ตอนที่ 6 จะทำอะไรข้าได้ (1)
กู้อวิ๋นหวงเหลือบตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะรับกล่องอาหารมา แล้วหยิบขนมจากในนั้นขึ้นมาชิมชิ้นหนึ่ง “รสชาติไม่เลว แต่ว่าออกจะขมไปเสียหน่อย”
“เม็ดบัวรสขมช่วยดับร้อนในหัวใจ หากพี่หญิงชอบ ครั้งหน้าข้าจะใส่น้ำตาลให้มากหน่อย” กู้ิจูยิ้มบางเอ่ยขึ้น
“พี่หญิง เจียงเย่ว์เหยาผู้นั้นเล่า เหตุใดไม่เห็นนางเลย” ในบรรดาสามพี่น้อง กู้ิจวินอายุน้อยที่สุด อายุเพียงสิบสามปีครึ่งเท่านั้น นางมีรูปโฉมงดงามทรงเสน่ห์เช่นเดียวอินซื่อ มารดาผู้ให้กำเนิดนาง เนื่องจากอินซื่อเป็เพียงคนเดียวที่ให้กำเนิดบุตรชาย จึงเป็ที่โปรดปรานของฮูหยินผู้เฒ่ากู้และกู้เจิ่น ความโปรดปรานนี้ได้แบ่งมาสู่ตัวกู้ิจวินด้วย จึงทำให้นางถูกเลี้ยงดูจนกลายเป็คนเอาแต่ใจยากจะรับมือเป็ที่สุด
เมื่อหาโดยรอบไม่พบเจียงเย่ว์เหยา ทั้งยังทนความยืดยาดของกู้ิจูไม่ไหว กู้ิจวินจึงเอ่ยแทรกตัดบททั้งสองโดยถามขึ้นตรงๆ ว่า “เฉินซื่อนั่นเป็อนุที่ท่านพ่อเลี้ยงไว้หรือไม่”
บรรยากาศฉับพลันเงียบลง
กู้ิจวินทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น กู้อวิ๋นหวงไม่ตอบ นางจึงพูดเออเองต่อไปว่า “กระทั่งสัญญาบ่าวยังไม่เขียน นี่ก็เห็นได้ชัดว่าเข้ามาเป็นายไม่ใช่หรือ มิน่าเล่า่สองปีมานี้ท่านพ่อมักจะไปพักที่เรือนเป่าหฺวา น้อยครั้งมากที่จะไปพักเรือนแม่ใหญ่หรือเรือนท่านแม่ อีกทั้งยังมีธุระไม่กลับจวนอยู่บ่อยครั้ง เพียงแต่อายุของเจียงเย่ว์เหยาก็ไม่ได้แตกต่างจากพวกเราเสียเท่าไร หากว่าเป็ลูกสาวนอกสมรสที่ท่านพ่อเลี้ยงไว้ข้างนอกจริง เหตุใดท่านพ่อจึงไม่รับพวกนางเข้ามาอยู่ในจวนเล่า”
กู้อวิ๋นหวงกินขนมเม็ดบัวต่อไปคำแล้วคำเล่า พลางชำเลืองไปเห็นชิงอวี้และเจียงเย่ว์เหยาซึ่งถืออาหารกลับมา มุมปากก็พลันยกขึ้นอย่างไม่อาจสังเกตเห็น “เ้าอย่าพูดจาเหลวไหล เย่ว์เหยาปีนี้อายุสิบเจ็ด ข้าเพิ่งจะสิบห้าเองนะ”
ประกายสอดรู้ในดวงตาของกู้ิจวินยิ่งเข้มข้นขึ้น พลางแอบคิดคำนวณในใจ ปีนี้กู้อวิ๋นหวงอายุสิบห้า เจียงเย่ว์เหยาอายุสิบเจ็ด หากเฉินซื่อเป็อนุของท่านพ่อจริง เช่นนั้นแล้วก่อนที่ท่านพ่อจะแต่งงานกับท่านแม่ก็ได้เลี้ยงดูเฉินซื่ออยู่ข้างนอกแล้วอย่างนั้นหรือ
“เช่นนั้นที่นางกับท่านพ่อหน้าตาคล้ายคลึงกันจะหมายความว่าอย่างไรเล่า” กู้ิจวินหน้าแดงเรื่อขึ้นด้วยความตื่นเต้นจากการคาดเดานี้
เมื่อกู้ิจูเห็นเจียงเย่ว์เหยา แววตาก็สั่นไหวเล็กน้อย “แม่นางเจียงกับท่านพ่อเป็คนบ้านเดียวกัน บางครั้งสภาพแวดล้อมเป็เช่นไรก็เลี้ยงดูให้คนออกมาเป็เช่นนั้น รูปร่างหน้าตาก็อาจจะคล้ายคลึงกันสักส่วนสองส่วนกระมัง”
“จะเป็ไปได้อย่างไรเล่า ข้ากับเ้าเติบโตอยู่ที่จวนอัครเสนาบดีมาั้แ่เล็ก ก็ไม่เห็นจะหน้าตาคล้ายกันเลย” กู้ิจวินหันหลังให้ประตู หลังหัวเราะเย้ยหยัน พลันเอ่ยขึ้นมาว่า “เจียงเย่ว์เหยากับแม่ของนางล้วนมาจากอำเภอชิ่งเต๋อ พวกเ้าว่า พวกนางมาเมืองหลวงเพื่อตามหาญาติ หรือว่าจะมาตามหาพ่อ...”
“คุณหนูสาม!” ทันใดนั้นเจียงเย่ว์เหยาก็เปล่งเสียงออกมาทำเอากู้ิจวินสะดุ้งใ
ในขณะที่กู้ิจวินกำลังเสียหน้า เจียงเย่ว์เหยาก็เอ่ยขึ้นอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า “พ่อของบ่าวคือเจียงฟางเป็อาจารย์สอนหนังสือในอำเภอชิ่งเต๋อ หากว่าคุณหนูสามไม่เชื่อ ส่งคนไปตรวจสอบที่อำเภอชิ่งเต๋อดูก็รู้ได้เ้าค่ะ”
“เหตุใดข้าถึงต้องไปตรวจสอบด้วยเล่า ไม่ใช่เื่ของข้าเสียหน่อย” กู้ิจวินพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “เ้าบอกว่าเ้ากับแม่ของเ้ามาเมืองหลวงเพื่อตามหาญาติ ข้าเลยอยากถามเ้าว่า จากอำเภอชิ่งเต๋อมาถึงเมืองหลวงระยะทางไกลเช่นนี้ พวกเ้ากลับไม่เคยพบโจรขโมย แต่กลับมาเจอที่อารามฉือเอินตอนที่ท่านพ่อของข้าผ่านไปพอดีกระนั้นหรือ ใต้หล้านี้จะมีเื่บังเอิญเช่นนี้ได้อย่างไรกัน”
เจียงเย่ว์เหยาขุ่นเคือง ทว่ากลับเอ่ยตอบด้วยใบหน้านิ่งเฉย “บ่าวเป็คนต่ำต้อยวาจาไม่น่าเชื่อถือ หากคุณหนูสามไม่เชื่อคำของบ่าว จะไปตรวจสอบด้วยตัวเองก็ย่อมได้ ถ้าคุณหนูสามไม่ตรวจสอบ แต่กลับสงสัยในตัวบ่าวอีก บ่าวก็ไม่ว่าอะไร ทว่านายท่านใหญ่เป็ท่านพ่อของคุณหนูสาม เป็ขุนนางใหญ่ในราชสำนัก คำพูดเช่นนี้หากลือกันออกไป คุณหนูสามคิดว่าผลมันจะเป็เช่นไรหรือเ้าคะ”
“หากเ้าไม่มีหน้าตาคล้ายท่านพ่อ ข้าจะพูดเช่นนี้หรือ” กู้ิจวินโพล่งขึ้น
เจียงเย่ว์เหยาส่ายหน้า “หน้าตานี้พ่อแม่ของบ่าวให้มา บ่าวเองก็กำหนดไม่ได้ ถ้าคุณหนูสามไม่ชอบหน้าตาของบ่าว ต่อไปหากบ่าวเห็นคุณหนูสาม จะอ้อมไปอีกทางก็ได้เ้าค่ะ ขอเพียงต่อจากนี้ไปคุณหนูสามพูดเื่เช่นนี้ให้น้อยหน่อยจะดีกว่านะเ้าคะ”