ฉันเกือบหัวใจวาย ถ้าฉันตายจะมาหลอกท่านอ๋องคอยดู”
“เ้าก็คิดบ้าๆ”
“ใครจะไปรู้ล่ะคะ ท่านอ๋องอาจชอบแบบนั้น รสนิยมของคนเรามีตั้งมากมาย”
“แล้วถ้าข้าชอบขึ้นมา”
“ฉันจะต้องฆ่าเจียงเหวินหมกป่าแล้ว”
อ๋องเสี่ยวเหยาถึงกับหลุดขำพรืดออกมา คำพูดและหน้าตาจริงจังของหนี่เฟิ่งจิวในตอนนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูละครหนึ่งเื่
“ขำทำไมคะ?”
“เด็กไม่รู้จักโต เ้าคิดว่าอยู่ในละครหรืออย่างไร”
“ท่านอ๋องไม่รู้จักละครสักหน่อย”
“แต่ข้ารู้จักการแสดง”
หนี่เฟิ่งจิวแอบยู่หน้าใส่ท่านอ๋องที่พยายามเอาชนะเธอ พลางกอดซบร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนี้ สูดกลิ่นหอมของท่านอ๋องที่เธอคิดว่ามันดีที่สุด
“ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน เ้านี่พาข้าแหกทุกกฎอยู่เรื่อย”
“ร่างกายท่านอ๋องอุ่น ฉันชอบ”
“ชอบแล้วอย่างไร ข้าไม่ใช่บุรุษหนุ่มใจง่ายอย่างที่คิดหรอกหนา” ท่านอ๋องพูดแกมหยอกล้อ หนี่เฟิ่งจิวที่ได้ฟังก็หลุดขำออกมา ท่านอ๋องเล่นตัวได้ทันยุคทันสมัยมาก
“ท่านอ๋องจูบฉัน ท่านอ๋องได้กำไร แต่ฉันเสียจูบแรกให้ท่านอ๋องเลยนะ”
“จูบแรก?”
“อื้อ ฉันไม่เคยจูบใครมาก่อนเลยรู้ไว้ด้วย”
เสมือนน้ำทั้งมหาสมุทรซัดเข้ามาที่กลางใจ อ๋องเสี่ยวเหยาหลุดยิ้มอย่างคนบ้า ก่อนหน้านี้ที่เคยหาว่านางสติไม่ดี ตอนนี้กลายเป็เขาที่สติฟั่นเฟือนยิ่งกว่า
“ข้าเองก็เช่นกัน”
“เอ๋!....จ...จริงหรอคะ?”
“อืม”
แหม่อิทธิฤทธิ์ของสาวเฉิงตูนี่มันร้ายเกินจะห้าม หลอกล่อหนุ่มแคว้นฮั่วที่เป็ถึงอ๋องให้เสียจูบแรกได้ ใครมันจะกล้าต้านหญิงคนนี้ อยากประกาศให้ชาวเฉิงตูรู้ทั้งเมือง
“ท่านอ๋องห้ามไปจูบกับใครอีกเด็ดขาด”
“เพราะ?”
“เอ๊ะ! ท่านอ๋องนี่ยังไงคะ อยากจูบสาวอื่นอีกหรอ”
“ไม่รู้สิ แต่สาวเฉิงตูก็ไม่เลว”
“พะน่ะ! ท่านอ๋อง ร้ายกาจไม่เบาเลยนะคะเนี่ย” หนี่เฟิ่งจิวจะตายก่อนมีสามีไหมนะ ท่านอ๋องเล่นแพรวพราวกระตุกจิตกระชากใจตลอดแบบนี้ แถมยังทันคำพูดของเธอแล้วเดี๋ยวนี้
"ข้าร้ายไม่เท่าเ้าหรอก ล่อลวงเก่งนัก"
“ใครจะไปทำแบบนั้นกัน”
“ตอนนี้ไม่ทำอยู่หรือ ข้าไม่ใช่หลวงจีนนะหนี่เฟิ่งจิว”
“ท่านอ๋องเป็ไฟต่างหาก แผดเผาใจของฉันให้ร่วงหล่นเป็ผงละออง” ถามว่าอ๋องเสี่ยวเหยาเข้าใจไหม ก็ต้องตอบเลยว่าไม่สักนิด แต่เขาใช้วิธีเดาไปตามเื่หรือท่าทางที่หญิงสาวแสดงออก
มุมปากของท่านอ๋องกระตุกยิ้มแบบตัวร้าย แบดบอยก็เป็ให้ได้ถ้าเธอ้า นี่ถ้าเอากลับไปเฉิงตูด้วยได้ เธอคงไม่เป็อันทำงานเพราะกลัวมีคนมาจีบท่านอ๋อง
“อย่าหล่อมากสิคะ เดี๋ยวมีคนมาจีบเยอะ”
“จีบคืออะไร?”
“อ่อ จีบคืออยากได้ไงคะ อยากได้ท่านอ๋องไปอยู่ด้วย”
แววตาจิ้งจอกกำลังมองเหยื่อ ก่อนที่หนี่เฟิ่งจิวจะตั้งตัวร่างของเธอถูกท่านอ๋องพาลงไปนอนเสียแล้ว หญิงสาวใจนต้องถลึงตาใส่
“ใหมดเลย ท่านอ๋อง!”
“เ้าจีบข้าหรือเปล่า”
“คะ??”
อยู่ดีๆก็มาถามอะไรแบบนี้ แล้วกุลสตรีลูกม๊าจะพูดออกไปได้ยังไงว่า ใช่ค่ะ ฉันจีบท่านอ๋องอยู่ ขืนบอกออกไปท่านอ๋องจะหาว่าเธอแสดงละครอยู่ แบบนั้นไม่หน้าแตกแย่เลยหรอ
“ทำไมไม่ตอบ เ้าจีบข้าอยู่ไหม?”
“ยอมให้จีบหรือเปล่าล่ะคะ”
“ต้องทำอย่างไรบ้าง”
“คะ???”
“จีบน่ะ ข้าต้องทำอย่างไรบ้าง” โอ้ยตายแล้วคุณพระ อ๋องแคว้นฮั่วน่ารักจนหัวใจของเธอยวบไปหมด เป็หนุ่มหล่อหน้าซื่อที่ไม่รู้แม้กระทั่งการเกี้ยวพาราสี
“ต้องให้ฉันช่วยแก้คำสาป นั่นแหล่ะค่ะการจีบ”
“แน่ใจ?”
“แน่นอนยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น” หญิงสาวตกปากรับคำ ท่านอ๋องเองก็กระตุกยิ้มพร้อมลงมากระซิบกระซาบข้างหูของหนี่เฟิ่งจิว วิธีแก้คำสาปที่เธออยากได้นักหนา
“ห๊ะ!??? จริงหรอคะ อย่าอำได้ไหม?” อ๋องเสี่ยวเหยายกยิ้มยืนยัน ตามมาด้วยหนี่เฟิ่งจิวที่เป็ลมไปอีกรอบ