ท่ามกลางเสียงฮือฮาที่แสดงความยินดีกับคู่รักใหม่ที่หน้าห้อง
อ.เอก ยืนพิงกำแพงอยู่ที่มุมตึกไกลๆ ใบหน้าของเขาดูหม่นหมองกว่าทุกวัน
เขามองภาพแพรที่ยิ้มอย่างมีความสุขในอ้อมกอดของคนอื่นด้วยความรู้สึกเจ็บปวดลึกไปถึงขั้วหัวใจ
เขารู้ตัวว่าวันนั้น เขาทำผิดพลาดครั้งใหญ่... เพราะความรักที่มันล้น จนกลายเป็นความอิจฉา ทำให้เขาขาดสติจนเกือบจะทำลายผู้หญิงที่เขารักที่สุด
"พี่ขอโทษนะแพร... พี่แค่ไม่อยากเสียเราไปจริงๆ"
เอกพึมพำกับตัวเอง สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เขาเก็บขวดยาเล็กๆ นั่น ทิ้งลงถังขยะอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก เขาไม่ต้องการมันอีกแล้ว เพราะสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ คือหัวใจของเธอ ไม่ใช่ร่างกายที่ไร้สติ
**16.30 น. หลังเลิกงาน**
ขณะที่แพรกำลังจะเดินไปที่รถของพี่กร พี่กรกลับหยุดฝีเท้าแล้วหันมามองที่หน้าตึกคณะ
"แพรครับ... อ.เอก เขาขอคุยกับพี่และผู้บริหารคณะเรื่องวันนั้น"
- ที่ห้องพักครู -
(บรรยากาศตึงเครียดแต่เงียบสงบ)
อ.เอก นั่งอยู่ต่อหน้าพี่กรและคณบดี แพรยืนอยู่ข้างหลังพี่กรด้วยความกังวล
ใบหน้าของเอกดูทรุดโทรมเหมือนคนไม่ได้นอนทั้งคืน เขาเงยหน้าขึ้นมองแพรครู่หนึ่ง สายตาเต็มไปด้วยคำขอโทษอย่างจริงใจ ก่อนจะหันไปหาคณบดี
"ผมขอสารภาพครับ... ผมทำเรื่องที่ไม่สมควรกับแพร ผมขาดสติและพยายามจะใช้ยาบางอย่างกับเธอ"
เสียงของเอกสั่นเครือแต่หนักแน่น
แพรชะงักไป... เธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดออกมาเอง
"ผมรักแพรจริงๆ และผมเสียใจที่ผมทำแบบนั้นลงไป ผมไม่อยากให้เรื่องนี้จบที่สถานีตำรวจเพราะผมไม่อยากให้แพรต้องเสียชื่อเสียง...
ผมขอรับผิดชอบด้วยการขอ 'พักงานชั่วคราว' โดยไม่มีกำหนดครับ เพื่อไปสงบสติอารมณ์และทบทวนตัวเอง"
คณบดีถอนหายใจและพยักหน้า
"ในเมื่อคุณสารภาพและขอรับผิดชอบเอง ผมจะอนุญาตให้พักงาน 3 เดือน เพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายไปถึงขั้นตั้งกรรมการสอบสวนหรือแจ้งความ... คุณเห็นด้วยไหมอาจารย์ธนากร?"
พี่กรนิ่งไป เขาเหลือบมองแพรที่ยืนตัวสั่นน้อยๆ ก่อนจะพยักหน้า
"ถ้าแพรไม่ติดใจเอาความ ผมก็ตกลงตามนี้ครับ"
เอกลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินผ่านแพรไป เขาสบตาเธอเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่แตกสลาย
"พี่ขอโทษนะแพร... พี่หวังว่าเขาจะดูแลแพรได้ดีกว่าพี่"
- ณ ลานจอดรถคณะ -
อ.ธนากร กับแพรเดินไปที่รถ
“แพร... วันนี้เหนื่อยไหมครับ”
พี่กรยิ้มอ่อนโยน มือยื่นออกมาให้แพรเกาะขึ้นรถ แล้วเขาเองก็เดินกลับไปฝั่งคนขับ
พอแพรนั่งลง พี่กรสตาร์ทรถแล้วหันมามองแพรตรง ๆ สายตาอบอุ่นแต่จริงจัง
“เย็นนี้พี่มีแผนพิเศษครับ... พี่อยากพาแพรไปกินข้าวที่บ้านพ่อแม่พี่”
พี่กรหยุดชั่วครู่ แล้วพูดต่อเสียงนุ่มลง
“พ่อแม่พี่รู้เรื่องแพรหมดแล้วครับ พี่โทรบอกตั้งแต่เมื่อวานหลังจากที่เราคุยกันในห้องพี่
พ่อแม่ดีใจมากเลย บอกว่าอยากเจอแพรตัวจริงสักที พี่เลยอยากพาแพรไปให้พ่อแม่รู้จักอย่างเป็นทางการ
ถ้าแพรยังไม่พร้อม หรือรู้สึกกดดัน พี่ไม่รีบก็ได้นะครับ พี่เข้าใจ แต่ถ้าแพรโอเค... พี่อยากให้พ่อแม่เห็นว่าพี่เลือกคนที่พี่รักจริง ๆ แล้ว”
พี่กรจับมือแพรเบา ๆ บีบเบา ๆ เพื่อให้แพรรู้สึกอุ่นใจ
“บ้านพ่อแม่อยู่แถวบางนา ไม่ไกลมาก ขับรถสัก 40 นาทีถึง พ่อแม่ทำกับข้าวรออยู่แล้วครับ
พ่อเป็นคนใจดี พูดน้อยแต่จริงใจ แม่ชอบทำอาหาร พี่บอกแม่แล้วว่าแพรชอบกินเผ็ด แม่เลยเตรียมต้มยำกุ้งกับผัดกระเพราให้เลย 555
ถ้าแพรกลัวเขิน พี่จะอยู่ข้างแพรตลอดเลยนะครับ ไม่ปล่อยให้แพรต้องเผชิญคนเดียว”
พี่กรหันมามองแพรอีกครั้ง ยิ้มอ่อนโยน
“แพร... หนูโอเคไหมครับ อยากไปเจอพ่อแม่พี่ด้วยกันวันนี้เลย หรืออยากให้พี่พาไปกินข้าวสองคนก่อน แล้วค่อยไปวันอื่น
พี่ตามใจหนูทุกอย่างเลยนะครับ”
แพรยิ้มเขิน ๆ แล้วพยักหน้า
“ค่ะ... หนูดีใจที่พี่กรพาไปเจอพ่อแม่แบบนี้”
พี่กรยิ้มกว้าง แล้วบีบมือแพรแน่นขึ้น
“พี่อยากให้พ่อแม่รู้จักคนที่พี่เลือกแล้วจริง ๆ อยากให้ท่านเห็นว่าพี่มีความสุขขนาดไหนที่มีแพร”
รถ SUV สีดำค่อย ๆ ชะลอตัวลงหน้าประตูรั้วเหล็กดัดสีทองเหลือง ก่อนจะเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นบ้านไม้สักทองหลังงามที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสวนสีเขียวขจี กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกโมกและดอกแก้วที่ปลูกเรียงรายโชยมาปะทะจมูกทันทีที่ลดกระจกลง แล้วหันมาบอกแพร
“ถึงแล้วครับ... บ้านพี่เอง”
แพรมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วตาโตขึ้นทันที
บ้านไม้ทรงไทยประยุกต์หลังนี้ดูโอ่อ่าแต่กลับอบอุ่นอย่างประหลาด มันสะท้อนรสนิยมที่เรียบง่าย แต่ทรงพลังเหมือนตัวเจ้าของบ้านไม่มีผิด
หลังคาจั่วสูง ตัวบ้านยกพื้นสูง มีระเบียงไม้รอบบ้าน ประตูหน้าบ้านแกะสลักลายไทยสวยงาม ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นรอบตัวบ้าน บรรยากาศดีมาก เหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารบ้านและสวนเลย
มีกลิ่นหอมของดอกมะลิกับกลิ่นอาหารลอยมาแตะจมูกเบา ๆ
แพรอ้าปากค้างนิดหนึ่ง แล้วหันไปมองพี่กร
“พี่กรคะ... บ้านสวยมากเลยค่ะ หลังใหญ่กว่าที่หนูคิดไว้เยอะเลย”
พี่กรยิ้มรับขณะดับเครื่องยนต์ เขาเอื้อมมือมาลูบหัวแพรเบา ๆ เพื่อลดความประหม่า
“พ่อแม่ชอบบ้านไม้สักครับ สร้างมาตั้งแต่สมัยพี่ยังเด็ก พ่อเป็นช่างไม้เก่าเลยทำเองเกือบทั้งหลัง
หนูชอบก็ดีใจแล้วครับ เดี๋ยวพ่อแม่เห็นหนูต้องชอบหนูแน่เลย”