ตอนที่ 10
“เชิญทางนี้เ้าค่ะท่านลูเซียส” หลังจากตกลงร่วมทำการค้ากันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว พี่หยกก็เป็ผู้นำตัวแทนสมาคมการค้าอย่างลูเซียสไปเที่ยวชมเมืองด้วยตัวเองโดยมีจูนติดตามไปด้วยเป็พิธี แม้เมืองของจูนจะพัฒนามามากกว่าสมัยก่อนจนเทียบไม่ติด แต่ระดับวิวัฒนาการของจูนก็ยังเทียบกับเหล่าไอเทมที่ลูเซียสแสดงให้เห็นก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย ทำให้สินค้าที่ดึงดูดใจที่สุดสำหรับสมาคมการค้าเอมเมอร์รันในตอนนี้ก็คือ คริสตัลมานา ที่สามารถหาได้ในโลกของผู้รุกรานนั่นเอง
“ยอดเยี่ยมมากเลยนะครับ ไม่นึกเลยว่าโลกระดับสองจะมีเหมืองคริสตัลมานาใหญ่ขนาดนี้” ท่าทีของลูเซียสยามได้เห็นเหมืองคริสตัลมานาที่ถูกขุดเป็หลุมวงกลมขนาดใหญ่นั้นดูตื่นเต้นกว่าตอนได้เห็นภายในเมืองของจูนหลายเท่า แม้โลกของผู้รุกรานมักจะมีสายแร่คริสตัลมานาอยู่ใต้ดิน แต่บางดาวก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีของล้ำค่าเหล่านี้อยู่
“ต้องขออภัยด้วยเ้าค่ะที่พวกเราพาไปชมเหมืองทุกแห่งไม่ได้ แต่อย่างน้อยเหมืองแห่งนี้ก็เป็เหมืองที่ใกล้กับตัวเมืองที่สุดแถมยังเป็เหมืองที่ใหญ่เป็อันดับห้าด้วยเ้าค่ะ” พี่หยกเผยรอยยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจก่อนจะนำทางลูเซียสไปยังโกดังกักเก็บคริสตัลมานาที่สร้างอยู่ตรงทางลงของเหมือง ด้วยการทำงานที่ไม่้าเวลาพักผ่อนและไม่้าอาหารทำให้เหล่าซอมบี้สามารถขุดเจาะคริสตัลมานาได้อย่างรวดเร็วและเกินพอต่อความ้าของเมืองที่จูนอาศัยอยู่ไปเยอะ และมันก็ทำให้ภายในโกดังแต่ละแห่งมีคริสตัลมานาที่กักตุนเอาไว้เป็จำนวนมาก
“คุณหยกจะบอกว่าโลกของพวกคุณมีเหมืองมากกว่าห้าแห่งแถมยังมีที่ที่ใหญ่กว่านี้อีกตั้งสี่ที่สินะครับ ท่าทางโลกใบนี้จะอุดมสมบูรณ์จนน่าอิจฉาเลยนะครับ” ลูเซียสมีท่าทีดีใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินว่าโลกของจูนมีสายแร่จำนวนมากกว่าที่ตนคาดเดาเอาไว้ โดยปกติแล้วมานาภายในโลกระดับ 1 ที่เลื่อนขึ้นมาเป็ระดับ 2 ได้ไม่นานจะทำให้เกิดสายแร่คริสตัลมานาได้ไม่มาก แต่เป้าหมายที่ลูเซียสทำการเชื่อมต่อกับโลกที่เพิ่งจะเลื่อนระดับขึ้นมาใหม่นั้นก็เพื่อทำสัญญาเอาไว้ก่อนที่โลกเ่าั้จะเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆและกลายเป็แหล่งรายได้ชั้นดีของพวกสมาคมในอนาคต แต่หากสิ่งที่หยกพูดเป็เื่จริง ท่าทางโลกใบนี้จะมีผลไม้สุกให้เขาได้เก็บเกี่ยวไวกว่าที่คิดเสียอีก
“โลกของพวกเราค่อนข้างพิเศษค่ะ เป็เพราะโลกของพวกเราล่มสลายก่อนจะมีผู้ปลุกพลังคนแรกเสียอีก ทำให้ประชากรในโลกไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถใช้มานาได้เลย และผลลัพธ์ของมันก็ทำให้ภายใต้ผืนดินสามารถกักเก็บมานาบริสุทธิ์เอาไว้ได้เป็จำนวนมาก ไม่ใช่แค่สายแร่ที่มีเยอะมากเท่านั้น แต่ความหนาแน่นของมานาภายในคริสตัลก็ถือว่ายอดเยี่ยมเ้าค่ะ” ยิ่งพูดหางยาวๆของพี่หยกก็ยิ่งชี้ขึ้นสูง เพียงแค่เธอไม่ได้พูดเพียงเพื่อจะโม้เท่านั้น เพราะทันทีที่พี่หยกเปิดประตูโกดังออก ภาพของคริสตัลมานาสีน้ำเงินเข้มจนเกือบจะเป็สีดำจำนวนมหาศาลก็ปรากฏแก่สายตาของลูเซียสที่กำลังนิ่งค้างไปด้วยท่าทีอึ้งๆ ในฐานะตัวแทนของสมาคมการค้าเอมเมอร์รันตัวเขาย่อมเคยเห็นคริสตัลมานาเกรดดีเยี่ยมมากมายขนาดนี้อยู่แล้ว แต่นั่นล้วนแล้วแต่เป็สินค้าจากโลกระดับ 4 หรือ 5 ขึ้นไปทั้งนั้น ไม่นึกจริงๆเลยว่าจะได้เห็นคริสตัลมานาเกรดนี้ในโลกระดับ 2
“ล่มสลายก่อนจะมีผู้ปลุกพลังคนแรก…” ลูเซียสพยายามดึงสติตัวเองกลับมาก่อนจะมองไปรอบๆอย่างครุ่นคิด ปกติแล้วเมื่อโลกเชื่อมต่อกับประตูมิติและตกลงเข้าร่วมเกมของเหล่าทวยเทพ โลกใบนั้นก็ต้องเปิดรับประตูมิติของผู้รุกรานที่จะบุกเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อรับเอามานาเอาไว้และพัฒนาโลกของตัวเองเป็โลกที่มีมานาไหลเวียนเสียก่อน ในระหว่างขั้นตอนนั้นหากโดนผู้รุกรานโจมตีจนล่มสลาย ผู้รุกรานก็จะยึดครองโลกใบนั้นได้สำเร็จทำให้เหล่าผู้รุกรานกลายเป็ผู้อยู่อาศัยของโลกนั้นแทน แต่แบบนั้นก็เป็ไปไม่ได้ที่จะทำให้เกิดโลกที่แทบไม่มีผู้ใช้มานาขึ้นมาแบบนี้ เช่นนั้นเหตุการณ์ในโลกใบนี้ก็คงพิเศษกว่าที่ลูเซียสคิดเอาไว้ อย่างเช่นเหตุการณ์หายากอย่างกรณีที่โลกผู้เข้าร่วมเกมสามารถป้องกันศัตรูชุดแรกได้แต่ก็แตกพ่ายไปด้วยพร้อมๆกัน แต่โลกที่เกิดเหตุการณ์เ่าั้มันควรจะถูกถอดจากระบบเพราะไม่เหลือผู้อยู่อาศัยไปแล้วสิ
“อ๋อ…เป็กรณีที่หายากจริงๆด้วยสิ” ระหว่างกำลังครุ่นคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ ลูเซียสก็เหลือบไปเห็นเหล่าคนงานที่กำลังขนย้ายคริสตัลมานากันอย่างขยันขันแข็งเข้าพอดี สถานการณ์ของโลกนี้นั้นพิเศษมาก ในการรุกรานครั้งแรกพวกเขาสามารถป้องกันศัตรูเอาไว้ได้แต่ก็ตายกันหมดเช่นกัน แต่พวกเขาไม่ได้ตายไปเฉยๆ แต่พวกเขากลับติดเชื้อไวรัสที่ทำให้ซากศพของพวกเขากลับมาเคลื่อนไหวได้ทำให้โลกใบนี้ยังถูกนับอยู่ในระบบ และกลายเป็โลกของผู้รุกรานไปในที่สุด และการเป็ผู้รุกรานของโลกใบนี้ก็คงเชื่อมต่อไปยังโลกของเหล่าผู้เข้าร่วมเกมหลายต่อหลายแห่งจนทำให้มานาภายในโลกหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ตรงกันข้ามกับผู้ใช้งานมานาที่แทบจะไม่มีอยู่เลย ทำให้มานาจำนวนมหาศาลที่โลกใบนี้ดูดซับมาจากการเชื่อมต่อได้ไหลลงดินและกลายเป็สายแร่คริสตัลมานาที่เข้มข้นและมีจำนวนมหาศาลอย่างที่เห็น นี่มัน…ขุมทรัพย์หนึ่งในล้านล้านเลยด้วยซ้ำ
“เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ สินค้าของโลกเราถูกใจท่านตัวแทนหรือไม่” พี่หยกที่พึงพอใจกับท่าทีตื่นเต้นของลูเซียสเป็อย่างมาก ท่าทางเผ่าอารันซาจะรู้ดีว่าคริสตัลมานาเหล่านี้มีค่ามากแค่ไหน เธอถึงกล้าแสดงออกอย่างเหนือกว่าต่อหน้าลูเซียสมาั้แ่ก่อนหน้านี้แล้ว
“ต้องถูกใจแน่นอนครับ ถ้าเป็ไปได้ผมก็อยากจะขอเขียนสัญญาและทำการติดตั้งเครื่องนำทางมันตอนนี้เลยครับ” ลูเซียสดูกระตือรือร้นกว่าตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเขาเริ่มตกลงการแลกเปลี่ยนกับพี่หยกก็ยิ่งดูสมกับเป็พ่อค้ามากขึ้น โดยเฉพาะตอนที่เขากำลังตกลงราคาการแลกเปลี่ยนคริสตัลมานาพวกนี้กับสินค้าที่ฝั่งสมาคมสามารถนำมาแลกเปลี่ยนได้ ทว่า…
“ตกลงตามนี้นะเ้าคะ ราคานี้พวกเราไม่สามารถลดได้อีกแล้ว” แม้จูนจะเป็คนให้พี่หยกเป็คนเจรจาก็จริง แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เกินกว่าที่จูนคาดเดาเอาไว้มาก ดูเหมือนพี่หยกจะรู้ราคาตลาดของคริสตัลมานาพวกนี้อยู่แล้วจากประสบการณ์ในดาวของเธอ ทำให้ลูเซียสไม่สามารถกดราคากับดาวที่เพิ่งเข้ามาในตลาดได้ แถมพี่หยกยังใจแข็งมากๆ ไม่ว่าลูเซียสจะขอลดราคา หรือเสริมส่วนลดหรือบริการอื่นเข้ามา พี่หยกก็สามารถคิดอย่างใจเย็นและปฏิเสธข้อเสนอที่ไม่จำเป็ได้อย่างน่าใ นี่เผ่าอารันซาก็เป็เผ่าทำการค้าเหมือนกันเหรอ
“ครับ… ตกลงตามนี้ก็แล้วกัน” รอยยิ้มบนใบหน้าของลูเซียสเหมือนจะหม่นลงอยู่บ้างเพราะข้อตกลงไม่ได้หวานหมูเหมือนที่เขาคิดเอาไว้เท่าไหร่ แต่ถึงอย่างไรข้อเสนอนี้ลูเซียสก็ยังทำกำไรจำนวนมากและยั่งยืนให้กับสมาคมอยู่ดี นับว่างานนี้ตัวเขาประสบความสำเร็จมหาศาล แต่ไม่ได้เท่าที่หวังเท่านั้น
“เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะองค์ราชินี นี่เป็เอกสารสัญญาที่ท่านลูเซียสเตรียมเอาไว้ให้เ้าค่ะ” จูนที่นั่งมองการต่อรองจนลืมเวลากะพริบตาปริบๆมองกระดาษตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง เพราะจูนเป็คนออกคำสั่งผ่านพี่หยกเองทำให้เธอเข้าใจเนื้อหาสัญญาอยู่แล้ว แค่กำลังอึ้งกับสิ่งที่พี่หยกแสดงออกมาเฉยๆ มันเหมือนเธอเขียนบทให้พี่หยก 3 บรรทัด แต่พี่หยกแสดงเป็เล่มเลย
“ค่ะ…ถ้าอย่างนั้นขอเชิญคุณลูเซียสพักผ่อนที่เมืองของเราจนกว่าครบเงื่อนไขการเคลียร์เกทนะคะ” จูนดึงสติตัวเองกลับมาก่อนจะลงนามในสัญญาที่พี่หยกและลูเซียสร่างร่วมกันก่อนจะเชิญให้ลูเซียสเข้าไปพักผ่อนในเมืองเสียก่อน
“ขอบคุณสำหรับน้ำใจครับท่าน แต่ผมอยากจะติดตั้งเครื่องนำทางก่อนแล้วค่อยพักผ่อนให้สบายใจครับ จริงสิ… นี่เป็รายการสินค้าที่อยู่ในคลังส่วนตัวของผม หากท่าน้าซื้อขายครั้งแรกทันทีท่านก็สามารถแจ้งให้ผมทราบได้ทันทีเลยครับ” ลูเซียสวาดฝ่ามือไปบนอากาศก่อนที่หน้าจอระบบของจูนจะปรากฏตารางสินค้าพร้อมรายละเอียดและราคาขึ้นมาอย่างกับลูเซียสเป็ผู้ควบคุมระบบเสียอย่างนั้น นี่มันอะไรกัน เขาสามารถแทรกแซงระบบของเธอได้ด้วยงั้นเหรอ
“ส่วนนี้เป็บัตรระดับไดม่อนของสมาคมเราครับ มูลค่าสัญญาของท่านถือเป็ลูกค้าระดับไดม่อนของสมาคมเราครับ ด้วยบัตรใบนี้ท่านสามารถสั่งสินค้าเพิ่มเติมก่อนการเชื่อมต่อครั้งถัดไปกับพวกเราได้ทันที แถมยังสามารถใช้สิทธิ์ทำการเชื่อมต่อเร่งด่วนได้หนึ่งครั้งต่อยอดสะสมหนึ่งหมื่นล้านเครดิตด้วยครับ” หลังจากส่งรายการสินค้าให้แล้ว ลูเซียสยังมอบบัตรสมาชิกที่ถูกบรรจุภายในกล่องสีขาวสะอาดที่มีลวดลายสีทองประดับประดาเอาไว้อย่างสวยงามมาให้กับจูนอย่างนอบน้อม ถึงจะไม่รู้ว่าระดับไดม่อนนั้นเป็ระดับสูงหรือต่ำแค่ไหนในระบบมิติแต่ชื่อมันก็ฟังดูดีอยู่แหล่ะ เหมือนได้เป็ลูกค้า VIP เลย
.
.
.
พรึบ…
ร่างของลูเซียสตัวแทนแห่งสมาคมการค้าเอมเมอร์รันพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมปีกขนาดใหญ่ที่ดูต่างจากเวลาปกติอย่างชัดเจน เพียงแค่กระพือปีกไม่กี่ครั้งร่างของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นเมฆได้อย่างง่ายดายเสียแล้ว
วูบ..
ทันทีที่ร่างภายใต้ชุดสูทมาถึงระดับความสูงที่้า ลูเซียสก็นำแผ่นป้ายที่สลักสัญลักษณ์ของสมาคมเอมเมอร์รันออกมาก่อนจะโยนมันออกไปข้างหน้าเพื่อเริ่มทำการติดตั้งเครื่องนำทางตามที่ทำการตกลงกับองค์ราชินีแห่งโลกใบนี้เอาไว้ โดยแผ่นป้ายนี้จะถูกยิงขึ้นไปลอยค้างบนชั้นบรรยากาศและคอยส่งสัญญาณให้ดวงดาวหลักของสมาคมการค้าสามารถติดตามและทำการเชื่อมต่อกับดาวดวงนี้ได้อีกครั้ง
“...” ดวงตาสีทองของลูเซียสมองแผ่นป้ายที่กำลังดูดซับมานาจากโลกใบนี้อย่างเงียบงันทั้งยังไม่ยอมขยับไปไหนเลยแม้แต่น้อยทั้งๆที่เครื่องนำทางก็ทำการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ขอแค่มันสะสมพลังงานได้ครบ มันก็จะลอยขึ้นไปและทำการติดตั้งตัวมันเองจนจบขั้นตอนได้อยู่แล้ว เพียงแต่ลูเซียสนั้นกลับใช้เวลาที่อยู่บนอากาศนี้ก้มมองผืนแผ่นดินของโลกที่ล่มสลายไปแล้วแห่งนี้อย่างสนใจ
การเชื่อมต่อกับโลกระดับ 2 ครั้งนี้ได้กำไรกว่าที่คิดมาก แต่นอกเหนือจากกำไรแล้วสิ่งที่ได้พบเห็นก็ทำให้ลูเซียสประหลาดใจไม่น้อยเหมือนกัน ั้แ่วินาทีแรกที่เหยียบมาบนโลกใบนี้ลูเซียสก็พบว่าผู้อยู่อาศัยภายในโลกใบนี้มีเผ่าพันธุ์มากมายมารวมตัวกันเต็มไปหมด แถมยังมีเผ่าพันธุ์ของโลกระดับ 2 หรือ 3 ปะปนอยู่ด้วยอีกต่างหาก แม้เลเวลเฉลี่ยของดาวดวงนี้จะเพิ่งถึงเกณฑ์ระดับ 2 แต่ระดับความสามารถของเหล่าลูกน้องของ องค์ราชินี นั้นถือว่าเหนือกว่าดาวระดับ 2 ดวงอื่นๆมากทีเดียว และด้วยเหตุผลนี้ก็ทำให้ลูเซียสรู้สึกสนใจตัวตนขององค์ราชินีคนนั้นมากขึ้นไปอีก
เผ่าเทวทูตของลูเซียสนั้นเป็เผ่าที่ว่องไวต่อมานาเป็อย่างมาก ทำให้ลูเซียสสามารถััได้เวลาที่คนอื่นกำลังใช้สกิลออกมา มันไม่ใช่เื่แปลกที่จะมีคนใช้สกิลบ้างเพื่อตรวจสอบอีกฝ่ายเวลาที่พวกเขาทำการเจรจากัน แต่นี่เป็ครั้งแรกที่ลูเซียสได้ััการสั่งใช้งานสกิลที่ถี่ยิบขนาดนี้ ทุกวินาทีองค์ราชินีผู้นั้นแทบจะใช้สกิลออกมาเป็ร้อยๆครั้งเพื่อสั่งการเหล่าประชาชนของเธอตลอดเวลา แถมระยะการสั่งการยังน่าเหลือเชื่อมากจนลูเซียสยังอดสงสัยไม่ได้ว่ามานาที่เธอสามารถใช้งานได้มีเยอะขนาดไหนกันแน่ แถมระบบการสั่งการก็น่าสนใจ หากลูเซียสเดาไม่ผิดประชาชนทั้งหมดในโลกใบนี้เกรงว่าจะเป็แค่ซากศพเดินได้เท่านั้น ซึ่งมันก็หมายความว่าทั้งโลกใบนี้ตกอยู่ภายใต้คำสั่งการขององค์ราชินีเพียงผู้เดียวเท่านั้น และมันก็เป็เหตุผลที่ลูเซียสตัดสินใจมอบบัตรสมาชิกระดับไดม่อนให้กับเธอ ผลผลิตบนดาวของเธอมีมากพอๆกับดวงดาวระดับ 4 หรือ 5 แต่นั่นก็เป็ยอดรวมที่ทำการค้ากับทั้งดวงดาว หากแยกย่อยเป็แต่ละกลุ่มการค้าจำนวนที่พวกเขาทำการซื้อขายกับสมาคมเอมเมอร์รันก็จะลดเฉลี่ยลงไปน้อยกว่าขององค์ราชินีหลายเท่า เพราะแบบนั้นเขาจึงต้องปฏิบัติกับองค์ราชินีอย่างระมัดระวังและหวังว่าเธอจะซื้อขายกับสมาคมของเขาต่อไปเรื่อยๆ
ฟุบ…
ใช่เวลาครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดลูเซียสก็กลับลงมายังพื้นโลกเสียที และตามกฎของเรดเกทตัวเขาต้องอยู่ภายในเกทไปอีก 13 วัน ทำให้ตัวเขามีเวลาเหลือเฟือที่จะศึกษาโลกใบนี้และตัวราชินีเพื่อจะใช้ในการเจรจาครั้งต่อไป…
“เอ่อ สวัสดีค่ะ…” ลูเซียสที่กำลังจะหาทางไปพบองค์ราชินีอีกครั้งยังไม่ทันได้ขยับไปไหน อยู่ๆเงาร่างขององค์ราชินีก็โผล่ออกมาจากฝุ่นควันที่เกิดจากการร่อนตัวลงมาของลูเซียสเสียอย่างนั้น แถมตอนนี้รอบๆตัวเธอยังไม่มีคนสนิทที่คอยเจรจาให้ก่อนหน้านี้เสียด้วย..
“คุณลูเซียส ถ้าไม่เป็การรบกวน ระหว่างที่คุณอยู่ที่นี่ฉันขอมาคุยกับคุณบ้างเป็ครั้งคราวได้หรือเปล่าคะ” ท่าทีตื่นเต้นขององค์ราชินีทำเอาความระมัดระวังของลูเซียสแทบจะสลายหายไปเสียตรงนั้น ทั้งๆที่ในใจกำลังสั่งให้ระมัดระวังหญิงสาวเบื้องหน้า แต่ท่าทีที่เธอแสดงออกมาทำไมมันช่างต่างจากความเป็จริงเหลือเกิน
“ได้แน่นอนครับ แต่ไม่ทราบว่าท่าน้าจะคุยอะไรกับผมดีล่ะครับ” ลูเซียสเผยรอยยิ้มของพ่อค้าออกมาและยังคงระมัดระวังคำพูดต่อหน้าจูนเสมอ อำนาจทั้งหมดของโลกใบนี้อยู่ที่เธอ นั่นเป็ทั้งข้อดีและข้อเสียในเวลาเดียวกันเลย เพราะหากทำเธอโกรธขึ้นมาผลลัพธ์ก็จะเลวร้ายในทันที
“ระ…เื่อะไรก็ได้ค่ะ… ตัวฉัน…ไม่ได้สื่อสารกับคนอื่นมานานมากแล้ว มันก็เลย…” ใบหน้าของจูนแดงก่ำเพราะกำลังเขินอายกับคำขอที่ดูแปลกพิกลของตัวเอง ช่วยไม่ได้นี่นา เธอไม่ได้สื่อสารกับคนอื่นที่เธอสั่งการไม่ได้มาตั้ง 50 ปี ทุกอย่างที่อีกฝ่ายพูดออกมาทำเอาเธอตื่นเต้นไปหมดอย่างกับเพิ่งจะได้อ่านหนังสือออกใหม่ที่เธอไม่รู้ตอนต่อไม่มีผิด แถมเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าจะได้เจอคนที่สื่อสารกันได้อีกครั้งเมื่อไหร่ อย่างน้อยใน่ที่เขายังอยู่ที่นี่ก็ขอให้เธอได้คุยกับเขาให้มากที่สุดด้วยเถอะ