บทที่ 2 ท้าทายอํานาจ
เหวินหน่วนคิดว่าตนตายไปแล้ว แต่ใครจะคิดว่าิญญาของเธอที่ควรลอยขึ้นไปบนฟ้า กลับกลายเป็ว่าเธอกำลังยืนมองเด็กชายคนหนึ่งไหว้เทพเ้าเตาอยู่…
หลังจากได้เห็นอาหารชวนน้ำลายสอของร้านอาหารต่าง ๆ หญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่น
เป็อย่างนี้เรื่อยมาทุกปี แต่ใครจะรู้ในวันที่ยี่สิบสามของเดือนสิบสอง วันพวกเธอต้องขึ้นไปบนศาลเ้าเพื่ออธิษฐานต่อจักรพรรดิหยกเกี่ยวกับความดีความชั่วของทุกครอบครัวในปีนี้ เธอจะได้กลับมาเกิดใหม่อย่างอธิบายไม่ได้
เหวินหน่วนมองไปที่ปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนัง
วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 1976
วันนี้เป็วันนอกปีของปฏิทินจันทรคติที่แต่ละครอบครัวจะเซ่นไว้เทพเ้าเตา และก็เป็วันที่เธอได้พบกับลู่กัวจื่อในวันดูตัวอีกด้วย
"เหวินหน่วน ฟังแม่นะ" เสียงของหวังเซียนฮัวผู้เป็มารดาของเธอดังก้องอยู่ในหู "แม้ว่าลู่กัวจื่อจะมีลูกแล้ว แต่พวกเขายังเด็ก เขาล้วนรักคนที่เลี้ยงดูเขามา"
"เขายังเป็ถึงผู้อํานวยการโรงงานปูนซีเมนต์ หากลูกได้เป็ภรรยาเขา เดินไปที่ไหนก็จะไม่มีใครดูถูกลูก"
"แม่ขอพูดทำร้ายจิตใจลูกสักหน่อย” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ขยับหวังเซียนฮัวก็ถอนหายใจและพูดต่อว่า "แม่รู้ว่าตงิเป็ชายหนุ่มที่ดี แต่ครอบครัวของเขายากจนเกินไปและมีพี่น้องหลายคน อย่าแม้แต่จะคิดเื่ของเขา พ่อของลูกไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน"
เหวินหน่วนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง
นี่คือสิ่งที่แม่ของเธอพูดในชาติที่แล้ว เมื่อเธอรู้ว่าตนจะต้องไปดูตัวกับคนที่คิดจะแต่งงานครั้งที่สองตอนนั้นเธอรู้สึกไม่เต็มใจ
ชีวิตนี้ผู้หญิงจะแต่งงานกับใครก็ต้องดูพื้นฐานครอบครัว
ชายที่แต่งงานครั้งที่สองเป็ดั่งสมบัติล้ำค่า และเมื่อยิ่งอายุมากขึ้นประสบการณ์ก็เยอะตามเช่นนี้ถึงจะดีเพราะอีกฝ่ายรู้วิธีที่จะรักผู้อื่นแล้ว
พี่น้องในครอบครัวของตงิยากจนมาก พวกเขาต้องลำบากขึ้นอีกมากหากคิดเื่แต่งงาน
คำพูดของผู้เป็แม่ดูเหมือนว่าจะคิดถึงเธอ แต่ในความเป็จริงมันเป็เพียงเพราะสถานะของลู่กัวจื่อไม่ธรรมดา ครอบครัวจะอยู่ดีมีสุข จากนั้นพวกเขาก็คงให้อีกฝ่ายฝากงานให้เหวินเชี่ยงในโรงงานปูนซีเมนต์
มุมปากของเธออดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะเย้ยขึ้นมา "หนูไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพี่ตงิ แม่อย่าเอาเขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้"
"เหวินหน่วน" หวังเซียนฮัวเห็นว่าในที่สุดเธอก็มีปฏิกิริยา จึงหัวเราะออกมาในที่สุด "แม่รู้ แม่รู้ ่นี้ลูกเหนื่อยเกินไป แม่จะไปทำไข่ตุ๋นให้ ลูกรีบทำความสะอาดด้วยล่ะ แล้วค่อยตามพ่อของลูกไป"
ในชีวิตก่อนหน้านี้ เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหวินหน่วนไม่ยอมให้แม่ทำไข่ตุ๋นให้เธอ
ด้วยสภาพที่บ้านไม่ค่อยดีนัก น้องชายของเธอและลู่กัวจื่อมักจะได้กินไข่อยู่เสมอ แต่เพื่อชื่อเสียงของอีกฝ่ายจึงต้องแสร้งทำเป็ว่าพวกเขาทำงานเหนื่อยเกินไปเลยอยากกินเพียงเมนูง่าย ๆ
แต่ในครอบครัวนี้ คนที่ทํางานเหนื่อยที่สุดคือเหวินหน่วน
แต่ครั้งนี้เธอไม่มีความคิดที่จะหยุดอีกฝ่าย
ในเมื่ออยากกินไข่ตุ๋น ก็ต้องทำมันด้วยตัวเอง
เหวินหน่วนเป็คนทางเหนือ แต่มีกลับมีรูปลักษณ์งดงามดั่งหญิงสาวที่มาจากทางตอนใต้ของแม่น้ำแยงซีอีกทั้งรูปร่างของเธอก็ดีมาก ในส่วนที่ควรมีเยอะก็มีเยอะ ในส่วนที่ควรมีน้อยก็มีน้อย
ในชีวิตที่แล้วของเธอ โจวย่าหนีมักจะพูดถึงรูปร่างของเธอเสมอว่า เธอหน้าตาน่าเกลียดคล้ายจิ้งจอก โดยเฉพาะหน้าอกของเธออวบอ้วนเกินไปจนไม่น่ามอง
เพราะคำพูดของอีกฝ่าย เธอจึงมีเสื้อผ้าทั้งหมดที่มีสีเทาดำทั้งยังตัวใหญ่มากเมื่อเธอใส่มันยิ่งทำให้เธอดูอ้วนและดูแก่มาก
อืม โจวย่าหนีอิจฉาเธอนี่เอง
ในชีวิตนี้เธอต้องสวยจนโจวย่าหนีอิจฉาเธอมากกว่าเดิม!
เหวินหน่วนทำตามที่ตนคิดทันที หญิงสาวมองไปที่กระจกจากนั้นจึงมัดรวบผมของเธอขึ้น พร้อมทั้งเอาหน้าม้าหนาเตอะของเธอขึ้นไปด้วย ภาพในกระจกเผยให้เห็นหน้าฝากที่สวยงามของเธอ
หญิงสาวในกระจกมีใบหน้าที่สวยราวกับลูกพีชผลสีชมพู โดยเฉพาะดวงตาคมโตที่ใสกระจ่างราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า
เธอเอื้อมมือไปแตะไฝสีแดงจาง ๆ ที่มุมตาของเธอ
สวยงามนัก!
เหวินหน่วนยิ้มอย่างโง่เขลาให้ผู้หญิงในกระจก เธอเริ่มร้องไห้ทั้งที่ยังยิ้มอยู่
ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเธอ ตอนที่เธอกำลังจะเสียชีวิต เธอคิดในใจว่าถ้าเธอสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง เธอจะต้องมีชีวิตที่ดีเพื่อตัวเอง
"จะร้องไห้เพื่ออะไร?” เธอยิ้มอีกครั้งและเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของเธอ "ฉันควรจะมีความสุขสิ"
หญิงสาวขมวดคิ้วเหลือบมองชุดสีดําบนร่างกายของเธอ หยิบตะกร้าเข็มออกมาและเก็บส่วนเอวที่หลวมโพล่งให้พอดีกับร่างกายของเธอ
ทันทีที่ทำเสร็จหวังเซียนฮัวก็ผลักประตูถือชามเดินเข้ามา และเมื่อเธอห็นเหวินหน่วนเธอก็ตะลึงไปก่อนจะยิ้มและพูดว่า "รีบกินไข่ตุ๋นสิ แม่ใส่ดีน้ำตาลลงไปด้วย เพิ่มรสหวานได้เป็อย่างดี"
ในเวลานี้ น้ำตาลทรายขาวมีราคาแพงมาก หลายครอบครัวไม่สามารถซื้อมันได้ พวกเขาจึงซื้อดีน้ำตาลเล็กน้อยกลับมาแทน ดีน้ำตาลหนึ่งเม็ดทําให้ไข่ตุ๋นชามใหญ่หวานได้
เมื่อเห็นรอยยิ้มอิ่มเอมใจของหวังเซียนฮัว เหวินหน่วนไม่ได้พูดอะไร เธอหยิบชามและเริ่มกินทันที
ั้แ่เธอกลับมาที่นี่ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง เธอแทบจะหิวตายอยู่แล้ว
หญิงสาวกินเสร็จก็เช็ดปาก เธอวางชามทิ้งไว้อย่างไม่สนใจ
หวังเซียนฮัวรู้สึกเสมอว่าลูกสาวคนโตวันนี้แปลกไปเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่สามารถพูดได้ว่าอีกฝ่ายแปลกไปอย่างไร เมื่อเห็นว่าเธอกินเสร็จแล้วเธอพูดด้วยรอยยิ้มว่า "เร็วเข้า พ่อของลูกยังรออยู่ข้างนอก"
วันนี้เป็เหวินเฟิงฉีพ่อของเธอที่พาเธอไปดูตัว
ฟังดูเหมือนการดูตัว แต่จริง ๆ ก็ไม่ได้ต่างจากการพาลูกสาวไปขาย
"เข้าใจแล้ว” เหวินหน่วนสวมชุดสีดําที่เธอเพิ่งแก้ไขมันไปเมื่อครู่ มันไม่ได้หลวมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว มันพอดีกับเอวของเธอ แต่มันก็ไม่ได้ดูดีขนาดนั้น
ใส่ไปก่อนแล้วกัน
ด้วยความสามารถของเธอ ในอนาคตเธอจะต้องมีห้องแต่งตัวขนาดใหญ่เป็ของตัวเอง ในนั้นต้องมีเสื้อผ้าที่สวยงามเรียงรายเต็มไปหมด เธอจะสวมใส่พวกมันไม่ซ้ำกันสักวันเลย
เมื่อหญิงสาวเดินออกไป เธอไม่คาดคิดว่าเธอจะเห็นโจวย่าหนียืนอยู่ลานบ้านและคุยกับเหวินเฟิงฉีอยู่
หญิงสาวรำพึงในใจว่าถ้าคนที่ไม่รู้คงคิดว่าโจวย่าหนีเป็ลูกสาวของเหวินเฟิงฉีเสียเอง
ในชีวิตก่อนหน้านี้โจวย่าหนีก็เป็แบบนี้ มักจะมาที่บ้านของเธอและเหวินเฟิงฉีก็ดีกับโจวย่าหนีมากมาโดยตลอด และที่เธอได้เป็เพื่อนกับอีกฝ่ายส่วนหนึ่งก็เป็เพราะเหวินเฟิงฉี
หญิงสาวรู้สึกว่าเหวินเฟิงฉีดีกับโจวย่าหนีเกินไป ดีกว่าลูกสาวสองคนของเขาเสียอีก
บางครั้งเหวินหน่วนสงสัยว่าทั้งสองครอบครัวสลับลูกกันหรือเปล่า หรือแท้จริงแล้วโจวย่าหนีเป็ลูกสาวของเหวินเฟิงฉีจริง ๆ
แต่ต่อมาไม่นานหลังจากที่หวังเซียนฮัวล้มป่วยและเสียชีวิต เหวินเฟิงฉีแต่งงานกับและแม่ม่ายกัวอันฉินซึ่งเป็แม่ของโจวย่าหนี
ประกอบกับข่าวซุบซิบในหมู่บ้าน เหวินหน่วนก็ได้รู้ว่าเหวินเฟิงฉีมีความสัมพันธุ์กับกัวอันฉินมานานมากแล้ว
"เหวินหน่วน" เมื่อเห็นเธอออกมา โจวย่าหนีก็เข้ามาหาหญิงสาวอย่างมีความสุข อีกฝ่ายพยายามเข้ามาจับมือเหวินหน่วนและหญิงก็หลบอย่างแเี "ฉันได้ยินมาว่าวันนี้เธอกําลังจะไปดูตัว สุดยอด เธอกำลังจะเป็ได้เป็ภรรยาของผู้อำนวยการในอนาคต" "
"หืม?” โจวย่าหนีเอียงศีรษะและมองเธอด้วยรอยยิ้ม "ทําไมวันนี้เธอถึงมัดผมล่ะ?"
"ทำไมหรอ?” เหวินหน่วนเหลือบมองเธอช้า ๆ
ศัตรูในชีวิตก่อนหน้านี้ของเธออยู่ตรงหน้า พลางนึกถึงในสิ่งที่อีกฝ่ายทำกับเธอ หญิงสาวพูดกับตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ต้องกังวล
พวกที่ทำร้ายเธอ เธอจะตามล้างแค้นคืนทีละคน
"ไม่มีอะไรหรอก...แค่รู้สึกว่ามันไม่สุภาพไปหน่อยหรือเปล่า?” โจวย่าหนีพูดอย่างลังเล "ไม่ต้องเอาคำพูดของฉันมาคิดหรอก แต่ว่าเสื้อผ้าของเธอวันนี้ไม่ตัวเล็กไปหน่อยเหรอ"
"ก็แค่ปรับเปลี่ยนมันนิดหน่อย” เหวินหน่วนยิ้มและพูดว่า "มันไม่สวยเหรอ?"
โจวโจวย่าหนีอึกอักก่อนจะมองไปที่เหวินเฟิงฉี
"วันนี้ฉันคงจะไม่ได้ทำงานถ้ายังไม่ไปกันอีก" เหวินเฟิงฉีพูดอย่างใจร้อน เขาไพล่มือไปด้านหลัง "รีบไปได้แล้วเดี๋ยวจะสายมากไปกว่านี้”
"ลุงเฟิงฉี อย่าโกรธเลยนะคะ ทำไมคุณไม่ขอให้เธอแต่งตัวดี ๆ ล่ะ” โจวย่าหนีพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ผมทรงเดิมของเธอก็ดีอยู่แล้วแท้ ๆ "
"ไม่จำเป็” แน่นอนว่าเหวินหน่วนไม่ได้สนใจว่าโจวย่าหนีจะอิจฉาเธอมากแค่ไหนก็ตาม
"ถ้าไม่อยากเปลี่ยน ก็ไม่ต้องเปลี่ยน รีบไปกันเถอะ" เหวินเฟิงฉีมองไปที่ลูกสาวของตัวเองอย่างไม่พอใจ "ฉันบอกแกแล้วว่าการดูตัวในวันนี้ต้องสมบูรณ์แบบ และตระกูลเหวินของฉันไม่้าคนเกียจคร้าน"
"อย่าคิดว่าถ้าแกเอะอะทุกย่างก้าว แล้วจะทำให้ฉันยกเลิกการดูตัวครั้งนี้ได้” เหวินเฟิงฉี กล่าวขณะที่เขาเดินไปข้างหน้าด้วยมือไขว้กันที่ด้านหลังของเขา
"ฉันไม่ไป” ในขณะที่เขากําลังจะไปที่ประตู จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงเหวินหน่วนที่ดังมาจากข้างหลัง "แม้ว่าฉันต้องโกนหัวและเข้าไปอยู่ในวัดตลอดชีวิต ฉันก็ไม่มีวันแต่งงานกับลู่กัวจื่อ"
มันเป็ไปไม่ได้ที่จะโกนหัวและไปที่วัดเพื่อเป็พี่สะใภ้เพราะไม่ใช่สังคมแบบแต่ก่อนแล้ว
คําพูดของเหวินหน่วนทําให้เหวินเฟิงฉีโกรธหนักขึ้นไปอีก
นี่เป็ความท้าทายต่ออํานาจปิตาธิปไตยของเขา
"แกพูดว่าอะไรนะ!"