ตอนที่ 9 : การหยั่งเชิง
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของบุรุษหน้ากากเงินที่หน้าประตู ทำให้บรรยากาศภายในห้องรับรองพิเศษที่เคยผ่อนคลายจากการประมูลที่ประสบความสำเร็จ พลันตึงเครียดและหนักอึ้งขึ้นในทันทีราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
เถ้าแก่หม่าซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นผู้มาเยือนก็รีบกุลีกุจอเข้าไปโค้งคำนับจนศีรษะแทบจรดพื้นด้วยท่าทีนอบน้อมและหวาดเกรงอย่างที่สุด
“ค...คารวะคุณชายผู้สูงศักดิ์ ไม่ทราบว่าท่านมาเยือนถึงที่นี่ มีสิ่งใดให้ข้ารับใช้หรือไม่ขอรับ?”
ท่าทีของเถ้าแก่หม่าผู้เป็ถึงผู้จัดการโรงประมูลใหญ่ บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าฐานะของบุรุษผู้นี้สูงส่งเกินกว่าที่เขาหรือผู้ใดในเมืองนี้จะล่วงเกินได้
ทว่า เย่หลินซีกลับเพียงแค่ปรายตามองบุรุษตรงหน้านิ่งๆ ดวงตาสีนิลภายใต้ผ้าคลุมหน้าของนางเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่นหรือประหลาดใจใดๆ ราวกับเขาเป็เพียงแขกธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
“ข้าไม่เคยพบท่านมาก่อน” นางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ดัดให้ทุ้มต่ำ
“และตอนนี้ ท่านกำลังขวางทางข้า”
ความเ็าและไม่ไว้หน้าใครของนาง ทำให้องครักษ์เงาที่ยืนซ่อนตัวอยู่ในเงามืดด้านหลังบุรุษหน้ากาก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของเขา แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาหรือขยับตัวเมื่อไม่ได้รับคำสั่งจากนายเหนือหัว
บุรุษหน้ากากหาได้โกรธเคืองไม่ เขากลับยกยิ้มที่มุมปากภายใต้หน้ากากนั้น เป็รอยยิ้มที่ดูสุภาพแต่กลับแฝงไว้ด้วยความอันตรายที่ไม่อาจมองข้าม
“เช่นนั้นหรือ...แต่กลิ่นอายบนตัวคุณชาย...ช่างคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ราวกับกลิ่นสมุนไพรในป่าลึกยามค่ำคืน”
เขาจงใจพูดกำกวม ปล่อยให้คำพูดของตนเองเป็เหมือนหินก้อนใหญ่ที่โยนลงไปในบ่อน้ำนิ่ง เพื่อดูปฏิกิริยาของนางว่าจะมีระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนกหรือพิรุธใดๆ ปรากฏขึ้นหรือไม่
หากเป็คนทั่วไปที่ถูกจับได้ไล่ทันเช่นนี้ คงจะตื่นตระหนก หน้าซีด หรือแสดงพิรุธออกมาอย่างชัดเจนแล้ว แต่เย่หลินซีกลับเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ ท่าทีของนางยังคงสงบนิ่งดุจขุนเขา
“คุณชาย ท่านอาจจะจำคนผิด” นางเอ่ยตอบอย่างใจเย็น
“ข้าเป็เพียงนักปรุงยาพเนจรที่เข้าป่าหาสมุนไพรเป็กิจวัตร กลิ่นสมุนไพรย่อมติดตัวเป็ธรรมดา หากท่านไม่มีธุระอันใด ข้าขอตัว”
นางทำท่าจะเดินเบี่ยงตัวผ่านเขาไปอย่างไม่ยี่หระ แต่บุรุษหน้ากากกลับก้าวขวางนางไว้อีกครั้ง การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและนุ่มนวลจนแทบมองไม่ทัน
“ข้ามีธุระ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางราวกับจะอ่านความคิด
“ข้า้าโอสถถอนพิษ ‘พิษบุปผาราตรี’ ไม่ทราบว่าคุณชายผู้มากความสามารถ พอจะปรุงได้หรือไม่?”
คำพูดนั้น ราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางห้อง
ดวงตาของเย่หลินซีหรี่ลงเล็กน้อยเป็ครั้งแรก รูม่านตาของนางหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
พิษบุปผาราตรี เป็พิษโบราณที่ร้ายกาจและหายากยิ่งในยุคปัจจุบัน ว่ากันว่ามันสูญหายไปพร้อมกับสำนักพิษโบราณเมื่อหลายร้อยปีก่อน ผู้ปรุงโอสถทั่วไปไม่แม้แต่จะเคยได้ยินชื่อของมันด้วยซ้ำ การที่เขาเอ่ยชื่อพิษชนิดนี้ออกมา ไม่ใช่เื่บังเอิญ
เขากำลังทดสอบข้า
เขาสงสัยในตัวตนของนาง และเขากำลังใช้ความรู้ที่ล้ำลึกนี้เพื่อบีบคั้นให้นางเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงออกมา
เย่หลินซีมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบคู่นั้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความฉลาดหลักแหลม ยากจะหยั่งถึง และแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้นางรู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาล
นางตั้งสติอย่างรวดเร็ว ปรับลมหายใจให้กลับมาสม่ำเสมอ ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างเ็าภายใต้ผ้าคลุมหน้า
“คุณชายช่างพูดล้อเล่น ข้าเป็เพียงนักปรุงยาพเนจรธรรมดา จะไปรู้จักพิษโบราณที่ร้ายกาจเช่นนั้นได้อย่างไร?”
นางปฏิเสธอย่างราบรื่น น้ำเสียงไร้ซึ่งความลังเล แต่ในใจกลับกำลังประเมินบุรุษตรงหน้าใหม่ทั้งหมด
เขาไม่ได้แค่สงสัย แต่ดูเหมือนจะมีความรู้เื่พิษโบราณและเื่ราวในยุทธภพที่ลึกซึ้งยิ่งนัก เขาไม่ใช่แค่คุณชายตระกูลใหญ่ธรรมดา เขาเป็ใครกันแน่?
บุรุษหน้ากากจ้องมองนางนิ่งไปชั่วครู่ ราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงจิติญญาของนาง บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างผ่อนคลาย
“ดูเหมือนว่าข้าจะเข้าใจผิดไปจริงๆ ต้องขออภัยที่รบกวนคุณชาย”
เขาถอยหลังหนึ่งก้าว เปิดทางให้นางอย่างสุภาพ ท่าทีคุกคามเมื่อครู่หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
เย่หลินซีไม่เอ่ยอะไรอีก นางพยักหน้าเล็กน้อยเป็การตอบรับตามมารยาท ก่อนจะเดินผ่านเขาออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมามอง แผ่นหลังของนางยังคงตั้งตรงสง่างาม แต่ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
เมื่อร่างของนางลับสายตาไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของบุรุษหน้ากากก็ค่อยๆ หายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดที่ลุ่มลึกและจริงจังยิ่งกว่าเดิม
องครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“นายท่าน เหตุใดท่านจึงปล่อยนางไปง่ายๆ เช่นนั้น? ท่านเชื่อคำพูดของนางหรือขอรับ?”
“นางกำลังโกหก” บุรุษหน้ากากเอ่ยตอบเรียบๆ
“ตอนที่ข้าเอ่ยชื่อพิษบุปผาราตรี รูม่านตาของนางหดตัวลงเล็กน้อย และกลิ่นอายรอบกายนางก็สั่นไหวไปชั่วครู่ แม้จะเพียงเสี้ยววินาที แต่มันก็เกิดขึ้น และไม่อาจรอดพ้นสายตาของข้าไปได้”
เขาทอดสายตามองไปยังทิศทางที่นางจากไปราวกับยังเห็นเงาร่างของนางอยู่ตรงนั้น
“นางรู้จักพิษชนิดนั้น และข้ามั่นใจว่านางสามารถปรุงยาถอนพิษได้”
องครักษ์เงาเบิกตากว้างด้วยความใ “เช่นนั้น นางจะเป็ผู้ใดกันแน่? หรือจะเป็คนจาก หอโอสถเร้นลับ ที่ส่งมาสืบข่าว?”
“ไม่...” บุรุษหน้ากากส่ายหน้าช้าๆ
“คนจากหอโอสถเร้นลับมีแต่พวกหัวสูงจองหองและชอบโอ้อวด ไม่มีทางที่จะมีท่าทีสงบนิ่ง เยือกเย็น และเก็บซ่อนประกายได้มิดชิดเช่นนี้”
เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้องครักษ์เงาต้องขนลุกชันด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
“สายตาของนาง มันไม่ใช่สายตาของนักปรุงยาพเนจร แต่มันเหมือนกับสายตาของคนที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุด และมองลงมายังทุกสิ่งราวกับเป็เพียงมดปลวก”
หลังจากที่เย่หลินซีเดินออกมาจากโรงประมูลได้ไม่ไกล นางก็รีบเลี้ยวเข้าไปในซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่งที่ไร้ผู้คน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครติดตามมา นางก็หยุดเดินและพิงกำแพงอย่างหมดแรง
นางยกมือขึ้นกุมหน้าอก ภายใต้เสื้อคลุม หัวใจของนางกำลังเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะความกลัว ความรู้สึกเช่นนั้นนางได้ทิ้งมันไปนานแล้ว
แต่มันเป็ความรู้สึกที่นางไม่ได้ััมานานแสนนาน
ความตื่นเต้น และความท้าทาย
บุรุษผู้นั้น อันตรายเกินไป เขาสามารถอ่านภาษากายของข้าออก และทำให้อดีตจักรพรรดินีมารผู้นี้ต้องเผยช่องโหว่ออกมาได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค
นางดึงผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้างดงามที่ประดับด้วยรอยยิ้มที่แท้จริงเป็ครั้งแรก รอยยิ้มแห่งความท้าทายและสนุกสนาน
ดูเหมือนว่าโลกใบนี้ จะไม่ได้น่าเบื่อและเต็มไปด้วยมดปลวกอย่างที่ข้าคิดไว้ในตอนแรกเสียแล้ว
บุรุษหน้ากาก เราคงได้พบกันอีกแน่